홈 / รักโบราณ / อดีตสามีข้าคือราชบุตรเขย / บทที่ 1 ท่านไม่ใช่แม่ของข้า

공유

อดีตสามีข้าคือราชบุตรเขย
อดีตสามีข้าคือราชบุตรเขย
작가: ม่านอวี้

บทที่ 1 ท่านไม่ใช่แม่ของข้า

last update 게시일: 2026-09-16 15:57:47

 

บทที่ 1 ท่านไม่ใช่แม่ของข้า

 

หลินเอ๋อร์ไม่ยอมเรียกนางว่าแม่มาสองปีแล้ว แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาบอกต่อหน้าผู้อื่นว่า...นางไม่ใช่มารดาของเขา ยามนั้นแสงแดดต้นฤดูใบไม้ผลิกำลังทอดผ่านกิ่งหลิวหน้าสำนักศึกษาหลวง เงาไม้ไหวระริกอยู่บนกำแพงสีชาดสูงใหญ่ รถม้าของเหล่าขุนนางจอดเรียงรายเต็มสองฝั่งถนน บ่าวไพร่ในเครื่องแต่งกายสะอาดสะอ้านยืนรอรับคุณชายน้อยของแต่ละจวนอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น หญิงสาวในชุดสีเขียวหม่นยืนกอดกล่องยาอยู่เพียงลำพัง นางอายุเพียงสิบแปดปี ใบหน้าไม่ได้งดงามจนทำให้ผู้คนต้องหยุดหายใจ หากแต่สะอาดหมดจดและน่ามองอย่างยิ่ง คิ้วเรียวยาว ดวงตาดำใส ผิวขาวนวลเพราะไม่ค่อยต้องแสงแดดจัด และใต้หางตาซ้ายมีไฝชาดเม็ดเล็กแต้มอยู่ ราวกับปลายพู่กันของผู้ใดเผลอแตะสีลงบนภาพวาดที่เรียบง่ายเกินไป จนภาพนั้นพลันมีชีวิตขึ้นมา นางชื่อ ชุนเหนียง ไม่มีแซ่ที่ผู้ใดในเมืองหลวงอยากจดจำ วันนี้นางมาที่นี่เพราะได้ยินว่าหลินเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บ ข่าวมาถึงเรือนเล็กของนางตอนเกือบยามอู่ เด็กชายทะเลาะกับเพื่อนร่วมสำนัก ถูกผลักล้มจนแขนกระแทกกับขอบบันได บ่าวรับใช้บอกว่าไม่หนัก เพียงมีเลือดออกเล็กน้อย หมอประจำสำนักดูให้แล้ว แต่คำว่า เลือดออก เพียงสองคำก็ทำให้นางวางเข็มเย็บผ้าในมือลง  ชุนเหนียงไม่ทันเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียด้วยซ้ำนางหยิบกล่องยาแล้วออกมา รถม้าของจวนองค์หญิงไม่มีให้ใช้ นางจึงเดินมาเอง ระยะทางไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ได้ไกลสำหรับคนที่เคยเดินข้ามเขาหลายลูกเพื่อไปเก็บสมุนไพร นางเพียงรู้สึกว่าเมืองหลวงแห่งนี้ช่างเดินยากกว่าทางบนภูเขาเสียอีก ผู้คนมาก     รถม้ามาก กฎเกณฑ์ก็มากเสียจนบางครั้งนางไม่รู้ว่าตนควรวางมือวางเท้าไว้ตรงไหนจึงจะไม่ถูกตำหนิ

 

เมื่อมาถึง นางจึงมีเหงื่อบาง ๆ เกาะอยู่ตรงไรผม แต่พอเห็นเด็กชายในชุดนักเรียนสีน้ำเงินเดินออกมาจากประตูสำนัก ดวงตาของนางก็สว่างไสวขึ้นทันที “หลินเอ๋อร์” เด็กชายชะงักรอยยิ้มของชุนเหนียงก็ค่อย ๆ ชะงักตามไปด้วย เด็กชายอายุเจ็ดขวบแล้ว เมื่อสามปีก่อนเขายังเป็นก้อนแป้งอ้วนกลมที่ชอบเกาะชายเสื้อนาง ร้องเรียก ท่านแม่ ตั้งแต่ตื่นจนหลับ บัดนี้เขาสูงขึ้นมาก ใบหน้าอวบกลมเริ่มเรียว มีเครื่องแต่งกายเนื้อดีคลุมกาย เส้นผมถูกมัดด้วยกวานหยกขาว รองเท้าปักลายเมฆไม่มีแม้แต่ฝุ่นสักเม็ด เขาดูเหมือนคุณชายน้อยของตระกูลสูงศักดิ์ทุกกระเบียดนิ้ว ดีเหลือเกิน ชุนเหนียงเคยคิดเช่นนี้อยู่เสมอ อย่างน้อยสิ่งที่นางให้เขาไม่ได้ องค์หญิงก็ให้ได้ทั้งหมด

