Share

ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ
ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ
Penulis: เฟยเทียน / เงาจันทราสีหมึก / กัญญ์ญาภัค

บทที่ 1

“ฝันเรื่องเดิมอีกแล้ว เรายังเหลือเวลาอีกเท่าไหร่กันนะ” หญิงสาวพึมพำหลังจากลืมตาตื่นจากความฝันอันยาวนาน ในขณะเดียวกันเธอก็ยกมือปาดเหงื่อบนหน้าผากของตนทิ้งอย่างลวก ๆ

แสงแรกของวันสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างภายในห้องนอนของผู้เป็นหญิงสาวร่างบางหลังจากแต่งกายเป็นชุดทำงานประจำวันของตนเรียบร้อย

“คุณปู่คะ ฉันไปทำงานก่อนนะ” หญิงสาวพนมมือบอกกล่าวรูปภาพของชายชราผู้กำลังส่งยิ้มมาให้ก่อนเดินออกจากบ้านหลังเก่าสุดแสนจะธรรมดาเฉกเช่นทุกวัน

ไป๋เสวี่ยคือชื่อของหญิงสาวเนื่องจากในวันถือกำเนิดของเธอนั้นหิมะแรกกำลังโปรยปรายเกล็ดของมันระยิบระยับดูงดงามจับตาคนเป็นปู่จึงได้ตั้งชื่อนี้ให้กับหล่อน

ทุกเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของหญิงสาวคนนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้าแสนน่าเบื่อจนกระทั่งถึงวันสิ้นปี

ไป๋เสวี่ยยกมือบิดขี้เกียจอ้าปากหาวหลังจากจัดการงานที่คั่งค้างจนเสร็จสิ้น

เสียงมือถือของเธอดังขึ้น หญิงสาวหยิบขึ้นมาคลี่ริมฝีปากแย้มยิ้มก่อนกดรับสาย

“เป่าเปา เธอจะไม่มาฉลองปีใหม่กับฉันจริงเหรอ” น้ำเสียงของคนพูดเต็มไปด้วยความตัดพ้อ

“ไม่ละ ฉันไม่อยากไปเป็นหลอดไฟขวางทางรักของเธอ” น้ำเสียงของผู้พูดเต็มไปด้วยความหยอกเย้าทำให้คนปลายสายหน้าแดงก่ำเถียงไม่ออก “แต่จะให้ฉันมีความสุขแล้วทิ้งเธอไว้ตามลำพังได้ยังไง”

“เธอคิดมากเกินไปแล้ว ฉันมีความสุขกับชีวิตในตอนนี้ดีต่างหาก อีกอย่างฉันกำลังจะกลับไปฉลองปีใหม่กับคุณปู่” ไป๋เสวี่ยหยิบกระเป๋าสะพายคล้องหัวไหล่ก่อนจะหยิบเสื้อคลุมตามหลัง

“เป่าเปา คุณปู่จากไปนานแล้วนะเธออย่าทำให้ฉันขนลุกได้ไหม” คนปลายสายแย้งด้วยความรู้สึกใจหาย

“คิดมากน่า แต่ถ้าฉันได้กลับไปอยู่กับปู่อีกครั้งจริง ๆ ก็ดีนะสิ ตั้งแต่เป็นเด็กปู่ก็มักจะมีเรื่องเล่าแปลก ๆ มาเล่าให้ฟังอยู่ตลอดรวมถึงยังมีวิชาพวกนั้นด้วยแม้ว่าในตอนนี้คนจะเชื่อถือเรื่องเทพและภูติผีน้อยลงก็เถอะ” คนพูดกดลิฟต์ในระหว่างนี้ก็ยกมือถือแนบหูไปด้วย

เสียงเตือนของลิฟต์โดยสารดังขึ้นก่อนประตูเลื่อนของมันจะเปิดออก “ฉันต้องวางแล้วเอาไว้ค่อยคุยกันนะ” ไป๋เสวี่ยกล่าวลาและยังไม่ทันที่เธอจะนำมือถือเครื่องสวยใส่กระเป๋าสะพาย

จู่ ๆ ลิฟท์ก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนที่ไฟจะดับลงหลังจากเธอก้าวเท้าเข้ามาอยู่ด้านใน

