ความพิเศษคือเพลงนี้ไม่ได้พยายามเป็นงานป็อปจ๋า แต่เลือกใช้พื้นที่ว่างของเสียงให้เวลากับภาพและบทพูด จนเวลาฉากสำคัญย้อนกลับมามันเหมือนเอาแผ่นฟิล์มภาพความทรงจำมาเปิดซ้ำ เสียงร้องมีน้ำหนักพอจะทำให้ใจสะเทือนโดยไม่ต้องเวิ่นเว้อ ฉันมองว่ามันคล้ายกับเพลงประกอบของบางซีรีส์เกาหลีอย่าง 'My Love from the Star' ที่ใช้ธีมซ้ำสร้างความผูกพันระหว่างเพลงกับฉาก ผลลัพธ์คือเพลงเปิดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเรื่อง และทุกครั้งที่มันดังขึ้น ฉันก็พร้อมจะดิ่งลงไปกับความรู้สึกของตัวละครอีกครั้ง
เรื่องราวของอนิเมะที่จบในตอนเดียวก็มีเสน่ห์ไม่น้อยเลยนะ 'The Garden of Words' ของชินkai Makoto เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ ภาพสวยเหมือนฝัน บรรยากาศชุ่มฉ่ำ และเรื่องราวที่ตัด straight to the heart แค่ 46 นาทีแต่ทรงพลังมาก เหมาะกับคนที่อยากเสพย์ศิลป์แบบไม่ยืดเยื้อ
อนิเมะบางเรื่องก็เลือกจบแบบเปิดๆ อย่าง 'Neon Genesis Evangelion' ที่แม้จะมีตอนจบทาง TV แต่ก็สร้างความตีความได้หลากหลาย มันทำให้เราต้องกลับมาคิดตามและถกเถียงกันไม่รู้จบ ส่วนตัวชอบแนวนี้เพราะมันทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำที่ลึกซึ้งกว่าการจบแบบหักมุม