All Chapters of ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ: Chapter 61 - Chapter 70

71 Chapters

บทที่ 29

บทที่ 29หิมะแรกของฤดูกาลเริ่มโปรยปรายลงมาเงียบเชียบในความมืดก่อนรุ่งสาง ความหนาวเหน็บแผ่ปกคลุมทั่วตรอกร้างใจกลางเมืองหลวงจนไร้เสียงผู้คนเงาร่างสองสายลัดเลาะผ่านกำแพงสูงใหญ่ ก่อนจะมาหยุดลงหน้าซุ้มประตูศิลาสีแดงชาดอันโอ่อ่า... ‘จวนติ้งเป่ยอ๋อง’ ที่พำนักของ ‘จ้าวหลงเฟย’ แม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังทหาร และเป็นพี่ชายร่วมสายเลือดของจ้าวอู๋จี้ประตูบานใหญ่ปิดสนิท มีทหารเกราะหนักยืนเฝ้าเวรยามเข้มงวดท่ามกลางลมหนาวหยางมี่ก้าวเข้าไปใกล้ซุ้มประตู ทหารยามสองนายยกทวนขึ้นขวางทันที“หยุดก่อน ที่นี่คือเขตจวนติ้งเป่ยอ๋อง ยามวิกาลห้ามใครเฉียดกราย”หญิงสาวดึงผ้าคลุมหน้าลงเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าซีดขาวจากความเหนื่อยล้า นางไม่ตื่นตระหนก มือเรียวล้วงหยิบ ‘ปิ่นหยกขาวลายดอกไห่ถัง’ ออกมาจากอกเสื้อปิ่นเล่มนี้เนื้อหยกเนียนละเอียด บริเวณก้านสลักอักษรตัวเล็กคำว่า ‘มี่’ และ ‘เหมย’ ไว้อย่างประณีต นางยื่นส่งให้หัวหน้าทหารยามด้วยมือที่นิ่งสนิท“วานท่านช่วยนำสิ่งนี้ไปมอบให้พระชายาซู บอกพระชายาเพียงว่า... สหายเก่าที่คิดว่าตายไปแล้ว มารอพบอยู่หน้าประตู”หัวหน้าทหารยามชะงักเมื่อเห็นเนื้อหยกชั้นเลิศ เขารู้ดีว่าสิ่งนี้ไม่ใช่
last updateLast Updated : 2026-10-14
Read more

บทที่ 30

บทที่ 30ยามเหม่า รุ่งสางหมอกหนาวสีเทาหม่นยังคงลอยปกคลุมเหนือกำแพงวังหลวง แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า ทว่าบรรยากาศภายในตำหนักเฉียนชิงอันเป็นห้องทรงงาน กลับเงียบสงัดและเยียบเย็นตึก... ตึก...เสียงฝีเท้าหนักแน่นในชุดเกราะศึกของจ้าวหลงเฟยก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา หยุดยืนหน้าโต๊ะทรงงานลายมังกร แม่ทัพใหญ่คุกเข่าลงข้างหนึ่ง สีหน้าเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยไอสังหารบนโต๊ะไม้จันทน์หอม... ม้วนจดหมายลับตราพยัคฆ์ทมิฬ สมุดบัญชีส่วยเล่มหนา และหลักฐานการยักยอกเสบียงกองทัพ ถูกวางแผ่ไว้เบื้องพระพักตร์“นี่คือความจริงทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่...”น้ำเสียงทุ้มต่ำของจ้าวหลงเฟยหนักแน่น ทว่าแฝงรอยร้าวราน“ห้าปีก่อน ตระกูลหยางไม่ได้คิดคดทรยศแผ่นดิน ทว่าถูกเฉินเยี่ยนและพวกพยัคฆ์ทมิฬวางแผนชั่ว สร้างหลักฐานเท็จป้ายสีเพื่อกวาดล้างขุนนางตงฉินและยักยอกเงินคลังหลวงไปเป็นของตนเอง... และตอนนี้ มันยังบังอาจใช้ข้อหากบฏขังตัวอู๋จี้ไว้ในคุกกรมอาญา ทรมานปางตายเพื่อหวังจะปิดปาก!”ฮ่องเต้ประทับนิ่ง สายพระเนตรคมกริบกวาดอ่านถ้อยคำในสมุดบัญชีลับและจดหมายปลอมแปลงทีละบรรทัดยิ่งอ่าน... สีพระพักตร์ยิ่งเย็นเยียบ พระหัตถ์กำแผ่นกระดาษแน่นจ
last updateLast Updated : 2026-10-14
Read more

