ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ

ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ

last updateLast Updated : 2026-09-18
By:  แคลร์ออสตินUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
15Chapters
80views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

สี่ปีที่นางพาสายเลือดของเขาหนีมาใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในแดนใต้ ในอดีต นางเป็นเพียง ‘สตรีอุ่นเตียง’ ไร้ค่าในสายตาเขา... และนางไม่เคยคิดจะหวนกลับสู่วังวนแห่งความเจ็บปวดอีก ทว่าในวันที่โชคชะตาพาให้ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับชินอ๋องอีกครา สายตาดุดันคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยความโหยหา... และความบ้าคลั่งที่พร้อมจะดึงนางกลับมาไว้ในกำมือ "คิดว่าหนีข้าพ้นหรือ ซูเหมย..." สุรเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก "ชาตินี้ ต่อให้เจ้าหนีไปจนสุดหล้า... ก็อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปอีกเป็นอันขาด!"

View More

Chapter 1

บทที่ 1

บทที่ 1

เสียงหอบกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องพักอันมืดสลัว กลิ่นกำยานเจือปนไอเสน่หาที่ยังคุกรุ่นบนเตียงกว้าง ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้มีอำนาจล้นฟ้าบดเบียดขับเคลื่อนอย่างดุดันเอาแต่ใจ ฝ่ามือหนาบีบเค้นเอวคอดกิ่วจนขึ้นรอยแดงช้ำ ปลายนิ้วของซูเหมยจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างอันเต็มไปด้วยมัดกล้าม หยาดเหงื่อชโลมกายจนเหนียวเหนอะหนะ แต่รสสุขสมทางกายที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด กลับไม่อาจสร้างความอบอุ่นในหัวใจของนางได้แม้เพียงนิดเดียว

เมื่อพายุอารมณ์สงบลง สัมผัสแนบชิดพลันเย็นเยียบในพริบตา แสงเช้าของวันใหม่เริ่มสาดส่องผ่านรอยแยกของหน้าต่าง ตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย

‘จ้าวเฟยหลง’ ชินอ๋องผู้กุมกำลังทหารนับแสน ผละออกจากร่างเปลือยเปล่าของนางทันทีโดยไม่เหลือเยื่อใย ตลอดสามปีที่ผ่านมา บนเตียงเขาอาจตักตวงจากนางอย่างบ้าคลั่ง แต่ยามลืมตาตื่น เขากลับไม่เคยแม้แต่มองนางด้วยความอ่อนโยน ร่างสูงก้าวลงจากเตียง คว้าเสื้อคลุมตัวในขึ้นมาสวมใส่อย่างลวกๆ ท่าทีเร่าร้อนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาจนบรรยากาศรอบตัวพลอยหนาวเหน็บ

“ข้ากำลังจะรับพระชายาเข้าจวน”

น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ กรีดลึกลงไปในหัวใจของคนที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียงราวกับคมมีด

“ตั้งแต่วันนี้ไป จงเก็บตัวอยู่เงียบๆ แล้วออกไปจากชีวิตของข้าเสีย อย่าได้มาให้ว่าที่พระชายาของข้าต้องขัดหูขัดตา”

สิ้นคำพูดไร้หัวใจ ถุงเงินใบใหญ่ที่อัดแน่นด้วยทองคำก็ถูกโยนกระแทกลงบนที่นอนตรงหน้านาง เสียงกระทบหนักแน่นนั้นดังก้องพอๆ กับเสียงแตกสลายของหัวใจ

ความเจ็บร้าวแล่นริ้วจากสะโพกไปทั่วท่อนล่าง รอยรักสีกุหลาบที่เขาฝากไว้ตามเนินอกยังคงอุ่นซ่าน แต่ภายในใจกลับหนาวเหน็บจนด้านชา มือบางที่สั่นเทายื่นไปหยิบถุงเงินขึ้นมากำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ... เจ็บปวดที่ถูกตีราคาไม่ต่างจากหญิงคณิกา แต่ลึกๆ ในอกกลับมีความโล่งใจผุดขึ้นมา

อย่างน้อย เงินก้อนนี้ก็มากพอจะซื้อยาและต่อลมหายใจให้คนที่เฝ้ารอนางอยู่ในเรือนร้างท้ายจวน

นางแค่นยิ้มเยาะเย้ยชะตาชีวิตตนเอง สตรีสูงศักดิ์ ชาติตระกูลเพียบพร้อม และบริสุทธิ์ผุดผ่องผู้นั้น... ช่างโชคดีเหลือเกิน ช่างแตกต่างจากเศษดินเปื้อนโคลนเช่นนางลิบลับ

