All Chapters of ชายาชนบทของอ๋องทรราช: Chapter 41 - Chapter 50

72 Chapters

บทที่ 14 งานเลี้ยงชมบุปผา 3/3

เมื่ออี้หว่านเดินมาถึงหน้าแท่นประธาน นางก็ยอบกายคารวะตามธรรมเนียมราชสำนักได้อย่างไร้ที่ติ“อี้หว่านคารวะหลินไท่เฟยเพคะ”“ลุกขึ้นเถิด” รอยยิ้มบางเบาที่ไม่ค่อยปรากฏให้ผู้ใดเห็นแต้มขึ้นที่มุมปากของไท่เฟย มือเรียวที่ประดับปลอกเล็บทองคำเอื้อมไปถอดกำไลหยกเขียวมรกตน้ำงามไร้ตำหนิที่สวมอยู่บนข้อมือตนเองออก ก่อนจะยื่นส่งให้เด็กสาวตรงหน้า “กิริยามารยาทเรียบร้อยน่าเอ็นดูนัก นี่เป็นของขวัญพบหน้า รับไปสิ”เหล่าคุณหนูในงานต่างพากันสูดหายใจเข้าลึกด้วยความริษยา กำไลหยกเขียววงนั้นเป็นของพระราชทานที่หลินไท่เฟยโปรดปรานยิ่งนัก! ฉุยซีหลิงถึงกับหน้าตึงจนรอยยิ้มค้างเติ่ง ส่วนหลี่เยว่ฉิงกำผ้าเช็ดหน้าแน่นจนแทบขาดคามือ“ขอบพระทัยเพคะ”เซิ่งอี้หว่านยื่นสองมือออกไปรับกำไลหยกมาสวมเข้าที่ข้อมือตนเองอย่างระมัดระวัง พลางส่งยิ้มหวานหยดย้อยจนดวงตาหยีโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ความใสซื่อบริสุทธิ์นั้นทำให้แม้แต่ไท่เฟยยังต้องพยักหน้าด้วยความพึงพอใจทว่าเมื่อนางเงยหน้าขึ้น สายตากลมโตกลับเหลือบไปเห็นบุรุษหนุ่มชุดแพรทองสูงศักดิ์ที่นั่งอยู่ข้างแท่นประธาน เด็กสาวเอียงคอเล็กน้อย มองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัยบุรุษผู้นี้หน้าตาดูหยิ่งผ
last updateLast Updated : 2026-10-18
Read more

บทที่ 15 โคลงกลอน 1/3

โต๊ะไม้ตัวยาวถูกจัดวางเรียงรายไว้กลางลานดอกเหมยอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหมึกสนชั้นดีโชยแตะจมูกเคล้าคลอไปกับสายลมหนาวที่หอบเอากลิ่นดอกไม้ในสวนอวลตามลม กระดาษเซวียนจื่อสีขาวนวลถูกปูลาดไว้อย่างประณีต เหล่าคุณหนูในงานต่างพากันก้าวออกไปจับจองโต๊ะ ท่วงท่าจับพู่กันและฝนหมึกล้วนแช่มช้อยอ่อนหวานสมเป็นกุลสตรีที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เยาว์วัยงานนี้นอกจากประชันโคลงกลอน ทุกคนก็อยากอวดโฉมให้องค์รัชทายาทได้ชมเช่นกัน เพราะตำแหน่งหวางเฟยนั้นยังว่างอยู่ท่ามกลางสายตาชื่นชมของผู้คน หลี่เยว่ฉิงก้าวออกมาอย่างสง่างาม ชายกระโปรงสีทองพลิ้วไหว นางจรดปลายพู่กันขนจิ้งจอกลงบนผืนกระดาษอย่างมั่นคง ตวัดปลายเส้นหมึกอย่างคล่องแคล่วชำนาญ ลายมืออ่อนช้อยดุจหงส์ร่อนปรากฏขึ้นเป็นบทกวีสี่วรรค‘หิมะโปรยโรยราเหมยผลิบาน งามตระการเหนือมวลพฤกษาสวรรค์ ดั่งจันทราฉายส่องนภานั้น บารมีนิรันดร์ขจรไกล’“ดอกเหมยแม้งามสง่าเพียงใด ก็มิอาจเทียบเคียงบารมีอันสูงส่งและความงดงามเหนือกาลเวลาของหลินไท่เฟยได้เพคะ” หลี่เยว่ฉิงยอบกายอ่อนช้อย ยกแผ่นกระดาษขึ้นอวดแก่สายตาทุกคน“ดี! ช่างแต่งได้ไพเราะลึกซึ้งยิ่งนัก!”หลินไท่เฟยปรบมือชื่นชมด้วยรอยยิ้มพึงพ
last updateLast Updated : 2026-10-18
Read more

