ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า

ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-07-01
Oleh:  moonlight -miniOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
29Bab
2.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

นางคือคู่หมายที่เขาปฏิเสธการมีตัวตนมาโดยตลอด แต่เมื่อได้สบกับดวงตาสีดำขลับนั่น ราวกลับมีผีเสื้อนับพันบินอยู่ในอก ตั้งแต่พริบตานั้นใจเขาก็เพ้อหาแต่เพียงนาง

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

บทที่ 1

เสียงฝีเท้าของแม่ทัพโจวดังก้องไปทั่วโถงทางเดินของตระกูลโจว หลังจากเขาไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเสร็จก็เร่งตรงกลับมาที่จวนเพราะรู้ว่าข่าวที่เขาจะต้องเปลี่ยนตัวกับแม่ทัพจางที่จะกลับมาจากชายแดนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บคงถึงหูภรรยาที่รักแล้ว

เมื่อก้าวเข้าเรือนใหญ่ ซ่งอวี้หลินผู้เป็นภรรยาของเขาก็สะอื้นเสียงดังขึ้นจนแม่ทัพโจวต้องเร่งวางของทุกอย่างในมือและเข้าไปประคองนาง

หญิงสาวนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักสีเข้ม ข้างกายมีผ้าเช็ดหน้าอีกสองผืนที่เปื้อนคราบน้ำตาแล้ววางเอาไว้ และในมือก็ยังมีอีกผืนราวกับจะบอกเขาว่านางนั่งร้องไห้เช่นนี้มานานหลายชั่วยามแล้ว

เขากังวลใจที่ภรรยาที่รักจะเสียใจ แต่เพราะแต่งงานและอยู่ร่วมกันมานานหลายสิบปีจึงมองออกว่า ที่เป็นอยู่ฮูหยินของเขาคงแค่แสดงเพียงเท่านั้น ถึงกระนั้นเขาก็ต้องปลอบนางเหมือนทุกครั้งที่เขาและบุตรชายจะต้องออกไปรบ

“หลินเอ๋อร์...มิใช่เจ้าก็รู้อยู่แล้วหรือว่า การแต่งเข้ามาในตระกูลโจวย่อมต้องเผชิญกับเรื่องเช่นนี้ ข้าเป็นแม่ทัพ ต่อไปบุตรชายของเราก็จักต้องเป็นมิต่าง วันนี้พวกเขาได้ออกศึกก็ถือเป็นการเรียนรู้” โจวหยางเฉิงอธิบายกับภรรยา แม้น้ำเสียงจะดูจริงจังแต่ก็ยังแฝงความอ่อนโยนเอาไว้

และถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่พูดเรื่องเหล่านี้แต่เขาก็ต้องพูด ต่อให้จะร้อยหรือพันครั้งเพราะเขาเข้าใจความรู้สึกของหญิงคนรัก แต่จะทำเช่นไรได้ ทุกอย่างล้วนเป็นอย่างที่เขาอธิบาย

ยามนี้บ้านเมืองกำลังมีภัย หากไม่ใช่ตระกูลโจวแล้วจะยังมีใครไปเป็นกำลังหลักได้อีก ขนาดแม่ทัพจางที่เป็นคนพื้นที่ก็ยังบาดเจ็บจนต้องส่งตัวมารักษาที่เมืองหลวง แสดงว่าศึกครั้งนี้คงจะร้ายแรงไม่ใช่น้อย ฉะนั้นฝ่าบาทมีพระราชโองการให้แม่ทัพใหญ่อย่างเขาไปดูแลนั่นก็ถูกต้องแล้ว

“ท่านพี่” ซ่งอวี้หลินเงยหน้าขึ้นมองสามี ดวงตาของนางแดงก่ำแม้จะพยายามแสดงให้ชายคนรักเห็นว่ากังวล แต่ความจริงในใจของนางก็มิได้กังวลน้อยไปกว่าที่แสดงเลย

“ข้าย่อมรู้อยู่แล้วเรื่องที่ท่านว่า เพียงแต่ครั้งนี้ท่านพี่พาลูกของเราไปหมดทุกคน แม้แต่อี้หลงที่ยังเด็กนักท่านก็ยังจะพาไปด้วย...มิเห็นหรือว่าเขายังเด็กมาก อายุก็เพิ่งจะได้เพียงสิบสามปีเท่านั้น”