ซูเหมยสูดลมหายใจเข้าลึก กัดริมฝีปากที่บวมช้ำกลั้นก้อนสะอื้น ซ่อนความเจ็บปวดทั้งหมดไว้ใต้ใบหน้านิ่งสงบ นางฝืนพยุงร่างกายที่ปวดร้าวลุกขึ้นจากเตียง ค่อยๆ ก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมใส่ทีละชิ้นอย่างช้าๆ แต่มั่นคง

เมื่อแต่งตัวเรียบร้อย ซูเหมยจึงหันไปสบตากับบุรุษที่ตนรักสุดหัวใจเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะย่อตัวทำความเคารพอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมที่สุดเท่าที่คนต่ำต้อยจะทำได้

“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ ขอบพระทัยสำหรับเงินถุงนี้... ขอให้ท่านอ๋องและว่าที่พระชายา ครองรักกันอย่างมีความสุขเพคะ”

สายตาคมกริบของจ้าวเฟยหลงหรี่ลงเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ท่าทียอมรับง่ายๆ และคำอวยพรที่นิ่งเฉยไร้การตัดพ้อของนางทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างประหลาด แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร...

ร่างบางก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

นางเดินลัดเลาะผ่านเรือนพักอันเงียบสงบ มุ่งตรงสู่ประตูลับด้านข้างจวน ก้าวเท้าพาความชอกช้ำออกสู่อากาศหนาวและสายหมอกยามเช้าของโลกภายนอก โลกแห่งความจริงที่ตอกย้ำว่า นางเป็นเพียงเงาในความมืดที่ไม่มีวันได้ยืนเคียงข้างเขาใต้แสงตะวัน

