“อ้าวอีน้ำค้าง อีไอริน พวกแกวิ่งหน้าตาตื่นอะไรกันมา”
เฟญ่าจ่ายเงินเสร็จก็ออกมายืนรอที่รถตามที่น้ำค้างบอก เพียงไม่นานก็เห็นทั้งสองคนทำท่าเหมือนกับวิ่งหนีอะไรกันมาจึงรีบเอ่ยถาม
“ก็ยัยน้ำค้างน่ะสิไปกระโดดถีบใครก็ไม่รู้”
“ก็แกบอกว่าใส่เสื้อดำ เจาะหู ห้อยสร้อยเกียร์ ฉันก็เห็นผู้ชายคนนั้นตรงกับที่แกบอกทุกอย่าง ก็เลย…”
น้ำค้างเอ่ยกับไอริน รู้ว่าผิดคนก็น่าจะบอกกันให้เร็วกว่านี้หน่อย แล้วนี่เธอไปกระโดดถีบใครก็ไม่รู้ ดีที่ไม่ตามมาเอาเรื่อง
“ก็แกไม่ถาม จู่ ๆ ก็เข้าไป แล้วฉันจะห้ามทันได้ยังไง”
“เออ ๆ ช่างเถอะ ยังไงก็คงไม่ซวยเจอกันอีก”
น้ำค้างบอกปัด เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วจะมัวมาเถียงกันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา
“ขอให้เป็นอย่างนั้นนะยะ” เฟญ่าส่ายหัวให้เพื่อนสาวทั้งสอง
น้ำค้างเป็นคนไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบหรือรังแกได้ง่าย ๆ ยิ่งเป็นเรื่องของเพื่อนรัก เธอยิ่งไม่ยอม
หลังจากไปส่งเพื่อนทั้งสองคนน้ำค้างก็ขับรถกลับที่พัก เธอย้ายออกมาอยู่คอนโดแห่งนี้ตั้งแต่ลงเรียนภาคฤดูร้อนของปีหนึ่ง ครอบครัวของเธอทำธุรกิจโรงแรม แต่พ่อแม่ก็เลือกแยกกันคนละทางและจดทะเบียนหย่าตอนเธอเรียนมัธยมปลาย
เมื่อปีก่อนผู้เป็นพ่อก็ได้แต่งงานใหม่ พาภรรยาและลูกติดเข้ามาอยู่ในบ้าน เธอรู้สึกราวกับว่าถูกสองแม่ลูกนั้นกลั่นแกล้งทำให้ทนอยู่ในบ้านหลังนั้นไม่ได้ จึงตัดสินใจขอพ่อย้ายมาอยู่คอนโดที่แม่ซื้อเอาไว้ให้ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับญาติที่ประเทศออสเตรเลีย
*****
วันต่อมา
ฉลามลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก เขาลุกขึ้นนั่งหย่อนขาลงข้างเตียง เอียงคอซ้ายทีขวาทีเพื่อไล่ความปวดเมื่อย ก็รู้สึกเจ็บหน้าอกขึ้นมานิดหน่อย พลันทำให้นึกถึงใบหน้าของหญิงสาวเมื่อคืน
“สวยซะเปล่า แต่แม่งโหดแบบนี้ไม่น่ามีใครเอาทำเมีย”
เขาลุกออกจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วสวมเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูทับกับเสื้อยืดสีดำ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มาโทรหาเพื่อนรักที่อยู่ข้างห้อง
“วันนี้มึงมีเรียนกี่โมง”
(เก้าโมง)
ทะเลเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ชั้นมัธยมปลาย แต่ตอนนี้ลงเรียนคนละคณะ บ้านของทั้งสองอยู่ไม่ไกลกันมาก เวลากลับบ้านก็มักจะกลับพร้อมกัน เรียนอยู่ที่นี่ก็เช่าคอนโดอยู่ห้องติดกัน มักจะกินข้าวด้วยกันบ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่เข้าเรียนและเลิกเรียนกันคนละเวลา เลยต่างคนต่างเดินทางด้วยรถของตัวเอง
“กูขอติดรถมึงไปด้วย”
(อือ)
วางสายได้ไม่นานเพื่อนของเขาก็มาเคาะประตูเรียก สองหนุ่มพากันไปกินข้าวที่ร้านหน้าคอนโด ก่อนจะเดินทางไปมหาวิทยาลัย
“วันนี้นึกยังไงถึงขอมาด้วย” ทะเลเอ่ยถาม
“รู้สึกไม่สบายตัว เลยขี้เกียจขับรถมาเอง”
สิบนาทีต่อมา
“ขอบใจมากเพื่อน เดี๋ยวตอนเย็นกูกลับพร้อมไอ้นายน์”
ไปถึงมหาวิทยาลัยฉลามก็บอกลาเพื่อน ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินไปยังตึกคณะของตัวเอง
ขณะเดินผ่านตึกของสาขาการจัดการโรงแรม ดวงตาคู่คมเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่มัดผมน่ารัก ติดกิ๊บและโบว์สีชมพู ต่างจากลุคที่เขาเจอเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง กำลังเดินเลียบทางด้านข้างตัวอาคารมาตามลำพัง เพราะด้านหลังเป็นลานจอดรถ ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มอย่างมีแผนการ ก่อนจะเดินเข้าไปแล้วหยุดอยู่ตรงหน้า
ปึก!
“ขอโทษค่ะ”
คนเดินมาดี ๆ มาขวางทางทำไมไม่ทราบ แทนที่จะเดินอีกฝั่งเพราะกำลังเดินสวนทางกับเธออยู่ แม้หญิงสาวจะเอ่ยขอโทษออกไปแต่ในใจก็กลับต่อว่าอย่างไม่พอใจ ทว่าพอเธอเงยหน้าขึ้นก็พบกับชายหนุ่มที่วิ่งหนีเขาไปเมื่อคืน
“หัดมองทางบ้างดิน้อง ไม่ใช่มองแต่โทรศัพท์”
ฉลามเอ่ยพร้อมกับคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูที่อยู่ในมือของหญิงสาวมาทันทีด้วยความอยากแกล้ง อยากเอาคืน ฟ้าก็ช่างเป็นใจให้มาเจอกันเสียจริง
“ใครเป็นน้องนาย เอาโทรศัพท์ฉันคืนมานะ”
“หึ อยากได้ก็มาแย่งไปสิ”
น้ำค้างขมวดคิ้วโมโหกับน้ำเสียงแค่นหัวเราะที่ดังขึ้น คนยิ่งรีบไปหาเพื่อน ข้าวก็ยังไม่ได้กิน แถมยังดวงซวยมาเจอคนกวนประสาทแต่เช้าอีก เธอยื่นมือออกไปแย่งโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของหนุ่มวิศวะ แต่เขาก็ดึงมือหลบไม่ยอมคืนให้แต่โดยดี
“เอาคืนมา”
น้ำเสียงของหญิงสาวแสดงถึงความไม่ชอบใจปนแง่งอนราวกับเด็กถูกขัดใจ ฉลามได้ทีตอนที่เธอเขย่งปลายเท้ายื่นมือจนสุดแขนเพื่อแย่งโทรศัพท์ที่เขาชูขึ้นเหนือศีรษะจนลืมระวังตัว นำโทรศัพท์ของเธอใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง ใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือของสาวสวยหมุนตัวดันแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับผนังตึก
คนตัวสูงไม่ปล่อยให้สาวสวยได้ตั้งตัว โน้มใบหน้าลงทาบทับกับริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังจะอ้าปากต่อว่า บดเบียดกับความนุ่มหยุ่นที่พยายามส่ายหน้าต่อต้านเพื่อถ่วงเวลา แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดถ่ายรูป
แชะ!
ใบหน้าหล่อเคลื่อนออกพร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก ยักคิ้วยียวนส่งให้คนโดนขโมยจูบ น้ำค้างหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วงข่มอารมณ์ขุ่นเคืองที่ปะทุขึ้น ก่อนจะง้างฝ่ามือตบเข้าที่ข้างแก้มของเขา
เพียะ!
“ไอ้คนฉวยโอกาส นายบ้าไปแล้วเหรอถึงได้กล้าทำกับคนที่ไม่รู้จักแบบนี้”
ชายหนุ่มใช้ลิ้นดุนดันกระพุ้งแก้ม ตัวเล็กแค่นี้แต่แรงเยอะใช้ได้ เขากระตุกยิ้มใส่เธออย่างไม่รู้สึกรู้สา
“หึ คงบ้าไม่เท่าเธอเมื่อคืนหรอก โดนเอาคืนแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
ฉลามแค่นหัวเราะชูโทรศัพท์ที่ปรากฏภาพถ่ายของคนทั้งสองด้วยใบหน้ายียวน น้ำค้างยื่นมือหมายจะแย่งมือถือของเขา แต่ก็ถูกฉลามดึงมือหลบ แล้วตัวเขาสูงขนาดนั้นเธอจะไปแย่งมาได้อย่างไร
ฉลามนำโทรศัพท์เลื่อนลงไปเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้า ก่อนจะหยิบมือถือของหญิงสาวส่งคืนเจ้าของ แต่ดูเหมือนว่าเธอยังคงไม่พอใจ
“ลบรูปเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“จ้างให้ก็ไม่ลบหรอก จะว่าไปมุมด้านข้างตอนที่เธอโดนจูบนี่ก็สวยใช้ได้เหมือนกันนะ”
ฉลามเอ่ยพลางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้พวงแก้มสีแดงปลั่ง หมายจะลงโทษคนปากดีอีกครา ทว่ากลับโดนหญิงสาวยกมือขึ้นดันแผงอกของเขา
“หยุดนะ”