พรึบ! “เกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงแสดงความหวาดหวั่นของคนพูดดังขึ้นท่ามกลางความมืด และยังไม่ทันที่หล่อนจะตั้งสติลิฟท์ตัวนั้นก็ร่วงลงสู่พื้นเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว

ไป๋เสวี่ยกรีดร้องจนสุดเสียง จากนั้นเธอก็สลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาหญิงสาวก็พบว่าตัวเองได้มาอยู่ในสถานที่แปลกตาแห่งหนึ่งยังไม่ทันทำความเข้าใจให้กระจ่างหัวของเธอก็ปวดราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ เพราะความทรงจำต่าง ๆ มากมายกำลังประดังประเดเข้ามาราวสายน้ำหลากจนทำให้สลบไปอีกครั้ง

ภายในห้วงฝันสองเท้าเล็ก ๆ เดินมุ่งหน้าไปทางศาลาข้างสระบัวหลังงามที่มองเห็น ภายในศาลาหลังนั้นมีร่างของหญิงสาวผู้มีใบหน้าราวกับตนตอนอยู่ในโลกมนุษย์ไม่ผิดเพี้ยนนั่งอยู่ตามลำพัง

“เจ้ามาแล้วเหรอ” น้ำเสียงหวานเอื้อนเอ่ยกับเธออย่างเป็นกันเอง

“พี่สาว ข้ามาขอโทษ” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยอย่างรู้สึกผิด

“ข้าไม่โกรธเจ้าเลย อีกทั้งยังรู้สึกขอบคุณอีกด้วยเพราะหากไม่ได้เจ้าข้าก็คงไม่เจอเขา ดังนั้นอย่าได้รู้สึกผิดและต่อจากนี้ไปเจ้าเองก็จะมีชีวิตที่มีความสุขของตนบ้างแล้ว จงใช้ชีวิตให้ดีเล่า” หญิงสาวคนนั้นวางพู่กันในมือลงสบตากลมโตของเด็กหญิงตรงหน้าเอ่ยจากใจจริง

“พี่สาวขอบคุณเจ้าค่ะ ได้เวลาที่ข้าต้องไปแล้วเอาไว้หลังสิ้นสุดจากภพนั้นข้าจะกลับมาพบท่านอีก” สิ้นเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยร่างกายของเธอก็เป็นละอองจางหายไป

ย้อนกลับไปยังอดีตกาลก่อนหน้าราวปี771 ช่วงเวลา 256 ปีก่อนคริสต์ศักราช ในช่วงนี้เป็นยุคการล่มสลายของราชวงค์โจวก็เข้าสู่ยุคชุนชิว ในช่วงเวลานี้เป็นยุคปกครองที่ผู้นำไร้อำนาจ

ทำให้อ๋องหรือเจ้าเมืองต่าง ๆ ได้แข็งข้อและสู้รบกันในแต่ละแคว้น จึงทำให้สถานการณ์ในช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้คนต่างอยู่กันอย่างหวาดระแวงและต้องคอยระแวงกันอยู่ตลอดเวลา

ยุคนี้นักวิชาการจีนโบราณเรียกขานประวัติศาสตร์จีนช่วงนี้ว่า “ยุควสันตสารท” อยู่ในช่วงปี 770 หรือ 453 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นยุคหนึ่งในราชวงศ์โจวราชวงค์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน

เป็นยุคที่นครรัฐแต่ละรัฐทำสงครามด้วยกลอุบายอันแยบยล เกิดเป็นตำนานและเรื่องเล่าขานมากมายจนมาถึงปัจจุบัน

คำว่า “วสันตสารท” หมายถึง ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงมาจากชื่อคัมภีร์ของขงจื๊อที่บันทึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเปรียบเปรยถึงนครรัฐต่าง ๆ ที่เคยตั้งอยู่และดับไปเหมือนดั่งใบไม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง[1]

หลังจากยุคนั้นสิ้นสุดก็ก้าวเข้าสู่ยุคจ้านกว๋อ ยุคที่ผู้คนเข้าถึงสมุนไพรได้ยากทำให้ผู้คนต้องพึ่งพาผู้ที่ตั้งตนเป็นผู้วิเศษ เพื่อหวังให้ตัวเองหายจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเพื่อพ้นจากความยากลำบาก