บทที่ 15 โคลงกลอน 2/3

ฉุยซีหลิงและหลี่เยว่ฉิงลอบสบตากันอย่างรื่นรมย์ แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและรอชมความอับอายครั้งใหญ่ที่จะทำให้โจวอ๋องต้องเอาหน้าซุกแผ่นดินทว่าเซิ่งอี้หว่านหาได้สนใจเสียงนกเสียงกา นางก้มหน้าก้มตา มองกระดาษเซวียนจื่อสีขาวแผ่นใหญ่ราวกับมันคือลานดินที่นางเคยใช้กิ่งไม้ขีดเขียนยามอยู่บ้านป่า เด็กสาวจุ่มหมึกจนชุ่ม ก่อนจะจรดปลายพู่กันลงไปอย่างแน่วแน่สวบ... สวบ...เสียงตวัดพู่กันหนักหน่วงไร้ความพริ้วไหว อักษรตัวโตเบ้อเริ่มเทิ่มเริ่มปรากฏสู่สายตา มันช่างเบี้ยวบูด โย้เย้ และดูสะเปะสะปะดั่งไก่เขี่ยจนบ่าวรับใช้ที่ยืนฝนหมึกอยู่ ข้าง ๆ ยังต้องเบือนหน้าหนี ทว่าทุกลายเส้นน้ำหมึกที่กดลงไปกลับแฝงด้วยความจริงจังจากความทรงจำอันแสนยากลำบากที่นางจำได้ขึ้นใจ‘ลมหนาวพัดกรีดเฉือนกระดูกชาวนา เกี่ยวข้าวยังหนาวสั่นไร้เสื้ออุ่นใส่ในคืนวัน แต่ผู้คนรำพัน... ชมเหมยบาน’เมื่อเขียนอักษรตัวสุดท้ายเสร็จ เซิ่งอี้หว่านก็ถอยออกมาหนึ่งก้าว สูดหายใจเข้าลึกอย่างภาคภูมิใจ ยินดีในความรู้ที่หยวนเป่าเพิ่งเคี่ยวเข็ญสอนสั่งมาได้ไม่กี่วัน นางกลับเขียนกลอนเป็นแล้ว“เสร็จแล้วเพคะ!” นางหันไปบอกหลินไท่เฟยและสวามีด้วยรอยยิ้มน่าเอ็นดู
last updateLast Updated : 2026-10-18
Read more

บทที่ 15 โคลงกลอน 3/3

คำว่า ‘เข้าใจหัวอกราษฎร’ ดังก้องสะท้อนในโสตประสาทขององค์รัชทายาทจ้าวอวี่เฉิน พระพักตร์คมคายพลันเปลี่ยนสีเป็นขาวสลับเขียว พระองค์เป็นถึงว่าที่ผู้ครองแผ่นดิน หากปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่แสดงท่าที ย่อมถูกตราหน้าว่าทรงละเลยความทุกข์ยากของราษฎรเฉกเช่นคนไร้ปัญญา และหากเรื่องนี้แพร่ออกไปย่อมเสื่อมเสียไปถึงพระบิดา ที่เคยกล่าวหาอดีตฮ่องเต้ว่าเป็นทรราช ซึ่งก็เป็นพระบิดาของโจวอ๋องอีกเช่นกันจ้าวอวี่เฉินสูดหายใจลึก รีบลุกขึ้นยืนประสานหัตถ์ สรรเสริญด้วยสุรเสียงกังวานกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน“โจวอ๋องตรัสได้ถูกต้องยิ่งนัก! บทกวีของพระชายาโจวอ๋องแม้ลายมือจะเรียบง่าย ทว่าเนื้อหากลับลึกซึ้งคมคายสะท้อนความเป็นจริงของบ้านเมือง เปรียบเสมือนเสียงเตือนใจให้พวกเราอย่าได้หลงระเริงในความสุขสำราญ ช่างเป็นบทกลอนที่น่ายกย่องและทรงคุณค่ายิ่งกว่าบทกวีชม บุปผาใด ๆ ในวันนี้!”คำสรรเสริญจากปากองค์รัชทายาท ทำให้บรรยากาศพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ!หลินไท่เฟยพยักพักตร์ช้า ๆ อย่างเห็นพ้อง“จริงของอวี่เฉิน... เด็กคนนี้เกิดในชนบท เติบโตมากับความยากลำบาก จึงมองเห็นสิ่งที่พวกเราในเมืองหลวงมองข้าม จิตใจที่คำนึงถึงราษฎ
last updateLast Updated : 2026-10-18
Read more