บทที่ 31

บทที่ 31กลิ่นคาวเลือด กลิ่นสนิมเหล็ก และควันคบเพลิงลอยอบอวลไปทั่วลานประหารลับสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ชั้นหินของจวนเสนาบดีเฉิน เป็นแดนประหารมืดมิดที่พวกพยัคฆ์ทมิฬใช้สำเร็จโทษผู้คน ผนังหินหนาทึบไร้แสงตะวัน มีเพียงเปลวไฟจากคบเพลิงตามเสาหินที่ส่องแสงวูบไหว สะท้อนเงาร่างของทหารพยัคฆ์ทมิฬหลายสิบนายที่ยืนคุมเชิงพร้อมอาวุธกลางลานประหาร ร่างสูงใหญ่ของจ้าวอู๋จี้ถูกตรึงด้วยโซ่ตรวนเหล็กเส้นหนา ขึงแขนทั้งสองข้างยึดไว้กับเสาประหารไม้สีดำสภาพของเขาบอบช้ำจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ เสื้อซับในสีขาวขาดวิ่นและเกรอะกรังไปด้วยคราบเลือด แผลดาบที่หน้าท้องปริแยกจนเลือดสด ๆ ไหลหยดลงสู่พื้นหินไม่หยุด ใบหน้าคมคายซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตก ทว่าดวงตาสีดำสนิทกลับยังคงนิ่งเรียบ ไร้ความหวาดกลัวหรือยอมจำนน“ยังจะใจแข็งอยู่อีกงั้นหรือ จิ้งอ๋อง!”เสนาบดีเฉินยืนคุมเชิงอยู่บนแท่นหินสูง ใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเสียงกลองศึกและเสียงโห่ร้องของกองทัพหลวงที่กำลังบุกทลายประตูด้านนอกดังสะเทือนแว่วลงมาตามช่องระบายอากาศ ปราการด่านนอกของมันกำลังจะแตกพ่ายในไม่ช้า!“กองทัพของจ้าวหลงเฟยกำลังบุกเข้ามา... แต่น่าเสียดาย ที่พวกมัน
last updateLast Updated : 2026-10-14
Read more

บทที่ 32

บทที่ 32ความโกลาหลแผ่กระจายไปทั่วลานประหารใต้ดินในชั่วพริบตา“หลีกทางเร็วเข้า หมอหลวงมาแล้ว!”เสียงทหารเกราะเหล็กตะโกนก้อง หมอหลวงอาวุโสสองท่านที่ติดตามทัพของจ้าวหลงเฟยรีบหอบหิ้วกล่องยาถลันเข้ามาทรุดตัวลงข้างร่างของจ้าวอู๋จี้ ปลายนิ้วแตะลงบนชีพจรที่ข้อมือหนา เพียงครู่เดียวสีหน้าของหมอหลวงก็เปลี่ยนเป็นตระหนก“ชีพจรแผ่วจนแทบจับไม่ได้ แผลที่หน้าท้องฉีกขาดลึกจนเสียเลือดมาก หากไม่รีบห้ามเลือดและพาออกจากห้องใต้ดิน ท่านอ๋องจะไม่พ้นหนึ่งชั่วยามนี้แน่พ่ะย่ะค่ะ!”“ท่านต้องช่วยเขานะ ช่วยเขาให้ได้!”หยางมี่คว้าแขนเสื้อหมอหลวงไว้แน่น สองมือที่เปรอะคราบเลือดสั่นสะท้าน น้ำตาไหลรินอาบสองแก้ม“คุณหนูหยาง ตั้งสติก่อน!”จ้าวหลงเฟยก้าวเข้ามายึดไหล่ของนางไว้แน่น สายตาคมกริบกวาดมองร่างน้องชายด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะหันไปสั่งการทหารเสียงเฉียบขาด“เตรียมแคร่หาม พาอู๋จี้กลับจวนจิ้งอ๋องเดี๋ยวนี้ ใครกล้าชักช้าแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะตัดหัวมันเสีย!”จากนั้นสายตาของจ้าวหลงเฟยก็ตวัดมองไปยังร่างของเสนาบดีเฉินที่ถูกกดคุกเข่าอยู่กับพื้น แววตาเย็นยะเยือก“ลากตัวกบฏเฉินเยี่ยนและพวกพยัคฆ์ทมิฬไปขังคุกหลวง ล่ามโซ่ตรวนไว้ให้แน
last updateLast Updated : 2026-10-14
Read more

