LOGINเพราะถูกแม่เลี้ยงใจร้ายส่งตัวมาที่หมู่บ้านชนบท ทำให้ 'ลั่วหนิงฮวา' ล้มป่วยจนตาย จึงเป็นเหตุให้ 'อาหนิง' หญิงสาวจากชาติปัจจุบันทะลุมิติมาอยู่ในร่างของลั่วหนิงฮวาสตรีบอบบางผู้นี้ ลั่วหนิงฮวาคนใหม่สร้างความแปลกใจให้คนรอบข้างไม่น้อย อีกทั้งยังมีใบหน้าเรียบเฉยตลอดเวลาเพราะนางเป็นอัมพาตที่ใบหน้า และนางยังสามารถมองเห็น 'ผี' ได้อีกด้วย เหล่าผีป่วนที่เข้ามาวุ่นวายกับนาง รวมถึง 'โจวอี้เฉิน' องค์รัชทายาทหนุ่มจอมหื่นกามที่หาทางแทะโลมนางได้แทบจะทุกเวลา เรื่องราวความรักของพวกนาง มีผีเข้ามาช่วยเหลือและสร้างปัญหาในทุกช่วงเวลา อีกทั้้งยังต้องฟาดฟันกับศัตรูรอบตัวอย่างไม่เกรงกลัว พวกเขาทั้งสองจะจับมือกันฝ่าฝันอุปสรรคครั้งนี้ไปได้หรือไม่ หรือจะมีผีมาร่วมจับมือไปด้วยกัน ฝากติดตามนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ
View Moreรัชศกอี้เฉินปีที่ 30 เข้าสู่ช่วงเหมันต์ฤดู อากาศค่อนข้างหนาวเย็นเป็นอย่างมาก ยามนี้ลั่วหนิงฮวากำลังนั่งสนทนาอยู่กับโจวอวี้หลันด้านในตำหนักเฟิ่งหวง พวกเขาทั้งสองอายุมากแล้ว แต่ทว่าความงดงามกลับไม่ลดลงไปเลยแม้แต่น้อย ยามว่างโจวอวี้หลันมักจะเข้าวังมาเยี่ยมนางอยู่เสมอ"พี่หญิง ท่านลองดื่มชาหลงจิ่งถ้วยนี้ดูเถิด รสชาติดียิ่งนัก" "อืม" โจวอวี้หลันยกถ้วยชาขึ้นมาดื่ม รสชาติหวานล้ำและกลิ่นหอมของใบชาทำให้นางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "ได้ยินว่าสองวันก่อน องค์รัชทายาท องค์ชายรองและองค์หญิง ออกไปเที่ยวเล่นนอกวังหลวงมาหรือ" โจวอวี้หลันเอ่ยถามขึ้นมา ลั่วหนิงฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย นางมีพระโอรสสององค์ และองค์หญิงอีกหนึ่งองค์ ลูกทั้งสามมีอายุไม่ห่างกันมากเท่าใดนัก โจวเทียนสิงเป็นองค์รัชทายาท ปีนี้อายุสิบแปดปีเต็มแล้ว โจวเซิงหยวน องค์ชายรองปีนี้อายุสิบหกปีเต็ม และโจวหงอี้อายุสิบสี่ปีเต็ม บุตรทั้งสามของนางนั้นสร้างแต่เรื่องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน "พี่หญิง พูดถึงพวกเขาแล้วข้าเหนื่อยใจยิ่งนัก" "เอาเถิด เด็ก ๆ ก็เป็นเช่นนี้ ดูลั่วเฟิงบุตรชายคนเดียวของข้าสิ เขาก็เที่ยวเล่นเช่นนี้ประจำ
"อะ อื้อออ!!!" เสียงครวญครางแผ่วต่ำสลับกับเสียงฝนที่โปรยปรายในยามค่ำคืน สร้างความร้อนรุ่มให้แก่โจวอี้เฉินเป็นอย่างยิ่ง"เด็กดี นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น" "อาเฉินร่างกายท่าน!!! ""มิต้องกังวลท่านหมอเทวดาบอกว่าข้าหายดีแล้ว""อื้ออออ!!!" ลั่วหนิงฮวารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อถูกโจวอี้เฉินมอบรสจูบที่แสนเร่าร้อนให้แก่นางเช่นนี้ เขาสอดลิ้นอุ่นร้อนเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นชื้นแฉะของนางอย่างเอาแต่ใจ ยามนี้อาภรณ์ที่แสนประณีตงดงามกลับถูกเขาดึงทึ้งลงไปกองกับพื้นเสียแล้ว ร่างกายของนางเปลือยเปล่าอ่อนระทวยอยู่ภายใต้ร่างแกร่งของเขา มือหนาใหญ่ลูบไล้ไปทั่วเรือนกายขาวผ่องอย่างซุกซน ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนใบหน้ามาจูบไซ้ที่ซอกคอขาวเนียนของนาง และค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าลงมาที่สองเต้าอวบสวย โจวอี้เฉินครอบริมฝีปากกลืนกินยอดปทุมถันสีหวานของนางอย่างหื่นกระหาย มือหยาบกร้านบีบขยำดอกบัวงามจนเกิดเป็นรอยแดงทั้งสิบนิ้ว "อื้ออออ ข้าเสียว!!!" ลั่วหนิงฮวาแอ่นอกสวยให้เขาเชยชมอย่างไม่ขัดขืน โจวอี้เฉินแลบลิ้นเลียจุกบัวสีหวานของนางอย่างหยอกเย้า ตั้งแต่คลอดพระโอรสองค์แรก เขากับนางก็ห่างเหินเรื่องสัมพันธ์สวาทเช่นนี้มานา
นอกจากจะสังหารโจวเหวินกวงแล้ว หนึ่งเดือนต่อมา โจวอี้เฉินก็พบกับเบาะแสที่จวิ้นอ๋องหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อห้าปีก่อน จวิ้นอ๋องเป็นน้องชายของเสด็จพ่อและเป็นเสด็จอาอีกคนของเขา เมื่อสืบค้นตามคำบอกเล่าของวิญญาณจวิ้นอ๋อง จึงพบว่าเขาถูกโจวเหวินกวงสังหารและฝังร่างไว้ที่ท้ายจวนชินอ๋องอย่างเลือดเย็น เพียงเพราะเขาไปได้ยินว่าโจวเหวินกวงวางแผนจะลอบวางยาอดีตฮ่องเต้ แต่กลับทำไม่สำเร็จ เพราะเสด็จพ่อของเขาก็ทรงระวังพระองค์ไม่น้อยแท้จริงโจวเหวินกวงคิดเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว มิใช่เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ จวิ้นอ๋องก็ไม่ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตามคำบอกเล่าของคนอื่น ๆ ที่บอกว่าเขาถูกฆ่าเพราะมัวเมาสตรีผิดลูกผิดเมียผู้อื่น แต่แท้จริงแล้ว เพราะไปรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้มาก่อนเพียงเท่านั้น จึงถูกสังหารจนตกตายร่างของจวิ้นอ๋องถูกนำกลับมาฝังในสุสานราชวงศ์อย่างสมเกียรติ "อาเฉินขอบใจเจ้ามาก" "เสด็จอาจวิ้นอ๋องมิต้องเกรงใจ""อาเฉิน เดิมทีข้าจะต้องไปเกิดแล้ว แต่เพราะความงามของลั่วฮองเฮา ข้าจึงอยากอยู่ต่ออีกสักหน่อย" โจวอี้เฉินที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันขวับไปมองจวิ้นอ๋องทันที "เสด็จอา ท่านอยากตายรอบสองหรือไม่พ่ะ
