บนหน้ากระดาษของวรรณกรรมคลาสสิกฝรั่ง มีเรื่องเล่าหนึ่งที่ฉันมักยกไปคุยกับเพื่อนเวลาอยากหาเรื่องผีหัวขาดให้คนอื่นฟัง: นั่นคือผลงานของ Washington Irving ชื่อ 'The Legend of Sleepy Hollow' เรื่องสั้นชิ้นนี้เล่าเรื่องหัวขาดขี่ม้าซึ่งไล่ตามตัวละคร Ichabod Crane ในหมู่บ้านชนบทของนิวยอร์ก
เรื่องผีหัวขาดในตำนานไอริชมีน้ำหนักพอสมควร เพราะตำนานที่เรียกว่า Dullahan เป็นภาพจำของผู้ขี่ม้าที่ไร้หัว ซึ่งถูกบันทึกโดยนักรวบรวมตำนานพื้นบ้านอย่าง Thomas Crofton Croker ในหนังสือ 'Fairy Legends and Traditions of the South of Ireland' ผลงานของเขาเก็บรายละเอียดวิถีความเชื่อของชาวบ้านและทัศนคติที่มีต่อวิญญาณ
มุมมองจากวรรณกรรมจีนคลาสสิกก็มีของแปลกๆ ที่เกี่ยวกับหัวและร่างแยกออกจากกัน ในคอลเลกชันเรื่องผีของ Pu Songling ชื่อว่า 'Strange Stories from a Chinese Studio' ผมเจอหลายเรื่องที่เล่นกับการเปลี่ยนรูปของร่างกายและวิญญาณ ซึ่งสอดคล้องกับธีมผีหัวขาดที่เกิดจากความเชื่อและนิทานพื้นเมือง
เคยสงสัยไหมว่าเรื่องผีที่โฆษณาว่า 'มาจากเรื่องจริง' นั้นจริงแค่ไหนและทำไมมันถึงน่ากลัวกว่าของแต่ง
มีหลายเรื่องที่ถูกอ้างอิงจากเหตุการณ์จริง เช่น 'The Exorcist' ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเคสของเด็กคนหนึ่งที่มักถูกอ้างว่าเป็น Roland Doe (หรือ Robbie Mannheim) เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ไสยศาสตร์บนจอ แต่ยังสะท้อนความสั่นคลอนทางศรัทธาและวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยด้วย
อีกตัวอย่างคือ 'The Exorcism of Emily Rose' ซึ่งอิงจากกรณีจริงของ Anneliese Michel ทำให้ภาพยนตร์ผสมระหว่างคดีความและความเชื่อ เรื่องแบบนี้ชอบเล่นกับช่องว่างระหว่างหลักฐานกับความเชื่อใจ ส่วน 'The Conjuring' เล่าเรื่องครอบครัว Perron ที่อ้างว่าเจอปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ขณะที่ 'The Amityville Horror' และ 'The Haunting in Connecticut' ก็มีทั้งผู้เชื่อและผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับความเต็มจริงของเหตุการณ์เหล่านี้
ความชอบส่วนตัวทำให้ฉันมองว่าความน่าสยดสยองไม่ได้มาจากผีเสมอไป แต่เกิดจากการที่หนังดึงเอาความไม่แน่นอนในเหตุการณ์จริงมาเล่น จบแบบคลุมเครือหรือมีรายละเอียดที่ทำให้คนดูเอาไปคิดต่อได้มากกว่าฉากกรี๊ดเพียงอย่างเดียว