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
15 Chapters
บทที่ 1
บทที่ 1เสียงหอบกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องพักอันมืดสลัว กลิ่นกำยานเจือปนไอเสน่หาที่ยังคุกรุ่นบนเตียงกว้าง ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้มีอำนาจล้นฟ้าบดเบียดขับเคลื่อนอย่างดุดันเอาแต่ใจ ฝ่ามือหนาบีบเค้นเอวคอดกิ่วจนขึ้นรอยแดงช้ำ ปลายนิ้วของซูเหมยจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างอันเต็มไปด้วยมัดกล้าม หยาดเหงื่อชโลมกายจนเหนียวเหนอะหนะ แต่รสสุขสมทางกายที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด กลับไม่อาจสร้างความอบอุ่นในหัวใจของนางได้แม้เพียงนิดเดียวเมื่อพายุอารมณ์สงบลง สัมผัสแนบชิดพลันเย็นเยียบในพริบตา แสงเช้าของวันใหม่เริ่มสาดส่องผ่านรอยแยกของหน้าต่าง ตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย‘จ้าวเฟยหลง’ ชินอ๋องผู้กุมกำลังทหารนับแสน ผละออกจากร่างเปลือยเปล่าของนางทันทีโดยไม่เหลือเยื่อใย ตลอดสามปีที่ผ่านมา บนเตียงเขาอาจตักตวงจากนางอย่างบ้าคลั่ง แต่ยามลืมตาตื่น เขากลับไม่เคยแม้แต่มองนางด้วยความอ่อนโยน ร่างสูงก้าวลงจากเตียง คว้าเสื้อคลุมตัวในขึ้นมาสวมใส่อย่างลวกๆ ท่าทีเร่าร้อนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาจนบรรยากาศรอบตัวพลอยหนาวเหน็บ“ข้ากำลังจะรับพระชายาเข้าจวน”น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ กรีดลึกลงไปในหัวใจของคนที่
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
บทที่ 2
บทที่ 2ลมหนาวช่วงเช้ามืดพัดบาดผิวจนแสบสะท้าน ซูเหมยก้าวขึ้นรถม้ารับจ้างที่จอดรอตรงมุมถนนลับตาอย่างรวดเร็ว ภายในนั้นมี ‘ชิงชิง’ สาวใช้คนสนิทนั่งชะเง้อรอด้วยสีหน้ากระวนกระวาย“คุณหนู! ท่านกลับมาแล้ว” ชิงชิงถลาเข้ามารับเสื้อคลุมจากร่างบาง น้ำเสียงสั่นเครือระคนโล่งอก“เรารีบกลับกันเถิดเจ้าค่ะ หากอี๋เหนียงตื่นมาไม่พบท่าน คงตกใจจนอาการทรุดลงอีกแน่”ซูเหมยพยักหน้ารับเงียบๆ รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามตรอกเปลี่ยว มือเรียวลูบคลำถุงเงินหนักอึ้งแนบอก... เงินจำนวนนี้แลกมาด้วยศักดิ์ศรีและความเจ็บปวด แต่มันก็มากพอจะซื้อหยูกยายื้อชีวิตมารดาไปได้อีกหลายเดือน“ชิงชิง... ต่อไปนี้พวกเราไม่ต้องแอบไปที่จวนนั้นอีกแล้ว”สาวใช้เบิกตากว้าง “เหตุใดหรือเจ้าคะ? หรือว่าท่านอ๋อง...”“ท่านอ๋องกำลังจะแต่งพระชายา” น้ำเสียงของซูเหมยแผ่วเบาแต่หนักอึ้ง“หน้าที่ของข้า... จบสิ้นลงแล้ว”รถม้าหยุดลงตรงซอยเปลี่ยวท้ายจวนเสนาบดีตระกูลหลิน สองนายบ่าวแอบลัดเลาะผ่านรอยแยกกำแพงผุพังกลับเข้าสู่เรือนท้ายจวนอย่างเงียบเชียบ เรือนหลังนี้ทรุดโทรมจนไม่มีบ่าวไพร่กล้าเฉียดกรายเข้ามา เพราะข่าวลือเรื่องผีสางที่ซูเหมยจงใจปล่อยออกไป ความรกร้างน
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
บทที่ 3
บทที่ 3พิธีสู่ขอและบทสนทนาอันน่าอึดอัดในโถงรับรองดำเนินไปจนกระทั่งดวงตะวันคล้อยต่ำ ล่วงเข้าสู่ยามเย็น จ้าวเฟยหลงจึงเอ่ยปากขอตัวกลับ ทันทีที่ขบวนเสด็จอันเกริกไกรของชินอ๋องเคลื่อนพ้นประตูหน้าจวน บรรยากาศที่เคยตึงเครียดก็ผ่อนคลายลง เสนาบดีหลินสะบัดมือไล่กลุ่มลูกอนุที่ยืนเป็นฉากหลังให้แยกย้ายกลับเรือนตนเองอย่างไม่ไยดีซูเหมยเดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบอันมืดสลัวมุ่งหน้าสู่เรือนท้ายจวนเพียงลำพัง นางเพิ่งสั่งให้ชิงชิงแยกไปรับสำรับที่โรงครัวใหญ่ การอยู่อย่างไร้ตัวตนและหลบเลี่ยงสายตาผู้คนคือหนทางเดียวที่จะช่วยให้นางและมารดารอดพ้นจากอารมณ์ร้ายของฮูหยินใหญ่ทว่าขณะก้าวผ่านมุมกำแพงทึบ วงแขนแข็งแรงปริศนากลับตวัดรัดร่างของนาง ดึงกระชากเข้าไปในเงามืดอย่างรวดเร็วซูเหมยเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก แต่กลิ่นอายคุ้นเคยทำให้ร่างของนางชาวาบไปทั้งตัว... จ้าวเฟยหลง!