เข้าสู่ระบบบทที่ 8 คนที่กำลังจะหายไป ชุนเหนียงกลับถึงจวนราชบุตรเขยในยามบ่าย ประตูข้างเปิดรับนางเงียบ ๆ ไม่มีใครมารอไม่มีใครถามว่าเหตุใดจึงผอมลงมากถึงเพียงนี้ ไม่มีใครถามว่าหลายสิบวันที่อยู่ในคุกนั้นนางกินอยู่เช่นไร สาวใช้ที่เฝ้าเรือนเห็นนางเดินเข้ามาก็เพียงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบย่อกายคารวะ “อี๋เหนียงกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงธรรมดาเหลือเกิน เหมือนนางเพียงออกไปค้างนอกจวนไม่กี่คืน ชุนเหนียงพยักหน้า “อืม” นางเดินเข้าห้อง ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม ถ้วยชา เตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะที่เคยวางกล่องยา แม้แต่ฝุ่นบาง ๆ ตรงขอบหน้าต่างยังดูคุ้นตา สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป...คือนางเอง ชุนเหนียงวางห่อผ้าลงบนโต๊ะ จากนั้นนั่งนิ่งอยู่นาน เมื่อก่อนทุกครั้งที่กลับจากที่ใด นางมักคิดก่อนว่าจะมีใครรออยู่หรือไม่ ตอนอยู่หุบเขา นางรู้ว่าหลินเอ๋อร์ต้องวิ่งมาหา ตอนท่านตายังอยู่ ก็รู้ว่าจะมีเสียงไอเบา ๆ ดังมาจากใต้ชายคา ตอนเข้าจวนใหม่ ๆ อย่างน้อยก็ยังเคยคิดว่า ซ่งเฉินโจวอาจมาหาในค่ำคืนหนึ่ง แต่วันนี้...ไม่มีแล้ว ชุนเหนียงก้มมองข้อมือของตน รอยโซ่จางลงมากแล้ว แต่ยังเห็นอยู่ นางใช้นิ้วลูบเบา ๆ จากนั้นจึงลุกขึ้น สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่พักผ่อน แต่เป็นเปิดตู้ นางเริ่มรื้อของออกมาทีละชิ้น คราวก่อนนางเก็บของเพราะคิดว่าจะกลับหุบเขา ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ครั้งนี้นางรู้แล้วว่า การเดินออกจากประตูจวน ไม่ได้แปลว่านางเป็นอิสระ ตราบใดที่ทะเบียนยังบอกว่าเป็นทาส ต่อให้นางเดินไปถึงชายแดน หากถูกตรวจพบ ก็ยังถูกจับกลับมาได้ ชุนเหนียงนั่งลงบนพื้น คิดอยู่นาน นางไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้ว่าต้องแก้ทะเบียนอย่างไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนทั่วไปเดินทางข้ามเมืองต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เมื่อก่อนนางไม่เคยสนใจเรื่องเหล่านี้ เพราะเวลาเดินทางกับท่านตา ทุกอย่างมีท่านตาจัดการ ตอนนั้นนางเพียงแบกกล่องยา เดินตาม และรักษาคน ชีวิตง่ายเหลือเกิน ชุนเหนียงหลับตา ถ้าท่านตายังอยู่...