บทที่ 9แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ่านซี่ลูกกรงหน้าต่างไม้สลัก ลำแสงสีทองเจือไอหนาวทาบทับลงบนม่านเตียงผ้าไหมสีเข้มหยางมี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกและเอวบางไปทั่วร่าง ผิวเนื้อระบมไปหมด ขยับตัวเพียงนิดก็เจ็บแปลบจนแทบหมดแรง ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกบดขยี้ที่ว่างข้างกายเย็นชืด ม่านเตียงเปิดออกครึ่งหนึ่ง บ่งบอกว่าบุรุษผู้ครอบครองนางตลอดทั้งคืนก้าวลงจากเตียงไปเนิ่นนานแล้ว กลิ่นไอไม้จันทน์อันเป็นเอกลักษณ์ของจ้าวอู๋จี้ยังคงอบอวลอยู่บนหมอนและผ้าห่มผืนหนา ปะปนกับกลิ่นคาวหวานที่ตอกย้ำถึงบทรักอันหนักหน่วงที่เพิ่งผ่านพ้นไปหยางมี่กัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บ ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้าผ้าห่มเลื่อนหลุดลงสู่เอวคอด เผยให้เห็นรอยรักสีแดงช้ำและรอยขบกัดประปรายทั่วแผ่นอก ลำคอ และต้นขาด้านใน ผิวขาวเนียนเต็มไปด้วยร่องรอยที่เขาฝากเอาไว้... รอยแผลที่ย้ำเตือนว่าเขาปฏิบัติต่อตนไม่ต่างจากสิ่งของระบายอารมณ์ขอบตาร้อนผ่าว แต่นางรีบกะพริบตาถี่ ๆ สูดหายใจลึก สะกดกลั้นน้ำตาไว้ ไม่ยอมปล่อยให้มันไหลลงมา‘ข้าชดใช้ให้ท่านแล้ว... จ้าวอู๋จี้ หนี้ที่ข้าทิ้งท่านไว้เมื่อห้าปีก่อน ข้าเอาศักดิ์ศรีและ
Last Updated : 2026-10-13 Read more