ในเรื่องสั้น 'The Secret Life of Walter Mitty' วอลเตอร์เดินทางโดยไม่ออกจากเมือง เหมือนคนธรรมดาแต่หัวใจว้าวุ่นด้วยจินตนาการที่รุนแรง ฉันมองเห็นว่าแต่ละจินตนาการทำหน้าที่เหมือนหลบภัยหรือการฝึกบทบาท: เขาฝึกเป็นหมอ ทนาย นักบิน เพื่อทดสอบความกล้าและความสามารถที่ชีวิตจริงไม่เคยให้โอกาส การพัฒนาจึงไม่ได้เกิดจากการกระทำภายนอก แต่มาจากการยืนยันตัวตนภายใน วอลเตอร์ค่อยๆ สะสมความกล้าในหัวของเขา และนั่นทำให้ภาพรวมของตัวละครมีมิติขึ้น
เมื่ออ่าน 'The Secret Life of Walter Mitty' ฉบับเรื่องสั้นแล้ว ความสนุกอยู่ที่ภาษาที่เฉียบคมและการตัดต่อจินตนาการกับความเป็นจริงที่ทำให้เราเข้าใจตัวละครได้รวดเร็ว ในวัยยี่สิบกว่าที่ยังชอบค้นหาเสียงของนักเขียน ผมรู้สึกว่าการอ่านทำให้เห็นวิธีเธอร์เบอร์เล่นกับจังหวะคำและความขบขันแบบแห้ง ๆ ซึ่งหนังไม่อาจจับทุกรายละเอียดได้ การอ่านเหมาะกับคนที่ชอบจินตนาการเติมช่องว่างด้วยตัวเอง และอยากจะชื่นชมฝีมือการเล่าเรื่องแบบอัดแน่นในพื้นที่สั้น ๆ
การดั้งเดิมของเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นสั้นๆ ที่มีจังหวะตลกขบขันแบบเธอร์เบอร์ซึ่งเน้นไปที่จินตนาการของตัวละครมากกว่าการเดินทางจริง ๆ ผมชอบวิธีที่ 'The Secret Life of Walter Mitty' ฉบับเรื่องสั้นเล่นกับหัวข้อความเป็นชายกลางวันและการหลบหนีจากชีวิตประจำวันด้วยภาพฝันที่สั้น ๆ ต่อเนื่อง — บางฉากเขาเป็นนักบิน บางฉากเป็นศัลยแพทย์ แล้วก็มีความขบขันแทรกอยู่ทุกตอน ฉบับต้นฉบับไม่ได้ขยายเหตุการณ์ให้เป็นการผจญภัยระดับโลกหรือสร้างโครงเรื่องรักโรแมนติกแบบเต็มรูปแบบ
ชื่อเรื่องนั้นมักจะถูกเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อย ๆ และฉันชอบอธิบายแบบตรงไปตรงมาว่า ต้นฉบับของเรื่องนี้คือเรื่องสั้นของเจมส์ เธอร์เบอร์ ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1939 ชื่อภาษาอังกฤษคือ 'The Secret Life of Walter Mitty' ส่วนเวอร์ชันภาพยนตร์ทั้งหลายที่คนรู้จักกันเป็นภาพยาวที่ขยายโลกของวอลเตอร์ออกไปมากกว่าต้นฉบับ
แค่เปิดอ่าน 'The Secret Life of Walter Mitty' ฉันรู้สึกได้ทันทีว่ามันเป็นช็อตสั้นๆ ที่ตั้งใจจะล้อเลียนชีวิตประจำวันของผู้ชายคนหนึ่ง การเล่าเรื่องของเรื่องสั้นเป็นเหมือนชุดสเก็ตช์สั้น ๆ ที่มุ่งเน้นไปที่จินตนาการของวอลเตอร์เป็นหลัก ไม่ได้สนใจรายละเอียดชีวิตจริงมากนัก ฉากหนึ่งเป็นหมอผู้กล้าหาญ อีกฉากเป็นนักบิน ผู้เขียนใช้การสลับจินตนาการกับความเป็นจริงเพื่อเน้นความแตกต่างระหว่างจิตนาการและชีวิตจริง แต่แก่นของมันยังเป็นเชิงเสียดสีและตลกร้ายมากกว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อค้นหาตัวตน
ผมชอบเริ่มจากต้นฉบับสั้นของเจมส์ เธอร์เบอร์ เรื่อง 'The Secret Life of Walter Mitty' — ชื่อ 'มิตตี้' ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นแทนตัวคนธรรมดาที่ชีวิตจริงนิ่งเรียบ แต่จินตนาการกลับปะทุได้อย่างสุดขั้ว ผมมองว่าเธอร์เบอร์จงใจเลือกชื่อนี้ให้มีความธรรมดา ฝืนกับภาพในหัวของผู้อ่านเมื่อตัวละครจินตนาการเป็นวีรบุรุษหรือคนมีบทบาทยิ่งใหญ่