ไม่คิดไปก็ไม่มีประโยชน์ ท่านตาไม่อยู่แล้ว ครั้งนี้นางต้องช่วยตัวเอง คืนนั้นซ่งเฉินโจวไม่ได้มา วันที่สองก็ไม่มา วันที่สามไม่มีแม้แต่ข่าว ชุนเหนียงกลับรู้สึกโล่งอก นางไม่ต้องการเจอเขา ยังไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่ก่อนที่นางจะหาทางออกได้จริง นางเริ่มทำสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนใสังเกต สังเกตว่าบ่าวในจวนเปลี่ยนเวรยามเมื่อใดสังเกตว่าประตูไหนเปิดปิดเวลาใด สังเกตว่าคนส่งผักเข้ามาทางไหน สังเกตว่ารถขนของออกจากจวนต้องตรวจสิ่งใดบ้าง นางไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลังวางแผนอะไรใหญ่โต เพียงคิดว่า หากวันหนึ่งต้องไป...อย่างน้อยควรรู้ว่าทางไหนปลอดภัยกว่า ชุนเหนียงเรียนรู้เร็ว เรื่องคนซับซ้อนนางยังไม่เก่ง แต่เรื่องเส้นทาง เรื่องเวลา เรื่องการจดจำรายละเอียด นางทำได้ดีมาตั้งแต่เด็ก เวลาตามท่านตาขึ้นเขา หากเดินผิดทางครั้งเดียว รอบหน้าจะไม่ผิดอีก เวลาพบสมุนไพรหายาก นางจำตำแหน่งได้แม้ผ่านไปหลายปี ดังนั้นไม่กี่วัน นางก็เริ่มมองจวนแห่งนี้ต่างจากเดิม เมื่อก่อนมันคือกรงที่เต็มไปด้วยกฎ วันนี้มันเริ่มกลายเป็นแผนที่วันที่ห้า มีสาวใช้คนหนึ่งมาหานางตอนค่ำ เป็นเด็กหญิงอายุสิบหกสิบเจ็ด หน้าซีด มือข้างหนึ่งกดท้องน้อยแน่น “อี๋เหนียง...บ่าวขอยาหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ” ชุนเหนียงให้เข้ามา เพียงจับชีพจรก็รู้ว่าเป็นอะไร “ระดูมาแล้วปวดมาก?” สาวใช้หน้าแดง พยักหน้า ชุนเหนียงเปิดกล่องยา ยังมีสมุนไพรอยู่ไม่มาก ของดีหลายอย่างถูกยึดตอนเข้าคุกและได้คืนมาไม่ครบ แต่พอจัดการได้ นางต้มน้ำยาให้ อีกฝ่ายดื่มแล้วนั่งพักไม่นาน สีหน้าก็ดีขึ้น ก่อนกลับ สาวใช้หยิบเหรียญเงินเล็ก ๆ ออกมา “บ่าวมีเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ” ชุนเหนียงส่ายหน้า “ไม่ต้อง” “แต่อี๋เหนียง...” “เก็บไว้เถอะ”สาวใช้ลังเล ก่อนมองรอบห้อง “ได้ยินว่าของในเรือนอี๋เหนียงถูกลดลงมากหลังกลับจากคุก...” ชุนเหนียงชะงัก “ลด?” เด็กหญิงเหมือนเพิ่งรู้ว่าตัวเองพูดเกินไป แต่สุดท้ายก็สารภาพเบา ๆ “องค์หญิงรับสั่งว่า อี๋เหนียงทำผิดกฎ ควรหักเบี้ยหวัดครึ่งหนึ่งสามเดือนเจ้าค่ะ” ชุนเหนียงนิ่ง จากนั้นพยักหน้าม“อืม” ไม่โกรธ ไม่ถามเหตุผล เพราะรู้คำตอบอยู่แล้ว คนที่คิดว่านางเป็นของในจวน จะให้เงินเท่าไรก็ได้ ตัดเท่าไรก็ได้ ชุนเหนียงมองเหรียญเงินในมือสาวใช้ ครู่หนึ่งจึงกล่าว “เช่นนั้น...