ฉันเห็นการใช้องค์ประกอบภาพและบทสนทนาเพื่อสร้างความไม่แน่นอนที่ตั้งใจไว้ คล้ายกับวิธีที่ 'Eternal Sunshine of the Spotless Mind' ใช้ความทรงจำเป็นตัวดำเนินเรื่อง ทั้งสองเรื่องไม่ยอมให้ผู้ชมได้คำตอบที่ชัดเจน แต่บังคับให้เราคิดถึงเหตุผลและผลลัพธ์ของการกระทำ ตัวละครในตอนจบของเรื่องนี้ไม่ได้ถูกตัดสินด้วยการจากหรือการอยู่ แต่มันถูกตัดสินด้วยความจริงใจในการเผชิญหน้าและการตัดสินใจของพวกเขาเอง
อีกแง่มุมที่ฉันสนใจคือการให้พื้นที่ว่างระหว่างบรรทัด จุดจบไม่ได้อธิบายทุกรายละเอียดเพราะอยากให้คนดูเติมเต็มเอง เหมือนความหวังบางอย่างใน 'Call Me by Your Name' ที่ปล่อยให้ความรู้สึกลอยค้างอยู่ การจบแบบนี้อาจทำให้บางคนรู้สึกค้างคา แต่สำหรับฉันมันทำให้เรื่องยังอยู่ในความคิดต่อไปอีกนาน และนั่นคือสิ่งที่งานศิลปะดี ๆ ควรทำได้