 

นางรีบเดินเข้าไปหา สายตาตกลงบนแขนข้างหนึ่งของเด็กชายทันที “เจ็บตรงไหน ให้แม่ดูหน่อย” เด็กชายถอยหลัง เพียงก้าวเดียวเท่านั้นแต่กลับทำให้มือที่กำลังยื่นออกไปของนางค้างอยู่กลางอากาศ ด้านหลังหลินเอ๋อร์มีเด็กชายอีกสามสี่คนเดินตามออกมา แต่ละคนล้วนแต่งกายดี บ้างเป็นบุตรขุนนาง บ้างเป็นหลานเชื้อพระวงศ์ เมื่อเห็นหญิงสาวแปลกหน้ามายืนขวางทาง จึงพากันมองด้วยความสนใจ เด็กคนหนึ่งถามขึ้นว่า “นางเป็นใครหรือ?” ใบหน้าหลินเอ๋อร์แดงขึ้น ไม่รู้เพราะเจ็บแขน หรือเพราะอับอาย ชุนเหนียงไม่ทันสังเกต นางกำลังมองรอยเลือดที่ซึมผ่านผ้าพันแขนของเขา พันแน่นเกินไป นิ้วมือเริ่มซีดแล้วด้วยหมอที่สำนักพันแผลเช่นนี้ได้อย่างไร นางขมวดคิ้ว ก้าวเข้าไปอีกครั้ง “ผ้าพันแน่นเกินไป หากปล่อยไว้นานเลือดจะไหลเวียนไม่สะดวก มาเถอะ แม่แกะให้ ”  “อย่าแตะต้องข้า!” เสียงตวาดของเด็กชายดังเสียจนผู้คนบริเวณนั้นหันมามอง

 

ชุนเหนียงนิ่งไป หลินเอ๋อร์เองก็นิ่งไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อเหลือบเห็นสายตาของเพื่อน ๆ เขากลับเม้มริมฝีปาก ก่อนเงยหน้าขึ้น “ข้ามีหมอประจำจวน ไม่ต้องให้ท่านรักษา” “แต่แขนเจ้า…” “ข้าบอกว่าไม่ต้อง!” เด็กอีกคนหัวเราะคิก “ตกลงนางเป็นใครกันแน่ เหตุใดเอาแต่เรียกตัวเองว่าแม่เจ้า?” คราวนี้ใบหน้าหลินเอ๋อร์แดงจัด ชุนเหนียงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรอฟังอะไร ทั้งที่นางรู้อยู่แล้ว รู้มาตั้งแต่สองปีก่อนแล้วด้วยซ้ำ แต่เมื่อเด็กชายที่นางเคยอุ้มจนแขนชาในคืนที่เขาเป็นไข้ เงยหน้าขึ้นแล้วตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงกระด้าง หัวใจของนางก็ยังเจ็บราวกับถูกของมีคมแทงลงไปอย่างแม่นยำ “นางไม่ใช่แม่ข้า” เงียบไปชั่วขณะ จากนั้นเด็กชายจึงพูดต่อ “นางเป็นเพียงอี๋เหนียงในจวน” ชุนเหนียงก้มมองมือของตนเอง มือคู่นี้เคยอุ้มเขาขึ้นมาจากกองซากศพเมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นเขายังพูดไม่ชัดด้วยซ้ำ สงครามที่ชายแดนทำให้หมู่บ้านหลายแห่งถูกเผาจนเหลือแต่เถ้าถ่าน ท่านตาพานางไปรักษาผู้บาดเจ็บอยู่หลายเดือน วันหนึ่งนางได้ยินเสียงร้องเบา ๆ ดังมาจากใต้เกวียนที่พลิกคว่ำ เด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น หน้าเปื้อนเลือด ตัวสั่น มือเล็กกำชายเสื้อของสตรีที่ตายไปแล้วแน่น ชุนเหนียงในวัยสิบสองปีคลานเข้าไปอุ้มเขาออกมา เด็กไม่ยอมปล่อยนาง กลางคืนก็ไม่ยอมนอนหากไม่มีนางอยู่ข้าง ๆ หลายวันต่อมา เขาเริ่มเรียกนางว่า แม่ในางเคยแก้ครั้งหนึ่ง สองครั้งสามครั้ง สุดท้ายท่านตาหัวเราะแล้วบอกว่า เด็กอยากเรียกก็ปล่อยให้เรียกเถิด ตั้งแต่นั้นมา นางจึงมีลูกชายคนหนึ่ง ทั้งที่ตัวเองยังเป็นเด็กหญิงเสียด้วยซ้ำ ชุนเหนียงไม่เคยคิดว่าต้องมีเลือดของตนอยู่ในตัวเขาจึงจะรักได้ เขาหิว นางป้อน เขาป่วย นางเฝ้า เขาร้อง นางอุ้ม เขาเดินครั้งแรกแล้วล้มจนเข่าแตก คนที่ร้องไห้กลับเป็นนางมากกว่าเขาเสียอีก

 

กระทั่งท่านตาจากไป บนโลกกว้างใหญ่ใบนี้ก็เหลือเพียงนางกับหลินเอ๋อร์สองคน นางเคยคิดเช่นนั้นจริง ๆ จนกระทั่งบุรุษผู้หนึ่งตกลงมาจากหน้าผา และพาพวกนางเข้ามายังเมืองหลวง “อี๋เหนียง?” เสียงหัวเราะของเด็กคนหนึ่งดึงนางกลับมาจากอดีต “แต่เมื่อครู่นางเรียกตัวเองว่าแม่เจ้านี่” หลินเอ๋อร์กัดริมฝีปาก “นางไม่รู้กฎเกณฑ์” ประโยคนั้นเบามาก แต่ชุนเหนียงได้ยินชัดเจน นางไม่รู้กฎเกณฑ์ ใช่ นางไม่รู้จริง ๆ ตอนเข้าจวนวันแรก นางไม่รู้แม้กระทั่งว่าเหตุใดต้องคุกเข่าให้สตรีอีกคน ไม่รู้ว่าคำว่า ภรรยา ซึ่งบุรุษผู้นั้นเคยใช้เรียกนางอยู่เกือบหนึ่งปี เมื่อมาถึงเมืองหลวงกลับใช้ไม่ได้อีกแล้ว ไม่รู้ว่าเด็กชายซึ่งนอนกอดคอนางทุกคืนสามารถถูกพาออกจากเรือนของนางไปได้เพียงเพราะองค์หญิงเอ่ยว่า “ต่อไปเขาจะเป็นลูกของข้า”

 

ตอนนั้นนางยังโง่มาก นางคิดเพียงว่าองค์หญิงมีฐานะสูง มีเงิน มีอาจารย์เก่ง ๆ และสามารถมอบอนาคตที่ดีให้หลินเอ๋อร์ได้ นางจึงปล่อยมือ ทีละนิ้ว ทีละนิ้ว จนวันนี้จึงเพิ่งพบว่า มือของตนว่างเปล่ามานานแล้ว เสียงล้อรถม้าดังขึ้นหน้าสำนัก รถม้าหรูหราประดับตราพระราชทานหยุดลง บ่าวรับใช้รอบข้างรีบหลีกทางแทบจะพร้อมกัน หลินเอ๋อร์ซึ่งเมื่อครู่ยังมีสีหน้าอึดอัดพลันมีประกายในดวงตา ประตูรถม้าเปิดออก หญิงวัยยี่สิบกว่าปีในอาภรณ์สีแดงเข้มก้าวลงมา เครื่องประดับทองบนศีรษะสะท้อนแสงแดดจนผู้คนแทบไม่กล้ามองตรง ๆ องค์หญิงฉางเล่อ ภรรยาที่ถูกต้องตามราชโองการของราชบุตรเขย และเป็นสตรีที่หลินเอ๋อร์เรียกว่าแม่ เด็กชายรีบเดินเข้าไปหา “ท่านแม่!” เพียงสองคำ ชุนเหนียงกลับรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนเล็กลง

 