ถ้าเจ้าจะให้ ข้ารับก็ได้” สาวใช้เงยหน้าอย่างประหลาดใจ ชุนเหนียงเองก็รู้สึกแปลก เมื่อก่อนนางไม่เคยคิดจะกำหนดค่ารักษา แต่ครั้งนี้นางรับเงินไว้หนึ่งเหรียญ เล็กน้อยมาก แต่เป็นเงินที่นางหาเองคืนนั้นนางเอาเหรียญนั้นใส่ถุงผ้าแยกต่างหาก ไม่กี่วันต่อมา มีบ่าวคนที่สองมา จากนั้นคนที่สาม ข่าวว่าอี๋เหนียงรักษาอาการเล็ก ๆ ได้ดีเริ่มแพร่ในกลุ่มบ่าวอย่างเงียบ ๆ คนปวดหลัง คนมีไข้ คนถูกมีดบาด คนโดนน้ำร้อนลวก ชุนเหนียงรักษาให้หมดแต่คราวนี้นางรับค่าตอบแทน ไม่มาก ใครไม่มีเงินก็แลกเป็นของ ข้าวสาร ผ้าสะอาด สมุนไพร เชือกแม้แต่เข็มเย็บผ้า นางรับทั้งหมด ไม่ใช่เพราะโลภแต่เพราะเริ่มเข้าใจว่า ของทุกอย่างมีประโยชน์เวลาต้องเดินทาง และเงินที่อยู่ในมือของตัวเอง...สำคัญกว่าปิ่นเงินที่ใครมอบให้มากนัก ชุนเหนียงยังไม่เจอหลินเอ๋อร์อีกเลย จริง ๆ แล้วนางหลบ หากได้ยินเสียงเขาอยู่ใกล้ นางจะเดินอีกทาง ถ้ารู้ว่าเขาจะผ่านสวน นางก็ไม่ออกไปไม่ใช่เพราะไม่รัก เพราะรักมาก นางกลัวว่าถ้าได้เห็นหน้า จะใจอ่อนอีก แต่บางคืน นางยังตื่นขึ้นมาแล้วเผลอคิดว่า หลินเอ๋อร์ห่มผ้าหรือยัง จากนั้นต้องเตือนตัวเอง เขามีแม่นม มีสาวใช้ มีองค์หญิงไม่ต้องการนาง คำว่า ไม่ต้องการ ยังเจ็บทุกครั้ง แต่ชุนเหนียงเริ่มยอมรับมันได้แล้วทีละน้อย วันที่สิบสองหลังกลับจวน ซ่งเฉินโจวมา เขาเดินเข้ามาในเรือนตอนค่ำ ชุนเหนียงกำลังบดสมุนไพร ชายหนุ่มมองนาง สายตาหยุดอยู่ตรงใบหน้าที่ผอมลง “หายดีแล้ว?” คำถามฟังดูเหมือนห่วง แต่ชุนเหนียงไม่รู้สึกอะไร “เจ้าค่ะ” “ในคุกลำบากมากหรือ?” มือนางหยุดชั่วครู่ ก่อนบดยาต่อ “พอทนได้เจ้าค่ะ” ซ่งเฉินโจวขมวดคิ้ว เขาคงไม่ชอบคำตอบนี้แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ เพียงนั่งลง “ต่อไปอย่าทำเรื่องโง่ ๆ อีก” ชุนเหนียงเงยหน้า เขาพูดต่อ “ฉางเล่อเพียงต้องการสั่งสอนเจ้า นางไม่ได้คิดให้เจ้าติดคุกนานขนาดนั้น” ชุนเหนียงมองเขา “แล้วท่านเล่าเจ้าคะ?” ซ่งเฉินโจวอึ้งไป นี่อาจเป็นครั้งแรกในหลายปีที่นางถามเขาตรง ๆ เช่นนี้ “อะไรนะ?” “ท่านรู้ตั้งแต่วันแรกหรือไม่ว่าข้าถูกจับ?” ชุนเหนียงรอคำตอบ คราวนี้ไม่หลบตา ซ่งเฉินโจวถอนหายใจ “รู้” คำตอบเดียว ชุนเหนียงพยักหน้า เหมือนในใจรู้อยู่แล้ว “เหตุใดไม่มารับ?” ชายหนุ่มเริ่มไม่พอใจ “เจ้าต้องได้รับบทเรียนบ้าง” นางนิ่งฟัง “สี่สิบสามวันหรือเจ้าคะ?” “ชุนเหนียง” น้ำเสียงเขาเข้มขึ้น “อย่าทำเหมือนข้าทรมานเจ้า เจ้าก่อเรื่องเอง หากวันนั้นอยู่ในจวนดี ๆ เรื่องก็ไม่เกิด” ชุนเหนียงมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มลงบดสมุนไพรต่อ “เจ้าค่ะ” ซ่งเฉินโจวกลับยิ่งหงุดหงิด “เจ้าไม่พอใจ?” “ไม่เจ้าค่ะ” “โกหก” นางเงียบ เขาลุกขึ้น เดินเข้ามาใกล้ “ในที่สุดก็รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าข้างนอกไม่ได้ดีอย่างที่คิด” ชุนเหนียงเงยหน้า ใบหน้าชายหนุ่มอยู่ใกล้ เขายังหล่อเหลาเหมือนเดิม เหมือนชายที่นางเคยช่วยใต้หน้าผา แต่ไม่ใช่คนที่นางเคยคิดว่าเป็นอีกแล้ว “เจ้าค่ะ” นางตอบ “ข้ารู้แล้ว” ซ่งเฉินโจวเหมือนพอใจ “รู้ก็ดี” เขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่นางรู้... ไม่ใช่ว่าข้างนอกเลวร้ายแต่คือ—ถ้ายังอยู่ที่นี่ นางไม่มีวันเป็นอิสระ คืนนั้นเขาค้างเหมือนทุกครั้ง ชุนเหนียงไม่ได้ปฏิเสธ แต่หลังเขาหลับ นางลุกขึ้นเงียบ ๆ ไปนั่งข้างหน้าต่าง เปิดห่อผ้าที่ซ่อนอยู่หลังตู้ ด้านในมีเงินเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่เพิ่มขึ้นทุกวัน มีเสื้อผ้าธรรมดา ยาสามชนิด เชือก เข็ม มีดเล็ก ตำราปกดำและเศษกระดาษแผ่นหนึ่ง กระดาษนี้นางเก็บมาจากคุก หญิงชราที่นางเคยรักษาไข้ให้ ก่อนถูกปล่อยตัว ได้เขียนชื่อสถานที่หนึ่งไว้ ร้านน้ำชาชื่อ หอชิงเฟิง อยู่ทางตะวันตกของเมือง พร้อมชื่อชายคนหนึ่ง เฉินจิ่ว หญิงชราบอกเพียงว่า “ถ้าวันใดไม่มีที่ไป ไปหาเขา แล้วบอกว่าแม่เฒ่าฝากเจ้าไว้” ตอนนั้นชุนเหนียงไม่ได้คิดอะไร วันนี้นางลูบกระดาษแผ่นนั้นอยู่นาน จากนั้นพับเก็บอย่างระมัดระวัง พรุ่งนี้...นางจะหาทางไปหอชิงเฟิง รุ่งเช้า ชุนเหนียงตื่นก่อนซ่งเฉินโจวนางมองเขาหลับอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้รู้สึกโกรธ ไม่ได้เสียใจมากเหมือนก่อน ความรู้สึกบางอย่างกำลังจางลงช้า ๆ ซ่งเฉินโจวตื่นขึ้นมา เห็นนางกำลังแต่งตัวอยู่ “จะไปไหน?” มือชุนเหนียงหยุดลง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงธรรมดาที่สุด “ไปซื้อสมุนไพรเจ้าค่ะ” เขาไม่ถามต่อ เพียงพยักหน้า ง่ายเหลือเกิน ง่ายจนชุนเหนียงเกือบอยากหัวเราะ ชายผู้นี้เคยคิดว่านางควบคุมง่าย คิดว่านางไม่มีที่ไป คิดว่าหลังเข้าคุกแล้วนางคงไม่กล้าออกจากจวนอีก เขาจึงไม่ระแวงแม้แต่น้อย ชุนเหนียงย่อกายคารวะ ก่อนเดินออกจากเรือน ครั้งนี้นางไม่ได้มองทางไปเรือนหลินเอ๋อร์ ไม่ได้มองเรือนหลัก นางเดินตรงไปยังประตูข้าง ในแขนเสื้อมีเงินที่หามาเอง กับกระดาษแผ่นเล็กหนึ่งใบ วันนี้นางยังไม่หนี ยังไม่ใช่วันนี้ แต่เป็นครั้งแรกที่ชุนเหนียงก้าวออกจากจวนราชบุตรเขยโดยรู้แน่ชัดว่า—วันหนึ่ง นางจะออกไปจากที่นี่ และครั้งหน้านางจะไม่กลับมาอีก