“อื้อ! ปล่อย...”นางดิ้นรนผลักไสแผงอกกว้างสุดแรงเกิด แต่วงแขนนั้นกลับยิ่งรัดแน่นราวกับปลอกเหล็กบีบจนกระดูกแทบแหลก“สามปีที่ผ่านมา... เจ้าบอกข้าว่าเป็นเพียงนางรำเร่ร่อนไร้หัวนอนปลายเท้า” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดริมหูเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
บทที่ 4
บทที่ 4ความร้อนผ่าวในรถม้าอันคับแคบค่อยๆ มอดดับ หลงเหลือเพียงสายลมหนาวที่เล็ดลอดผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่างซูเหมยนอนหมดแรง หายใจหอบถี่อยู่บนเบาะรองนั่ง ผิวขาวผ่องเปรอะเปื้อนรอยกัดสีแดงช้ำที่เขาจงใจฝากไว้ทั่วลาดไหล่และเนินอก ร่างกายปวดร้าวแทบแตกเป็นเสี่ยง แต่หัวใจกลับด้านชาสนิท ยามเห็นบุรุษที่เพิ่งตักตวงจากร่างกายนางจนพอใจ ผละตัวออกห่างอย่างเยือกเย็นจ้าวเฟยหลงยันกายลุกขึ้น แผ่นหลังเหยียดตรง เขาจัดแจงแต่งกายอย่างสุขุม ท่วงท่าหมดจดไร้ที่ติสมฐานะชินอ๋องผู้สูงศักดิ์ ผิดกับสภาพน่าสมเพชของนางในยามนี้สายตาคมกริบปรายมองมา คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิดปนขัดใจ ก่อนจะปลดถุงเงินปักดิ้นทองใบใหญ่ออกมาโยนกระแทกตักนางอย่างไร้เยื่อใย“รับไปเสีย ถือเป็นค่าตอบแทนที่เจ้าเหนื่อยปรนนิบัติข้าในค่ำคืนนี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ร่องรอยความผูกพัน“และจงจำใส่หัวไว้ อย่าคิดสำคัญตัวผิด นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าลดตัวลงมาแตะต้องเจ้า... นับแต่บัดนี้ เราไม่มีสิ่งใดข้องเกี่ยวกันอีก”คำพูดเชือดเฉือนไม่อาจเรียกน้ำตาจากดวงตาของซูเหมยได้แม้แต่หยดเดียวนางแค่นยิ้มบางเบาในอก... เมื่อเช้าเขาก็เพิ่งพูดคำนี้มิใช่หรือ
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
บทที่ 5
บทที่ 5เวลาผ่านไปเกือบสองเดือนแม้วันแต่งงานระหว่างหลินอวี้เหยากับชินอ๋องจะยังมาไม่ถึง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของซูเหมยปั่นป่วนจนไม่อาจสงบได้ กลับเป็นความผิดปกติของร่างกายตนเอง ประจำเดือนที่ขาดหายไป อาการเวียนหัวอย่างรุนแรงทุกเช้าค่ำ และความรู้สึกพะอืดพะอมจนแทบทนกลิ่นอาหารไม่ได้ ทำให้นางเริ่มสงสัยถึงสิ่งที่ไม่กล้าแม้แต่จะนึกฝันด้วยความหวาดหวั่น ซูเหมยจึงแบ่งเศษเงิน ลอบออกจากจวนไปพบหมอชราที่ร้านยาเล็กๆ ท้ายตลาด ทันทีที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นทาบลงบนข้อมือ สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นระรัวดั่งไข่มุกกลิ้ง คำบอกเล่าของหมอชราก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ...นางตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้วซูเหมยเดินใจลอยกลับมาถึงเรือนท้ายจวน มือบางสั่นเทายามทาบลงบนหน้าท้องที่ยังคงแบนราบตลอดสามปีที่ยอมเป็นหญิงอุ่นเตียง นางระวังตัวมาโดยตลอด ต้มยาห้ามครรภ์ดื่มไม่เคยขาดเพื่อไม่ให้สายเลือดต่ำต้อยต้องเกิดมารับความลำบากแต่คืนนั้น... คืนบนรถม้าที่เขาดักฉุดและย่ำยีนางอย่างป่าเถื่อน ทั้งกายและใจของนางแหลกสลายจนแทบสิ้นสติ คำพูดตัดขาดที่เขาบอกว่า ‘นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย’ ทำให้นางคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นลงแล้วจริงๆ จนเผลอละเลยยาถ้วยนั้นไป
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
บทที่ 6
