One night stand ที่ตามหากันแทบตาย สุดท้ายก็อยู่แค่ปลายจมูกนี่เอง...
"นี่! ปล่อยได้แล้ว"
“โอ๊ย... ไอ้บ้า ต้องการอะไรอีกฮะ ได้ไปทั้งตัวแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ”
ทรงโปรดเงยหน้าจากซอกคอขาวผ่อง นัยน์ตาเขาส่งประกายกรุ่นโกรธขณะที่สบดวงตาที่มีแววดื้อรั้นของคนในอ้อมกอด
“ผมบอกไปแล้วใช่ไหม ว่าผมไม่วันไนท์กับคุณ”
กลิ่นควันและซากปรักหักพังในโลกหลังหายนะที่ยังคงวนเวียนในหัว ทำให้ผมคิดถึง 'Fist of the North Star' เสมอ
ฉากการแก้แค้นที่โหดร้ายของตัวเอกในเรื่องนี้ให้ความรู้สึกคล้ายกับสิ่งที่ชอบในโลกาวินาศ: ไม่มีการประนีประนอมกับความรุนแรงและสังคมล่มสลาย แต่สิ่งที่ต่างคือจังหวะการเล่าใน 'Fist of the North Star' มักจะเติมด้วยความดิบเถื่อนผสมกับโมเมนต์ของความยิ่งใหญ่เชิงสัญลักษณ์ ซึ่งทำให้ฉากล้างแค้นไม่ใช่แค่การฆ่า แต่กลายเป็นการแสดงออกทางศีลธรรมและโชว์พลัง
ชื่อ 'วันโลกาวินาศ' ในสำนวนภาษาไทยโดยทั่วไปหมายถึงนิยายเรื่อง 'The Day of the Triffids' ที่เขียนโดยจอห์น วินด์แฮม ผู้เขียนชาวอังกฤษคนนี้มีฝีมือในการผสมความวิทย์กับบรรยากาศลึกลับจนทำให้เรื่องธรรมดากลายเป็นน่ากลัวได้ง่าย ๆ. เนื้อหาในเล่มเล่าเรื่องการล่มสลายของสังคมหลังเหตุการณ์คนตาบอดเป็นจำนวนมากพร้อมการปรากฏของพืชเดินได้ ซึ่งทั้งความเรียบง่ายและความน่ากลัวของมุมมองทำให้มันถูกพูดถึงเรื่อยมา. ในฐานะแฟนแนวดิสโทเปีย ผมชอบวิธีที่ผู้เขียนใช้ตัวละครธรรมดาเป็นจุดเชื่อมให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่ต้องอาศัยฉากอลังการก็สร้างความตึงเครียดได้อย่างเด็ดขาด
ความน่าสนใจอีกอย่างคือผลงานอื่น ๆ ของวินด์แฮมมักจะมีธีมใกล้เคียงกันแต่ใช้แนวคิดต่างกัน เช่น หนังสืออย่าง 'The Kraken Wakes' ที่พาไปเจอกับภัยจากท้องทะเลและความไม่แน่นอนของสังคม หรือ 'The Chrysalids' ที่ตั้งคำถามเรื่องความเป็นปกติและการกีดกันทางสังคม. เห็นได้ชัดว่าความไม่มั่นคงของสังคมและผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเป็นเส้นเรื่องที่เขากลับไปแตะบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้ผลงานหลายเล่มของเขารู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกันในเชิงแนวคิด