Semua Bab อดีตสามีข้าคือราชบุตรเขย : Bab 1 - Bab 9

9 Bab

บทที่ 1 ท่านไม่ใช่แม่ของข้า

บทที่ 1 ท่านไม่ใช่แม่ของข้าหลินเอ๋อร์ไม่ยอมเรียกนางว่าแม่มาสองปีแล้ว แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาบอกต่อหน้าผู้อื่นว่า...นางไม่ใช่มารดาของเขา ยามนั้นแสงแดดต้นฤดูใบไม้ผลิกำลังทอดผ่านกิ่งหลิวหน้าสำนักศึกษาหลวง เงาไม้ไหวระริกอยู่บนกำแพงสีชาดสูงใหญ่ รถม้าของเหล่าขุนนางจอดเรียงรายเต็มสองฝั่งถนน บ่าวไพร่ในเครื่องแต่งกายสะอาดสะอ้านยืนรอรับคุณชายน้อยของแต่ละจวนอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น หญิงสาวในชุดสีเขียวหม่นยืนกอดกล่องยาอยู่เพียงลำพัง นางอายุเพียงสิบแปดปี ใบหน้าไม่ได้งดงามจนทำให้ผู้คนต้องหยุดหายใจ หากแต่สะอาดหมดจดและน่ามองอย่างยิ่ง คิ้วเรียวยาว ดวงตาดำใส ผิวขาวนวลเพราะไม่ค่อยต้องแสงแดดจัด และใต้หางตาซ้ายมีไฝชาดเม็ดเล็กแต้มอยู่ ราวกับปลายพู่กันของผู้ใดเผลอแตะสีลงบนภาพวาดที่เรียบง่ายเกินไป จนภาพนั้นพลันมีชีวิตขึ้นมา นางชื่อ ชุนเหนียง ไม่มีแซ่ที่ผู้ใดในเมืองหลวงอยากจดจำ วันนี้นางมาที่นี่เพราะได้ยินว่าหลินเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บ ข่าวมาถึงเรือนเล็กของนางตอนเกือบยามอู่ เด็กชายทะเลาะกับเพื่อนร่วมสำนัก ถูกผลักล้มจนแขนกระแทกกับขอบบันได บ่าวรับใช้บอกว่าไม่หนัก เพียงมีเลือดออกเล็กน้อย หมอประจำส
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-09-16
Baca selengkapnya

บทที่ 2 คนที่เขาเรียกว่าแม่

บทที่ 2 คนที่เขาเรียกว่าแม่ตลอดสองปีกว่าที่ผ่านมา ชุนเหนียงเคยถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่า เหตุใดหลินเอ๋อร์จึงไม่มาหานางอีก คำตอบที่นางหาให้เขามีมากมายเหลือเกิน เด็กน้อยเพิ่งเข้าสำนักศึกษา ย่อมต้องเรียนหนักกว่าก่อน นอกจากเรียนที่สำนัก กลับมาถึงจวนยังมีอาจารย์สอนคัดอักษร อาจารย์สอนพิณ อาจารย์สอนขี่ม้าและยิงธนู บางวันแม้แต่ยามกินข้าวยังต้องท่องตำรา เขาเพิ่งเจ็ดขวบเท่านั้น คงเหนื่อยมากกระมัง ชุนเหนียงจึงไม่กล้าไปกวน แรก ๆ นางยังคอยอยู่หน้าประตูเรือนทุกเย็น ต่อมาพบว่าหลินเอ๋อร์กลับเรือนหลัก นางก็เปลี่ยนเป็นคอยมองจากทางเดิน บางครั้งเห็นเพียงด้านหลัง บางครั้งเห็นเขาวิ่งผ่านสวนพร้อมบ่าวรับใช้บางครั้งโชคดีหน่อย เด็กชายหันมาเห็นนาง นางจะยิ้ม เขามักชะงัก ก่อนรีบเดินต่อ ชุนเหนียงไม่เคยโกรธ องค์หญิงอยู่ใกล้ ๆ กระมัง เด็กฉลาดอย่างหลินเอ๋อร์คงกลัวว่าหากแสดงความสนิทสนมกับนางมากเกินไป จะทำให้นางลำบากภายหลังได้นางกลับภูมิใจเสียด้วยซ้ำ เด็กคนนี้รู้ความขึ้นแล้ว กระทั่งคำว่า ท่านแม่ ค่อย ๆ หายไปจากปากเขา ชุนเหนียงก็ยังหาข้อแก้ตัวให้ หลินเอ๋อร์โตแล้ว เขารู้ฐานะของตนเองแล้ว ต่อหน้าคนอื่นจะให้เรียกอนุของบิดา
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-09-16
Baca selengkapnya

