เวอร์ชันการ์ตูนของดิสนีย์ 'Tarzan' มักจะอยู่บน Disney+ Hotstar เวอร์ชันไทยมีทั้งพากย์ไทยและซับไทยให้เลือกตามช่วงเวลา ใครที่เคยร้องตามเพลงเปิดอย่าง 'You'll Be in My Heart' คงอยากดูแบบคมชัดเต็มจอ ซึ่งบริการสตรีมหลักในไทยอย่าง Disney+ Hotstar มักจะรวมแอนิเมชันคลาสสิกของดิสนีย์ไว้ โดยเฉพาะตอนมีโปรโมชั่นหรือรวมแพ็คเกจทีวีเคเบิลด้วยก็มักจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เราเองชอบดูเวอร์ชันนี้แบบพร้อมครอบครัว เพราะมันเป็นเวอร์ชันที่เหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ถ้าช่วงไหนหาในสตรีมมิ่งไม่เจออีกทางเลือกที่สะดวกคือเช่าหรือซื้อดิจิทัลจากร้านอย่าง Apple TV (iTunes), Google Play Movies หรือ YouTube Movies ซึ่งมีทั้งแบบเช่า 48 ชั่วโมงหรือซื้อเก็บไว้ดูตลอดไป นอกจากนี้ยังมีแผ่นดีวีดี/บลูเรย์ขายตามร้านของสะสมหรือออนไลน์สำหรับคนที่ชอบสะสมของจริง
เวอร์ชันคลาสสิกอย่าง 'Greystoke: The Legend of Tarzan, Lord of the Apes' หรือหนังเก่าๆ ของโจนนี ไวสมัลเลอร์ บางครั้งจะหาได้จากแหล่งที่เป็นสื่อเก่าเช่นดีวีดีมือสอง ตลาดออนไลน์ หรือช่องทีวีที่มีคอลัมน์ภาพยนตร์คลาสสิก ฉันชอบดูหนังเก่าพวกนี้จากแผ่นสะสมหรือช่องที่จัดโปรแกรมหนังเก่า เพราะคุณจะได้ภาพแบบฉบับเดิม เสียงต้นฉบับ และบรรยากาศโบราณที่สตรีมมิ่งสมัยใหม่บางครั้งปรับแต่งจนเปลี่ยนอารมณ์
ผู้ใหญ่มองว่า 'The Legend of Tarzan' (2016) เป็นตัวเลือกสำหรับคนชอบแอ็กชันผจญภัยที่โมเดิร์นกว่าเวอร์ชันการ์ตูน ฉันมักจะแนะนำให้เช็กแพลตฟอร์มเช่าภาพยนตร์แบบจ่ายเป็นเรื่องๆ เช่น Amazon Prime Video (เช่าหรือซื้อ), Apple TV หรือ Google Play เพราะหนังฮอลลีวูดยุคใหม่มักไหลเข้าระบบเหล่านี้ก่อนจะไปอยู่ในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายเดือนบางเจ้า เรื่องนี้มีฉากแอ็กชันและงานโปรดักชันที่ดูจริงจังกว่า เหมาะกับคนที่อยากดูภาพยนตร์โตๆ ไม่เน้นงานเพลงหรือเพลงประกอบแบบดิสนีย์
ในแง่ของภาษา ถ้าต้องการพากย์ไทยหรือซับไทย ควรดูรายละเอียดสเปคของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนกดเช่า เพราะบางครั้งเฉพาะเวอร์ชันซื้อเท่านั้นที่มาพร้อมซับภาษาไทย อีกวิธีที่ไม่ยุ่งยากคือรอช่วงมีโปรโมชั่นเช่าราคาพิเศษหรือเซลล์ในร้านดิจิทัล บางครั้งก็สะดวกกว่าการสมัครบริการรายเดือนสำหรับหนังแบบเดียวเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วถ้าชอบสไตล์หนังผจญภัยที่มืดกว่าและมีฉากบู้เยอะ 'The Legend of Tarzan' เป็นตัวเลือกที่ทำให้รู้สึกว่าสายบู๊ก็ได้โรแมนซ์ไปพร้อมกัน