บทที่ 60 จากนี้ ข้าจะอยู่ในที่ที่ข้าเลือกคณะทูตออกจากเมืองหลวงในเช้าวันที่สาม ชุนเหนียงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ข้าวของของนางมีไม่มาก หีบยา ตำราปกดำ เสื้อผ้าสองหีบของใช้เล็กน้อยที่ซื้อระหว่างเดินทาง และเสือผ้าเก่าตัวหนึ่ง นางมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางลงข้างตำราของท่านตาเมื่อปิดหีบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ชุนเหนียงคิดว่าเป็นสาวใช้ แต่เมื่อเปิดออกกลับพบเด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านนอก หลินเอ๋อร์ เขามาเร็วจนปลายจมูกแดงจากอากาศหนาว ในมือกอดกล่องไม้ใบเล็กไว้แน่น “ท่านแม่” ครั้งนี้ชุนเหนียงไม่ได้ตกใจแล้ว“เหตุใดมาเช้านัก”“ข้ากลัวมาไม่ทัน”เด็กชายมองรถม้าที่กำลังเตรียมอยู่ด้านนอก ก่อนรีบเปิดกล่อง ด้านในคือจานฝนหมึกใบนั้น ของขวัญวันเกิดที่ครั้งหนึ่งเขาเคยไม่ต้องการ“ข้ายังเก็บไว้”“ข้ารู้”“ข้าอยากให้ท่านเห็น”ชุนเหนียงมองรอยตำหนิเล็ก ๆ บนขอบจาน เมื่อก่อนนางเคยใช้เงินที่เก็บอยู่นานเพื่อซื้อของชิ้นนี้ ตอนนั้นเพียงหวังว่าหลินเอ๋อร์จะชอบ แต่เขากลับอับอายที่ของขวัญจากนางราคาถูกเกินไป วันนี้เด็กชายกลับกอดมันราวกับกลัวว่าจะหายชุนเหนียงไม่ได้รู้สึกสะใจ มีเพียงความเศร้าเล็ก ๆ เพราะบางสิ่งต้องสูญเสี
บทที่ 59 คนที่ไม่มีสิทธิ์ขอให้นางช่วยงานเลี้ยงส่งคณะทูตถูกจัดขึ้นก่อนกำหนดเดินทางกลับสามวัน เดิมทีชุนเหนียงไม่คิดเข้าร่วมนางไม่ชอบงานเลี้ยงในวัง และยิ่งไม่ชอบสถานที่ซึ่งต้องนั่งยิ้มให้คนแปลกหน้าหลายชั่วยาม แต่ครั้งนี้นางต้องไป ไม่ใช่ในฐานะหมอประจำคณะ แต่ในฐานะคู่หมั้นของซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งอ๋องก่อนออกจากเรือน ชุนเหนียงมองตนเองในกระจกอยู่ครู่หนึ่ง ชุดกระโปรงสีอ่อนเรียบกว่าบรรดาสตรีสูงศักดิ์มาก เครื่องประดับมีเพียงหยกชิ้นเล็กกับปิ่นที่ชายหนุ่มมอบให้ ไฝชาดใต้ดวงตาปรากฏชัด ไม่มีผงสมุนไพรปิดบัง ไม่มีเสื้อผ้าบุรุษไม่มีชื่อหลี่ชุนให้ซ่อนอยู่ข้างหลัง นางเพียงมองแล้วลุกขึ้น “ไปกันเถิด”องค์หญิงฉางเล่อเห็นนางตั้งแต่ก้าวเข้าห้องโถง ถ้วยชาในมือหยุดค้าง ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางได้ยินข่าวแล้ว ได้ยินว่าชุนเหนียงกลับมา ได้ยินว่านางเป็นคู่หมั้นของซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งอ๋อง กระทั่งได้ยินว่าหมอผู้รักษาซื่อจื่อจนหายจากอาการวิปลาสก็คือนางแต่การได้ยินกับการเห็นด้วยตาตนเองไม่เหมือนกัน หญิงที่เคยสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ เดินก้มหน้าอยู่ในจวนของนาง เวลานี้กลับเดินเข้ามาเคียงข้างบุรุษซึ่งมีฐานะสูงศักดิ์ไม่ด้อยกว่าผู้ใด