บทที่ 3 ของที่เคยเป็นของแม่

บทที่ 3 ของที่เคยเป็นของแม่ชุนเหนียงคุกเข่าอยู่จนกระทั่งงานเลี้ยงเลิกราไม่มีผู้ใดบอกให้นางลุก ท้ายที่สุดเป็นเพราะแขกคนสุดท้ายกลับไปแล้ว สาวใช้ขององค์หญิงจึงเดินออกมาบอกด้วยน้ำเสียงรำคาญว่า“อี๋เหนียงกลับไปได้แล้วเจ้าค่ะ” ราวกับนางเป็นคนดื้อด้านที่อยากคุกเข่าอยู่ตรงนั้นเอง ชุนเหนียงพยายามลุกแต่หัวเข่าทั้งสองข้างชาเสียจนไม่รู้สึก เพียงออกแรงครั้งแรก ร่างกายก็เซกลับลงไป มือยันพื้นหินเอาไว้ทันจึงไม่ถึงกับล้ม สาวใช้ที่ยืนอยู่ใกล้หัวเราะคิก ไม่มีใครเข้ามาประคอง ชุนเหนียงจึงนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง รอจนความรู้สึกเหมือนเข็มนับพันทิ่มแทงตั้งแต่หัวเข่าลงไปถึงปลายเท้าค่อย ๆ เบาบาง จึงพยุงตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง เดินกลับเรือนทีละก้าว ช้า ๆ คืนนี้จวนเงียบลงมากแล้ว โคมแดงที่แขวนไว้สำหรับงานยังสว่างไสว เศษกระดาษสีจากพลุเมื่อคืนก่อนติดอยู่ตามกิ่งไม้ กลิ่นสุราและอาหารชั้นดีจาง ๆ ยังลอยอยู่ในอากาศ ชุนเหนียงเดินผ่านทุกอย่างเหมือนเงาคนหนึ่ง ไม่มีใครสนใจกระทั่งกลับถึงเรือนเล็กของตน นางจึงปิดประตูแล้วทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ นางถลกกระโปรงขึ้นหัวเข่าทั้งสองบวมแดง ด้านหนึ่งมีผิวแตกจนเลือดซึม ชุนเหนียงมองอยู่ครู่หนึ่ง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-09-16
Baca selengkapnya

บทที่ 4 ภรรยาที่ไม่เคยเป็นภรรยา

บทที่ 4 ภรรยาที่ไม่เคยเป็นภรรยาหลังจากวันนั้น ชุนเหนียงไม่ไปหาหลินเอ๋อร์อีก ไม่ใช่เพราะโกรธ นางไม่เคยโกรธเด็กคนนั้นลง เพียงคิดว่าบางทีซ่งเฉินโจวอาจพูดถูก หลินเอ๋อร์โตแล้ว มีสหาย มีอาจารย์ มีสิ่งที่ต้องเรียนรู้มากมาย การที่นางเอาแต่ตามไปเรียกลูกต่อหน้าผู้อื่น อาจทำให้เขาลำบากใจจริง ๆ นางจึงถอยออกมาอีกก้าว เหมือนที่ถอยมาตลอดสองปีกว่า แรกเริ่มถอยออกจากห้องนอนของเด็ก จากนั้นถอยออกจากเรือน ถอยออกจากโต๊ะอาหาร ถอยออกจากชีวิตประจำวัน จนวันนี้ แม้แต่คำว่าแม่ นางก็ยอมไม่เรียกแล้ว ชุนเหนียงบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ขอเพียงเขายังอยู่ในจวนเดียวกัน นางก็ยังได้เห็นเช้าวันนี้นางยังเห็นหลินเอ๋อร์เดินผ่านปลายสวน เขาสวมชุดสำนักศึกษาสีน้ำเงินเข้ม มีบ่าวถือหีบหนังสือตามหลังสองคน เด็กชายดูแข็งแรง แก้มมีเลือดฝาด ไม่ผอม ไม่ป่วย ดีแล้ว เท่านี้ก็ดีแล้ว ชุนเหนียงยืนมองอยู่หลังต้นไห่ถังจนร่างเล็กหายลับประตูไป จึงค่อยกลับเรือนของตน บนเตาถ่านมีหม้อยาใบเล็กตั้งอยู่ ไม่ใช่ยาของนาง เป็นยาของซ่งเฉินโจว เมื่อหลายปีก่อนตอนตกหน้าผา กระดูกบริเวณหัวไหล่ของเขาเคยร้าว ทั้งยังมีบาดแผลลึกหลายแห่ง แม้ภายนอกหายดีแล้ว แต่เมื่ออากาศ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-09-16
Baca selengkapnya