แม้ว่าผู้คนกำลังอยู่ในช่วงระส่ำระสาย แต่ยังคงมีอำเภอเล็ก ๆ อำเภอหนึ่ง อำเภอแห่งนี้อยู่ห่างไกลอีกทังยังกันดารเป็นอย่างมากสภาพโดยรอบเต็มไปด้วยภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน

ชาวบ้านส่วนใหญ่อยู่ได้โดยอาศัยการหาของป่าเลี้ยงชีพ พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างปกติและเพราะสภาพแวดล้อมเช่นนี้จึงทำให้ชาวบ้านเหล่านี้ล้วนถูกปิดหูปิดตาจากโลกภายนอก ไม่เว้นแม้แต่บัณฑิตผู้หนึ่งที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นนายภำเภอของเมืองอันแสนห่างไกลความเจริญ

ภายในบ้านดินขนาดห้าห้องนอนของนายอำเภอเมือง ฟงอวิ๋น “ท่านพ่อ เหตุใดเป่าเปาถึงยังไม่ฟื้นอีก” ผู้พูดน้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนใจเดินไปวนเวียนมาถามกับบิดาผู้กำลังยกมือลูบเคราสีเงินยวงของตนไปมาคล้ายไม่ทุกข์ร้อน

“เจ้า! หยุดเดินได้หรือยัง ข้าบอกว่านางย่อมปลอดภัยก็ต้องเป็นไปตามนั้น ชะตาชีวิตของนางหนูนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวประหลาดหากว่านางผ่านพ้นคราวเคราะห์ครั้งนี้ไปไม่ได้จะทำการใหญ่ได้เยี่ยงไร”

ชายหนุ่มวัยสามสิบจ้องมองพ่อของตนกำลังอยากจะอ้าปากตอบโต้ ทว่า “ท่านพี่ เป่าเปาฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวผู้เป็นภรรยาเปิดประตูห้องนอนของเด็กหญิงเอ่ยเรียกขึ้นเสียก่อน

ชายต่างวัยด้านนอกทั้งสี่คนรวมถึงบุตรชายอีกสองพากันกึ่งเดินกึ่งวิ่งหมายจะเข้าไปดูให้เห็นกับตา

ขนตาเป็นแพรหนาของคนบนเตียงสั่นไหวราวกับปีกผีเสื้อก่อนที่เจ้าของร่างจะเปิดเปลือกตาของตนขึ้นในที่สุด

ดวงตากลมโตของเธอกะพริบขึ้นลงเพื่อปรับให้คุ้นชินกับแสงสว่างที่ได้รับ “ที่นี่คือที่ไหน” เพียงประโยคนี้จบลงเสียงเซ็งแซ่จากคนในครอบครัวเล็ก ๆ ของเรือนก็ดังขึ้น

“เงียบ!!” ผู้เป็นประมุขคนปัจจุบันตะโกนก้องพร้อมกับกระแทกไม้เท้าในมือ หากเป็นเด็กหญิงคนเดิมเธอคงจะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวตามวิสัยคนขี้ขลาดไปแล้ว

แต่ไม่ใช่กับไป๋เสวี่ยผู้เติบโตผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนกระทั่งอายุยี่สิบห้าปีคนนี้ เธอจึงยกมือขึ้นป้องดวงตาพยายามเพ่งมองชายชราผู้เป็นเจ้าของเสียงเมื่อครู่

“คุณปู่! ฮือ ๆ ฉันคิดถึงปู่เหลือเกิน” น้ำตามากมายของเธอไหลออกมาราวทำนบแตก

“หลานรักไม่ต้องร้องไห้ ปู่อยู่ตรงนี้แล้ว หลานเล่าให้ปู่ฟังได้หรือไม่ว่าหลานตกลงไปในสระน้ำได้เยี่ยงไร” คำถามของชายชราได้เรียกความประหลาดใจให้กับผู้ที่กำลังร่ำไห้อยู่เป็นอย่างมาก

