แม่เลี้ยง ราพันเซล มีเบื้องหลังความเป็นตัวร้ายอย่างไร?

2025-11-24 17:34:07
196
Share
ABO Personality Quiz
Take a quick quiz to find out whether you‘re Alpha, Beta, or Omega.
Scent
Personality
Ideal Love Pattern
Secret Desire
Your Dark Side
Start Test

4 Answers

Benjamin
Benjamin
ฉันมองว่าแม่เลี้ยงใน 'Tangled' มีเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าคำว่า "ตัวร้าย" เพียงอย่างเดียว — เธอถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวการสูญเสียและความเหงาที่ลึกซึ้ง

เวลาที่ดูฉากตอนที่เธอร้องเพลงปลอบใจหรือขังราพันเซลไว้ในหอคอย ฉันรู้สึกได้ถึงการยึดติดแบบคนที่กลัวว่าจะไม่มีใครเหลืออยู่เมื่อเธออ่อนแอลง มันไม่ใช่แค่ความอยากอ่อนเยาว์นิรันดร์ แต่เป็นการต่อสู้กับความเปราะบางของตัวเอง: ดอกไม้วิเศษทำให้เธอมีโอกาสชะลอวัย แต่ก็ผลักให้เธอกลายเป็นผู้คุมกักความเป็นมนุษย์ของอีกคนหนึ่ง

ฉันเชื่อว่าแก่นของเรื่องคือความสัมพันธ์แบบกามารมณ์ผสมกับการเลี้ยงดูที่บิดเบี้ยว — เธอรักในแบบที่ต้องควบคุมและเอาตัวรอดมากกว่าจะรักแบบให้เสรีภาพ เห็นได้จากวิธีที่เธอจัดการคำโกหกเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อรักษาอำนาจ ความน่าสะพรึงกลัวของแม่เลี้ยงสำหรับฉันจึงมาจากความใกล้เคียงกับความเป็นมนุษย์มากกว่าแค่เวทมนตร์: กลัวแก่ กลัวถูกทอดทิ้ง และสุดท้ายใช้ความรักเป็นเครื่องมือ นี่แหละที่ทำให้เธอน่าสนใจยิ่งกว่าแค่คนร้ายในนิทาน
2025-11-27 06:09:51
4
Ian
Ian
การตีความตัวร้ายใหม่ ๆ อย่างเช่นใน 'Maleficent' ทำให้ฉันเริ่มคิดว่าแม่เลี้ยงแบบราพันเซลอาจได้รับบาดแผลที่ทำให้เธอกลายเป็นแบบนั้น ความโกรธ ฝังใจ หรือการขาดความเชื่อมั่นในตัวเองสามารถผลักให้คนหนึ่งเลือกใช้วิธีปกป้องสุดโต่งได้

ฉันมักจะเทียบฉากที่แม่เลี้ยงคุมกฎกับฉากย้อนความทรงจำของตัวร้ายที่ได้รับการขีดเส้นใต้ในงานรีเมคอื่น ๆ — ในหลายเรื่อง ตัวร้ายมักมีช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่เผยให้เห็นความเจ็บปวดส่วนตัว และนั่นทำให้การกระทำของพวกเขาน่าฟังขึ้น ไม่ใช่เพราะมันถูกต้อง แต่เพราะเรารู้ว่ามันมีที่มาจริง ๆ

สำหรับฉัน ความน่าสนใจไม่ใช่แค่การประณามแม่เลี้ยง แต่เป็นการตั้งคำถามว่าเราจะรักษาคนที่กลัวการถูกทอดทิ้งยังไงโดยไม่ทำร้ายเด็กอีกคนหนึ่ง การให้มิติแก่ตัวร้ายทำให้เรื่องเล่ามีความซับซ้อนและกระตุ้นให้ฉันคิดถึงทางเลือกอื่น ๆ ในการแก้ไขความสัมพันธ์ที่พัง
2025-11-29 09:30:51
2
Isaac
Isaac
ฉันมองแม่เลี้ยงผ่านเลนส์ของละครเวทีอย่าง 'Into the Woods' ที่มีการเล่นกับบทบาทแม่และแม่มด — ในเวอร์ชันเวที การเป็นผู้ปกครองที่กักขังหรือปกป้องมากเกินไปมักเป็นการสะท้อนความขัดแย้งภายในของตัวละครเอง