โจวหยางเฉิงกุมมือภรรยาเอาไว้แน่นและบีบเบา ๆ ราวกับบอกให้นางตั้งใจฟังเขาให้ดี

“เจ้าอย่าได้ดูแคลนบุตรชายของเจ้าไป อี้หลงแม้อายุจะยังน้อยแต่เขาก็เป็นลูกชายของข้าและเจ้า เป็นสายเลือดของตระกูลโจว ความกล้าหาญและความสามารถของเขาย่อมไม่เป็นรองใคร ตอนข้าออกศึกครั้งแรกก็อายุประมาณนี้ พี่ชายของเขาทั้งสองก็มิต่างกัน หากเขาจะอยู่รอดต่อไปก็ต้องเรียนรู้ ไม่มีเวลาใดเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว” ซ่งอวี้หลินถอนหายใจ

“แต่เขายังจับดาบไม่มั่นคง มือเล็ก ๆ นั่นจะสู้รบได้อย่างไร ท่านพี่ไม่สงสารเขาบ้างหรือ” ซ่งอวี้หลินพูดไปก็สะอื้นไป ถึงแม้นางจะเป็นหญิงมีอายุแล้ว แต่หากอ้อนสามีก็มิถือว่าผิดอันใด

แม่ทัพโจวหายใจเข้าลึก สายตาของคนเป็นแม่ทำให้ภรรยาของเขามองผิดมองพลาดไปหมด

แม้อวี้หลินจะบอกว่ามือเล็ก ๆ นั้นไร้แรงแต่เขากลับรู้สึกว่าในบรรดาพี่น้องอี้หลงนั้นมีไหวพริบและเก่งกาจกว่าพี่ชายทั้งสองนักในเรื่องการต่อสู้ และเขาก็มั่นใจด้วยว่าต่อไปอีกฝ่ายจะต้องเป็นแม่ทัพที่ดีได้แน่ ๆ แต่คงยากที่จะทำให้คนรักของเขารับฟังในตอนนี้

เมื่อไม้แข็งไม่ได้ผลโจวหยางเฉิงจึงใช้ไม้อ่อนกับภรรยา “หลินเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าข้าไม่เจ็บปวดหรือ ทุกครั้งที่พวกเราพ่อลูกก้าวเท้าออกจากจวน ข้าก็รู้สึกเหมือนมีคนจ้องจะควักหัวใจของข้าออกไป

แต่หน้าที่ตระกูลโจวของพวกเรา คือการปกป้องบ้านเมือง

และในหน้าที่หัวหน้าครอบครัวข้าเองก็ต้องปกป้องบุตรชายและเจ้า เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับพวกเขาหรือ”

“ข้าเข้าใจ...เพียงแต่...ข้ากลัว” อวี้หลินพิงไปที่อกแกร่งของสามี เขาแข็งแรงและแข็งแกร่งนางรู้ แต่วันเวลาผ่านไป สามีของนางก็เริ่มมีอายุ นางมั่นใจมาตลอดว่าเขาจะดูแลลูก ๆ และนางได้ แต่พอได้ฟังข่าวการศึกที่หนักหน่วงก็ทำให้อดไม่ได้ที่จะกังวล

“หากสูญเสียใครคนใดคนหนึ่งไป ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร”

“ข้ารับปากเจ้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกของเรา” คำของสามีราวกับสิ่งที่นางต้องการจะได้ยิน ซ่งอวี้หลินปาดน้ำตาแล้วยิ้มออกมา

“เรื่องนั้นท่านพี่มิต้องรับปากข้าหรอก ข้ารู้ว่าท่านเก่งกาจพอจะดูแลลูกได้ เพียงแต่ข้าอยากพาอี้หลงไปผูกดวงกับซินแส ขอให้ท่านดูชะตาของเขาเสียหน่อย อย่างน้อย ๆ ข้าก็จะได้สบายใจขึ้น”

แม่ทัพโจวเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน เขาลืมไปได้อย่างไร ตอนพี่ชายของอี้หลงอวี้หลินก็ทำเช่นนี้

“หลินเอ๋อร์ เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้เชื่อในเรื่องเหล่านี้”

“ข้ารู้ว่าท่านพี่ไม่เชื่อ แต่ข้าเชื่อนี่เจ้าคะ ขอร้องเถอะเจ้าค่ะ เพียงแค่ไปให้คลายความกังวลของข้าก็เท่านั้น ไหนท่านบอกว่ายินดีจะทำทุกอย่าง”

“ก็ได้ วันพรุ่งข้าจะจัดการให้”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Magic Muffin
Magic Muffin
น่าสนใจถ้าอัพจนจบจะกลับมาอ่านทีเดียว
2025-09-13 16:35:38
0
0
29 Bab
บทที่ 1
บทที่ 1เสียงฝีเท้าของแม่ทัพโจวดังก้องไปทั่วโถงทางเดินของตระกูลโจว หลังจากเขาไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเสร็จก็เร่งตรงกลับมาที่จวนเพราะรู้ว่าข่าวที่เขาจะต้องเปลี่ยนตัวกับแม่ทัพจางที่จะกลับมาจากชายแดนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บคงถึงหูภรรยาที่รักแล้วเมื่อก้าวเข้าเรือนใหญ่ ซ่งอวี้หลินผู้เป็นภรรยาของเขาก็สะอื้นเสียงดังขึ้นจนแม่ทัพโจวต้องเร่งวางของทุกอย่างในมือและเข้าไปประคองนางหญิงสาวนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักสีเข้ม ข้างกายมีผ้าเช็ดหน้าอีกสองผืนที่เปื้อนคราบน้ำตาแล้ววางเอาไว้ และในมือก็ยังมีอีกผืนราวกับจะบอกเขาว่านางนั่งร้องไห้เช่นนี้มานานหลายชั่วยามแล้ว เขากังวลใจที่ภรรยาที่รักจะเสียใจ แต่เพราะแต่งงานและอยู่ร่วมกันมานานหลายสิบปีจึงมองออกว่า ที่เป็นอยู่ฮูหยินของเขาคงแค่แสดงเพียงเท่านั้น ถึงกระนั้นเขาก็ต้องปลอบนางเหมือนทุกครั้งที่เขาและบุตรชายจะต้องออกไปรบ“หลินเอ๋อร์...มิใช่เจ้าก็รู้อยู่แล้วหรือว่า การแต่งเข้ามาในตระกูลโจวย่อมต้องเผชิญกับเรื่องเช่นนี้ ข้าเป็นแม่ทัพ ต่อไปบุตรชายของเราก็จักต้องเป็นมิต่าง วันนี้พวกเขาได้ออกศึกก็ถือเป็นการเรียนรู้” โจวหยางเฉิงอธิบายกับภรรยา แม้น้ำเสียงจะดูจ
Baca selengkapnya
บทที่ 2
บทที่ 2ห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งด้วยผ้าปักอักษรจีนที่ดูเหมือนยันต์ยากจะอ่าน และกลิ่นของกำยานที่ค่อนข้างเฉพาะตัวทำให้ใครก็ตามที่เข้ามาหาซินแสเฒ่าในที่แห่งนี้ก็มักจะมีกลิ่นประหลาดนี่ติดตัวออกไปและมันก็เป็นสิ่งที่โจวอี้หลงไม่ชอบเลยสักนิด เขามองไปทั่ว ๆ และพบกับซินแสเฒ่านั่งลูบเคราอยู่หลังโต๊ะไม้ใหญ่กลางห้องใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา และเพียงแค่สบตากับโจวอี้หลงเครานั่นก็ขยับเหมือนว่าเจ้าตัวกำลังยกยิ้ม มือที่แห้งเหี่ยวตามกาลเวลาหยิบแผ่นดวงชะตาของอี้หลงไปดู โจวอี้หลงมองมารดาของตัวเองที่นั่งอยู่เคียงข้างบิดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขารู้ว่าแม่ของเขาเชื่อถือซินแสคนนี้มาก เขาก็ได้แต่หวังว่าซินแสผู้นี้จะไม่พูดอะไรแปลก ๆ จนทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวาย เด็กหนุ่มส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างเหนื่อยใจก่อนจะกลับไปนั่งนิ่งสงบเสงี่ยมตามเดิมแม้จะอายุเพียงแค่สิบสามปี แต่คุณชายโจวคนนี้ก็ทำตัวราวกับบิดา เขานั่งหลังตรง หน้าตาที่ควรจะยิ้มแย้มสมวัยกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น สายตาของเด็กชายมองทุกอย่างด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นมิเพียงแค่ท่าทางที่ไม่สมวัย แต่รูปร่างสูงโปร่งของเขาก็ดูจะเป็นผู้ใหญ่ก