บทที่ 6เวลาล่วงเลยผ่านไปถึงสี่ปี...ณ เมืองริมน้ำแห่งเจียงหนานอันอุดมสมบูรณ์ ที่ห่างไกลจากเมืองหลวงนับพันลี้สายฝนโปรยปรายลงมากระทบกระเบื้องหลังคา ซูเหมยนั่งอยู่ริมหน้าต่างบานเล็ก กลิ่นหมึกและกระดาษหอมฟุ้งอยู่รอบตัว ปลายพู่กันในมือเรียวบรรจงเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษอย่างประณีตการรับจ้างคัดลอกตำราหายากให้กับหอตำราใหญ่ กลายเป็นอาชีพหลักของนางตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยลายมือที่อ่อนช้อยงดงามและมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาเป็นอย่างดี ค่าตอบแทนที่ได้รับจึงมากพอให้นางสร้างบ้านไม้หลังเล็กและดูแลคนในครอบครัวได้อย่างไม่ขัดสนซูเหมยชะงักปลายพู่กันชั่วครู่ เงยหน้ามองสายฝนด้านนอก ความเงียบสงบชวนให้นึกย้อนกลับไปสู่อดีตที่ผ่านพ้นมานานภาพจำในวันแรกที่ชีวิตต้องเข้าไปพัวพันกับจ้าวเฟยหลงยังคงชัดเจน ตอนนั้นมารดาป่วยหนักจนแทบสิ้นใจ ซูเหมยที่ยังเป็นเพียงสาวรุ่นและไร้หนทาง จึงจำต้องคลุมผ้าซ่อนใบหน้า แอบออกไปรับจ้างเป็นนางรำในงานเลี้ยงเพื่อหาเงินประทังชีวิต และที่นั่นเองที่นางได้พบกับบุรุษผู้มีอำนาจล้นฟ้าเขาถูกใจท่วงท่าร่ายรำและกลิ่นอายที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนผ้า จึงใช้อำนาจและเงินตราซื้อตัวนางไป ความสัมพันธ์ไร้ตัว
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
บทที่ 7
บทที่ 7รถม้าคันใหญ่โตหรูหราแล่นผ่านไปจนลับสายตาแล้ว แต่เสียงหัวใจของซูเหมยยังเต้นระทึกไม่ยอมสงบแม้ม่านหน้าต่างจะเปิดออกเพียงชั่วขณะที่สายลมพัดผ่าน แต่นางจำเสี้ยวหน้าคมคายดุดันนั้นได้ติดตาจนไม่มีวันลืม... จ้าวเฟยหลง“คุณหนู... คนบนรถม้าเมื่อครู่ ใช่ท่านอ๋องหรือไม่เจ้าคะ” ชิงชิงกระซิบถามด้วยเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดซูเหมยสูดลมหายใจเข้าลึก สะกดความกลัวที่ตีขึ้นมาในอก นางก้มมองกล่องตำราในมือสาวใช้... สี่ปีผ่านไปแล้ว คนสูงศักดิ์ระดับนั้นย่อมลืมลูกอนุไร้ค่าไปหมดสิ้น และที่สำคัญ ค่าจ้างคัดตำราก้อนนี้จำเป็นมาก“จะใช่หรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องของเราอีกต่อไปแล้ว” ซูเหมยเอ่ยเสียงเรียบเพื่อเรียกสติ นางกระชับมือเล็กของลูกชายแน่นขึ้น“รีบนำตำราไปส่ง รับเงินค่าจ้างแล้วพวกเราค่อยกลับบ้าน”ที่หอตำราอักษรทองบรรยากาศภายในร้านกลับดูเงียบสงบและไร้ผู้คนผิดหูผิดตา‘เหวินฮ่าว’ เถ้าแก่หนุ่มเดินออกมารับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย เขาย่อตัวลงยื่นห่อขนมกุ้ยฮวาหอมกรุ่นให้เด็กชายตัวน้อย“รางวัลสำหรับคนเก่งของลุงเหวินในวันนี้”“ขอบคุณขอรับท่านลุงเหวิน!” เป่าอันรับห่อขนมมาถือไว้ด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตเป็นประกาย
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
บทที่ 8
บทที่ 8ร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่เปี่ยมด้วยแรงกดดันมหาศาล ทุกย่างก้าวของเขาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม ซูเหมยถอยร่นจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับบานประตูไม้ที่ถูกลงกลอนแน่นหนา ลมหายใจของนางสะดุดกึกเมื่อนึกขึ้นได้ว่า เบื้องหลังบานประตูนี้นอกจากจะมีองครักษ์ขวางอยู่... เป่าอันยังคงยืนรอนางอยู่ตรงนั้นนางจะส่งเสียงดังไม่ได้เด็ดขาด!“ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะเพคะ...” นางเค้นเสียงกระซิบ ลอดไรฟันออกมาด้วยความโกรธ พยายามเชิดหน้าซ่อนความกลัวเอาไว้ใต้สายตาแข็งกร้าวแต่จ้าวเฟยหลงกลับไม่สนใจ เขายกแขนทั้งสองข้างยันทาบลงกับบานประตู กักขังร่างบอบบางไว้ใต้เงาของตนอย่างสมบูรณ์ แผงอกกว้างเบียดกระชั้นชิดจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดหน้าผาก สายตาคมกริบที่ก้มมองลงมาไม่ได้มีเพียงความแค้นเคือง แต่เต็มไปด้วยความหวงแหนและต้องการครอบครองอย่างบ้าคลั่ง“สี่ปี...”น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน เยือกเย็นจนบรรยากาศโดยรอบแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง“เจ้าหนีข้ามาถึงสี่ปี... คิดว่าจะหนีพ้นจริงๆ หรือ ซูเหมย”“ท่านอ๋อง สำรวมด้วย! ที่นี่ไม่ใช่จวนของท่าน!” ซูเหมยกัดฟันแน่น สองมือยกขึ้นดันแผงอกกว้างออกสุดกำลัง แต่มันกลับไ