บทที่ 58 คนที่เคยเรียกนางว่าท่านแม่หลินเอ๋อร์รู้ว่าชุนเหนียงกลับมาในวันที่สามไม่มีผู้ใดตั้งใจบอกเขา เด็กอายุสิบขวบไม่ควรรับรู้เรื่องการต้อนรับคณะทูตมากนัก ยิ่งช่วงนี้องค์หญิงฉางเล่ออารมณ์ไม่ดี คนในจวนยิ่งระมัดระวังคำพูด แต่เด็กย่อมมีหูของตนเอง บ่าวสองคนคุยกันขณะเดินผ่านสวน พวกนางพูดถึงสตรีผู้หนึ่งซึ่งเดินทางมากับซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งอ๋อง งดงามมีไฝชาดใต้ดวงตา เป็นหมอ และชื่อ...หลี่ชุนเหนียงพู่กันในมือหลินเอ๋อร์ตกลงบนกระดาษ หมึกดำกระจายเป็นวงใหญ่ เด็กชายไม่ได้ถามอะไรเพียงกลับเรือนเร็วกว่าปกติ จากนั้นปิดประตูลากหีบใบเล็กใต้เตียงออกมา จานฝนหมึกใบนั้นยังอยู่ข้างใต้มีเสือผ้าตัวหนึ่ง เก่าเสียจนสีซีด หูข้างหนึ่งเย็บไม่เท่ากันมันคือของจากหุบเขาที่เขาเคยบอกว่าไม่ต้องการ หลังชุนเหนียงหายไป บ่าวคนหนึ่งกำลังจะเอาไปทิ้ง เขากลับแอบเก็บคืนมาโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะเหตุใด หลินเอ๋อร์นั่งอยู่บนพื้น มือเล็กกว่าฝ่ามือผู้ใหญ่เล็กน้อยแล้ว แต่เมื่อลูบเสือผ้า เขากลับนึกถึงมือของตนตอนยังเล็กตอนนั้นมือของเขาเล็กมาก เคยกำชายเสื้อหญิงสาวคนหนึ่งไว้แน่น เคยร้องเรียกท่านแม่ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งวันหนึ่ง...เ
บทที่ 57 คนที่เขาไม่เคยรู้จักการเจรจาระหว่างสองแคว้นเริ่มขึ้นในวันรุ่งขึ้น ชุนเหนียงไม่ได้เข้าร่วม นางไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับราชสำนัก และไม่คิดใช้ฐานะคู่หมั้นของซื่อจื่อเข้าไปนั่งในสถานที่ซึ่งไม่ใช่ของตนนางมีงานของนางเอง คณะจากแดนใต้เดินทางมาไกลหลายร้อยลี้ มีทั้งทหาร คนเลี้ยงม้า และผู้ติดตามจำนวนมาก ระหว่างทางย่อมมีคนเจ็บป่วย ดังนั้นในขณะที่คนผู้หนึ่งเข้าไปเจรจาเรื่องเส้นทางการค้าในวัง ชุนเหนียงจึงเปิดหีบยาอยู่ในเรือนรับรองจนกระทั่งมีทหารคนหนึ่งถูกม้าดีด กระดูกไม่หัก แต่บาดแผลตรงต้นขาฉีกลึก หมอหลวงที่ถูกส่งมาช่วยดูแลคณะทูตตรวจแล้วลังเล เพราะตำแหน่งแผลอยู่ใกล้เส้นเลือดใหญ่ เว่ยจงจึงไปตามชุนเหนียงนางมาถึงพร้อมกล่องเข็ม เพียงเปิดบาดแผลดู สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง “ต้มน้ำ เตรียมสุรา แล้วเอาผ้าสะอาดมา” ไม่มีความลังเลว่าอีกฝ่ายเป็นบุรุษ ไม่มีความกระดากอาย มีเพียงสายตาของหมอที่เที่ยงตรง ตอนซ่งเฉินโจวมาถึงเรือนรับรอง การรักษาดำเนินไปเกือบครึ่งทางแล้ว เขาเพียงมาตามซื่อจื่อไปพบขุนนางอีกกลุ่มหนึ่ง แต่เมื่อเดินผ่านห้องด้านข้างกลับเห็นคนมุงอยู่หลายคน กลิ่นเลือดปนกลิ่นยาลอยออกมา แล้วเสียงหน