องค์หญิงฉางเล่อก้มลงตรวจแขนเด็กชาย สีหน้าเดิมทีเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นชุนเหนียงยืนอยู่ไม่ไกลก็พลันเปลี่ยนเป็นรังเกียจอย่างไม่คิดปิดบัง “เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” ชุนเหนียงกอดกล่องยาแน่นขึ้น “หม่อมฉันได้ยินว่าหลินเอ๋อร์บาดเจ็บ จึง..” “ใครอนุญาตให้เจ้าออกจากจวน?” ไม่มีความอ่อนโยน ไม่มีรอยยิ้มเสแสร้ง องค์หญิงฉางเล่อไม่เคยเห็นความจำเป็นต้องเสแสร้งกับนางตั้งแต่แรกเพราะเหตุใดพระธิดาของฮ่องเต้จึงต้องแสร้งทำดีกับหญิงบ้านป่าคนหนึ่ง? “หม่อมฉันเป็นห่วงเขา…” “เขาเป็นลูกของข้า!” เสียงขององค์หญิงดังขึ้นทันที “หมอในสำนักมี หมอในจวนก็มี เจ้ามีสิทธิ์อันใดวิ่งมาทำขายหน้าถึงที่นี่? หรือกลัวคนอื่นไม่รู้ว่าราชบุตรเขยมีอนุบ้านป่าที่ไม่รู้จักกฎเกณฑ์?”

 

รอบด้านเงียบลง ชุนเหนียงรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่มองมา นางไม่ชอบสายตาเช่นนี้ สามปีแล้วก็ยังไม่เคยชิน นางอยากบอกว่า ข้าไม่ได้มาทำขายหน้า นางเพียงมาดูลูก แต่เมื่อมองเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างองค์หญิง นางกลับพูดไม่ออก เพราะแม้แต่เขาเองก็ไม่อยากให้นางมา องค์หญิงปรายตามองกล่องยาเก่าที่นางถือ ก่อนหัวเราะเย็น “เก็บยาบ้านป่าของเจ้าไว้รักษาตัวเองเถิด หมอหลวงตรวจเขาแล้ว ไม่ต้องให้เจ้ามาอวดฝีมือ” ชุนเหนียงไม่เถียง นางไม่เคยบอกองค์หญิงว่าตัวเองเก่ง อันที่จริงนางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเก่งหรือไม่ ท่านตาเคยดุนางเรื่องเย็บแผลเบี้ยวตั้งหลายครั้ง ตอนอายุสิบสามยังเคยจำปริมาณยาผิดจนถูกเคาะหน้าผาก หากเทียบกับท่านตา นางยังห่างไกลนัก เพราะฉะนั้นเมื่อคนในเมืองหลวงเรียกนางว่า หมอยาบ้านป่า นางจึงไม่เคยโกรธ ชุนเหนียงเพียงมองมือของหลินเอ๋อร์อีกครั้ง ปลายนิ้วยังซีด นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนอดพูดไม่ได้ “ผ้าพันแขนแน่นเกินไปจริง ๆ เพคะ อย่างน้อยให้คลายออกสัก....”

 

เพียะ! กล่องยาในมือถูกปัดตก ฝาไม้เปิดออกทันที ขวดยา เข็มเย็บแผล ผ้าสะอาด และสมุนไพรบดแห้งกระจัดกระจายเต็มพื้น ผู้คนรอบข้างสูดลมหายใจ องค์หญิงฉางเล่อมองนางอย่างเย็นชา “ข้าบอกว่าไม่ต้อง” ชุนเหนียงค่อย ๆ ย่อตัวลง เก็บของทีละชิ้น นางเห็นรองเท้าหลายคู่เดินผ่านไปมา แต่ไม่มีใครช่วย เข็มเล่มหนึ่งกลิ้งไปหยุดตรงปลายรองเท้าของหลินเอ๋อร์ เด็กชายก้มมอง ชุนเหนียงก็เงยหน้ามองเขา เพียงชั่วขณะหนึ่ง นางเห็นความลังเลในดวงตาของเด็ก นางจึงยิ้มให้เหมือนเมื่อก่อน เหมือนทุกครั้งที่เขาทำผิดแล้วกลัวนางโกรธ แต่หลินเอ๋อร์กลับเบือนหน้าหนี จากนั้นถอยไปยืนชิดองค์หญิงอีกก้าว ชุนเหนียงจึงก้มหน้าลงเก็บเข็มเอง นางไม่ได้ร้องไห้ เพียงรู้สึกว่าตรงอกว่างเปล่าเจ็บแปลบ เมื่อเก็บของเสร็จ องค์หญิงก็พาหลินเอ๋อร์ขึ้นรถม้า ก่อนไปเด็กชายหันกลับมามองนางครั้งหนึ่ง ชุนเหนียงคิดว่าเขาอาจจะพูดอะไร แต่ไม่มี

 