เมื่อคิดแบบนั้น ฉันเห็นแม่เลี้ยงราพันเซลเป็นคนที่เลือกการควบคุมเป็นเครื่องมือรักษาอัตตาและสถานะ การใช้เวทมนตร์หรือคำโกหกเล็กน้อยเป็นเพียงวิธีที่เธอพบเพื่อจัดการกับความกลัวของตนเอง สุดท้ายแล้วฉันคิดว่าการอ่านบทบาทนี้ในบริบทวัฒนธรรมร่วมสมัยช่วยให้เราเห็นว่าการเป็น 'ตัวร้าย' มักเกิดจากเงื่อนไขที่ซับซ้อน ไม่ใช่แค่ใจชั่วแต่เพียงอย่างเดียว — และนั่นทำให้การเอาใจใส่ต่อความทุกข์ของกันและกันดูสำคัญขึ้นในเรื่องเล่าแบบนี้
2025-11-29 17:25:29
18
Sadie
Sadie
ฉันเคยกลับไปอ่านเวอร์ชันดั้งเดิมของ 'Rapunzel' บ่อย ๆ และเห็นว่าแม่มดในต้นฉบับถูกวางบทบาทต่างจากเวอร์ชันภาพยนตร์สมัยใหม่ ในเรื่องดั้งเดิม เธออาจดูเหมือนขโมยเด็กหรือกักกัน แต่บริบทของการครอบครองพืชสมุนไพรและการข้อตกลงกับพ่อแม่ทำให้สถานการณ์มีหลายชั้นมากกว่าคำว่าร้ายเพียงอย่างเดียว

แง่มุมที่ฉันคิดว่าน่าสนใจคือการตีความทางสังคม: แม่มดอาจเป็นตัวแทนของกฎเก่าหรือการปกป้องทรัพยากรในสังคมที่เปราะบาง การ 'พราก' ราพันเซลจึงไม่ใช่แค่การรังแก แต่เป็นการกระทำที่เกิดจากตรรกะและความต้องการเอาตัวรอดของคนในยุคนั้น อีกมุมหนึ่ง แม่มดยังสะท้อนความหวาดกลัวต่อเสรีภาพของหญิงสาว ความพยายามจะกักเก็บความงามและวัยเยาว์ไว้ก็เป็นการประจักษ์ของอำนาจชายและสังคมด้วย

ฉันไม่อภัยให้การกระทำของเธอ แต่การมองเธอผ่านเลนส์ของตำนานและบริบทช่วยให้เข้าใจแรงจูงใจมากขึ้น — เธอไม่ใช่ร่างผีร้ายจากอากาศ แต่เป็นผลผลิตของโลกที่มีทรัพยากรจำกัดและความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่บิดเบี้ยว
2025-11-30 23:45:13
18
View All Answers
Scan code to download App

Related Books

Related Questions

นิทานเรื่องราพันเซล ตัวร้ายมีแรงจูงใจอย่างไร

4 Answers2025-12-12 04:48:17
การกระทำของแม่มดใน 'ราพันเซล' อ่านออกได้หลายชั้น ฉันมองว่าแรงจูงใจของเธอไม่ใช่แค่โลภหรือชั่วร้ายล้วนๆ แต่เป็นการผสมกันของความกลัว การสูญเสีย และความต้องการควบคุม ในมุมหนึ่งฉันเห็นเธอเหมือนคนที่เคยถูกทิ้งหรือถูกดูถูกแล้วต้องการรักษา ‘สิ่งที่มีค่า’ ไว้ด้วยวิธีสุดโต่ง การเอาเด็กมาเป็นของตัวและขังไว้บนหอคอยเป็นการแสดงออกถึงการยึดเหนี่ยว—เธออาจกลัวว่าพลังหรือต้นทุนที่เด็กคนนั้นเป็นตัวแทนจะหลุดลอยไป หากปล่อยให้คนอื่นเข้าถึงได้ ความกลัวนี้แปรเป็นการครอบครองอย่างเข้มข้นจนกลายเป็นการจำกัดเสรีภาพของราพันเซล อีกด้านหนึ่งฉันนึกถึงภาพแม่มดที่ลงมือเพราะอารมณ์ชดเชย เหมือนตัวละครแม่มดในนิทานอย่าง 'ฮันเซลกับเกรเทล' ที่ความเดียวดายและความขาดแคลนเปลี่ยนคนให้โหดร้ายขึ้น เธออาจตีความความรักแบบผิดเพี้ยน—การขังคือการปกป้อง การควบคุมคือการดูแล—ซึ่งโครงสร้างแบบนี้ทำให้เธอเลือกวิธีสุดโต่งแทนการสื่อสารหรือการยอมรับความเป็นไปได้อื่นๆ ฉันจบด้วยความคิดว่าแรงจูงใจเหล่านี้รวมกันอย่างทับซ้อน ทำให้แม่มดเป็นตัวร้ายที่น่าสะเทือนใจมากกว่าเป็นเพียงภาพร้ายตามแบบนิทานธรรมดา

แม่เลี้ยง ราพันเซล ในนิทานฝรั่งต่างจากฉบับดิสนีย์อย่างไร?