บทที่ 5 แม่ที่ทำให้ข้าอับอาย

บทที่ 5 แม่ที่ทำให้ข้าอับอายหลังจากวันนั้น ชุนเหนียงไม่เคยถามซ่งเฉินโจวอีกเลยว่าเขาจะมาค้างที่เรือนของนางเมื่อใด เมื่อมาก็มา เมื่อไปก็ไป นางยังคงเตรียมน้ำอุ่น เตรียมเสื้อผ้า และบางครั้งก็ทำยาทาแผลเก่าไว้ให้ตามความเคยชิน เพียงแต่สิ่งที่เคยทำด้วยความห่วงใย กลับกลายเป็นเพียงสิ่งที่มือคู่นี้จดจำได้เองเหมือนคนที่เคยเดินบนเส้นทางเดิมมานาน ต่อให้หลับตาก็ยังรู้ว่าต้องเลี้ยวตรงไหน หัวใจไม่จำเป็นต้องตามไปด้วยแล้ว ส่วนหลินเอ๋อร์...นางยังคงมองเขาอยู่ แต่ไม่เข้าใกล้ บางวันตอนเช้าชุนเหนียงจะเปิดหน้าต่างในช่วงเวลาที่เด็กชายออกไปสำนักศึกษาบางวันตอนเย็น หากได้ยินเสียงรถม้ากลับเข้าจวน นางก็จะวางสิ่งที่ทำอยู่แล้วเดินไปตรงประตูเรือน เพียงเพื่อมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ผ่านช่องกำแพง บางครั้งเห็น บางครั้งไม่เห็น หากเห็นว่าวันนั้นหลินเอ๋อร์เดินคล่อง สีหน้าสดใส นางก็สบายใจหากเห็นเขาไอเพียงครั้งเดียว กลางคืนจะนอนไม่ค่อยหลับ ชุนเหนียงไม่เคยคิดว่านี่เป็นเรื่องน่าสมเพช นางเพียงรักเด็กคนหนึ่ง รักมาหลายปีแล้วจะให้เลิกรักในวันเดียวได้อย่างไร ปลายฤดูใบไม้ผลิปีนั้น หลินเอ๋อร์อายุครบแปดขวบ ชุนเหนียงจำวันเกิดของเขาได้แม่น ทั
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-09-16
Baca selengkapnya