บทที่ 33

บทที่ 33ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวส่งควันกรุ่น กลิ่นสมุนไพรขมปร่าลอยแตะจมูกหยางมี่ประคองช้อนกระเบื้องเป่าไล่ความร้อน ก่อนจะจ่อเข้าที่ริมฝีปากแห้งผากของบุรุษบนเตียง จ้าวอู๋จี้ยอมกลืนยาขมจัดลงคอแต่โดยดี ทว่าสายตาคู่นั้นกลับไม่ยอมละไปจากใบหน้าของนางแม้แต่ขณะเดียว“มองข้าเช่นนั้นทำไม ยาขมจนหน้ามืดหรืออย่างไร”หญิงสาวเอ็ดเสียงเบา พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าซับหยดน้ำยาที่มุมปากให้เขาแผ่วเบา“มองให้แน่ใจ...”จ้าวอู๋จี้เค้นเสียงทุ้มแหบพร่า นิ้วมือหยาบกร้านเลื่อนเข้ามากุมปลายนิ้วของนางไว้แน่น“...ว่าข้าไม่ได้กำลังฝันไป”หยางมี่ชะงักมือ หัวใจอ่อนยวบลงอย่างไม่อาจห้าม นางทอดสายตามองผ้าพันแผลสีขาวที่พันรอบหน้าท้องและแผงอกของเขา ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครา“ท่านเกือบตายไปแล้วจริง ๆ รู้หรือไม่... คนดื้อรั้นเช่นท่าน น่าจะปล่อยให้ถูกบั่นคอไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด”“หากข้าตาย...” มุมปากหยักกระตุกยิ้มบาง นัยน์ตาทอประกายลึกซึ้ง “...ใครจะคอยปราบคนดื้ออย่างเจ้า”คำพูดหยอกเย้าที่แฝงความอ่อนโยน ทำให้หยางมี่ต้องเสหลบสายตา กลืนก้อนสะอื้นลงคอกึก...เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่หน้าห้องขัดจังหวะ ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับร่าง
last updateLast Updated : 2026-10-14
Read more

บทที่ 34

บทที่ 34หยางมี่มองแววตาที่สั่นไหวของบุรุษตรงหน้า หัวใจพลันกระตุกวูบมัจจุราชแห่งต้าหลี่ผู้เด็ดขาดและเลือดเย็นในสายตาคนทั้งแผ่นดิน... บัดนี้กลับไม่ต่างจากเด็กหนุ่มที่กำลังตื่นกลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังคนเดิมเมื่อห้าปีก่อนเลยแม้แต่น้อยนางสูดหายใจลึก ละมือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาทาบทับลงบนหลังมือหนาที่กำลังกุมท้ายทอยของนางอยู่“ข้าจะไปที่ไหนได้เล่า...” น้ำเสียงหวานใสเอ่ยแผ่วเบา แฝงรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก“เจ้าอย่ามาหลอกข้า!”จ้าวอู๋จี้ขบกรามแน่น ดวงตาแดงก่ำ“เจ้าเป็นอิสระแล้ว เจ้าไม่มีพันธะใดกับข้าอีก... เจ้าพูดเองไม่ใช่หรือว่ากลับมาเพื่อทวงสามีคืน บัดนี้ข้ายังไม่ตาย คดีก็คลี่คลายแล้ว เจ้าก็คิดจะทิ้งข้าไปอีกใช่หรือไม่!”“จ้าวอู๋จี้...”หยางมี่ถอนหายใจเบา ๆ นางโน้มใบหน้าลงไปใกล้ กดจูบแผ่วเบาลงบนปลายคางสากของเขาสัมผัสนุ่มละมุนทำให้ร่างสูงใหญ่ที่กำลังเกร็งแน่นชะงักค้างไปทันที“ข้ากลับมาทวงสามีคืน... ก็แปลว่าท่านเป็นสามีของข้าแล้ว”หญิงสาวสบตากับเขา แววตานิ่งสงบและแน่วแน่“ในเมื่อข้าทวงคืนมาได้แล้ว ข้าจะทิ้งท่านไปได้อย่างไรเล่า คนโง่”จ้าวอู๋จี้เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก “เจ้า... ไม่ได้จะไป
last updateLast Updated : 2026-10-14
Read more

