3 คำตอบ2025-11-01 03:34:13
การย้ายโปเกมอนไปภาคใหม่มีวิวัฒนาการที่น่าสนใจจนแฟนๆ ต้องตามให้ทัน
โดยหลักแล้ว วิธีการย้ายจะมีสองแนวทางใหญ่ๆ: แบบตรงๆ ที่ย้ายกันภายในเครื่องหรือภายในตระกูลเครื่องเดียวกัน (เช่น การเทรดท้องถิ่น, GTS, หรือการเชื่อมต่อแบบไร้สายของเครื่องคอนโซลรุ่นเดียวกัน) กับแบบผ่านบริการกลางที่เก็บไว้ก่อนค่อยย้ายข้ามคอนโซลหรือยุคสมัย เช่น แอพเก็บโปเกมอนบนคลาวด์ นั่นทำให้ผมมักจะแนะนำให้มองเป็นชั้นๆ — ถ้าต้นทางกับปลายทางเป็นคอนโซลหรือซีรีส์เดียวกัน ให้ใช้การเทรดในเกมหรือระบบออนไลน์ของเกมนั้นโดยตรง แต่ถ้าข้ามยุค เช่น จากตลับเก่าไปสู่เครื่องสมัยใหม่ จะต้องพึ่งเครื่องมือพิเศษ
ตัวอย่างเส้นทางที่ผมเคยใช้จริงคือการเอาโปเกมอนจาก 'Pokémon Red' เวอร์ชัน Virtual Console ขึ้นไปทางบริการก่อนด้วย 'Poké Transporter' แล้วฝากไว้ใน 'Pokémon Bank' จากนั้นดึงลงมายังเกมบนคอนโซลใหม่อีกทอดหนึ่ง วิธีแบบนี้จะเป็นสายยาวหลายขั้นแต่ช่วยย้ายข้ามเจนได้จริง ข้อควรระวังคือการย้ายมักเป็นทางเดียว (one-way), บางสกิลหรือไอเท็มอาจถูกลบหรือไม่รองรับ, และโปเกมอนบางตัวถูกล็อกไม่ให้ย้ายได้
สรุปสั้นๆ แบบไม่ใช้คำสรุปว่า: มองว่ามีทั้งการย้ายภายในเจนเดียว (ง่าย) และการย้ายข้ามเจน (ต้องใช้เครื่องมือกลาง) แล้วเตรียมโปเกมอนให้พร้อมก่อนย้าย เช่น เปลี่ยนท่า, ถอดไอเท็ม, เก็บข้อมูล OT ให้เรียบร้อย — ทำแบบนี้จะไม่เจอเซอร์ไพรส์เวลาโอนจริงๆ
3 คำตอบ2026-05-14 01:36:35
การจัดตารางดูโปเกม่อนสำหรับครอบครัวไม่จำเป็นต้องซับซ้อน: เริ่มจากการคัดเลือกซีซันและภาพยนตร์ที่โทนเรื่องเหมาะกับเด็กก่อน แล้วค่อยกำหนดกติกาเวลาและกิจกรรมประกอบการดู
ฉันมักจะแบ่งการดูเป็นบล็อกสั้น ๆ ที่มีความยาวประมาณ 20–30 นาทีเพื่อให้เด็กไม่เหนื่อย และเลือกซีซันที่โทนเบาสบาย เช่น 'Pokémon: Sun & Moon' ที่มีอารมณ์ขันและภาพสีสันสดใส ทำให้เด็กดูแล้วไม่เครียด ในทางกลับกันฉากเศร้าหรือการสูญเสียในบางตอนของซีรีส์อื่นอาจต้องดูด้วยกันและเตรียมคำอธิบายให้พร้อม
ก่อนเริ่มฉันจะแนะนำให้พ่อแม่ตั้งค่าการควบคุมผู้ปกครองบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง และสำรวจตอนตัวอย่างหรือบทวิจารณ์สั้น ๆ เพื่อคัดตอนที่ไม่เหมาะออก การทำลิสต์ตอนที่แนะนำล่วงหน้า เช่นภาพยนตร์ครอบครัวอย่าง 'Pokémon the Movie: I Choose You!' จะช่วยให้การเลือกชัดเจนขึ้น นอกจากนี้เตรียมกิจกรรมหลังดู เช่นวาดโปเกม่อนหรือพูดคุยประเด็นง่าย ๆ เกี่ยวกับมิตรภาพและการช่วยเหลือ เพื่อให้เด็กได้ซึมซับบทเรียนจากเรื่องราว การทำแบบนี้ทำให้การดูเป็นทั้งความบันเทิงและการเรียนรู้ของครอบครัวอย่างที่หลายบ้านชอบ
