Share

ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม
ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม
Penulis: นัทธ์หทัย

บทที่ 1

last update Terakhir Diperbarui: 2025-07-05 14:51:33

ค่ำคืนที่ดวงจันทร์ทอแสงนวลใย  ภายในห้องน้อยบนเรือนไม้ใต้ถุนสูง  “ย่าเกด” กอดประคองหลานสาวตัวน้อย “มับไม” ไว้ในอ้อมแขน พลางเล่านิทานโบราณด้วยน้ำเสียงกังวาล

“อินทร์ก็ใส่ชื่อน้อย ในเลขลานคำ

ชื่อว่า สังสินไซ      โลกลือฤทธีกล้า...”

เด็กน้อยทำตาโตพลางกำชายเสื้อของย่าแน่นด้วยความตื่นเต้น

“พญาซ้างฉัททันต์สิพาหลานเดินดงไปพ้อขุม...”

หญิงชรายังเล่าไม่ขาดคำก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงผลักประตูบานเฟี้ยมอย่างแรง  แผ่นไม้จนกระแทกกับผนังห้องดังปัง! ชายวัยกลางคนก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีไม่พอใจ ขณะที่ “นางจันสี” รีบเข้ามาอุ้มลูกสาวของตนออกมา

“แม่เอาอีกแล้วเซาๆอย่าเล่าเรื่องแบบนี้ให้หลานฟังอีกเด้อมันบ่มีดอกสิ่งที่แม่ว่าน่ะ” น้ำเสียงของนายเคนทั้งหงุดหงิดทั้งอ่อนใจกับผู้เป็นแม่

“มันสิบ่มีได้จังได๋มันเป็นภารกิจของตระกูลที่ต้องรักษาไว้ให้เจ้าของเพิ่นเดลูก”

“ผู้ได๋ล่ะแม่แล้วสิ่งนั้นมันคืออีหยังก็บ่มีไผเคยฮู้บ่มีไผเคยเห็นจักคน”

“เจ้าปางคำ  เจ้าปางคำแห่งจำปาสักนั่นเดลูก  เทียดโตน่ะเป็นคนสนิทของเพิ่น ทวดโตก็เป็นทั้งเสี่ยวฮักและทหารอารักขาราชบุตรลูกเพิ่น   ตอนที่เมืองลาวสิแตกปู่โตที่เป็นทหารจึ่งได้รับคำสั่งเสียให้รักษาของสิ่งนั้นไว้เพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองภายหลัง...”

“เซาๆแม่กะบ่ฮู้ว่าปู่ตาเพิ่นฟังผู้ได๋เว้ามาหรือแต่งเรื่องขึ้นมาเองดอกย้อนว่าเจ้าปางคำผู้นี่ทางนักวิชาการไทยก็ยังว่าประวัติศาสตร์บ่ได้กล่าวถึง  สิแม่นผู้แต่งนิทานเรื่องนี้แท้บ่ก็บ่ฮู้  เจ้าอยากให้มับไมมันเป็นคืออีพ่อติ ทั้งมื้อคึดหาแต่สิ่งนั้น นำหาจนบ่ต่าวคืนเฮือน”

กระแทกอารมณ์มาถึงตอนนี้ “นายเคน” จึงยั้งปากไว้คำพูดต่างๆที่อัดอั้นมาตั้งแต่วัยเด็กที่ขาดพ่อถูกกลืนลงท้องไปก่อนจะพาเมียและลูกกลับเรือน  ทิ้งให้ย่าเกดนิ่งอยู่ในห้องเพียงลำพัง  ปล่อยให้หยาดน้ำใสไหลผ่านร่องรอยแห่งกาลเวลาอย่างสุดจะกลั้น

นับจากวันนั้นผู้เป็นย่าก็ไม่ได้อยู่กับหลานรักตามลำพังอีก  การอ่านหนังสือใบลานเรื่องสังสินไซที่เป็นฮีตปฏิบัติของชาวอีสานในทุกวันพระกลายเป็นเรื่องต้องห้ามของครอบครัว

“อยากเฮ็ดบุญ  เฮ็ดแนวอื่นก็ได้ดอก   ขาดไปสักสิ่งคงบ่ถึงขั้นตกนรกหรอกมั้ง” ผู้นำครอบครัวประกาศิต

ความคิดถึงสามีความเหงาความเศร้าความกังวลไม่ต่างจากสนิมที่เกาะกินในใจของย่าเกดเส้นผมที่เคยหงอกเพียงประปรายบัดนี้ทั่วทั้งศีรษะกลายเป็นสีขี้เถ้าเชิงตะกอนความทรงจำเริ่มเสื่อมถอยลงและเริ่มช่วยเหลือตนเองไม่ได้จากภาวะอัลไซเมอร์  ญาติพี่น้องต่างแวะเวียนมาให้กำลังใจ  จนกระทั่งช่วงเวลาสุดท้าย

เปลวเทียวที่ใกล้มอดมักจะบีบเค้นตัวเองให้ลุกโชนขึ้นอีกเป็นพลังชีวิตอันงดงามเฮือกสุดท้าย  หญิงชราเรียกหาหลานรัก ก่อนความทรงจำแจ่มชัดในช่วงสุดท้ายจะมอดลง นางสั่งเสียมับไมด้วยน้ำเสียกระท่อนกระแท่นว่า

“ช้างฉัททันต์อยู่ใต้ฐานพระ” กล่าวจบมือที่เกาะกุมหลานรักก็ตกลงข้างลำตัวหากดวงตายังเบิกโพลงด้วยอาการจากไปอย่างไม่สงบเสียงร่ำไห้อาลัยดังระงม

ในคืนวันสวดศพเกิดพายุฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องกันถึง    วัน สายฟ้าฟาดครืนครั่นอย่างน่าหวั่นใจ   เข้าวันที่ ๔ ยังไม่มีทีท่าว่าจะซา   คนในหมู่บ้านลือกันไปต่าง ๆ นานาว่า แม่ใหญ่ท่าทางใจดีไม่น่าจะเฮี้ยนได้ถึงขนาดนี้ กระทั่งผู้เป็นลูกชายต้องจุดธูปบอกกล่าวขออภัย

“ขอโทษขอโพยแด่เทอะอีแม่ปริศนาที่บ่รู้จบของตระกูลมันสิพาให้อีนางน้อยมันพบพ้อกับภยันตรายขอให้มันจบสิ้นลงที่รุ่นลูกอกตัญญูคนนี้เทอะ”

เมื่อปักธูปพายุก็กลับซาลงเสียงฟ้าคำรามค่อยๆดังห่างออกไปและสงบลงในที่สุดราวกับก้อนสะอื้นที่ถูกกลืนลงคอ

                                  ………

ในช่วงชีวิตของคนคนหนึ่งมักจะเกิดความรู้สึกว่างเปล่าอยู่บางประการ  จนกระทั่งค้นพบสิ่งที่เข้ามาเติมเต็มได้  เมื่อนั้นล่ะชีวิตจึงรู้สึกถึงการมีชีวา   ในขณะบางคนอาจจะเป็นอาหาร ดนตรี ของสะสม เพื่อน คนรัก แต่สำหรับมับไมแล้วสิ่งนั้นคือ การหัดอ่านอักษรธรรมอีสาน   คนในหมู่บ้านต่างมองว่ามับไมนั้นแปลกเด็ก ทั้งที่เป็นวันหยุดแต่กลับไม่วิ่งเล่นหัวหกก้นขวิดกับเพื่อนวัยเดียวกัน วัน ๆ ขลุกอยู่กับตำราหนังสือผูกใบลาน ตัวไหนอ่านไม่ได้ก็หอบวิ่งไปหาหลวงตา