last updateLast Updated : 2026-09-18
Read more
บทที่ 9
บทที่ 9เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้ายังคงดังก้องสะท้อนในห้องรับรองอันเงียบกริบรอยฝ่ามือสีแดงจัดเด่นชัดบนใบหน้าหล่อเหลา ทว่าจ้าวเฟยหลงกลับไม่รู้สึกรู้สา สายตาคมกริบหรี่ลงราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังเดือดจัด“ไม่ยอมเป็นอนุอย่างนั้นหรือ...”เขาหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น ก่อนจะใช้มือหนาเพียงข้างเดียวรวบข้อมือทั้งสองของนางขึ้นไปกดตรึงไว้กับบานประตูเหนือหัวแน่นหนาราวกับคีมเหล็กซูเหมยอ้าปากหมายจะส่งเสียงห้าม ทว่าริมฝีปากของเขากลับก้มลงมาบดขยี้อย่างดุดันไร้ความปรานี สัมผัสป่าเถื่อนบีบบังคับให้นางต้องยอมรับลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามาช่วงชิงลมหายใจ ตักตวงความหวานปนคาวเลือดอย่างหิวกระหายมือหนาอีกข้างกระชากสายรัดเอวของนางออกอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าหลุดลุ่ยร่นลงไปกองที่ข้อศอก เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนละเอียดและเนินอกที่กระเพื่อมไหว ฝ่ามือร้อนผ่าวกุมเนินอกอวบอิ่ม บีบเค้นอย่างหนักหน่วงจนยอดอกชูชัน“อื้อ... ปล่อยนะ...” นางพยายามหันหน้าหนี สะกดกลั้นเสียงร้องห้ามไว้ในลำคอด้วยความกลัวว่าเสียงจะเล็ดลอดออกไปให้ลูกชายข้างนอกได้ยินแต่จ้าวเฟยหลงกลับไม่หยุด ลิ้นร้อนลากผ่านลงมาตามลำคอขาวเนียน ขบเม้มสร้างรอยรักสีเข้มทับซ้อนรอ
last updateLast Updated : 2026-09-18
Read more
บทที่ 10
บทที่ 10ภายในห้องรับรองเงียบสนิท สายตาคมดุของจ้าวเฟยหลงจับจ้องใบหน้าของเด็กชายวัยสามขวบไม่วางตาร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แรงกดดันอันเยือกเย็นทำให้ซูเหมยต้องรีบดึงตัวเป่าอันเข้ามากอดแนบอก ร่างกายสั่นเทาพลางถอยร่นจนแผ่นหลังชนผนังห้องอย่างไร้ทางหนี“เด็กคนนี้... เป็นลูกของเจ้าอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามช้าๆ สายตาคมกริบจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวบนใบหน้านาง“ชะ... ใช่!” ซูเหมยตอบเสียงสั่น หลบสายตาอันตรายคู่นั้นอย่างลนลาน “เขาเป็นลูกของข้า... ของข้าคนเดียว!”ท่าทีตื่นตระหนกและพิรุธที่ปิดไม่มิดทำให้ริมฝีปากของเขากระตุกยิ้มเยาะ“ลูกของเจ้าคนเดียวงั้นหรือ...” เขาก้าวประชิดตัวนาง โน้มตัวลงมากระซิบเสียงเย็น“ช่างน่าขันนัก ที่ใบหน้าลูกของหญิงรับจ้างคัดตำราเช่นเจ้า กลับถอดแบบเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงมาไม่มีผิดเพี้ยน”“ท่านอ๋องพูดเรื่องอะไร หม่อมฉันไม่เข้าใจ!”“ในเมื่อเจ้ายืนกรานปฏิเสธ ข้าก็จะให้ความเป็นธรรม” จ้าวเฟยหลงยืดตัวขึ้น เอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“ทหาร! ไปตามหมอและเตรียมชามน้ำสะอาดมา ข้าจะหยดเลือดพิสูจน์สายเลือดให้เห็นกันชัดๆ ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกชาวบ้าน... หรือเป็นสายเลือดตระกูลจ้าวที
last updateLast Updated : 2026-09-18
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status