ถ้าพูดถึงสไตลิง อนิเมะจะสามารถเล่นกับภาพลวงตา สีสันและแอนิเมชันสโลว์โมชันในจังหวะตลกหรือจังหวะช็อกได้อย่างจัดจ้าน ส่วนซีรีส์สดต้องพึ่งเทคนิคพิเศษ การแต่งหน้าและมุกบทพูด หากจะทำให้สำเร็จต้องเลือกโทนชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าจะเอาไปทางมืดมิดจริงจัง หรือคอเมดี้หลุดโลกแบบ 'What We Do in the Shadows' ที่ถ้ามีการแปลกใหม่ของมุกและบทสนทนาที่เฉียบคม ก็มีโอกาสเป็นผลงานโปรดของคนดูได้ง่ายๆ อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการใช้ตัวละครรองมาช่วยสร้างมิติและความหลากหลายของปม ทำให้ผู้ชมไม่รู้สึกเบื่อจากรูปแบบมุกเดิมๆ
ผมมักจะนึกถึงฉากใน 'Hotarubi no Mori e' เป็นตัวอย่างแรกเสมอ เพราะความสัมพันธ์ที่ห้ามสัมผัสถูกแปลงให้เห็นเป็นกฎทางกายภาพที่ชัดเจนเมื่อตัดต่อและกำกับ ฉากที่ผู้กำกับควรให้ความสำคัญคือช่วงที่ตัวละครทั้งสองใกล้กันแต่ไม่แตะต้อง — การใช้ระยะภาพ (negative space) เพื่อสื่อห้วงว่างระหว่างสองหัวใจช่วยให้ความรักดูทั้งงดงามและน่าเศร้าไปพร้อมๆ กัน