บทที่ 6 หนังสือปลดอนุ

บทที่ 6 หนังสือปลดอนุความคิดเรื่องกลับหุบเขาเกิดขึ้นในคืนหนึ่ง แต่ชุนเหนียงกลับใช้เวลาถึงสามวันกว่าจะกล้ายอมรับกับตัวเองว่า นางต้องการไปจริง ๆ สามวันนั้นนางยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ตื่นก่อนฟ้าสาง ล้างหน้า เกล้าผม ตากสมุนไพรที่เหลืออยู่ในเรือนยามได้ยินเสียงประตูด้านตะวันออกเปิด นางยังเผลอชะเง้อมองออกไปตามความเคยชิน หลินเอ๋อร์กำลังจะไปสำนักศึกษา เช้าวันแรกหลังจากเด็กบอกว่าไม่ต้องการให้นางเป็นแม่ ชุนเหนียงยังยืนอยู่หลังหน้าต่าง เห็นเพียงด้านข้างของใบหน้าเล็ก ๆ นางเกือบยกมือขึ้น แต่ก็วางลง วันที่สอง นางไม่ได้เปิดหน้าต่าง เพียงนั่งฟังเสียงฝีเท้าอยู่ด้านในวันที่สาม...ชุนเหนียงไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากสมุนไพรในมืออีกเลย ไม่ใช่เพราะไม่อยากเห็น แต่เพราะกลัวว่า หากเห็นแล้ว นางจะเปลี่ยนใจ นางรักเด็กคนนั้นมาหกปี ต่อให้รู้ว่าไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ก็ไม่เคยรู้สึกว่าความรักของตนน้อยกว่ามารดาที่คลอดบุตรออกมาเอง หลินเอ๋อร์เคยเป็นคนที่นางตื่นขึ้นมาแล้วเห็นเป็นคนแรก เป็นคนสุดท้ายที่เห็นก่อนนอน ยามมีอาหารอร่อยจะนึกถึงเขา ยามเห็นผ้าดีจะคิดว่าเอาไปตัดเสื้อให้เขา ยามเก็บสมุนไพรหายากได้ สิ่งแรกที่คิดคือเก็บไว้เผื่อเด็กป่วย
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-09-16
Baca selengkapnya

บทที่ 7 ท่านแม่ของเจ้าอยู่ตรงนี้

บทที่ 7 ท่านแม่ของเจ้าอยู่ตรงนี้ประตูห้องขังปิดลงในยามสาย เสียงเหล็กกระทบกันดัง เคร้ง ก่อนแม่กุญแจจะถูกคล้องจากด้านนอก ชุนเหนียงยืนอยู่กลางห้องขังอย่างไม่รู้ว่าควรทำอะไร นางยังสะพายห่อผ้า กล่องยาของท่านตาถูกยึดไปแล้ว แม้แต่เข็มเงินที่พกติดตัวมาตั้งแต่อายุสิบสองก็ถูกเจ้าหน้าที่เอาไปเก็บ บอกว่าของมีคมไม่อนุญาตให้นำเข้าห้องขัง เหลือเพียงเสื้อผ้าบนร่างกับห่อผ้าเล็ก ๆ ใบหนึ่ง นางมองไปรอบตัว ห้องขังแคบกว่าห้องเก็บฟืนในหุบเขาเสียอีก พื้นชื้น มุมหนึ่งมีฟางดำ ๆ กองอยู่ กลิ่นเหม็นอับปะปนกับกลิ่นปัสสาวะและเลือดเก่าจนชวนคลื่นไส้ กำแพงมีคราบดำ ไม่มีหน้าต่าง มีเพียงช่องเล็กเหนือประตูเหล็กให้แสงลอดเข้ามา ชุนเหนียง ไม่เคยเข้าคุก ตลอดชีวิตนางไม่เคยแม้แต่ทะเลาะกับผู้ใดจริงจังตอนติดตามท่านตาเดินทางรักษาคน เคยผ่านที่ว่าการมาหลายแห่ง เคยเห็นนักโทษถูกลากออกมา แต่ทุกครั้งท่านตาจะจับมือนางแล้วพาเดินผ่านไป ตอนนั้นนางเคยถามว่า “คนในนั้นทำอะไรผิดหรือเจ้าคะ?” ท่านตาตอบว่า “มีทั้งคนผิดและคนไม่ผิด” นางไม่เข้าใจ “คนไม่ผิดเหตุใดจึงอยู่ในคุก?” ท่านตาลูบศีรษะนาง “เพราะโลกไม่ได้ตัดสินคนด้วยถูกผิดเพียงอย่างเดียว” ตอนนั
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-09-16
Baca selengkapnya

