Masukนางเอกของเรานั้นมีสิ่งที่พิเศษนอกเหนือจากคนอื่นเพราะเธอเห็นผี!! ด้วยความที่หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ดังนั้นเธอจึงอาสามาเป็นช่างแต่งหน้าศพในโรงพยาบาลและรวมถึงรับจ้างเฝ้าหน้าศพด้วย และก็เพราะสาเหตุนี้จึงทำให้เธอได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีหนึ่งซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อสามปีก่อน หลังจากได้ไปรับจ้างเฝ้าศพของชายชรารายหนึ่งซึ่งค่อนข้างมีอิทธิพลไม่น้อย และนับจากวันนั้นมาชีวิตของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
Lihat lebih banyakเรื่องราวเริ่มต้นจากความไว้ใจและสุดท้ายก็จบที่คำว่าไว้ใจ...หากจะเล่าเรื่องนี้ก็คงต้องย้อนกลับไปสมัยที่พ่อของเขายังเด็ก...ซึ่งพ่อของเขาก็เป็นเด็กถูกทอดทิ้งและเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในอดีต สถานที่ซึ่งชายคนนี้ได้เข้ามามีบทบาทเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชาย ความสนิทและความผูกพันนี้ขอ
ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขา
นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออก
หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภาร
อัยยาลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธออาบไปด้วยน้ำตา เธอหันไปมองทุกคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "พวกเขา...พวกเขาถูกขังไว้ที่นี่ค่ะ...ในภาพวาดพวกนี้" เธอพูดเสียงสั่น "เมฆา...เขาน่าจะให้อาจารย์คนนั้นใช้มนต์ดำผนึกวิญญาณของเด็ก ๆ ทุกคนไว้กับภาพวาดแห่งความทรงจำเหล่านี้...พวกเขาต้องการให้เราช่วยปล
ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้
ทางด้านรามิลและทีมของเขา เมื่อพวกเขาขึ้นมาถึงดาดฟ้าเรือก็ได้พบกับภาพที่น่าประหลาดใจ...เมฆา เมฆินทร์ กำลังยืนพิงราวกันตกอยู่ โดยที่เขาได้ยืนหันหน้าชมท้องทะเลในยามค่ำคืนอย่างไม่ทุกข์ร้อนแม้จะรู้ดีว่าเรือทั้งลำได้ถูกตำรวจล้อมไว้หมดแล้วก็ตาม โดยด้านข้างของชายหนุ่มคือหญิงวัยกลางคนที่กำลังยืน
ท่ามกลางการต่อสู้...ของทั้งสองฝ่ายที่อีกฝ่ายกำลังจู่โจมกับศัตรูกับอีกฝ่ายคือการต่อสู้เพื่อยื้อชีวิต "กลับมาสิอัยยา! ได้ยินไหม! กลับมา!" เสียงตะโกนที่สิ้นหวังของวาโยดังก้องอยู่ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล เขาทำการกดหน้าอกและผายปอดให้อัยยาอย่างไม่คิดชีวิต ทุกวินาทีที่ผ่านไปยาวนา