2 คำตอบ2025-11-25 02:05:30
แค่คิดว่าจะรวมไฮไลท์จาก 'โปเกม่อน' ทุกภาคให้ปังก็รู้สึกเหมือนได้เดินเข้าไปในตู้เวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ฉันมองว่าหัวใจของการตัดไฮไลท์ที่ทำงานได้จริงคือการจับอารมณ์ที่คนดูจะตอบสนองทันที — ช่วงหน้าตกใจ ช่วงซึ้ง หรือช่วงฮือฮาแบบไม่คาดคิด ซึ่งมักจะมาจากฉากที่มีบริบทชัดเจนและไม่ต้องอธิบายมาก เช่น การเจอโปเกม่อนระดับตำนานครั้งแรก งานนี้ต้องเลือกคลิปที่สื่อสารได้แม้คนดูไม่รู้พล็อตทั้งหมด แต่ยังรู้สึกได้ทันทีว่ามันสำคัญ
การจัดหมวดสำคัญมาก ฉันแบ่งคลิปตามธีมก่อน — ไฟต์มันส์, โมเมนต์ฮา, โมเมนต์น่ารัก, ฉากสะเทือนใจ และมรดกวินเทจ (เช่นความทรงจำจาก 'Pokémon Red/Blue') — แล้วค่อยเลือกมุมที่แปลกหรือมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนชอบ เช่น เซ็ตการคัทที่โยงกับเพลงประกอบหรือเสียงเอฟเฟกต์เด่น ๆ การทำคอนเทนต์ข้ามยุคช่วยได้มาก: ตัวอย่างเช่น ตัดเปรียบเทียบจังหวะการต่อสู้ใน 'Pokémon Diamond and Pearl' กับซีนแอ็กชั่นที่จัดเต็มจาก 'Pokémon XY' เพื่อโชว์วิวัฒนาการของแอนิเมชันและโยงกับความคิดถึงของแฟนรุ่นเก่า
อีกเรื่องที่ฉันให้ความสำคัญคือแพลตฟอร์มและความยาว ไม่ใช่ไฮไลท์เดียวจบสำหรับทุกที่ — ทำคลิปยาวสรุปแบบยาวสำหรับ YouTube, ทำคลิป 30–60 วินาทีสำหรับ TikTok/Reels, และเตรียมคลิปสั้น 10–20 วินาทีสำหรับฟีดหรือสตอรี่ที่กระตุกความสงสัยของคนดู พร้อมใส่ซับสั้น ๆ และแคปชั่นที่มีคำดึงดูด เช่น "รอบนี้มีใครร้องไห้ไหม?" ลงในผลงานฉบับย่อเพื่อเร่งการแชร์ ยิ่งไปกว่านั้น การเก็บเมตาดาต้าให้ละเอียด — ใครเป็นตัวเอก ตอนที่เท่าไหร่ เหตุการณ์สำคัญ — จะช่วยเวลาเอาไปใช้ทำเพลย์ลิสต์หรือคลิปธีมในอนาคต สุดท้ายแล้วสิ่งที่ผมยึดคือการทำให้แต่ละคลิปมีเสียงเล่าเรื่องของตัวเอง ถ้าดูแล้วรู้สึกอยากแชร์หรืออยากดูซ้ำ แค่นั้นแหละที่เรียกว่าปัง
4 คำตอบ2026-05-15 14:34:40
ฉันชอบเริ่มต้นจากเวอร์ชันที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกและมีเนื้อหาเสริมที่คุ้มค่าเสมอ