“อ้ายเคนหากปล่อยให้อีนางหัดอ่านตัวธรรมแบบนี้ต่อไปมันสิฮู้เรื่องปริศนาบ่ฮู้จบนั่นบ่”

“บ่ดอกหากบ่มีลายแทงมันก็เป็นเพียงนิทานที่เล่าสู่ฟังม่วนๆซือๆดอก”

แม้จะปลอบคู่ชีวิตให้คลายใจแต่ตนเองกลับเตรียมแผนการไว้ในใจแล้ว... ‘สิ่งที่ลูกสนใจกูกะสิบ่ห้ามแต่สิส่งเสริมให้มันก้าวหน้าไปให้ไกลไกลจนเรื่องลายแทงขุมทรัพย์ตามมันบ่ทันให้มันเป็นความลับกลบฝังไปกับกูตลอดกาล’

๒๕ปีต่อมา...

จากเด็กหญิงกลายเป็นหญิงสาวบัดนี้มับไมกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรโบราณมีสำนวนการถอดความที่สละสลวยอย่างหาตัวจับยาก  เวลาในแต่ละวันหากไม่หมดไปกับการสอนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย ก็ขลุกอยู่กับกองเอกสารเก่าจนแทบลืมวันลืมคืน

“ติ๊ง  ติ๊ง ” เสียงเตือนจากโทรศัพท์มือถือดังมาจากใต้กองเอกสารกองใดกองหนึ่ง ในห้องทำงานที่ตั้งหนังสือวางซ้อนกันตามพื้นจนแทบไม่มีที่ให้เดิน

“ติ๊งติ๊งติ๊งติ๊ง” เสียงโทรศัพท์เร่งเร้าจนเงียบไปเอง

“โอยรื้อห้องทิ้งเสียดีไหมนี่สงสัยต้องวานใครช่วยโทรหาแล้ว” หญิงสาวร่ำๆ  จะพังห้องทำงานทิ้งอยู่ในที รำคาญความรกของตัวเองอยู่เหมือนกัน หยิบกระดาษซับมันที่แปะอยู่บนหน้าผากปาทิ้งลงถังขยะอย่างหงุดหงิด พลางขยับแว่นสายตาให้เข้าที่

ที่แท้เครื่องมือสื่อสารก็ถูกสมุดบันทึกของตนเองทับเอาไว้หล่อนยกขึ้นมาสแกนปลดล็อคกับดวงหน้าแล้วเลื่อนนิ้วปัดๆหน้าจอสว่างวาบเตือนเรื่องงานทำบุญครบรอบวันจากไปของย่า

“อีกสามวันข้างหน้ากลับไปคราวนี้ต้องแวะไปดูเรือนเก่าของย่าเสียหน่อยแล้ว” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองพลางสาละวนเตรียมเอกสารลางาน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 8

    วัดโบราณแห่งนี้แม้จะเป็นโบราณสถานมีฝาผนังล้ำค่า แต่กลับมีพระจำพรรษาอยู่เพียง ๑ รูป เมื่อ “หลวงปู่บุญ” เห็นกลุ่มคนแปลกหน้ามาด้อม ๆ มอง ๆ พร้อมกล้องถ่ายรูปก็เกรงจะเป็นพวกมิจฉาชีพ ที่มาขโมยวัตถุโบราณตามใบสั่ง จึงต้องลงมาดูเสียหน่อยเมื่อเห็นผู้มาใหม่เป็นภิกษุชรา คณะทำงานจึงยอบตัวกราบลงกับพื้น แต่เมื่อมับไมเงยหน้าขึ้นมา กลับทำให้หลวงปู่บุญถึงกับตกใจ เพราะประพิมพ์ประพายของหญิงสาวตรงหน้าช่างคล้ายกับ “ครูบาอ่อน” ผู้เป็นพระอาจารย์ผู้ล่วงลับของท่านเสียเหลือเกิน ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นในห้วงคำนึงของภิกษุชรา “บุญเอ้ย” “ขอรับพระอาจารย์”“สังขารนี้บ่เที่ยง บ่มีไผหนีวัฏจักรนี้พ้น อย่าได้เศร้าเสียใจ จ่งวางใจให้เป็นอุเบกขาสาเด้อ”“เวลานั้นมาฮอดไวโพดดอกขอรับ” “บ่มีสิ่งใดหนีกาลเวลาพ้นแม้แต่โตของมันเอง อาจารย์ยังมีห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง สิฝากเจ้าไว้ได้บ่บุญ”“เชิญพระอาจารย์สั่งมาเถิดขอรับ”“จ่งไปเปิดหีบไม้บักค่า แล้วหยิบเอาเปลือกหอยสังข์มาให้พระอาจารย์แด่”เมื่อพระบุญหยิบของที่ต้องการมาให้แล้ว ครูบาชราจึงเล่าเรื่องราวที่เก็บงำไว้นานปีด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น“ฮูปแต้มที่สิมนั่น เรื่องสั