ตกน้ำ? จะเป็นไปได้ยังไงเราเข้าลิฟต์และตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่ น้ำตาของเด็กหญิงหยุดไหลและได้ถูกแทนที่ด้วยสายตาแห่งความสับสนเพราะเรื่องราวของเธอบนสวรรค์นั้นไม่ได้อยู่ในความทรงจำ

ฉับพลันใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนต้องยกมือกุมศีรษะ เหตุการณ์เรื่องราวก่อนหน้าของเจ้าของร่างได้ถูกถ่ายทอดมาทั้งหมดรวมถึงความร้ายกาจสุดแสนจะเอาแต่ใจของตนด้วย

เด็กอะไรร้ายกาจชะมัด ทั้งดูถูกคน ทั้งรังแกน้องชายต่างมารดา รวมถึงยังขยันสร้างปัญหาให้แม่เลี้ยง ทั้ง ๆ ที่แม่เลี้ยงนั้นดีกับหล่อนมากกว่าลูกแท้ ๆ ไม่ไหว ๆ ฉันไป๋เสวี่ยจะเปลี่ยนแปลงร่างนี้ให้จงได้

“ลูกรัก เหตุใดเจ้าถึงได้นิ่งเงียบแบบนี้ไม่สบายตรงไหนรีบบอกพ่อ”

ไป๋เสวี่ยหลุดออกจากภวังค์เด็กหญิงพิจารณาชายวัยสามสิบตรงหน้าก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างสดใสจึงทำให้ใบหน้าของเธอดูดีขึ้นเป็นอย่างมาก

“ท่านพ่อ ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ ท่านอย่าได้ห่วง” ท่าทางรวมถึงน้ำเสียงของคนพูดได้ทำให้คนฟังภายในห้องตื่นตะลึง

“ท่านพ่อ ข้าว่าพี่รองต้องไม่สบายหนักเป็นแน่” เสียงเล็ก ๆ ของเด็กชายอายุน้อยเอ่ยอย่างจริงจังและยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้รับคำตอบจากบิดา

“โอ๊ย! ท่านแม่ตีข้าทำไมขอรับ” เขาเอ่ยอย่างตัดพ้อ

“เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกอย่างนั้นเหรอ หรือว่าจะให้แม่ตีเจ้าอีก” หลินเหมยกุ้ยตำหนิเขาไม่ไว้หน้า

“ท่านแม่ อย่าได้ตีน้องเล็กเลย” หลังคำพูดนี้หลุดออกจากปากของคนกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงห้องทั้งห้องก็เกิดความเงียบอันชวนน่าอึดอัดขึ้นทันควัน

“จะ..เจ้าเรียกแม่ของข้าว่าอะไรนะ” เด็กน้อยราวถูกผีหลอกย้อนถามอย่างไม่เชื่อหู

“ท่านแม่อย่างไรเล่าหรือว่าข้าเรียกไม่ถูกต้อง” ไป๋เสวี่ย เอ่ยอย่างพาซื่อใบหน้าขาวซีดของเธอแสร้งทำหน้าไร้เดียงสา

“ท่านพ่อ ท่านปู่ ข้าเห็นว่าน้องรองคงจะอาการหนักเป็นแน่ให้ข้าไปตามหมอดีหรือไม่” เด็กชายวัยสิบสามกำลังจะหมุนกายออกจากห้องนอนของคนเป็นน้องเอ่ยน้ำเสียงติดขัด

“เจ้าจะไปไหน” หัวไม้เท้าของชายชราได้เกี่ยวหลังคอเสื้อของเขาเอาไว้พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “เจ้าลืมหรือว่าปู่ของเจ้าเป็นใคร”

“แหะ ๆ ข้าขออภัยท่านปู่” ไป๋ตงยกมือลูบท้ายทอยแก้เก้อ

ไป๋เสวี่ยหัวเราะคิกคักให้กับท่าทางของคนในครอบครัว ก่อนที่เจ้าตัวจะอ้าปากหาว

“เจ้านอนต่ออีกหน่อยแล้วกัน พวกเราออกไปด้านนอกกันเถอะเรื่องอื่นเอาไว้ค่อยว่ากัน” เมื่อชายชราผู้เป็นเจ้าบ้านปัจจุบันกล่าวเช่นนี้ พวกเขาผู้เป็นลูกหลานมีหรือจะกล้าขัด

ยกเว้นก็แต่น้องเล็กของเรือนที่กำลังหันซ้ายแลขวาและเมื่อผู้ใหญ่ในครอบครัวเดินออกไปจากห้องทั้งหมดแล้วเท้าของเขาก็วิ่งมาทางเตียงของคนเป็นพี่สาว

สองตาของตนหรี่มองสำรวจใบหน้าเล็กขาวซีดของคนเป็นพี่อย่างละเอียด “คนร้ายกาจอย่างท่านจะมาไม้ไหน” ผู้พูดแสดงความเกลียดชังอย่างปิดไม่มิด

แต่แล้ว จู่ ๆ ผู้ที่เขาคิดว่ากำลังหลับก็เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างกะทันหัน ไป๋เทียนร้องเสียงหลงเผลอถอยหลังออกห่างจากเตียงถึงสองก้าว ก้นของเจ้าตัวแทบจะกระแทกพื้น

“ข้าขอโทษ ที่เคยรังแกเจ้า” ท่าทางรู้สึกผิดของเด็กหญิง ทำให้เด็กชายตัวเล็กเบิกตากว้างมองนางก่อนที่จะวิ่งหนีเตลิดออกจากห้องราวกับว่ากำลังถูกปีศาจไล่ล่าหมายเอาชีวิต

“เอาเถอะทุกสิ่งต้องใช้เวลา” ไป๋เสวี่ยพึมพำก่อนจะปิดเปลือกตาของตนลงอีกครั้งอย่างเหนื่อยอ่อน

[1] บทความดังกล่าวมาจากหนังสือเปิดหน้าประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงยุคปฏิวัติ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 163

    “ท่านแม่ขอรับ ข้าเจ็บ” เด็กชายผู้มีรูปร่างอ้วนท้วนผิวขาวฟ้องนางหลังจากโดนบิดาเคี่ยวกรำให้ฝึกยุทธแม้นางจะรู้สึกสงสารทว่าก็เข้าใจในความปรารถนาดีของผู้เป็นสามีที่มีต่อบุตรได้เช่นกัน ดังนั้นนางจึงได้แต่ต้องหลับตาข้างลืมตาข้างเบือนหน้าหนีไปทางอื่นยามที่บุตรชายได้รับการฝึกจากบิดาตน“ท่านแม่! ท่านกำลังคิด

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 162

    เด็กชายหญิงคู่หนึ่งผู้มีใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นพรมหนาหน้าปลายเท้าของหญิงชราผมเกล้าเป็นมวยอย่างเรียบร้อยเส้นผมของนางแม้จะเป็นสีขาวโพลนกระนั้นก็ยังคงเงางาม ดวงหน้าของนางเองก็ผ่องใสแม้จะมีริ้วรอยตามวัย“ท่านย่าเจ้าคะ/ขอรับ” สองพี่น้องเรียกนางพร้อมกันพลางแหงนหน้ามองหญิงสูงวัยอย

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 161

    หิมะสีขาวของทางเหนือกำลังโปรยปรายลงมาอย่างหนักจนบางแห่งเริ่มเห็นน้ำแข็งค้างตามกิ่งไม้หรือตามชายคาไป๋เสวี่ยได้แต่งเข้ามาอยู่สำนักยุทธชิงหลงได้นานกว่าหนึ่งปีแล้วนับตั้งแต่กลับมาจากการเดินทางในท้องทะเลคราวนั้น“เจ้านี่นะออกมาด้านนอกก็ไม่เอาเสื้อคลุมออกมาด้วย” โอวหยางเฉินพูดขึ้นพร้อมกับนำเสื้อคลุมสีขาว

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 160

    “ข้าว่าคนผู้นั้นน่าจะตาฝาด สัตว์ประหลาดอะไรจะมาโผล่กลางท้องทะเล”“ข้าเองก็ไม่รู้แต่หลังจากที่ข้าช่วยเขาขึ้นมาจากท้องน้ำ ชายคนนั้นก็เอาแต่เพ้อว่าช่วยข้าด้วย! อย่ากินข้าเลย”“อย่างนี้ก็ไม่รู้สิว่าสัตว์ประหลาดที่ว่าหน้าตาเป็นเช่นไร” ผู้พูดรู้สึกกังขา“ข้าลองถามดู เขาบอกว่าสัตว์ตัวนั้นมีหนวดยาวมากอีกทั้