ม่านรถม้าปิดลง ล้อรถค่อย ๆ เคลื่อนจากไป หญิงสาวยืนกอดกล่องยาอยู่หน้าสำนักศึกษาหลวงเพียงลำพังอีกครั้ง ฝนเริ่มตกลงมาทีละเม็ดชุนเหนียงเงยหน้ามองท้องฟ้า นางนึกถึงหุบเขาขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ที่นั่นเวลาฝนตก กลิ่นดินจะหอมมาก หลินเอ๋อร์ชอบถอดรองเท้าวิ่งเหยียบแอ่งน้ำ นางต้องถือไม้ไล่ตีทุกครั้ง แต่ไม่เคยตีทัน เพราะเด็กตัวอ้วนวิ่งเร็วเหลือเกิน บางครั้งท่านตาจะนั่งหัวเราะอยู่ใต้ชายคา ตอนนั้นพวกนางไม่มีเสื้อผ้าดี ๆ ไม่มีรถม้า ไม่มีอาจารย์จากสำนักศึกษาหลวง ไม่มีฐานะอะไรเลย แต่หลินเอ๋อร์เรียกนางว่าแม่ ชุนเหนียงก้มมองกล่องยาในอ้อมแขน แล้วจู่ ๆ ก็คิดขึ้นมาได้ว่า—นางไม่ได้ยินคำว่า “ท่านแม่” จากปากเด็กคนนั้นมานานเพียงใดแล้วนะ

 

สองปี? หรือมากกว่านั้น? นางจำไม่ได้เสียแล้ว ค่ำวันนั้น ราชบุตรเขยกลับจวนเร็วกว่าปกติชุนเหนียงเพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกฝนเสร็จ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักดังมาจากด้านนอก ประตูถูกผลักเปิดโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า บุรุษร่างสูงก้าวเข้ามา สามปีผ่านไป เขาแทบไม่เปลี่ยนจากชายที่นางเคยช่วยขึ้นมาจากก้นหุบเขา เพียงเสื้อผ้าบนกายกลายเป็นผ้าแพรชั้นดี เส้นผมถูกครอบด้วยกวานหยก และดวงตาที่ครั้งหนึ่งเคยมองนางอย่างอ่อนโยน บัดนี้เหลือเพียงความเย็นชาเจือรำคาญ

 

เขาโยนบางสิ่งลงบนโต๊ะ เป็นขวดใบเล็กชุนเหนียงจำได้ ยาที่องค์หญิงให้คนส่งมาให้นางทุกครั้งหลังเขาค้างคืน “องค์หญิงบอกว่าเดือนก่อนเจ้าไม่ได้ดื่มยา” ชุนเหนียงเงียบ “เหตุใด?” นางมองขวดยาอยู่ครู่หนึ่ง ยานั้นแรงเกินไปหากกินต่อเนื่องหลายปี ต่อให้ภายหลังอยากมีบุตร ก็อาจไม่มีโอกาสอีกแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบาย เพราะนางมียาของตนเอง “ข้าจัดการเองเจ้าค่ะ” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “เจ้าจัดการ?” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ชุนเหนียงพยักหน้า เขามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ “อย่าคิดว่ารู้จักสมุนไพรบนเขาไม่กี่ชนิดแล้วจะทำตัวเป็นหมอขึ้นมาได้” ชุนเหนียงนิ่งไป ก่อนตอบเพียง “เจ้าค่ะ” นางไม่เถียง เหมือนที่ไม่เคยเถียงมาตลอดสามปี

 

ชายหนุ่มจึงไม่มีวันรู้ว่า หญิงบ้านป่าที่เขาคิดว่ารู้จักสมุนไพรเพียงไม่กี่ชนิดนั้น เคยเย็บบาดแผลให้ทหารจนมือเปื้อนเลือดตั้งแต่อายุสิบสอง ไม่มีวันรู้ว่า นางเคยเดินทางข้ามแคว้นกับหมอที่ผู้คนจำนวนมากยอมเดินทางนับพันลี้เพื่อขอให้เขาช่วยรักษา และยิ่งไม่มีวันรู้ว่า..ตลอดสองปีที่ผ่านมา นางไม่เคยปล่อยให้ตนเองมีโอกาสตั้งครรภ์กับเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะหลินเอ๋อร์สอนนางแล้ว เด็กคนหนึ่งสามารถถูกพรากออกจากอ้อมแขนของนางได้ง่ายเพียงใด ชุนเหนียงยอมเสียลูกไปแล้วหนึ่งคน นางจะไม่มีวันสร้างอีกคนขึ้นมาให้องค์หญิงแย่งไปเป็นอันขาด

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • อดีตสามีข้าคือราชบุตรเขย    บทที่ 60 ข้าจะอยู่ในที่ที่ข้าเลือก

    บทที่ 60 จากนี้ ข้าจะอยู่ในที่ที่ข้าเลือกคณะทูตออกจากเมืองหลวงในเช้าวันที่สาม ชุนเหนียงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ข้าวของของนางมีไม่มาก หีบยา ตำราปกดำ เสื้อผ้าสองหีบของใช้เล็กน้อยที่ซื้อระหว่างเดินทาง และเสือผ้าเก่าตัวหนึ่ง นางมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางลงข้างตำราของท่านตาเมื่อปิดหีบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ชุนเหนียงคิดว่าเป็นสาวใช้ แต่เมื่อเปิดออกกลับพบเด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านนอก หลินเอ๋อร์ เขามาเร็วจนปลายจมูกแดงจากอากาศหนาว ในมือกอดกล่องไม้ใบเล็กไว้แน่น “ท่านแม่” ครั้งนี้ชุนเหนียงไม่ได้ตกใจแล้ว“เหตุใดมาเช้านัก”“ข้ากลัวมาไม่ทัน”เด็กชายมองรถม้าที่กำลังเตรียมอยู่ด้านนอก ก่อนรีบเปิดกล่อง ด้านในคือจานฝนหมึกใบนั้น ของขวัญวันเกิดที่ครั้งหนึ่งเขาเคยไม่ต้องการ“ข้ายังเก็บไว้”“ข้ารู้”“ข้าอยากให้ท่านเห็น”ชุนเหนียงมองรอยตำหนิเล็ก ๆ บนขอบจาน เมื่อก่อนนางเคยใช้เงินที่เก็บอยู่นานเพื่อซื้อของชิ้นนี้ ตอนนั้นเพียงหวังว่าหลินเอ๋อร์จะชอบ แต่เขากลับอับอายที่ของขวัญจากนางราคาถูกเกินไป วันนี้เด็กชายกลับกอดมันราวกับกลัวว่าจะหายชุนเหนียงไม่ได้รู้สึกสะใจ มีเพียงความเศร้าเล็ก ๆ เพราะบางสิ่งต้องสูญเสี

  • อดีตสามีข้าคือราชบุตรเขย    บทที่ 59 คนที่ไม่มีสิทธิ์ให้นางช่วย

    บทที่ 59 คนที่ไม่มีสิทธิ์ขอให้นางช่วยงานเลี้ยงส่งคณะทูตถูกจัดขึ้นก่อนกำหนดเดินทางกลับสามวัน เดิมทีชุนเหนียงไม่คิดเข้าร่วมนางไม่ชอบงานเลี้ยงในวัง และยิ่งไม่ชอบสถานที่ซึ่งต้องนั่งยิ้มให้คนแปลกหน้าหลายชั่วยาม แต่ครั้งนี้นางต้องไป ไม่ใช่ในฐานะหมอประจำคณะ แต่ในฐานะคู่หมั้นของซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งอ๋องก่อนออกจากเรือน ชุนเหนียงมองตนเองในกระจกอยู่ครู่หนึ่ง ชุดกระโปรงสีอ่อนเรียบกว่าบรรดาสตรีสูงศักดิ์มาก เครื่องประดับมีเพียงหยกชิ้นเล็กกับปิ่นที่ชายหนุ่มมอบให้ ไฝชาดใต้ดวงตาปรากฏชัด ไม่มีผงสมุนไพรปิดบัง ไม่มีเสื้อผ้าบุรุษไม่มีชื่อหลี่ชุนให้ซ่อนอยู่ข้างหลัง นางเพียงมองแล้วลุกขึ้น “ไปกันเถิด”องค์หญิงฉางเล่อเห็นนางตั้งแต่ก้าวเข้าห้องโถง ถ้วยชาในมือหยุดค้าง ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางได้ยินข่าวแล้ว ได้ยินว่าชุนเหนียงกลับมา ได้ยินว่านางเป็นคู่หมั้นของซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งอ๋อง กระทั่งได้ยินว่าหมอผู้รักษาซื่อจื่อจนหายจากอาการวิปลาสก็คือนางแต่การได้ยินกับการเห็นด้วยตาตนเองไม่เหมือนกัน หญิงที่เคยสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ เดินก้มหน้าอยู่ในจวนของนาง เวลานี้กลับเดินเข้ามาเคียงข้างบุรุษซึ่งมีฐานะสูงศักดิ์ไม่ด้อยกว่าผู้ใด