เมื่อคิดเรื่องการตามเก็บโปเกม่อนทุกภาค ฉันมักจะแนะนำให้เริ่มจาก 'Red' สำหรับยุคแรก เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของระบบและหลายตัวเป็นไอคอนตลอดกาล ต่อด้วย 'Gold' ที่ขยายแผนที่และมีระบบวันคืนกับการฟักไข่ที่เพิ่มมิติให้การสะสม ในเจนสามเลือก 'Emerald' เพราะมีพื้นที่พิเศษแบบที่เวอร์ชันอื่นไม่มี ส่วนเจนสี่ฉันมองว่า 'Platinum' คือเวอร์ชันที่ปรับสมดุลเพียงพอและใส่บอสพิเศษให้ล่าสนุก
สำหรับเจนห้า ฉันมักชอบเริ่มจาก 'Black' เพราะเรื่องราวและโปเกม่อนพิเศษช่วยกระตุ้นการตามเก็บ ในเจนหก 'X' มีกราฟิกที่เบาสบายและฟีเจอร์ Mega ที่เพิ่มความน่าสะสม ส่วนเจนเจ็ดเลือก 'Sun' เพราะระบบอัลฟาแล้วแต่เวลาและโซนพิเศษทำให้พบโปเกม่อนต่างกัน สุดท้ายเจนแปดและเก้า ถ้าจะเริ่มตามจริงจัง ฉันแนะนำ 'Sword' กับ 'Scarlet' เพราะเป็นจุดที่ระบบออนไลน์และการแลกเปลี่ยนสะดวกที่สุด ทำให้การเติมโปเกม่อนในรีจินต่าง ๆ ง่ายขึ้นกว่าเดิม
2 คำตอบ2026-05-14 05:43:36
นี่เป็นคำถามที่ได้ยินบ่อยจากเพื่อนๆ ในวงการดูการ์ตูนเลย — มีวิธีถูกกฎหมายให้ดู 'Pokémon' หลายช่องทางโดยไม่ต้องเสียเงินตลอดไป แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัดของแต่ละทางก่อน
ถ้าวัดจากประสบการณ์ของฉัน ช่องทางแรกที่ควรเช็คคือแอปหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้ผลิต เพราะบางครั้งทางผู้สร้างจะเปิดให้ชมตอนเก่า ๆ แบบฟรีหรือมีคอลเล็กชันที่หมุนเวียนให้ดู เช่นบนหน้าเว็บหรือแอปเฉพาะทาง ผู้ชมจะได้ภาพและเสียงที่ถูกลิขสิทธิ์เต็มรูปแบบ โดยไม่มีโฆษณาแปลกปลอม หรือถ้ามีโฆษณาก็เป็นรูปแบบที่ยอมรับได้
อีกช่องทางที่ใช้บ่อยคือช่องทีวีท้องถิ่นหรือเว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ที่เคยซื้อสิทธิ์ฉาย พวกนี้มักจะเอาตอนเก่ามาฉายซ้ำเป็นช่วง ๆ และบางเว็บก็มีคลังให้ดูย้อนหลังฟรี ฉันเองมักจะตั้งการแจ้งเตือนเมื่อมีการประกาศฉายพิเศษหรือฉากพิเศษ เพราะบางครั้งมีโปรเจกต์ส่งเสริม เช่นฉายครบซีซั่นบนเว็บของสถานีเป็นช่วงโปรโมชัน นอกจากนั้น ห้องสมุดสาธารณะหรือศูนย์ชุมชนก็ยังยืมดีวีดีหรือจัดฉายให้ชมเป็นกลุ่มได้อีกทางหนึ่ง
สรุปแล้ว การจะดู 'Pokémon' ทุกภาคแบบถูกลิขสิทธิ์และฟรีจำเป็นต้องยืดหยุ่น รับรู้ว่าคอนเทนต์บางส่วนอาจไม่มีให้ดูถาวร และคอยติดตามช่องทางทางการกับการฉายของสถานีท้องถิ่น — มันอาจต้องใช้เวลาแต่ก็น่าพอใจที่ได้ดูแบบถูกต้องตามกฎหมาย
1 คำตอบ2025-11-25 11:25:38