เมื่อได้รับราชโองการฉบับจริงกลับมาแล้ว โจวอี้เฉินจึงขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้หยางโจวพระองค์ใหม่อย่างถูกต้องตามพระราชประเพณี โจวเหวินกวงถูกจับขังเอาไว้ที่คุกหลวง โจวอี้เฉินสั่งให้คนจับตาดูเขาทุกฝีก้าวเพื่อมิให้เขาลักลอบฆ่าตัวตายได้สำเร็จ เพราะมีความตายที่เขารอจะมอบให้โจวเหวินกวงอยู่แล้ว หยางโจวรัชศกอี้เฉิน ปีที่หนึ่ง วันนี้เป็นฤกษ์มงคลที่โหราจารย์คัดสรรมาอย่างดี ท้องฟ้าและแสงแดดค่อนข้างปลอดโปร่งเป็นใจยิ่งนัก บนถนนซึ่งทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด มีขบวนเกียรติยศขบวนหนึ่ง ค่อย ๆ เคลื่อนไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงเพลงขับขานชวนหลงใหล เกี้ยวมงคลสีเหลืองทอง ขนาดสิบหกคนหาม ม่านเกี้ยวปักดิ้นทองลายหงส์น่าเกรงขามโดดเด่นงดงามตระการตามิใช่น้อย เกี้ยวมงคลอันงดงามนี้เคลื่อนขบวนจากจวนตระกูลลั่วมุ่งหน้าสู่วังหลวง สตรีที่คู่ควรกับขบวนเกียรติยศงดงามโอ่อ่าหลังนี้มีเพียงฮองเฮาเท่านั้น ลั่วหนิงฮวาสวมชุดสีทองปักลายหงส์งามสง่า บนศีรษะประดับมงกุฎหงส์ ขับเน้นให้ใบหน้าสวยหวานดูงดงามน่าเกรงขามไม่น้อย ยามนี้นางกำลังนั่งอยู่ในเกี้ยวเพื่อมุ่งหน้าสู่พระราชวัง ขบวนเกียรติยศมาถึงวังหลวงอย่างสง่างาม ยามที่นาง
โจวเหวินกวงที่กลับมาถึงจวนอ๋องของตนนั้น ยามนี้เขานำโทสะทั้งหมดมาระบายกับบ่าวไพร่ในจวนอย่างเดือดดาล "หนิงฮวา!!! เจ้าไม่มีวันหนีข้าพ้น!!!" "ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะด้วย!!!" "ไสหัวไปให้หมด!!!" พ่อบ้านที่เห็นว่าท่านอ๋องของตนในยามนี้น่าหวาดกลัวเพียงใดก็ไม่รอช้า รีบไล่เหล่าข้ารับใช้ออกไปด้านนอกจนหมด โจ
ลั่วหนิงฮวาที่ได้ยินว่ามีขันทีมารอรับนางเข้าวังหลวงตามรับสั่งของฝ่าบาทก็ให้งุนงงเป็นอย่างยิ่ง แม่นมหยางและซือลี่ช่วยจัดแจงเปลี่ยนอาภรณ์ให้นางใหม่ด้วยความรีบร้อน เมื่อมาถึงก็พบกับขันทีผู้หนึ่งที่รออยู่ด้านหน้าจวนตระกูลลั่ว นางหันไปพยักหน้าให้แม่นมหยางนำถุงเงินมามอบให้ขันที ก่อนจะเอ่ยขออภัยอย่างนอบน้
ด้านโจวอี้เฉินเมื่อเข้าร่วมประชุมยามเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะออกไปที่ใด จึงรั้งขอเข้าเฝ้าผู้เป็นบิดาเสียก่อน ฮ่องเต้โจวเหลียนรู้สึกชื่นชมพระโอรสผู้นี้มากขึ้นทุกวัน"อาเฉิน เจ้ามีสิ่งใดอีกหรือ" "ทูลเสด็จพ่อ ลูกอยากขอพระราชทานสมรสพ่ะย่ะค่ะ" ฮ่องเต้โจวเหลียนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ว
ลั่วหนิงฮวาตรงกลับมาที่เรือนดอกเหมย เมื่อเข้าไปในห้องก็พบกับโจวอี้เฉินที่นอนแก้ผ้าอยู่บนเตียง พร้อมกับส่งยิ้มมาให้นาง "ภรรยาสุดที่รัก มาให้ข้ากอดเร็วเข้า" ลั่วหนิงฮวารีบปิดประตูทันที ก่อนจะหันไปถลึงตามองเขาปราดหนึ่ง แต่เมื่อสายตาของนางเลื่อนต่ำลงไปที่ลำแท่งแก่นกายของเขาก็รู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาเสีย