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 159

    “น้องเล็ก! เจ้ากล้าดีเยี่ยงไรถึงขึ้นไปยืนบนหัวเสาเรือเช่นนั้น เจ้าไม่กลัวจะพลัดตกลงทะเลหรอกหรือ” ไป๋เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะตำหนิน้องชายเมื่อเห็นเขากล้ายืนท้าความตายบนหัวเสากระโดงเรือ“พี่รอง! ท่านกังวลเกินไปแล้วขอรับ” ไป๋เทียนไม่พูดเปล่าเจ้าตัวยังพุ่งตัวลงมาทำให้คนเป็นพี่รู้สึกหวาดหวั่นต่อการกระทำของเขา

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 158

    เรื่องกวีของไป๋ตงก็เป็นอันถูกยกเลิกไปด้วยเมื่อดวงจันทร์ที่กำลังสุกสกาวได้หายลาลับเข้ากลีบเมฆเช้าวันต่อมา ภายในลานฝึกก็ยังคงเต็มไปด้วยความฮึกเหิมเหมือนเคย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือเมื่อพวกเขาเห็นไป๋เสวี่ยแต่ละคนก็ทำความเคารพนางพร้อมกับเรียกนายหญิงน้อย“นี่มันไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือเจ้าคะ” ไป๋เสวี่ยถาม

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 57

    ใจของไป๋เสวี่ยเริ่มไม่สงบเสียแล้ว “ไม่ได้การข้าจะต้องไปตามหา ว่าแต่ควรจะเริ่มจากตรงไหนดี” เจ้าตัวพูดพลางเดินวนไปมาราวมดในกระทะร้อนก็ไม่ปาน ทำยังไง ทำยังไงดี เจ้าเป็นบ้าหรือบ่นอะไรอู้อี้ ฟังไม่ได้สรรพ เสียงอันเหนื่อยหอบของผีซิวดังขึ้น ไป๋เสวี่ยหยุดฝีเท้าลงทันที “ผีซิว!” นางเผลอต

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 56

    “แล้วปลาในมือพี่เล่ากินได้หรือไม่” ไป๋ตงมองพวงปลาในมือถามอย่างสงสัย“กินได้สิเจ้าคะ ปลาในมือพี่ใหญ่มีชื่อว่าปลากุ้ยหวี เนื้อแน่น รสชาติหวาน วันนี้ข้าจะนำไปต้มน้ำแกงปลาให้กิน” คนเป็นพี่ถอนใจอย่างโล่งอก ดังนั้นมื้อกลางวันสำหรับคนงานจึงเป็นน้ำแกงปลากุ้ยหวีกลิ่นหอมจากเครื่องปรุงที่หาได้ในภูเ

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 54

    คำตอบอันแสนจริงใจของหลินเหมยกุ้ยทำให้บ่าวทุกคนที่ได้ฟังน้ำตารื้น ด้วยไม่เคยคิดว่าพวกตนจะได้มาเจอกับคนดี ๆเช่นนี้ “ข้าก็ได้แต่หวังว่าหากวันนั้นมาถึงราชสำนักจะไม่หาหนทางริบเอาไปเป็นของตนเสียก่อน” เกาซูผู้ผ่านโลกมามากพูดดวงตาของนางเหม่อมองไปยังสถานที่ใดไม่อาจทราบ “ท่านยายเจ้าคะ

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 53

    เฒ่าหลีผู้มีหน้าที่ควบคุมไฟยังคงหมกตัวอยู่ในโรงหลอมเหล็กเช่นเดียวกับสหายทั้งสี่ วันนี้นับเป็นวันที่ห้าแล้วที่คุณหนูยังคงให้ทดลองทำตามที่นางบอก “พวกเจ้าได้กลิ่นบางอย่างเช่นข้าหรือไม่” หัวใจของเฒ่าหลีเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นเต้น“ได้ หรือว่า” ชายชรามองไปทางเตาหลอมที่มีคนงานพากันกวนน้ำแร่เหล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status