แฟนโปเกม่อนอย่างฉันบอกเลยว่าการจะดู 'โปเกม่อน' ครบทุกภาคไม่ใช่เรื่องเดียวจบ เพราะมันกระจัดกระจายอยู่ตามแพลตฟอร์มหลายแห่งและสลับหมุนเวียนไปตามลิขสิทธิ์ แต่ก็มีแหล่งหลักที่ต้องเก็บให้ครบก่อน คือแอปและเว็บอย่างเป็นทางการของโปเกม่อนเองอย่าง 'Pokémon TV' ที่มักปล่อยทั้งตอนพิเศษ ย่อมและบางภาคให้ดูฟรีเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะตอนคลาสสิกและหนังบางเรื่อง ส่วนช่องทางที่ซื้อ/เช่าดิจิทัลอย่าง 'Apple TV' หรือ 'Google Play Movies' กับร้านขายซีรีส์ดิจิทัลก็เป็นทางเลือกที่ดีถ้าต้องการเก็บเป็นคอลเล็กชันของตัวเอง
มีสตรีมมิ่งรายใหญ่ที่มักมีคอลเลกชันแตกต่างกันไป: 'Netflix' มักรับผิดชอบซีรีส์ยุคใหม่อย่าง 'Pokémon Journeys' และภาคที่ต่อเนื่องของมันในหลายประเทศ ขณะที่บริการอย่าง 'Amazon Prime Video' หรือ 'Hulu' ในบางภูมิภาคอาจมีซีซันคลาสสิกหรือหนังบางภาคให้ดูด้วย ความจริงคือแต่ละแพลตฟอร์มจะมีบางช่วงของเรื่องที่ครอบคลุมได้ดีต่างกันไป ดังนั้นการรวมหลายแหล่งเข้าด้วยกันทำให้ครอบคลุมมากที่สุด นอกจากนี้ช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของโปเกม่อนมักปล่อยตัวอย่าง ตัวอย่างบทสัมภาษณ์ และบางครั้งมีการปล่อยตอนพิเศษหรือคลิปย่อ ๆ ให้ดูฟรีด้วย
ถ้าชอบสะสมแบบไม่พึ่งสตรีมมิ่งอย่างเดียว แผ่น DVD/Blu-ray และการซื้อแบบดิจิทัลถาวรเป็นทางเลือกที่มั่นคง—หลายภาคเก่าถูกแยกขายเป็นชุดขนาดเล็กหรือรวมเป็นแพ็ก ส่วนหนังโรงหลายเรื่องก็ถูกปล่อยขายบนแพลตฟอร์ดดิจิทัล การติดตามตารางการวางจำหน่ายแผ่นจากร้านค้าหรือร้านออนไลน์ของแต่ละประเทศจะช่วยให้ได้เวอร์ชันที่สมบูรณ์และมักมีคำบรรยายหลายภาษา ถ้าต้องการดูบนทีวีเก่า ๆ ช่องโทรทัศน์ท้องถิ่นที่เคยออกอากาศ 'Pokémon' ก็ยังมีการฉายซ้ำเป็นระยะ ทีนี้ถ้าเป้าหมายคือดูให้ครบจริง ๆ ต้องยอมรับว่าบางตอนหรือหนังอาจต้องซื้อแยกหรือหาจากแหล่งต่าง ๆ เพราะการกระจายสิทธิ์ทำให้ไม่มีบริการเดียวที่มีครบทุกอย่างในทุกพื้นที่
สุดท้ายก็อยากบอกว่าการตามดูครบทุกภาคมันให้ความรู้สึกเหมือนสะสมโปเกม่อนตัวโปรด—มีทั้งความเร้าใจตอนเจอความทรงจำเก่า ๆ และความตื่นเต้นตอนค้นพบตอนใหม่ ๆ การผสมระหว่างบริการฟรีอย่าง 'Pokémon TV' กับสตรีมมิ่งและการซื้อแบบดิจิทัล/แผ่นคือสูตรที่ฉันใช้ และมันทำให้การดูเป็นการเดินทางที่สนุกมากกว่าการแข่งเก็บให้ครบแบบรีบจบ เพียงแค่เตรียมใจไว้ว่าอาจต้องจิ๊กซอว์จากหลายแหล่ง แต่ทุกชิ้นที่เจอมันคุ้มค่ากับความทรงจำดี ๆ เสมอ
6 คำตอบ2025-11-24 01:36:15
ยกมือขึ้นถ้าคุณเคยตะลึงกับโปเกมอนใหม่จากแต่ละภาค!
เมื่อมองแบบรวม ผมชอบแยกแต่ละเจเนเรชันตามจำนวนและตัวอย่างที่เด่นเพื่อให้เข้าใจง่าย เริ่มตั้งแต่ยุคคลาสสิกของ 'Red/Blue' ที่เปิดตัวโปเกมอนใหม่ทั้งหมด 151 ตัว ทำให้เกิดไอคอนอย่าง Bulbasaur และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล ต่อมา 'Gold/Silver' เพิ่มอีกประมาณร้อยตัว เช่น Togepi ที่นำความสดใสเข้ามา ในยุค 'Ruby/Sapphire' มีสายพันธุ์ใหม่ที่เปลี่ยนรูปแบบการเล่นอย่าง Mudkip ขณะที่ 'Diamond/Pearl' เพิ่มความซับซ้อนทางสกิลด้วยโปเกมอนอย่าง Garchomp
อ่านต่อไปที่ยุคหลังๆ 'Black/White' เข็นแนวคิดใหม่ ๆ เข้ามาพร้อมกับตัวละครตระกูลตำนานอย่าง Zekrom และระบบเนื้อเรื่องที่เน้นโปเกมอนมากกว่าเดิม จากนั้น 'X/Y' นำการพัฒนาโมเดล 3D ให้เห็น Greninja ในมุมใหม่ ขยับมาที่ 'Sun/Moon' ซึ่งเปลี่ยนแปลงระบบยิมและเพิ่มสายพันธุ์น่ารักอย่าง Rowlet 'Sword/Shield' สร้างความฮือฮาด้วยโปเกมอนตำนานอย่าง Zacian และแน่นอนว่าเจเนเรชันล่าสุดในซีรีส์หลักอย่าง 'Scarlet/Violet' ก็นำเสนอสิ่งใหม่ ๆ เช่น Koraidon ที่สะท้อนการสู้แบบโอเพ่นเวิลด์ ผมมองว่าการเปลี่ยนแปลงในแต่ละภาคไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือวิธีที่โปเกมอนใหม่เหล่านั้นเปลี่ยนประสบการณ์เล่นของเราไปตลอดกาล
5 คำตอบ2025-11-30 02:47:48
บริการสตรีมมิ่งบ้านเรามักเปลี่ยนไลเซนส์บ่อย ฉะนั้นไม่มีคำตอบตายตัวตลอดกาล แต่สิ่งที่ฉันยืนยันได้คือแหล่งที่มีโอกาสพบ 'โปเกมอน' ภาค 1 พากย์ไทยครบตอนสูงสุดจะเป็นช่องทางที่เป็นทางการหรือสื่อเก็บลิขสิทธิ์ เพราะเสียงพากย์ไทยมักเป็นสต็อกที่แยกออกจากเวอร์ชันสากล
ในประสบการณ์ส่วนตัว ฉันมักเริ่มจากการเช็กสองที่ก่อน: ช่องทางอย่างเป็นทางการของบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ เช่น แอปหรือเว็บที่ชื่อว่า 'Pokémon TV' และช่องยูทูบทางการของ 'โปเกมอน' ซึ่งบางครั้งจะปล่อยตอนเก่า ๆ ให้ชมฟรีพร้อมแทร็กภาษาต่าง ๆ อีกทางหนึ่งที่ควรสังเกตคือบริการสตรีมมิ่งระดับภูมิภาค เช่นแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์อนิเมะในไทย — พวกนั้นบางครั้งได้สิทธิ์ฉายพากย์ไทยเป็นชุด
ถ้าชอบสะสมและไม่อยากเสี่ยงกับการหายไปของคอนเทนต์ ฉันยังแนะนำการมองหาบ็อกซ์เซ็ตหรือดีวีดีลิขสิทธิ์ที่มีแทร็กพากย์ไทยเก็บไว้ เพราะตอนสมัยก่อนฉากที่ฉันยังร้องตามได้คือ 'ตอนที่แอชเจอพิคาชูครั้งแรก' — เวอร์ชันพากย์ไทยมีกลิ่นอายและสำเนียงเฉพาะที่หาไม่ได้จากซับเท่านั้น
2 คำตอบ2025-11-11 16:27:35