Baca selengkapnya
บทที่ 3
บทที่ 3โจวหยางเฉิงที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมบุตรชายทั้งสามก็ได้แต่มองภรรยาของตนแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ “นี่เจ้าจะจริงจังกับเรื่องนี้มากเกินไปหรือเปล่า ข้ากับลูกจะต้องเดินทางอยู่อีกไม่กี่วันนี่แล้ว เจ้ายังจะวุ่นวายเรื่องนี้อยู่อีกหรือ”“ท่านพี่อย่ามาว่าราวกับข้าบกพร่องในหน้าที่นะเจ้าคะ ข้าวของเครื่องใช้ที่จะต้องเตรียมสำหรับการเดินทางของท่านพี่และลูกชายของเราข้าล้วนเตรียมเอาไว้เสร็จสิ้นแล้ว ยังไปช่วยสะใภ้ใหญ่ของเราจัดการของอี้เทียนแล้วด้วย เหลือเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่ข้าจะต้องทำเพื่ออี้หลง หากข้าไม่ทำอะไรเลย ข้าจะนอนหลับได้อย่างไร”“ท่านพ่อ ข้าว่าปล่อยให้ท่านแม่ทำเถอะ เพื่อความสบายใจของท่านแม่ ขนาดน้องเล็กยังไม่ขัดพวกเราก็ควรที่จะปล่อยให้ท่านแม่ทำไป” โจวอี้เทียนเอ่ยขึ้น แม้จะไม่ได้เห็นด้วยนัก แต่ก็ไม่อยากขัดใจผู้เป็นแม่ อี้เหวินและอี้หลงก็พยักหน้า โจวหยางเฉิงมองภรรยาและลูกชายก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง“ข้าจะไม่ขัดเจ้าก็แล้วกัน แต่ขอบอกให้เจ้ารู้เอาไว้ อีกสองวันข้ากับลูก ๆ ก็จะออกเดินทางไปที่ค่ายนอกเมืองเพื่อไปจัดเตรียมกองกำลัง มิได้อยู่รั้งรอในเมืองและไปพร้อมกับเสบียง หากเจ้าอยากทำอะไรก็ค
Baca selengkapnya
บทที่ 4
บทที่ 4ซ่งอวี้หลินเดินเข้าไปในจวนหลี่พร้อมผู้ติดตาม เมื่อได้พบกับคหบดีหลี่ นางก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ถึงกระนั้นก็แอบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาคาดคั้น“ข้ามาเพื่อไต่ถามเรื่องเวลาตกฟากของบุตรสาวคนเล็กของท่านคหบดีหลี่ ข้าทราบมาว่านางเกิดปีกระต่าย เดือนเจีย เพียงแต่วันนั้นคหบดีหลี่พอจะบอกความจริงแก่ข้าได้หรือไม่”คหบดีหลี่หายใจยาว เขาคิดอยู่แล้วว่าอาจจะมีวันนี้ ตั้งแต่ได้ยินข่าวคนตามหาเด็กสาวที่เกิดปีและเดือนเดียวกับลูกสาวของเขาตอนแรกไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นตามหาไปเพื่ออะไร และใครเป็นคนตามหา แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรเขาก็หวังว่าคงจะมีเด็กสักคนที่มีวันเดือนปีเกิดใกล้เคียงกับบุตรีของเขาแล้วเดี๋ยวเรื่องมันก็คงจะซาไปเอง แต่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว ชายมีอายุหันไปมองภรรยาของเขาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ทั้งคู่สบตากันอย่างจำยอมก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เพื่อตอบรับคำของฮูหยินของตระกูลโจว“บุตรีคนเล็กของข้า เกิดปีเถาะ เดือนเจีย วันขึ้น 8 ค่ำ ยามเหม่าขอรับ”ดวงตาของซ่งอวี้หลินสว่างวาบ นางยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “เช่นนั้นข้าขอทำการสู่ขอและหมั้นหมายบุตรีของท่านกับบุตรชายของข้าโจวอี้หลงจะได้หรือไม่ อีกไม่เกินชั
Baca selengkapnya
บทที่ 5
บทที่ 5คหบดีหลี่และฮูหยินที่ยืนอยู่ข้างในจวนหันมองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจออกมา แม้จะพยายามยิ้มแย้มแต่ใบหน้าพวกเขากลับเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ “เราควรทำอย่างไรดี” ฮูหยินหลี่ถามเสียงเบา สายตาจับจ้องไปยังขบวนสินสอดที่กำลังขนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย พวกเขาไม่ได้ตื่นเต้นกับมูลค่าของมันเลยแม้แต่นิด เพราะตระกูลหลี่ก็เป็นหนึ่งในตระกูลที่ร่ำรวย พวกเขาค้าขายได้ดี มีเงินทองมากมาย ร้านขายข้าวของพวกเขาก็เรียกได้ว่าเป็นร้านที่ขายได้ดีที่สุดในเมืองร้านหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงพ่อค้าคหบดีหลี่ถอนหายใจหนักอีกครั้งก่อนจะตอบกลับไปอย่างไร้หนทาง “เราไม่มีทางเลือกอื่น ขุนนางใหญ่โตอย่างตระกูลโจวจะทำอะไร ใครจะสามารถขัดขวางได้ ถ้าเราปฏิเสธ... พ่อค้าทุกคนในเมืองคงจะหันหน้าหนีไม่ทำการค้ากับพวกเรา ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องเป็นเรื่องแน่ ๆ เรื่องนี้ค่อยหาวิธีแก้ไขกันภายหลังก็แล้วกัน”ทั้งคู่ตกลงจะตามน้ำไปก่อนเพราะรู้ดีว่าพวกเขาไม่มีอำนาจมากพอที่จะต่อต้านตระกูลโจว ตระกูลแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่ แม้ในใจจะไม่เต็มใจแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมจำนนโดยมิได้รู้เลยว่าไม่ได้มีแต่พวกเขาที่ไม่ต้องการให้งานหมั้นหมายครั้งนี้เกิดขึ
Baca selengkapnya
บทที่ 6
บทที่ 6ผ่านไปห้าปีเต็ม ตั้งแต่โจวอี้หลงเข้าร่วมกองทัพในฐานะลูกชายของแม่ทัพใหญ่โจวหยางเฉิง เด็กหนุ่มผู้เคยอยู่ใต้เงาของบิดา วันนี้กลายเป็นนักรบที่บรรดาทหารทั้งกองทัพให้ความเชื่อมั่นและเชื่อใจภายหลังจากที่บิดาของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสในศึกใหญ่เมื่อปีก่อน โจวอี้เทียน และโจวอี้เหวินที่เป็นรองแม่ทัพก็อารักขาพาบิดากลับไปรักษาตัวที่เมืองหลวงโจวอี้หลงได้รับมอบหมายให้เป็นแม่ทัพแทนชั่วคราว แม้จะอายุน้อยแต่ชื่อเสียงจากชัยชนะนับครั้งไม่ถ้วนของเขาทำให้ทหารทั้งหลายไม่มีใครกังขาทั้งยังยินดีที่เป็นเขาอีกด้วยความเก่งกาจของโจวอี้หลงพูดถึงไปทั่วทั้งแคว้น ทุกคนล้วนยินดี อาจจะมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่ดูจะไม่พอใจ“ว่าที่คู่หมายของเจ้าได้ข่าวว่าขึ้นเป็นแม่ทัพแล้วนี่” “ใครสนกัน เขากับข้าไม่เคยเจอกันสักครั้ง” หลี่หว่านเอ๋อร์ในวัยสิบสามปีคุยกับเพื่อนสนิทอย่างจูหลิงแม้นางจะชอบมารดาของอีกฝ่าย ที่มักจะนำของมาฝากบ่อย ๆ แต่กับตัวคู่หมั้นนามว่าโจวอี้หลงนั้นหญิงสาวไม่ได้อยากเจอหน้าแม้เพียงนิด ตอนนั้นที่มีการหมั้นหมายเป็นเพราะนางยังเด็กนักจึงไม่เข้าใจ แต่ยามนี้นางโตพอจะรับรู้ได้แล้วว่าการหมั้นหมายคืออะไร หากเป็นไป
Baca selengkapnya
บทที่ 7
บทที่ 7โจวอี้หลงในชุดเกราะดำสนิทปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูวังหลวง เกราะที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน มีร่องรอยของการขูดขีดและคราบเลือดเกาะติดอยู่อย่างชัดเจน แม้จะได้รับการขัดเช็ดจนสะอาดแต่ก็ยังสามารถมองเห็นประสบการณ์สุดสยองในสนามรบได้แต่ละย่างก้าวหนักแน่นและมั่นคง ชายหนุ่มก้าวเดินไปตามทางเดินในวังหลวง ไปยังท้องพระโรงเขาเข้ามาที่นี่ตามพระราชโองการแต่ก็ไม่ได้อยากอยู่นานนัก ทุกย่างก้าวของเขาทำให้ผู้คนรอบข้างต่างหวาดหวั่นและถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะหน้าตาดีแต่ก็ไม่มีใครเงยหน้าขึ้นสบตาเขา "นั่นหรือแม่ทัพโจวอี้หลงหรือ เขาดูน่ากลัวอย่างกับปีศาจ สนามรบคงทำให้เขาไร้หัวใจไปแล้ว" เสียงกระซิบกระซาบของเหล่าข้าราชบริพารไม่ได้ทำให้อี้หลงกังวลหรือสนใจ เพราะวันนี้เขาขี่ม้าเข้ามาเมืองหลวงเพื่อเรื่องเดียวเท่านั้น นั่นคือการขอย้อนกลับไปอยู่ที่นั่น อย่างน้อย ๆ เขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องวุ่นวายที่แม่ของเขาสร้างเอาไว้เมื่อห้าปีที่แล้วเขาไม่ได้โทษมารดาเรื่องนี้ แต่หากไม่มีข้อต่อรองดี ๆ ให้แม่ของเขายกเลิกการหมั้น เขาก็คงอยู่เมืองหลวงอย่างไม่เป็นสุขแน่ ๆ “ถวายบังคมฝ่าบาท กระหม่อมกลับมาเมืองหลวงตามพระบัญชา แต่ชัยชนะครั้ง
Baca selengkapnya
บทที่ 8
บทที่ 8“เจ้ามาช้าเสียจริงหว่านเอ๋อร์ รู้หรือไม่วันนี้มีแต่คนเอ่ยถึงคู่หมายของเจ้า” หว่านเอ๋อร์ที่ยิ้มทักทายองค์หญิงหกหุบยิ้มในทันทีที่ได้ยิน เพราะแม้แต่องค์หญิงหกก็เอ่ยเย้านาง“หม่อมฉันจะไม่รู้ได้อย่างไรกันเล่าเพคะตั้งแต่ออกจากจวนก็มีแต่คนพูดถึงเขา” “แล้วเขามิได้ไปเยี่ยมเยียนเจ้าที่จวนหรอกหรือ” หว่านเอ๋อร์ส่ายหน้า“จะไปได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ ท่านพ่อของข้าบอกว่าแม้แต่จวนตัวเองคงไม่ได้กลับเลยกระมัง เห็นว่าจะเดินทางกลับไปชายแดนอีกแล้ว” หว่านเอ๋อร์มองสหายอีกคนของนาง เพราะเจ้าตัวมีพ่อเป็นขุนนางถึงได้รู้เรื่องราวดีกว่าคนอื่น “ถึงเขาจะมีเวลาอยู่นานก็คงไม่มาหรอก องค์หญิงก็รู้ว่าหม่อมฉันกับเขามิได้หมั้นหมายกันเพราะรัก” “แหม ๆ หว่านเอ๋อร์ของเราพูดถึงเรื่องความรักแล้วหรือนี่” สามสาวหัวเราะกันอย่างมีความสุข แต่ในใจของหว่านเอ๋อร์ก็ยังกังวล สำหรับนางแล้วการได้หมั้นกับขุนนางตระกูลใหญ่อย่างตระกูลโจว ไม่ได้ทำให้นางมีความสุขเลยแม้แต่นิด ไม่ใช่เพราะโดนบังคับหรืออะไร แต่เป็นเพราะนางกังวล ชายที่โตมาในสนามรบและคลั่งการรบขนาดจบศึกชนะแล้วก็ยังขอกลับไปอยู่ชายแดนจะต้องเป็นคนอย่างไรกัน หากมีหนทางที่จะทำให้น
