ผมเห็นตัวอย่างชัดเจนในงานศิลปะทั้งหนังสือและภาพยนตร์ เช่นการตีความที่อ่อนหวานและมีมิติของครูสอนใน 'The Once and Future King' หรือการล้อเลียนจิกกัดใน 'Monty Python and the Holy Grail' ทั้งสองแนวทำให้เรื่องอาร์เธอร์เข้าถึงคนรุ่นต่าง ๆ ได้แตกต่างกัน — บางคนหลงใหลในความโรแมนติก บางคนหัวเราะกับการเสียดสี
ผมสนุกกับการอ่านงานของ Chrétien de Troyes ที่นำแนวรักและการทดสอบความเป็นอัศวินเข้ามา ทำให้ตัวละครอย่างแลนซ์ลอตต์และเรื่องราวเกี่ยวกับจอกศักดิ์สิทธิ์มีมิติขึ้น ในภายหลัง Sir Thomas Malory รวบรวมและตัดต่อเรื่องราวต่าง ๆ ลงในงานที่โด่งดังคือ 'Le Morte d'Arthur' งานนี้ไม่ได้เป็นแค่การบันทึก แต่ยังเป็นการจัดระบบเรื่องราวให้เป็นนิทานฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้อ่านยุคต่อมา