บทที่ 35

บทที่ 35ยามเย็นลมหนาวพัดพากลีบดอกไห่ถังในสวนหลังจวนปลิวไสว แสงสนธยาสีทองสาดทาบทับไปทั่วผืนฟ้าทั้งสองยืนเคียงคู่กันอยู่ริมระเบียงทางเดิน จ้าวอู๋จี้ถอดเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวนอกออกคลุมทับไหล่บางของนางไว้เพื่อกันลมหนาว แขนข้างหนึ่งรั้งเอวคอดของนางเข้ามาแนบชิด“วันที่เจ้ายื่นหนังสือถอนหมั้นให้ข้าด้วยมือของเจ้าเองเมื่อห้าปีก่อน...”จ้าวอู๋จี้เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบสงบ น้ำเสียงของเขาเจือแววขมขื่น“ตอนนั้นข้ายังเป็นเพียงองค์ชายไร้อำนาจที่ไม่มีสิ่งใดติดตัว... เจ้าเอ่ยปากตัดรอนความสัมพันธ์อย่างเย็นชา ยัดหนังสือถอนหมั้นใส่มือข้าอย่างไร้เยื่อใย ข้าช้ำใจจนแทบสิ้นสติ คิดไปว่าเจ้าคงรังเกียจที่ข้ามันไร้ประโยชน์ ไร้ค่า ไม่อาจเป็นที่พึ่งให้เจ้าได้ ข้าถึงได้หนีไปทำงานที่หัวเมืองห่างไกลเพื่อหลบไปรักษาแผลใจ...”ดวงตาสีดำสนิททอดมองไปยังแนวทิวไม้เบื้องหน้า แววตาเต็มไปด้วยร่องรอยความเจ็บปวดที่ฝังลึก“ทว่ายังไม่ทันที่แผลใจจะหายดี ข่าวจากเมืองหลวงก็ส่งไปถึง... ว่าตระกูลหยางต้องโทษกบฏถูกประหารสิ้น ส่วนเจ้าก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ห้าปีมานี้ ข้าจมอยู่กับทั้งความแค้นและความปวดร้าว ข้าเคี่ยวกรำตัวเอง ไต่เต้าจน
last updateLast Updated : 2026-10-14
Read more

บทที่ 36

กลิ่นกำยานหอมจรุงอบอวลไปทั่วตำหนักเฉียนชิงแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลอดผ่านม่านโปร่ง กระทบเสาไม้แกะสลักลายมังกรทองอร่าม ขับเน้นบารมีสูงสุดของโอรสสวรรค์ภายในตำหนักอันโอ่อ่า ปราศจากเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ มีเพียงบุคคลในราชสกุลจ้าวและคนสนิทที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์เบื้องหน้าโต๊ะทรงงาน ร่างสูงโปร่งผึ่งผายของ จ้าวเทียนอี้ ฮ่องเต้หนุ่มผู้สืบสายเลือดบริสุทธิ์จากอดีตฮองเฮา ประทับอยู่อย่างสง่างามในฉลองพระองค์ผ้าไหมสีเหลืองทองปักดิ้นมังกรห้าเล็บ พระพักตร์หล่อเหลาคมคายมีเค้าโครงคล้ายคลึงกับพระอนุชาทั้งสอง ทว่าแฝงด้วยความสุขุมลุ่มลึกและรังสีอำนาจแห่งจักรพรรดิจ้าวหลงเฟยยืนเคียงข้างซูเหมย ขณะที่จ้าวอู๋จี้กุมมือหยางมี่ไว้ไม่ยอมปล่อย ทั้งสี่ก้าวเข้ามาคุกเข่าถวายบังคมพร้อมเพรียงกัน“ลุกขึ้นเถิด คนกันเองทั้งนั้น วันนี้ไม่มีพิธีรีตองอันใด”สุรเสียงทุ้มกังวานของจ้าวเทียนอี้เอ่ยขึ้นอย่างอบอุ่น สายพระเนตรเปี่ยมด้วยความเอ็นดูทอดมองลงมายังน้องชายทั้งสอง ก่อนจะหยุดลงที่หยางมี่“คุณหนูหยาง... ไม่สิ ข้าควรเรียกเจ้าว่า ‘น้องสะใภ้สาม’ ถึงจะถูก”มุมโอษฐ์ของฮ่องเต้หนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง
last updateLast Updated : 2026-10-14
Read more