บทที่ 16 เรือนพักรับรองท้ายสวน 1/3

หลังฉากกั้นในห้องพัก ฉุยซีหลิงก้าวเท้าเร็ว ๆ เข้ามาหยุดตรงหน้าปี้เถา แววตาล่อกแล่กเต็มไปด้วยความตึงเครียด มือของนางบีบแขนสาวใช้คนสนิทแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อผ้า“อย่าให้พลาด... จัดการให้เรียบร้อย” นางกระซิบเสียงลอดไรฟัน “หากคราวนี้นังเด็กบ้านนอกนั่นไม่แหลกคามือ ข้าจะถลกหนังเจ้า!”“เจ้าค่ะฮูหยิน บ่าวเข้าใจแล้ว” ปี้เถาก้มหน้ารับคำอย่างนอบน้อม แต่แววตาเต็มไปด้วยแผนการร้ายกาจพอนายหญิงหมุนตัวเดินลับออกจากห้องไป ปี้เถาก็คลี่ห่อยาผงสีขาวในแขนเสื้อออกมาดู รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก นางเดินเลี่ยงผ่านทางเดินเงียบสงัดมุ่งหน้าไปยังห้องครัวใหญ่ที่นั่น กาน้ำชาดินเผาใบเล็กถูกตระเตรียมไว้ต่างหาก ปี้เถาเทผงยาสีขาวลงไปก่อนจะใช้ตะเกียบคนจนละลายไม่เหลือรอยคราบ นางหันไปกำชับบ่าวในครัวด้วยสายตาดุการวางท่าเป็นเจ้านายอีกคนในบ้านหลังนี้ของปี้เถาย่อมเป็นเรื่องชินตา“ชากานี้ เป็นชาพิเศษที่ฮูหยินใหญ่สั่งให้ยกไปให้พระชายาโจวอ๋องโดยเฉพาะ ห้ามผู้ใดแตะต้องเด็ดขาด หากสับสนจนยกผิดโต๊ะ หัวของพวกเจ้าได้หลุดจากบ่าแน่”“เจ้าค่ะพี่ปี้เถา” บ่าวในครัวก้มหน้ารับคำตัวสั่น รู้ดีว่าคำสั่งจากปี้เถาคือคำสั่งจากนายหญิงของจวน
last updateLast Updated : 2026-10-18
Read more

บทที่ 16 เรือนพักรับรองท้ายสวน 2/3

จ้าวฉางอันเดินมารอชายายังศาลาไม้ริมสระน้ำนอกเรือนพักรับรอง เขาทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทีผึ่งผาย รอยยิ้มพึงพอใจแต้มอยู่ที่มุมปาก พลางกวาดสายตามองไปรอบบริเวณอย่างสบายอารมณ์แม้ว่ารอสตรีจะเนิ่นนานสักหน่อย แต่เขาก็ยินดีรอโดยเฉพาะสตรีผู้นั้นคือชายาปลายนิ้วหยาบกร้านเคาะลงบนโต๊ะหินเป็นจังหวะช้า ๆ จนเวลาผ่านไปราวสองเค่อ ความสงบก็ถูกรบกวนเสียงครวญครางน่าอายกลับแว่วรอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ที่ปิดไม่สนิทออกมา ทำให้ใบหน้าของโจวอ๋องเข้มขึ้น เรียวคิ้วขมวดแน่น“อ๊า... เบาหน่อย... อื้อ... ข้า... ข้าไม่ไหวแล้ว... อื้อ...”เสียงกระเส่าปนหอบเหนื่อยดังก้องชัดเจนจนเรียกสายตาใครหลายคนในที่แห่งนั้นที่ชมสวนอยู่ไม่ไกล หันมองมาทางนั้นอ๋องหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวอาด ๆ มุ่งหน้าตรงไปยังหน้าประตูเรือนพัก ประจวบเหมาะกับฉุยซีหลิงที่พาขบวนสาวใช้กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมาถึงพอดี นางเห็นโจวอ๋องกำลังจะเอื้อมมือไปผลักบานประตู จึงรีบร้องทักเสียงหลงพลางยกมือขึ้นห้าม“ท่านอ๋อง! ช้าก่อนเพคะ นั่นเป็นเรือนพักของสตรี บุรุษไม่ควรก้าวล่วงเข้าไปเช่นนี้ มันไม่เหมาะสมนะเพคะ!”จ้าวฉางอันชะงักมือ ปรายตามองนางนิ่
last updateLast Updated : 2026-10-18
Read more