  • อดีตสามีข้าคือราชบุตรเขย    บทที่ 58 คนที่เคยเรียกนางว่าท่านแม่

    บทที่ 58 คนที่เคยเรียกนางว่าท่านแม่หลินเอ๋อร์รู้ว่าชุนเหนียงกลับมาในวันที่สามไม่มีผู้ใดตั้งใจบอกเขา เด็กอายุสิบขวบไม่ควรรับรู้เรื่องการต้อนรับคณะทูตมากนัก ยิ่งช่วงนี้องค์หญิงฉางเล่ออารมณ์ไม่ดี คนในจวนยิ่งระมัดระวังคำพูด แต่เด็กย่อมมีหูของตนเอง บ่าวสองคนคุยกันขณะเดินผ่านสวน พวกนางพูดถึงสตรีผู้หนึ่งซึ่งเดินทางมากับซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งอ๋อง งดงามมีไฝชาดใต้ดวงตา เป็นหมอ และชื่อ...หลี่ชุนเหนียงพู่กันในมือหลินเอ๋อร์ตกลงบนกระดาษ หมึกดำกระจายเป็นวงใหญ่ เด็กชายไม่ได้ถามอะไรเพียงกลับเรือนเร็วกว่าปกติ จากนั้นปิดประตูลากหีบใบเล็กใต้เตียงออกมา จานฝนหมึกใบนั้นยังอยู่ข้างใต้มีเสือผ้าตัวหนึ่ง เก่าเสียจนสีซีด หูข้างหนึ่งเย็บไม่เท่ากันมันคือของจากหุบเขาที่เขาเคยบอกว่าไม่ต้องการ หลังชุนเหนียงหายไป บ่าวคนหนึ่งกำลังจะเอาไปทิ้ง เขากลับแอบเก็บคืนมาโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะเหตุใด หลินเอ๋อร์นั่งอยู่บนพื้น มือเล็กกว่าฝ่ามือผู้ใหญ่เล็กน้อยแล้ว แต่เมื่อลูบเสือผ้า เขากลับนึกถึงมือของตนตอนยังเล็กตอนนั้นมือของเขาเล็กมาก เคยกำชายเสื้อหญิงสาวคนหนึ่งไว้แน่น เคยร้องเรียกท่านแม่ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งวันหนึ่ง...เ

  • อดีตสามีข้าคือราชบุตรเขย    บทที่ 57 คนที่เขาไม่เคยรู้จัก

    บทที่ 57 คนที่เขาไม่เคยรู้จักการเจรจาระหว่างสองแคว้นเริ่มขึ้นในวันรุ่งขึ้น ชุนเหนียงไม่ได้เข้าร่วม นางไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับราชสำนัก และไม่คิดใช้ฐานะคู่หมั้นของซื่อจื่อเข้าไปนั่งในสถานที่ซึ่งไม่ใช่ของตนนางมีงานของนางเอง คณะจากแดนใต้เดินทางมาไกลหลายร้อยลี้ มีทั้งทหาร คนเลี้ยงม้า และผู้ติดตามจำนวนมาก ระหว่างทางย่อมมีคนเจ็บป่วย ดังนั้นในขณะที่คนผู้หนึ่งเข้าไปเจรจาเรื่องเส้นทางการค้าในวัง ชุนเหนียงจึงเปิดหีบยาอยู่ในเรือนรับรองจนกระทั่งมีทหารคนหนึ่งถูกม้าดีด กระดูกไม่หัก แต่บาดแผลตรงต้นขาฉีกลึก หมอหลวงที่ถูกส่งมาช่วยดูแลคณะทูตตรวจแล้วลังเล เพราะตำแหน่งแผลอยู่ใกล้เส้นเลือดใหญ่ เว่ยจงจึงไปตามชุนเหนียงนางมาถึงพร้อมกล่องเข็ม เพียงเปิดบาดแผลดู สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง “ต้มน้ำ เตรียมสุรา แล้วเอาผ้าสะอาดมา” ไม่มีความลังเลว่าอีกฝ่ายเป็นบุรุษ ไม่มีความกระดากอาย มีเพียงสายตาของหมอที่เที่ยงตรง ตอนซ่งเฉินโจวมาถึงเรือนรับรอง การรักษาดำเนินไปเกือบครึ่งทางแล้ว เขาเพียงมาตามซื่อจื่อไปพบขุนนางอีกกลุ่มหนึ่ง แต่เมื่อเดินผ่านห้องด้านข้างกลับเห็นคนมุงอยู่หลายคน กลิ่นเลือดปนกลิ่นยาลอยออกมา แล้วเสียงหน