บทที่ 8 คนที่กำลังจะหายไป

บทที่ 8 คนที่กำลังจะหายไปชุนเหนียงกลับถึงจวนราชบุตรเขยในยามบ่าย ประตูข้างเปิดรับนางเงียบ ๆ ไม่มีใครมารอไม่มีใครถามว่าเหตุใดจึงผอมลงมากถึงเพียงนี้ ไม่มีใครถามว่าหลายสิบวันที่อยู่ในคุกนั้นนางกินอยู่เช่นไร สาวใช้ที่เฝ้าเรือนเห็นนางเดินเข้ามาก็เพียงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบย่อกายคารวะ “อี๋เหนียงกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงธรรมดาเหลือเกิน เหมือนนางเพียงออกไปค้างนอกจวนไม่กี่คืน ชุนเหนียงพยักหน้า “อืม” นางเดินเข้าห้อง ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม ถ้วยชา เตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะที่เคยวางกล่องยา แม้แต่ฝุ่นบาง ๆ ตรงขอบหน้าต่างยังดูคุ้นตา สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป...คือนางเอง ชุนเหนียงวางห่อผ้าลงบนโต๊ะ จากนั้นนั่งนิ่งอยู่นาน เมื่อก่อนทุกครั้งที่กลับจากที่ใด นางมักคิดก่อนว่าจะมีใครรออยู่หรือไม่ ตอนอยู่หุบเขา นางรู้ว่าหลินเอ๋อร์ต้องวิ่งมาหา ตอนท่านตายังอยู่ ก็รู้ว่าจะมีเสียงไอเบา ๆ ดังมาจากใต้ชายคา ตอนเข้าจวนใหม่ ๆ อย่างน้อยก็ยังเคยคิดว่า ซ่งเฉินโจวอาจมาหาในค่ำคืนหนึ่ง แต่วันนี้...ไม่มีแล้ว ชุนเหนียงก้มมองข้อมือของตน รอยโซ่จางลงมากแล้ว แต่ยังเห็นอยู่ นางใช้นิ้วลูบเบา ๆ จากนั้นจึงลุกขึ้น สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่พ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-09-16
Baca selengkapnya

บทที่ 9 ทางหนีที่ไม่มีผู้ใดรู้

บทที่ 9 ทางหนีที่ไม่มีผู้ใดรู้หอชิงเฟิงอยู่ในตรอกแคบทางตะวันตกของเมืองหลวง ไม่ได้ใหญ่โต ไม่มีป้ายทอง ไม่มีบ่าวคอยต้อนรับ เมื่อเทียบกับโรงน้ำชาบนถนนสายหลักที่ชุนเหนียงเดินผ่านมา ที่นี่แทบดูเหมือนร้านเก่าซึ่งใกล้จะปิดกิจการเสียด้วยซ้ำ ประตูไม้สีซีดเปิดค้างไว้ครึ่งหนึ่ง บนชายคามีกระดิ่งทองแดงเก่า ๆ แขวนอยู่ เมื่อลมพัดจะดังกรุ๊งกริ๊งเบา ๆ ชุนเหนียงยืนอยู่หน้าร้านครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองกระดาษในมืออีกครั้ง หอชิงเฟิง — เฉินจิ่ว ถูกแล้วนางจึงเก็บกระดาษเข้าแขนเสื้อ แล้วเดินเข้าไป ภายในร้านมีแขกเพียงสามโต๊ะ ชายชรากำลังงีบอยู่ริมหน้าต่าง คนงานแบกของสองคนกินบะหมี่อยู่มุมหนึ่ง ส่วนหลังเคาน์เตอร์มีชายร่างผอมอายุประมาณสี่สิบกว่าปีกำลังดีดลูกคิด เขาเงยหน้ามองชุนเหนียง สายตาไล่ตั้งแต่ชุดผ้าธรรมดา กล่องยา ไปจนถึงใบหน้า“ดื่มชาหรือ?” “ข้ามาหาคนเจ้าค่ะ” ชายผู้นั้นวางลูกคิด “ผู้ใด?” “เฉินจิ่ว” เขามองนางอีกครั้ง “ข้าเอง” ชุนเหนียงชะงักเล็กน้อย ก่อนหยิบกระดาษออกมา “แม่เฒ่าหวังฝากข้ามา” ชื่อเดียวทำให้สีหน้าของชายตรงหน้าเปลี่ยนไป เขาไม่รับกระดาษ เพียงถาม “นางยังมีชีวิตอยู่?” “เจ้าค่ะ ตอนข้าออกมา...ยังสบายดี”
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-09-16
Baca selengkapnya
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status