บทที่ 16 เรือนพักรับรองท้ายสวน 3/3

ร่างในชุดสวยหมุนตัวหันไปชี้หน้ามู่หรงเหยียนที่กำลังลนลานคว้าเสื้อผ้ามาคลุมกาย นางก่นด่าทั้งน้ำตาด้วยความแค้นเคืองจนลืมเลือนไปสิ้นว่ามีผู้ใดกำลังยืนมองอยู่“สารเลว! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาแตะต้องบ่าวชั้นต่ำ! ข้าอุตส่าห์ยอมเสี่ยงคลอด หลี่จั้วเฉิง ให้เป็นสายเลือดของเจ้า เจ้ายังกล้าหักหลังข้าอีกรึ! หรือตำแหน่งแม่ทัพเจ้าก็ไม่ต้องการ?”น้ำเสียงที่แผดก้องออกมานั้นดังสะท้อนไปทั่วเรือนพัก ทว่ายังไม่ทันที่มู่หรงเหยียนจะได้อ้าปากพูด ฉุยซีหลิงที่คุ้มคลั่งจนกู่ไม่กลับก็ชี้หน้าด่าเขาซ้ำอีกระลอก“นี่... เยว่ฉิงยังเป็นบุตรสาวที่เจ้ารักไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นชู้กับสาวใช้ของข้า!”“ฮะ...ฮูหยิน” มู่หรงเหยียนเรียกคล้ายกำลังจะดึงสติคนตรงหน้า แต่ว่าไม่ทันการเสียแล้ว“ข้าให้เจ้าไม่อิ่มหรือ ทุกคืนก็มาหาข้านี่เจ้ารู้จักพอหรือไม่”สิ้นเสียงนั้น อากาศรอบข้างพลันเยียบเย็นดั่งต้องมนตร์สะกด เหล่าคุณหนูและฮูหยินที่ยืนอออยู่หน้าประตูต่างพากันอ้าปากค้าง ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่างหลี่เยว่ฉิงที่ยืนอยู่ข้างประตูหน้าซีดเผือด แข้งขาอ่อนแรงจนแทบทรงตัวไม่อยู่เมื่อได้ยินความจริงเรื่องชาติกำเน
last updateLast Updated : 2026-10-18
Read more

บทที่ 17 ฮูหยินหลี่ตัวร้าย 1/3

ในรถม้าของโจวอ๋อง เซิ่งอี้หว่านฮัมเพลงเบา ๆ โยกหัวไปมานั่งเตะขาสลับเมื่อสวามีพาออกมาชมสวน ในสวนหลวงที่ราชสำนักสร้างเอาไว้ให้เหล่าขุนนางพักผ่อน และในศาลามีตั่งนั่งชมวิวที่ดีไม่น้อยท่ามกลางต้นดอกสาลี่ ดอกเหมย และดอกไม้นานาพันธุ์ที่แข่งกันผลิดอกในท้ายฤดูสารท กับเปลี่ยนสีผลัดใบกำลังจะก้าวเข้าฤดูหนาว ท่าทางนั้นทำเอาโจวอ๋องยกยิ้มขบขัน แม้นางจะไม่ได้สำรวมกิริยา แต่ทว่ากลับทำให้โจวอ๋องผู้นี้สบายใจ “กินของในงานอิ่มหรือไม่ ข้าจะได้ให้อู่โม่ไปซื้ออะไรให้เจ้ากินเสียหน่อย” เซิ่งอี้หว่านหันมายิ้มให้พลางคลานขึ้นมานอนพิงซบอกเขาแล้วส่ายหน้า “ไม่กินหรือ” คิ้วดาบเลิกสูงราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ชายาปฏิเสธอาหาร “ไม่เอาของคาว เอาของหวานเพคะ” โจวอ๋องเกือบหลุดขำ เขาก็คิดว่ารู้จักชายาดีพอสมควร แล้วจะไม่รู้ได้ยังไงว่านางชอบกินที่สุด เอาเถอะ...เลี้ยงให้อ้วน ๆ ตอนกลืนจะได้เต็มปากเต็มคำ เขาโบกมือสองครั้งองครักษ์ก็ลงมาเบื้องหน้าสามคน รวมทั้งอู่โม่เองก็มาด้วย แล้วสั่งให้ไปปล้นขนมหวานของเหลาจุ้ยเซียนโหลว ลงบัญชีจินซื่
last updateLast Updated : 2026-10-18
Read more