4 Answers2025-11-24 04:27:37
สิ่งที่ติดตาฉันที่สุดคือความโหดของต้นฉบับที่ทำให้แม่เลี้ยง (หรือผู้คุมเด็กในเรื่อง) ดูเป็นคนเย็นชากว่าในภาพยนตร์ของดิสนีย์ ในเวอร์ชันของชาวเยอรมันที่เรามักเรียกติดปากว่า 'Rapunzel' ตัวละครที่ยึด Rapunzel ไปมักถูกบรรยายเป็นแม่มดหรือหญิงเวทย์ที่เข้ามาแทนที่แม้จะไม่ได้แต่งงานเป็นแม่เลี้ยงตามแบบนิยายสมัยใหม่ เธอทำสัญญากับพ่อแม่ของเด็กเพื่อแลกกับสมุนไพรหรือผลผัก นำเด็กไปขังไว้ในหอสูงโดยแทบไม่มีความอ่อนโยนที่ชัดเจน ฉันคิดว่าจุดสำคัญคือความเป็นเจ้าของ—เธออยากครอบครองมากกว่าจะเลี้ยงดู ความต่างอีกอย่างคือตอนจบ: ในต้นฉบับเจ้าชายถูกบาดเจ็บและตาบอดหลังจากถูกหลอกโดยแม่มด แล้ว Rapunzel ที่กลายเป็นแม่ลูกสองกลับไปช่วยจนน้ำตาของเธอรักษาความบาดเจ็บให้หาย เรื่องจริงจังและโหดกว่าที่ดิสนีย์เล่า แต่ก็สะท้อนมุมมองของการลงโทษ การชดใช้ และความเป็นแม่ที่ไม่ได้อบอุ่นเสมอไป

แม่เลี้ยง ราพันเซล ถูกตีความใหม่ในแฟนฟิคแบบไหนที่น่าสนใจ?

5 Answers2025-11-24 03:58:23
ทุกครั้งที่จินตนาการถึงแม่เลี้ยงราพันเซลในเวอร์ชันที่เข้าใจได้ ฉันอยากให้เธอเป็นคนที่เลือกปกป้องมากกว่าจะเป็นปีศาจผู้โลภแบบที่เราเห็นบ่อย ๆ เราเห็นแม่เลี้ยงแบบนี้ใน 'Tangled' ที่มีมิติ แต่ถ้าขยับอีกนิดให้เธอเป็นผู้หญิงที่เคยสูญเสียอะไรบางอย่างจริง ๆ แล้วกลายเป็นคนหวาดระแวง การซ่อนราพันเซลไม่ได้มาจากความต้องการความงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพยายามรักษาความปลอดภัยในโลกที่โหดร้าย — นี่จะทำให้บทบาทของเธอทั้งเจ็บปวดและเข้าใจได้มากขึ้น เราสามารถสร้างซีนที่เน้นความขัดแย้งในใจ เช่น เธอสะกดราพันเซลไว้เพื่อป้องกันภัย แต่ในขณะเดียวกันก็เห็นว่าการกักขังสีขาวทำลายการเติบโตของเด็ก ฉากที่ชอบจินตนาการคือบทสนทนาสั้น ๆ ตอนกลางคืน เมื่อทั้งสองเงียบและแม่เลี้ยงเล่าว่าโลกภายนอกเคยทำร้ายเธออย่างไร — มันไม่จำเป็นต้องให้อภัย แต่จะทำให้ตัวละครมีน้ำหนัก เมื่อเขียนแบบนี้ ความสัมพันธ์แบบแม่ลูกที่ผิดเพี้ยนกลายเป็นเรื่องที่สะเทือนใจและเรียกอารมณ์ร่วมได้อย่างคมคาย

แม่เลี้ยง ราพันเซล มีเพลงประกอบไหนโดดเด่นที่คนจดจำ?

4 Answers2025-11-24 00:02:46
เพลงหนึ่งจาก 'Tangled' ที่ยังติดอยู่ในหัวฉันคงต้องยกให้ 'Mother Knows Best' — เป็นเพลงที่ทำหน้าที่ได้ทั้งเป็นฉากเปิดเผยบุคลิกและเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องอย่างแนบเนียน พอได้ฟังท่อนแรกก็สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงแบบบาร์รูมผสมฮอลลีวูดโอลด์สคูล เสียงร้องของ Donna Murphy ถูกออกแบบมาให้ฟังดูอบอุ่นแต่แฝงความคุมคาม เหมือนคำปลอบที่กลายเป็นกรง เพลงนี้ถูกแต่งโดย Alan Menken (ทำนอง) และ Glenn Slater (คำร้อง) ซึ่งทั้งคู่เล่นกับจังหวะและเมโลดี้เพื่อเน้นความไม่มั่นคงทางอารมณ์ การเปลี่ยนคีย์และการเล่นกับไดนามิกทำให้แต่ละวรรคเหมือนการสะกดจิตคนฟังไปด้วยกัน ฉากที่แม่เลี้ยงร้องเพลงในหอคอย กล้องกับแสงช่วยขับอารมณ์ให้คำพูดดูลวงโลกมากขึ้น นอกจากเนื้อหาที่บอกว่าเธอดูแลทุกอย่างแล้ว ทำนองและการเว้นวรรคยังย้ำความเป็นผู้ควบคุมของตัวละคร เพลงนี้จึงโดดเด่นไม่ใช่เพราะโน้ตเดียว แต่เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสภาพแวดล้อมทางอารมณ์ให้ตัวละครหลักถูกกักขังไว้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้คนจดจำมันได้ทั้งในแง่ความสนุกและความน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

แม่ ราพันเซล มีผลต่อจิตวิทยาตัวละครราพันเซลอย่างไร?

5 Answers2025-11-21 04:36:01
เคยสงสัยไหมว่านิทานฉบับโบราณส่งต่อแง่มุมจิตใจของตัวละครยังไงบ้าง โดยเฉพาะใน 'Rapunzel' ฉบับกริมม์ที่แม่ผู้ครอบครองดูเหมือนเป็นทั้งผู้ปกป้องและผู้คุมขัง เมื่อลงลึก ผมเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างราพันเซลกับแม่ในเรื่องดั้งเดิมมีความหมายเชิงสัญลักษณ์มากกว่าจะเป็นความรักแบบแม่ลูกตามตัวอักษร—แม่ในที่นี้คือผู้กำหนดขอบเขตโลกให้กับลูกสาว ราพันเซลโตขึ้นในพื้นที่จำกัด ทำให้การรับรู้อัตลักษณ์ของเธอผูกติดกับสิ่งที่แม่ยอมให้เห็นเท่านั้น ผลทางจิตวิทยาที่ชัดเจนคือความยากลำบากในการแยกตัวและกำหนดตัวตนเอง นิสัยการเชื่อฟังสุดโต่งกับการขาดโอกาสทดลองโลกภายนอกทำให้ราพันเซลเกิดความกลัวและการพึ่งพา เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ที่ท้าทาย เธอมักต้องถอยกลับสู่ค่านิยมที่แม่สอนมา แต่อีกด้านหนึ่งการถูกกักขังก็หล่อหลอมความอยากหนีและความอยากเป็นอิสระ ซึ่งกลายเป็นแรงขับที่พาเธอไปพบตัวตนใหม่ในตอนจบ

แม่เลี้ยง ราพันเซล แต่งคอสเพลย์ยังไงให้เหมือนฉบับภาพยนตร์?

4 Answers2025-11-24 12:43:45
ในฐานะแฟนการแต่งคอสที่ชอบลงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ฉันมองว่าการทำให้แม่เลี้ยงราพันเซลเหมือนฉบับภาพยนตร์ต้องเริ่มจากโครงสีและเนื้อผ้าเป็นหลัก เราเน้นผ้ามันวาวโทนแดงเลือดหมูหรือบอร์โดซ์ ร่วมกับผ้ากำมะหยี่และผ้าสแตรชแบบหนาที่มีน้ำหนัก จะช่วยให้ทรงชุดดูหนักแน่นเหมือนในฉากบนเวที ตัดเสื้อให้มีคอวอลล์สูงเล็กน้อย แขนตุ๊กตาที่พองและคอเสื้อแนววินเทจจะทำให้บุคลิกออกมาเป็นแม่เลี้ยงผู้หวงความงาม การทำวิกสำคัญมาก: เลือกวิกสีน้ำตาลเข้มถึงดำ ยาวและลอนแน่น ใช้การแบ็กคอมบ์ (backcomb) เบา ๆ ที่โคนเพื่อให้ดูหนา มีการจัดไฮไลต์เล็กน้อยระยับให้เหมือนแสงสะท้อน ใช้เมกอัพเน้นคอนทัวร์กรอบหน้า ให้คิ้วหนาเป็นกรอบและตาด้านบนสโมกกี้เล็กน้อย การเคลื่อนไหวสำคัญไม่แพ้เครื่องแต่งกาย—ยืนตัวตรง แต่มีท่าหยอกล้อแบบผู้มีอำนาจที่หลอกล่อ แค่นี้ภาพรวมก็ใกล้เคียงกับเวอร์ชันภาพยนตร์จาก 'Tangled' มากขึ้น

แม่เลี้ยง ราพันเซล ถูกดัดแปลงในนิยายหรือซีรีส์ไทยเรื่องใดบ้าง?

4 Answers2025-11-24 13:01:06
ไม่ค่อยมีละครไทยที่ดัดแปลง 'ราพันเซล' แบบตรงๆ แต่เงาของแม่เลี้ยงในนิทานนี้โผล่ในงานสำหรับเด็กและหนังสือแปลหลายฉบับที่วางขายในไทย ผมชอบหาเล่มนิทานแปลเก่าๆ ที่สำนักพิมพ์เด็กชอบเอาเรื่องตะวันตกมาทำใหม่ ในฉบับแปลไทยของ 'ราพันเซล' มักจะเห็นความสัมพันธ์แบบแม่เลี้ยง-ลูกเลี้ยงถูกปรับให้เข้ากับความคาดหวังทางสังคมไทย: แม่เลี้ยงไม่ใช่แค่แม่มดที่ขังคนไว้ แต่มักถูกตีความเป็นผู้หญิงที่คุมความปลอดภัยหรือควบคุมโอกาสของนางเอก แทนที่จะเป็นภาพร้ายล้วนๆ สิ่งที่ผมประทับใจคือการแปลที่ไม่ได้ทิ้งเสียงพื้นเมืองไทย—บางฉบับใส่คติสอนใจ กลายเป็นเรื่องสั้นที่เด็กไทยคุ้นเคยมากกว่าเวอร์ชันดั้งเดิม ซึ่งก็หมายความว่าแม้จะไม่ใช่ "ละครทีวี" แต่การดัดแปลงในรูปแบบหนังสือเด็กก็เป็นพื้นที่ที่แม่เลี้ยงของ 'ราพันเซล' ถูกเล่าใหม่บ่อยครั้งและหลากหลาย

แม่ ราพันเซล ถูกตีความอย่างไรในภาพยนตร์แอนิเมชันยุคใหม่?

5 Answers2025-11-21 09:37:43
ลองนึกภาพแม่ที่ยิ้มหวานแต่กัดกินทุกนาทีของอิสรภาพของลูกสาว—นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันเห็นในเวอร์ชัน 'Tangled' ของแม่ราพันเซล การตีความในหนังแอนิเมชันยุคใหม่เปลี่ยนแม่ราพันเซลจากแม่มดลึกลับเป็นหญิงสูงวัยที่กลัวการแก่ตัวและยอมใช้วิธีการโหดร้ายเพื่อรักษาความสวยของตัวเอง การเป็นแม่ถูกใช้เป็นหน้ากากเพื่อปกป้องผลประโยชน์ส่วนตัว: เธอสร้างความพึ่งพา สร้างข้อจำกัดทางอารมณ์ และทำให้ลูกเป็นเครื่องมือทางอำนาจ ฉากที่แม่ราพันเซลร้องเพลง ควบคุมด้วยวาจา และทำให้ราพันเซลสงสัยตัวเอง แสดงให้เห็นจิตวิทยาการครอบงำที่ละเอียดมากขึ้น ฉันชอบการออกแบบตัวละครที่ใช้โทนสีอบอุ่น-มืดผสานกัน ทำให้ผู้ชมรู้สึกทั้งเสน่หาและอึดอัดไปพร้อมกัน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความเลวของตัวร้าย หากเป็นการยืนยันว่ารูปแบบของความเป็นแม่สามารถกลายเป็นกรงทองได้เมื่อผสมกับความกลัวและการเห็นแก่ตัว

ราพันเซลเต็มเรื่องมีความยาวเท่าไหร่และมีฉากเครดิตไหม

5 Answers2026-04-09 02:21:08
ความยาวรวมของ 'ราพันเซล' ฉบับภาพยนตร์แบบฉายในโรงอยู่ที่ประมาณ 100 นาที (ราวหนึ่งชั่วโมงสี่สิบวินาทีถ้านับแบบหยาบๆ) ซึ่งเป็นความยาวที่ทำให้พล็อตหลักกับเพลงประกอบได้พื้นที่พอสมควรโดยไม่รู้สึกยืดเกินไป ฉันเป็นคนชอบนั่งดูจนจบเครดิต เพราะแม้ตัวหนังหลักจะจบแบบพอใจแล้ว แต่การฟังเพลงปิดและชื่นชมการออกแบบฉากระหว่างเครดิตทำให้ยังคงความอบอุ่นของเรื่องต่อไป เรื่องนี้ไม่มีฉากพิเศษหลังเครดิตแบบมินิสคีนที่เชื่อมเรื่องต่อ (ไม่มี mid/post-credit scene แบบหนังซูเปอร์ฮีโร่) แต่มีของเสริมที่แฟนๆ ชอบคือสั้นเรื่อง 'Tangled Ever After' ซึ่งเป็นช็อตสั้นที่เล่าต่อเหตุการณ์หลังงานแต่งงาน ในบางการจัดจำหน่ายหรือคอลเลกชันแบบพิเศษ มันอาจถูกใส่เป็นโบนัสให้ดูหลังหนังหลัก ทำให้เวลาทั้งหมดเพิ่มขึ้นอีกไม่กี่นาทีเท่านั้น — ฉันมองว่าถ้าชอบตัวละคร การรอต่อก็เป็นการให้รางวัลตัวเองเล็กๆ

บทสรุปของ ราพันเซล เต็มเรื่อง มีเหตุการณ์สำคัญอย่างไร?

3 Answers2026-04-03 11:37:16
เราอยากเล่าเรื่องย่อของ 'ราพันเซล' ในฉบับคลาสสิกแบบสั้น ๆ ที่เห็นภาพรวมเหตุการณ์สำคัญได้ชัดเจน เริ่มจากคู่สามีภรรยาคู่นึงที่ปรารถนามีลูก จนภรรยาท้องอยากกินผักชนิดหนึ่ง ชาวสวนบ้านข้างๆ มีผักที่เรียกกันว่า 'rapunzel' ภรรยาจึงลักไปกิน ผู้เป็นเจ้าของสวนซึ่งเป็นแม่มดจับได้แล้วแลกกับทารกในครรภ์ เมื่อตัวเด็กเกิดมา แม่มดเอาไปเลี้ยงและตั้งชื่อว่า 'ราพันเซล' แล้วกักขังเธอไว้บนหอคอยกลางป่าโดยไม่มีบันไดหรือประตู เมื่อราพันเซลโตขึ้นผมก็ยาวมาก แม่มดปีนขึ้นมาโดยให้เธอสางผมแล้วปล่อยให้มันตกลงมาเป็นบันได วันหนึ่งเจ้าชายที่ได้ยินเสียงร้องของเธอผ่านมาทางป่าแอบตามจนพบ แล้วปีนขึ้นมาด้วยผมของราพันเซล ทั้งสองตกหลุมรักและวางแผนจะหนีร่วมกัน แต่แม่มดรู้เรื่องจับเจ้าชายขังและตัดผมของราพันเซลก่อนจะผลักเจ้าชายตกลงจากหอคอย ผลจากการตก เจ้าชายบาดเจ็บและตาบอดหลงทางไปในทะเลทราย ส่วนแม่มดขังคุมราพันเซลไว้ห่างๆ ราพันเซลคลอดลูกแฝดและใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก จนวันหนึ่งเจ้าชายที่ตาบอดพเนจรไปเจอเธอในทะเลทราย ราพันเซลเห็นหน้าเขาและน้ำตาของเธอกลับทำให้เขาเห็นอีกครั้ง ทั้งสองกลับไปยังอาณาจักรด้วยกัน มีความสุขกับครอบครัว เรื่องนี้ทำให้ฉันคิดถึงความโหดร้ายและความหวังที่พัวพันกันในเทพนิยายสมัยก่อน และชอบที่ตอนท้ายให้ความรู้สึกว่าความรักกับการให้อภัยยังมีพลังมากพอจะเยียวยา
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status