บทที่ 37

สายลมราตรีพัดพากลีบดอกไห่ถังปลิวผ่านบานหน้าต่างห้องนอนใหญ่ของจวนตระกูลหยางหยางมี่ในชุดคลุมผ้าไหมสีขาวตัวบางนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง มือเรียวถือหวีงาช้างค่อย ๆ สางเส้นผมยาวสลวยที่ทิ้งตัวจรดเอว แสงเทียนสีส้มอบอุ่นขับเน้นดวงหน้างดงามที่บัดนี้ไร้ความตึงเครียด แววตาสงบนิ่งตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางต้องวุ่นวายกับการจัดระเบียบจวนตระกูลหยาง ต้อนรับขุนนางที่แวะเวียนมาแสดงความยินดี และเตรียมพร้อมสำหรับพิธีมงคลสมรสพระราชทานที่จะมาถึงในอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน กริ๊ก... พรึ่บ!เสียงสลักไม้หน้าต่างบานใหญ่ถูกปลดออกแผ่วเบา ตามมาด้วยลมหนาวที่พัดวูบเข้ามาจนเปลวเทียนไหวระริกหยางมี่ยังไม่ทันหันไปมอง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวข้ามขอบหน้าต่างเข้ามาอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายหอมสะอาดของไม้สนปะปนกับกลิ่นกำยานที่คุ้นเคยในความทรงจำโอบล้อมร่างบางไว้จากด้านหลังทันทีหมับ!วงแขนแกร่งตวัดรัดเอวคอดของนาง ดึงร่างนุ่มนิ่มให้ลอยหวือเข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างอันอบอุ่นอย่างเอาแต่ใจ!“ว้าย!”หวีงาช้างแทบร่วงหลุดจากมือ ทว่าทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสเข้ากับไออุ่นที่คุ้นเคย หยางมี่ก็ผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ นางเอี้ยวหน้ามอ
last updateLast Updated : 2026-10-14
Read more

บทที่ 38

เสียงประทัดมงคลดังกึกก้องไปทั่วเมืองหลวง ผสานกับเสียงปี่กลองบรรเลงบทเพลงมงคลอันรื่นเริงก้องฟ้าขบวนเกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหามสีแดงชาดหรูหราทอดยาวจากหน้าจวนสกุลหยาง มุ่งหน้าสู่จวนจิ้งอ๋อง ท่ามกลางกลีบดอกไม้สีสดและเหรียญทองแดงนำโชคที่โปรยปรายไปตลอดสองฝั่งถนน ชาวบ้านนับพันต่างเบียดเสียดออกมาร่วมแซ่ซ้องสรรเสริญงานวิวาห์พระราชทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ประตูบ้านเรือนทุกหลังประดับโคมแดงเฉลิมฉลองให้แก่การกลับมาของทายาทตระกูลตงฉินและผู้บัญชาการศาลต้าหลี่เมื่อขบวนเกี้ยวเทียบหน้าจวนจิ้งอ๋อง หยางมี่ถูกเชิญเข้าสู่เรือนรับรองเจ้าสาวเพื่อตรวจความเรียบร้อยก่อนเริ่มพิธีกลิ่นหอมสะอาดของแป้งผัดหน้าและเครื่องหอมกุหลาบอบอวลไปทั่วห้องหยางมี่นั่งสงบนิ่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางสวมชุดวิวาห์มงคลสีแดงชาด ปักลวดลายนกฟีนิกซ์และหงส์ทองคำสยายปีกด้วยดิ้นทองคำแท้ ชายกระโปรงยาวทอดตัวสง่างาม บนศีรษะประดับด้วยมงกุฎหงส์ทองคำฝังไข่มุกเม็ดโตระย้าลงมาคลอเคลียกรอบหน้า ริมฝีปากอิ่มสีชาดระเรื่อ ขับเน้นให้ดวงหน้ารูปไข่เฉิดฉายและสง่างามแอ๊ด...บานประตูไม้ฉลุลายเปิดออก ร่างระหงของซูเหมยก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใสในชุดผ้
last updateLast Updated : 2026-10-14
Read more
PREV
1
...
345678
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status