บทที่ 17 ฮูหยินหลี่ตัวร้าย 2/3

เฮอะ...อย่าได้ใจไปเชียว ข้าไม่หลงกลเจ้าหรอก แต่เมื่อดวงตากลมโตกะพริบตาปริบ ๆ “ข้าไม่ชอบกินของหวาน แต่เป็นอาหารกับสุราก็ชื่นชอบ” จิ...ปากข้านี่ไวจริง ๆ นะ เอาเถอะก็แค่เผลอหลุดปากไปเท่านั้น “แต่ข้าปากหวานมากนะ...ท่านอ๋องก็ไม่ชอบหรือ” ยั่ว...ชายาช่างยั่ว...คิดว่าทำแกล้งมาออดอ้อนเขาจะให้อภัยหรือ หึ! “นั่นเป็นของหวานสิ่งใดเดียวที่ข้ากิน...และปากนี้ก็ห้ามเอ่ยถึงบุรุษอื่นให้ข้าได้ยินเช่นกัน” ว่าจบริมฝีปากนุ่มของโจวอ๋องประทับลงมาบดเบียดชิมคนที่บอกว่าปากตัวเองหวานนักหนาก็ดีจะได้รู้ว่าหวานแค่ไหน แต่ชิมชั่วครู่จะไปรู้รสอะไร เขาจึงจับนางนอนราบกับตั่งนุ่มก่อนจะทาบทับร่างกายลงไปจับมือของนางกดกับฟูกนุ่มแล้วแทรกตัวเข้าไประหว่างขาเรียวเล็ก เสียงคุยกลายเป็นเสียงครางกระเส่าในลำคอ ทำเอาเหล่าองครักษ์ที่เฝ้าอยู่ห่าง ๆ ถึงกับหน้าแดง จึงขยับกันให้ไกลอีกหน่อย ท่านอ๋องช่างเร่าร้อนเสียจริง จวนแม่ทัพหลี่ปิดเรือนทันทีหลังจากส่งแขก เรื่องวันนี้ทำให้หลี่เจิ้นหรงอับอายขายหน้า ยิ่งรู้ว่าตนเองเลี้ยงดูบุตรผู้อื่นยิ่งทำให้เคียดแค้น จนอยากจะจั
last updateLast Updated : 2026-10-18
Read more

บทที่ 17 ฮูหยินหลี่ตัวร้าย 3/3

หลี่เจิ้นหรงทนฟังเรื่องที่เขาโง่เขลาต่อไปไม่ได้อีกแล้ว และรู้สึกว่าตนเองนั้นก้าวผิดไปแล้วจริง ๆ แต่ก็ยังดึงตนเองกลับมาได้ก่อนจะถลำลึกเอาสายเลือดผู้อื่นมาทำให้ตระกูล หลี่แปดเปื้อน นี่คงเป็นวิญญาณบรรพบุรุษคุ้มครองเขาแล้ว เมื่อคนจากศาลซุ่นเทียนเดินเข้ามาจับตัวมู่หรง เหยียนกับฉุยซีหลิง เสียงโวยวายก็ดังขึ้นตลอดจนกระทั่งสองร่างนั้นหายลับไป และเขาจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับบุตรชายและบุตรสาวนอกสายเลือดทั้งสอง “ในเมื่อเจ้าสองคนไม่ใช่สายเลือดตระกูลหลี่ ก็จงเก็บเสื้อผ้าออกจากจวนของข้าไป ทรัพย์สินทั้งหมดข้าจะไม่ให้นำออกไปด้วย นี่คือสิ่งที่ข้าปรานีที่สุดแล้ว” หลายปีมานี้เจ้าลูกชู้สองคนก็ผลาญไปไม่น้อยแล้ว หลี่เยว่ฉิงส่ายหน้าไปมา นางไม่อยากยอมรับว่าตนเองเป็นเพียงบุตรสาวของชู้รักมารดา อีกอย่างมู่หรง เหยียนก็เป็นแค่รองแม่ทัพพิทักษ์เมืองหลวง เดิมหากจัดการเงียบ ๆ นางก็ยังพอมีหน้ามีตาอยู่บ้าง ยามนี้จัดการเอิกเกริกจะไม่ให้นางได้มีโอกาสเงยหน้าขึ้นเลยหรือ บิดาของข้าช่างใจดำอำมหิตนัก แต่ในเมื่อเขาใจดำนางจะใจดีต่อเขาไปเพื่อสิ่งใดเล่า... “หากท่านไล่
last updateLast Updated : 2026-10-18
Read more
PREV
1
...
345678
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status