บทที่ 56 คนที่เขาคิดว่าจะกลับมาเสมอข่าวคณะทูตจากแคว้นใต้จะเดินทางมาถึงในอีกสามวัน ถูกส่งเข้ากรมตั้งแต่เช้า ซ่งเฉินโจวอ่านรายชื่อผู้มาเยือนอย่างละเอียด ชื่อแรก ๆ ล้วนเป็นคนที่เขารู้จักจากการเจรจาครั้งก่อน จนถึงชื่อหนึ่ง ซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งอ๋อง มือที่ถือกระดาษหยุดเล็กน้อย ข่าวการกลับมาของซื่อจื่อผู้นี้แพร่ไปทั่วหลายแคว้นแล้วบุรุษที่ถูกเล่าลือว่าเสียสติและใกล้ตายกลับปรากฏตัวอีกครั้งอย่างสมบูรณ์ ทั้งยังเปิดโปงเรื่องถูกวางยาติดต่อกันหลายปี ซ่งเฉินโจวเคยสนใจเพียงในฐานะเรื่องการเมืองของต่างแคว้น แต่วันนี้คนผู้นั้นกำลังเดินทางมาที่นี่เขาจึงอ่านรายชื่อผู้ติดตามต่อ ขุนนาง นายทหาร ล่าม หมอประจำคณะ ไม่มีชื่อใดทำให้เขาหยุดอีก เพราะรายชื่อสตรีที่ติดตามในฐานะส่วนตัวไม่ได้ถูกเขียนไว้ในเอกสารราชการซ่งเฉินโจวจึงไม่รู้เลยว่า คนที่เขาตามหามาสองปี กำลังเดินทางกลับมาแล้ว สองปีที่ผ่านมา จวนราชบุตรเขยเปลี่ยนไปมาก เรือนของซูเหยายังคงปิดอยู่ ข้าวของหลายอย่างอยู่ในตำแหน่งเดิมแม้แต่ม้วนตำราที่นางอ่านค้างไว้ ซ่งเฉินโจวก็ไม่ยอมให้ผู้ใดแตะเขายังตามหา จากเมืองหลวงไปถึงชายแดน จากท่าเรือไปถึงเมืองการค้า เคยมีข่าว
บทที่ 55 ชื่อที่เขาจะมอบให้นางหนึ่งเดือนก่อนออกเดินทาง ไม่มีวันใดในจวนจิ้งอ๋องสงบจริง ๆ การสอบสวนเรื่องพิษดำเนินไปเร็วกว่าที่คาด คนส่งยาสองคนยอมเปิดปากหลังถูกจับได้ขณะหลบหนี หมอเก่าที่เคยถูกบังคับให้ออกจากจวนก็นำสมุดบันทึกการรักษาในช่วงหลายปีก่อนออกมาเมื่อหลักฐานหลายทางต่อกัน เรื่องที่เคยถูกเรียกว่า อาการวิปลาสหลังสงคราม จึงไม่อาจใช้ปิดบังได้อีก พระชายารองไม่ได้เป็นเพียงคนที่รู้เห็น นางเป็นผู้สั่งการ พิษถูกใส่ทีละน้อยในยาบำรุงและอาหารบางชนิดเป็นเวลาหลายปีไม่มากพอให้ตายในทันที แต่เพียงพอให้มือสั่น นอนไม่หลับ เห็นภาพหลอน ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และท้ายที่สุดทำให้คนรอบข้างเชื่อว่าเขาเสียสติเมื่อเรื่องถูกส่งถึงราชสำนัก ตำแหน่งและอำนาจที่พระชายารองเคยถืออยู่จึงถูกถอนทั้งหมด นางถูกกักไว้ในเรือน บุตรชายของนางถูกปลดออกจากงานในจวนและถูกสอบสวนเรื่องการโยกย้ายเงินกับกำลังคนชายหนุ่มไม่ได้ไปไถ่ถามและไม่ยอมให้คำว่า เลี้ยงดูมาหลายปี ถูกนำมาใช้หักล้างสิ่งที่เกิดขึ้นบุญคุณกับหนี้แค้นเป็นคนละเรื่อง สิ่งใดควรตอบแทน เขาเคยตอบแทนแล้ว ส่วนสิ่งใดควรชดใช้...ก็ต้องชดใช้ชุนเหนียงรับรู้เรื่องทั้งหมดจากเขาในคืน