  • อดีตสามีข้าคือราชบุตรเขย    บทที่ 56 คนที่เขาคิดว่าจะกลับมาเสมอ

    บทที่ 56 คนที่เขาคิดว่าจะกลับมาเสมอข่าวคณะทูตจากแคว้นใต้จะเดินทางมาถึงในอีกสามวัน ถูกส่งเข้ากรมตั้งแต่เช้า ซ่งเฉินโจวอ่านรายชื่อผู้มาเยือนอย่างละเอียด ชื่อแรก ๆ ล้วนเป็นคนที่เขารู้จักจากการเจรจาครั้งก่อน จนถึงชื่อหนึ่ง ซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งอ๋อง มือที่ถือกระดาษหยุดเล็กน้อย ข่าวการกลับมาของซื่อจื่อผู้นี้แพร่ไปทั่วหลายแคว้นแล้วบุรุษที่ถูกเล่าลือว่าเสียสติและใกล้ตายกลับปรากฏตัวอีกครั้งอย่างสมบูรณ์ ทั้งยังเปิดโปงเรื่องถูกวางยาติดต่อกันหลายปี ซ่งเฉินโจวเคยสนใจเพียงในฐานะเรื่องการเมืองของต่างแคว้น แต่วันนี้คนผู้นั้นกำลังเดินทางมาที่นี่เขาจึงอ่านรายชื่อผู้ติดตามต่อ ขุนนาง นายทหาร ล่าม หมอประจำคณะ ไม่มีชื่อใดทำให้เขาหยุดอีก เพราะรายชื่อสตรีที่ติดตามในฐานะส่วนตัวไม่ได้ถูกเขียนไว้ในเอกสารราชการซ่งเฉินโจวจึงไม่รู้เลยว่า คนที่เขาตามหามาสองปี กำลังเดินทางกลับมาแล้ว สองปีที่ผ่านมา จวนราชบุตรเขยเปลี่ยนไปมาก เรือนของซูเหยายังคงปิดอยู่ ข้าวของหลายอย่างอยู่ในตำแหน่งเดิมแม้แต่ม้วนตำราที่นางอ่านค้างไว้ ซ่งเฉินโจวก็ไม่ยอมให้ผู้ใดแตะเขายังตามหา จากเมืองหลวงไปถึงชายแดน จากท่าเรือไปถึงเมืองการค้า เคยมีข่าว

  • อดีตสามีข้าคือราชบุตรเขย    บทที่ 55 ชื่อที่เขาจะมอบให้นาง

    บทที่ 55 ชื่อที่เขาจะมอบให้นางหนึ่งเดือนก่อนออกเดินทาง ไม่มีวันใดในจวนจิ้งอ๋องสงบจริง ๆ การสอบสวนเรื่องพิษดำเนินไปเร็วกว่าที่คาด คนส่งยาสองคนยอมเปิดปากหลังถูกจับได้ขณะหลบหนี หมอเก่าที่เคยถูกบังคับให้ออกจากจวนก็นำสมุดบันทึกการรักษาในช่วงหลายปีก่อนออกมาเมื่อหลักฐานหลายทางต่อกัน เรื่องที่เคยถูกเรียกว่า อาการวิปลาสหลังสงคราม จึงไม่อาจใช้ปิดบังได้อีก พระชายารองไม่ได้เป็นเพียงคนที่รู้เห็น นางเป็นผู้สั่งการ พิษถูกใส่ทีละน้อยในยาบำรุงและอาหารบางชนิดเป็นเวลาหลายปีไม่มากพอให้ตายในทันที แต่เพียงพอให้มือสั่น นอนไม่หลับ เห็นภาพหลอน ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และท้ายที่สุดทำให้คนรอบข้างเชื่อว่าเขาเสียสติเมื่อเรื่องถูกส่งถึงราชสำนัก ตำแหน่งและอำนาจที่พระชายารองเคยถืออยู่จึงถูกถอนทั้งหมด นางถูกกักไว้ในเรือน บุตรชายของนางถูกปลดออกจากงานในจวนและถูกสอบสวนเรื่องการโยกย้ายเงินกับกำลังคนชายหนุ่มไม่ได้ไปไถ่ถามและไม่ยอมให้คำว่า เลี้ยงดูมาหลายปี ถูกนำมาใช้หักล้างสิ่งที่เกิดขึ้นบุญคุณกับหนี้แค้นเป็นคนละเรื่อง สิ่งใดควรตอบแทน เขาเคยตอบแทนแล้ว ส่วนสิ่งใดควรชดใช้...ก็ต้องชดใช้ชุนเหนียงรับรู้เรื่องทั้งหมดจากเขาในคืน

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status