Baca selengkapnya
บทที่ 9
บทที่ 9ฝูงชนต่างหลั่งไหลมารอดูและต้อนรับแม่ทัพโจวอี้หลงกลับเมือง แม้ว่าจะเคยมีข่าวว่าเขาดูน่ากลัวมากแค่ไหน แต่เมื่อชาวเมืองรับรู้วีรกรรมของเขา ทุกคนก็ต่างคิดไปในทิศทางเดียวกันว่านี่คือวีรบุรุษโดยแท้สองฝั่งถนนแน่นขนัดไปด้วยผู้คน หว่านเอ๋อร์และจูหลิงก็อยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้นเหมือนกัน แม้จูหลิงจะเป็นบุตรีของขุนนางที่ปกติคนมักจะหลบทางให้นาง แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้ ทุกคนต่างพยายามเข้าไปให้ใกล้จุดที่แม่ทัพโจวจะผ่านมากที่สุดเพื่อให้ได้เห็นใบหน้าของคนที่เรียกได้ว่าเก่งที่สุดในแคว้นตอนนี้“หว่านเอ๋อร์” จูหลิงเอ่ยเรียกเพื่อนของตน ในน้ำเสียงมีแววกระตือรือร้นอย่างชัดเจน จูงหลิงแทรกคนมากมายเข้าไปด้านหน้าพลางดึงหว่านเอ๋อร์ให้เข้าไปใกล้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม“เดี๋ยวก็หลงหรอก” นางเอ่ยเตือนและจับมือของหว่านเอ๋อร์เอาไว้ราวกับกลัวว่าสหายของนางจะพลัดหลงหายไปกับคนมากมาย“ข้าได้ข่าวว่าเขามีคู่หมายอยู่แล้วนะ” ชาวบ้านที่ยืนอยู่ด้านหน้าของหว่านเอ๋อร์พูดขึ้นทำให้หญิงสาวชะงักและอดไม่ได้ที่จะเงี่ยหูฟัง“บุตรีของคหบดีหลี่ใช่ไหม ไม่รู้จะบอกว่าเป็นบุญหรืออะไร คนบางคนก็เก่งสำหรับคนหมู่มากดี แต่ข้าว่าไม่ใช่สำหรับครอบครั
Baca selengkapnya
บทที่ 10
บทที่ 10คำพูดของโจวอี้หลงทำให้แม่ของเขาเงียบไปชั่วครู่ นางมองลูกชายคนเล็กด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ทั้งภูมิใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน“เจ้าโตขึ้นมากจริง ๆ อี้หลง...” รอยยิ้มเศร้าปรากฏบนใบหน้า ไม่รู้ว่าหากต้องให้นางเลือกอีกครั้งนางจะทำเช่นนี้หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครบอกได้ว่าที่อี้หลงยังคงมีสุขภาพแข็งแรงอยู่ตอนนี้เป็นเพราะเรื่องก่อนหน้าที่ได้ทำไปหรือเปล่า “แม่รู้ว่าเจ้าไม่สบายใจ...แม่ไม่ควรบังคับเจ้าเรื่องหว่านเอ๋อร์ตั้งแต่แรก แต่เพราะแม่เป็นห่วงจริง ๆ ยามนี้เจ้ากลับมาสุขภาพแข็งแรงไม่ได้บาดเจ็บหากเจ้าไม่ต้องการ...” “แม่ก็จะจัดการยกเลิกให้ แม่คิดว่าทางตระกูลหลี่ก็คงจะเข้าใจ” บิดาและพี่ชายทั้งสองที่ยืนเงียบอยู่นานเพราะอยากให้ทั้งสองได้ปรับความเข้าใจกันก็ยิ้มออกมา “ข้ารู้ว่าท่านหวังดี...แต่ท่านแม่หากข้าจะแต่งงานหรือใช้ชีวิตอยู่กับใคร ข้าก็อยากอยู่กับคนที่ข้ารัก เหมือนกับท่านและท่านพ่อที่รักกันและเลือกที่จะอยู่ด้วยกัน” ซ่งอวี้หลินพยักหน้า “เช่นนั้นเจ้าก็ไปพักเถอะ” โจวหยางเฉิงพูดออกมาเมื่อเห็นว่าทุกอย่างคลี่คลายแล้ว “เรื่องอื่นค่อยคุยกันวันหลังได้ เจ้าก็ไปใช้ชีวิตแบบที่คุณช
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status