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 7

    สิมวัดโพนสิมเป็นสิมมหาอุตม์ขนาดสามห้อง จากที่คิดว่าถ่ายภาพฉากหลัก ๆ ไว้ถี่ถ้วนดีแล้วเพราะขนาดไม่ใหญ่ แต่เมื่อมาพินิจอีกรอบกลับเจอภาพที่ไม่คุ้นปรากฏเพิ่มเข้ามาอีก“เอ๊ ยังไงกันนี่ ทำไมมีรูปหลาย ๆ รูปปรากฏขึ้นอย่างกับว่าเราไม่เคยผ่านตามุมนี้มาก่อน อย่างรูปเหล่านางกำนัลยักษ์ที่กำลังตักน้ำ หนูว่าพวกเราวนผ่านมุมนี้ไม่ต่ำกว่าสามรอบกลับไม่เจอ” กระแตเท้าเอวจ้องภาพที่หล่อนเพิ่งพบอย่างหงุดหงิด“นี่นะเวลาผมไปดูฮูปแต้มแต่ละครั้งนะ จะไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง มันจะมีภาพใหม่ ๆ ปรากฏออกมาทุกครั้ง” อุ่นหล้าเล่านิทานหลอกเด็ก ๆ“จริงดิอาจารย์” ลูกศิษย์ตื่นเต้น พากันคิดไปถึงเรื่องอาถรรพ์ของโบราณสถาน“ก็เวลาที่เราดูมาดูภาพแต่ละครั้งด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน เราก็จะพบแง่มุมใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นมาไง” “ปั๊ดโธ่ อาจารย์อุ่น” เหล่าลูกศิษย์ครางเป็นเสียงเดียวกัน“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่จริงพวกเราอาจจะมัวแต่ตื่นเต้นกับการค้นพบ ทำให้มีหลงหูหลงตากันไปบ้าง เอ้าบ่ายนี้พวกเราก็สู้กันอีกสักยกเนาะ” ดอกเตอร์หนุ่มให้กำลังใจทุกคน“เอ๊ะ...เราลืมรุ้งลาวัลย์ไว้ที่คณะหรือเปล่า ทำไมเงียบจริง” จังโก้แซว “อ่ะ อ่ะ เ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 6