ตั้งแต่เริ่มต้นซีรีส์ 'Pokémon' ในปี 1996 จำนวนโปเกมอนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากรุ่นสู่รุ่น ตอนนี้ในปี 2024 ตัวเลขที่แฟนๆ ส่วนใหญ่ยอมรับกันคือ 1,025 ชนิด! แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วว่าตลอด 28 ปี เราได้พบกับโปเกมอนหลากหลายรูปแบบ ทั้งน่ารัก น่ากลัว หรือแม้แต่ประหลาดๆ อย่าง 'Unown' ที่เป็นตัวอักษร
แต่ละรุ่นมักเพิ่มโปเกมอนใหม่ประมาณ 70-100 ตัว อย่างล่าสุดใน 'Pokémon Scarlet and Violet' ก็มีตัวใหม่ๆ อย่าง 'Sprigatito' หรือ 'Fuecoco' ที่น่ารักจนหลายคนตกหลุมรัก ความพิเศษของโปเกมอนคือแต่ละตัวมีเอกลักษณ์และเรื่องราวในตัวเอง บางตัวมีวิวัฒนาการที่ซับซ้อน บางตัวมีตำนานเล่าขานเหมือนใน 'Pokémon Legends: Arceus'
3 คำตอบ2026-05-17 01:11:13
ด้านล่างนี้ผมจัดเรียงภาคหลักของซีรีส์โปเกม่อนตามปีวางจำหน่ายครั้งแรก (เน้นปีออกในญี่ปุ่นเป็นหลัก เมื่อมีความแตกต่างจะระบุไว้) เพื่อให้เห็นภาพการไล่ลำดับตั้งแต่ยุค Game Boy จนถึงคอนโซลสมัยใหม่:
เริ่มจากยุคแรกบน Game Boy: 'Pocket Monsters Red' และ 'Pocket Monsters Green' ออกในญี่ปุ่นปี 1996 (ตามด้วยเวอร์ชันปรับปรุง 'Blue' ในปีเดียวกัน) แล้วมี 'Yellow' ตามมาในปี 1998 (เวอร์ชันสากลช่วง 1998–1999)
ยุค Game Boy Color และ Advance: 'Gold'/'Silver' ปี 1999 (JP), 'Crystal' ปี 2000 (JP), จากนั้นเข้าสู่ยุค GBA กับ 'Ruby'/'Sapphire' ปี 2002 (JP), 'FireRed'/'LeafGreen' (รีเมคของ Gen I) ในปี 2004 และ 'Emerald' ปี 2004 (JP)
ยุค Nintendo DS และ 3DS: 'Diamond'/'Pearl' ปี 2006 (JP), 'Platinum' 2008, รีเมค 'HeartGold'/'SoulSilver' ประกาศและวางจำหน่ายช่วง 2009–2010, 'Black'/'White' ปี 2010 และภาคต่อ 'Black 2'/'White 2' ปี 2012; ยุค 3DS ยังเห็น 'X'/'Y' ในปี 2013 และรีเมค 'Omega Ruby'/'Alpha Sapphire' ในปี 2014
ยุคหลังบน Nintendo Switch และการเปลี่ยนแนวทางบางส่วน: 'Sun'/'Moon' ปี 2016 และเวอร์ชันขยาย 'Ultra Sun'/'Ultra Moon' ปี 2017, โดดไปที่สไตล์ใหม่กับ 'Let's Go, Pikachu!'/'Let's Go, Eevee!' ปี 2018, ต่อด้วย 'Sword'/'Shield' ปี 2019 และรีเมค 'Brilliant Diamond'/'Shining Pearl' ในปี 2021, เกมแนวแอ็คชัน-ผจญภัยเช่น 'Pokémon Legends: Arceus' ออกต้นปี 2022 และล่าสุด 'Scarlet'/'Violet' ปลายปี 2022
สรุปอย่างหยาบ ๆ คือโปเกม่อนเริ่มจาก 1996 ไล่มาจนถึง 2022 โดยมีรอบการออกภาคหลักหลัก ๆ ประมาณทุก 2–4 ปี พร้อมรีเมคและภาคแยกที่แทรกขึ้นเป็นระยะ ทำให้ภาพรวมเป็นการไหลต่อเนื่องของภาคหลักที่ผมติดตามมาตลอดตั้งแต่สมัยเครื่องพกพาไปจนถึงเครื่องคอนโซลยุคใหม่