    หมู่บ้านในภาคอีสานนั้นไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก บ้านเรือนจะมากน้อย ถนนจะซับซ้อนวกวนอย่างไร แต่วัดประจำหมู่บ้านล้วนอยู่ศูนย์กลาง ดังนั้นอุ่นหล้าจึงเดินนำทุกคนลัดเลาะไปตามทางเล็ก ๆ เห็นทุกคนตั้งหน้าตั้งตากันเดินตามเขาท่าทางมุ่งมั่นอย่างกับลูกเป็ดเดินตามแม่อุ่นหล้าไม่ต้องการให้การเดินทางครั้งนี้ตึงเกินไปนัก จึงทำลายความเงียบขึ้นด้วยเรื่องที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้“ตอนที่ผมเป็นนักศึกษาได้ตามอาจารย์ศักดิ์ชัยไปดูภาพจิตรกรรมภายในห้องกรุวัดราชบูรณะ อาจารย์ได้เล่าเรื่องแปลกให้ฟังว่า เมื่อตอนปี ๒๕๐๐ เกิดเหตุการณ์กรุวัดราชบูรณะแตก อาจารย์ศักดิ์ชัยที่ขณะนั้นท่านเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายได้ติดตามอาจารย์ที่ปรึกษาไปสำรวจ ก็พากันล่องเรือกันไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาสตราจารย์ฝรั่งตามไปอีก ๒ คน ปรากฏว่าบนเรือต่างก็ได้กลิ่นหอมประหลาดกัน เป็นกลิ่นหอมเย็นแบบที่ไม่มีขายในท้องตลาด แต่พวกศาสตราจารย์ฝรั่งนั้นกลับไม่ได้กลิ่น“กลิ่นหอมนั้นอวลอยู่ตลอดเวลาที่อยู่บนเรือจนกระทั่งเข้าไปในกรุ อาจารย์ศักดิ์ชัยและอาจารย์ที่ปรึกษาสำรวจความเสียหายของกรุลงไปถึงชั้นที่สาม ก็ไปเจอบุษบกที่ประดิษฐานพระบรมส

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 5

    ดังที่ว่ามีเงินใช่ว่าจะไปเก็บข้อมูลที่ไหนก็ได้ตามใจ หลังทำเรื่องขอลาวิจัยแล้ว ยังต้องมีการคัดเลือกคนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานคุณภาพด้วย อุ่นหล้าและมับไมกลัวคำว่า “มากคนมากความ” เป็นที่สุด จึงพยายามคัดเลือกลูกทีมที่มีประสิทธิภาพที่แม้จะไปกันน้อยคนแต่ก็คล่องตัวเมื่อข่าวการประกาศรับสมัครลูกทีมเพื่อการวิจัยภาคสนามของอาจารย์มับไมและอาจารย์อุ่นหล้าถูกติดขึ้นบอร์ด นักศึกษาทุกระดับชั้นรวมถึงบุคคลากรในคณะต่างให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเพราะทั้งคู่เป็นอาจารย์ที่มีภูมิ รู้ลึกรู้จริงถ่ายทอดให้ผู้เรียนโดยไม่หวงวิชา หรือไม่ว่าจะเพราะอยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของทั้งคู่ก็ตาม ในวันสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกลูกทีม จึงมีคนไปมุงออกันที่หน้าห้องพักอาจารย์แน่นราวกับมีมหกรรมแจกของฟรี เมื่อคัดคนที่มีใจแค่อยากผจญภัยตามอย่างภาพยนตร์ฮอลลีวูดออกไป ในที่สุดก็ได้ผู้ร่วมงานจำนวนหนึ่ง โดยมี “ชีวิน” หนุ่มตุ้งติ้งที่ชอบให้ทุกคนเรียกเขาว่า “ชิวลี่ (Chiewly)” เป็นนักศึกษาปริญญาเอก เขาหลงใหลในวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ยังไม่แน่ใจว่าตนจะเจาะลึกศึกษาวิจัยเรื่องอะไรเป็นพิเศษ จึงขอตามอาจารย์ทั้งสองมาด้วยเพื่อค้นหาตัวเองนักศึ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 4

    การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลไม่ใช่ว่าจะมีความรู้ มีทุนทรัพย์แล้วจะไปได้ตามใจ เมื่อเข้าทำงานในระบบมหาวิทยาลัย มีต้นสังกัดก็จำเป็นที่จะต้องยื่นหนังสือชี้แจงแก่หน่วยงาน ทั้งคู่ตกลงกันว่าทำหนังสือขอลาวิจัยฮูปแต้มและอักษรโบราณในสิมภาคอีสาน ซึ่งดำเนินการได้คล่องตัวกว่าการเสนอขอทุนวิจัย เพราะกว่างบจะมาถึงคงนานไม่ทันกาล และอาจจะไม่ได้ตามจำนวนที่ขอทำให้ต้องเสียอารมณ์“หืม ไปพร้อมกันทั้งคู่เหรอ” คณบดีเลิกคิ้ว สงสัยว่าตนตกข่าวอะไรไปมากกว่าจะอยากรู้ว่าทั้งสองจะไปตามหาอะไรที่ยังดูไม่ชัดเจน“อ้าว ก็ฮูปแต้มกับจารึกมันต้องไปด้วยกันไง พี่เอนกก็รู้นี่” หญิงสาวตอบผู้ที่เป็นทั้งรุ่นพี่และผู้บังคับบัญชาหน้าแดง“พี่ มันเกี่ยวกับเรื่องบัตรถา*...”“ชู่...เดี๋ยวพวกเราไปคุยกันต่อข้างนอกดีกว่า”อุ่นหล้ายังพูดไม่จบ เอนกก็ใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปาก ปรามให้เบาเสียงก่อนจะบุ้ยปากไปที่หน้าต่างห้องทำงาน เงาร่างสายหนึ่งวูบไหวอยู่หลังม่านก่อนจะหายไปอย่างเงียบ ๆ*ลายแทงขุมทรัพย์………สถานที่ที่อันตราย นับว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยอย่างคาดไม่ถึง แต่สองนักวิจัยไม่นึกว่ารุ่นพี่ของตนจะพามายังสถานที่นี้ ท่ามกลางนักศึกษาและบุ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 3

    ดอกเตอร์สาวนอนเท้าแขนอยู่บนเตียง ในมือถือใบลานแผ่นที่ ๓ ขึ้นมาพลิกหน้าพลิกหลัง หวังว่าจะพบคำใบ้ใดซ่อนอยู่ในใบไม้แห้งบาง ๆ นั้นอีกครั้ง“เฮ้อ ไม่ง่ายเหมือนในหนังอินเดียน่า โจนส์ สินะ” มับไมถอนหายใจตัวอักษรที่จารนั้นลายเส้นคมงดงาม สีดำจากเขม่าก้นหม้อติดสีเข้มยังไม่ลบเลือน ทำให้อ่านง่าย แสดงว่าผู้จารมีการเตรียมการมาอย่างดี ไม่ได้เขียนขณะที่อยู่ในสภาวะเร่งร้อน กระจุกสีและเส้นสายที่ป้ายไปมาทำให้หญิงสาวคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าผู้วาดต้องการสื่ออะไรบางอย่าง แต่ก็จนด้วยเกล้าจริง ๆ คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างนึกโมโหตัวเองว่าสมัยนั้นทำไมไม่ตั้งใจเรียนวิชาจิตรกรรมและฮูปแต้มนะ ในเวลานี้ผู้เชี่ยวชาญการไขรหัสภาพโบราณคงไม่มีใครมีความสามารถเทียบเท่า “ดอกเตอร์อุ่นหล้า” อีกแล้ว เมื่อนึกถึงเจ้าของชื่อนี้ภาพเงาร่างสูงโปร่ง ดวงตาเรียวดุราวเหยี่ยว ชอบนุ่งโสร่งอย่างชายอีสานชนบทเดินไปเดินมาบนตึกเรียนอย่างภาคภูมิในชาติพันธุ์ของตนก็ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงนึกถึงแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่กับการที่ต้องไปขอให้ดอกเตอร์หนุ่มช่วยมันช่างเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก เพราะนั่นเท่ากับว่าตนเองต้องเป็นฝ่ายแพ้ ยอมละว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status