น้ำค้างส่งเสียงคัดค้านหันหน้าหนีไปด้านข้าง ส่งผลให้ลมหายใจของหนุ่มวิศวะเป่ารดข้างแก้ม แต่แล้วดวงตาที่วูบไหวก็เห็นชายหนุ่มที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีเดินมาทางนี้พอดี จึงได้ออกแรงผลักตัวของฉลามออก อาศัยจังหวะนั้นวิ่งเข้าไปคว้าท่อนแขนของเคนมาสวมกอดราวกับต้องการความช่วยเหลือ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับคนที่ขโมยจูบเธอไปหน้าด้าน ๆ
“ฉันมีแฟนแล้ว”
“หึ ก็แค่แฟน ไม่ใช่ผัวสักหน่อย”
เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ มองตามแผ่นหลังของคนทั้งสองที่เดินจากไปทันทีเมื่อน้ำค้างพูดจบ
ฉลามปล่อยคนตัวเล็กลงยืนบนพื้น ต่างสบตากันและกันอย่างหวานซึ้ง ในขณะที่หัวใจของทั้งคู่ส่งเสียงตึกตักท่ามกลางความมืด มีเพียงแสงสลัวที่สาดส่องเข้ามาทางบานกระจกสีใส พลันทำให้ชายหนุ่มไม่อยากหยุดอยู่แค่มองหน้ากันมือหนาเชยปลายคางของน้ำค้างขึ้น โน้มใบหน้าหล่อเข้าหาหญิงสาวที่คลี่ยิ้มบางเบาอย่างเขินอาย ทันใดที่ริมฝีปากของเขาทาบทับอยู่บนริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อ ก็ไม่รีรอรีบส่งมือรั้งท้ายทอยของเธอเข้ามา แล้วบดจูบกันอย่างเร่าร้อน ก่อนจะแทรกลิ้นร้ายเข้าไปในโพลงปาก ดูดดื่มน้ำหวานในยามที่ลิ้นของทั้งสองคนตวัดเกี่ยวพันกันทั้งคู่จูบกันอยู่เนิ่นนาน ในขณะที่มือของชายหนุ่มเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข เลื่อนเข้าไปลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียนใต้เสื้อไหมพรมสีชมพู ถือวิสาสะปลดตะขอบราออกโดยที่เจ้าตัวยังคงเผลอไผลไปกับรสจูบกระเป๋าสะพายที่ห้อยอยู่บนบ่าของน้ำค้างร่วงลงสู่พื้น มือเล็กโอบกอดร่างของชายหนุ่ม เงยหน้ารับองศาจูบของคนตัวสูงที่ตวัดปลายลิ้นหยอกล้อเธอจนรู้สึกมวนท้องราวกับมีผีเสื้อนับพันบินวนเขาผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะอุ้มร่างของเธอขึ้นในท่าเจ้าหญิงพาเข้าไปยังห้องนอน วางเธอลงบนเตียงหนานุ่ม แล้วเปิดเพียงโคมไฟส
ฉลามอึ้งไปเล็กน้อยกับถ้อยคำที่ได้ยิน ไม่คิดว่าหญิงสาวจะพูดคำหยาบแบบนี้ก็เป็น ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ดังมาก“พี่ผิดนัดแค่ครั้งเดียวด่าพี่เหี้ยเลยเหรอ ใจร้ายจัง”“ด่าพี่อะไรล่ะ รีบปั่นหนีเร็ว”“หนีอะไร”เขาเอ่ยถามพลันหันไปมองตามสายตาของน้ำค้าง ก่อนจะเห็นตัวเงินตัวทองกำลังคืบคลานทำท่าจะลงน้ำ จนทำให้เธอเกิดอาการผวา หลุดคำไม่น่าฟังออกมาจนเข้าใจผิดคิดว่าด่าตัวเอง“ไอ้เชี่ยเอ๊ย”ชายหนุ่มตกใจกระตุกปลายเท้าออกแรงปั่นหนีอย่างรวดเร็ว น้ำค้างเองก็ช่วยกันถีบเช่นกัน ไม่คิดว่าจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้ นี่ไม่ได้เรียกว่าหนีเสือปะจระเข้แล้ว แต่เรียกว่าหนีฉลามปะตัวเหี้ยมากกว่า“หึหึ”“ฮ่าฮ่าฮ่า”ปั่นเรือหนีออกมาไกลจากสัตว์พวกนั้นได้สำเร็จ ทำให้ทั้งสองร่างหายใจเข้าออกอย่างเหนื่อยหอบ เหงื่อเปียกชุ่มเต็มกรอบของใบหน้า หันมองกันแล้วเปล่งเสียงหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่ ไม่รู้ว่าต้องขอบคุณหรืออย่างไร ที่ตัวเงินตัวทองเหล่านั้นทำให้เธอและเขาหายงอนกันเร็วขึ้นหลังจากนำเรือเป็ดและเสื้อชูชีพไปส่งคืน ฉลามก็จับมือของน้ำค้างพากันเดินไปตามถนนที่ลากยาวไปถึงลานจอดรถ ก่อนจะเอ่ยถามให้มั่นใจอีกครั้ง“หายโกรธพี่แล้วใช่ไหมครับ”
“พี่ฉลาม นี่มันไม่ใช่ทางไปคอนโดของพี่นายน์นี่”น้ำค้างทอดมองไปยังถนนก็จับสังเกตได้ว่าฉลามได้เปลี่ยนเส้นทาง จึงหันไปเอ่ยถามหนุ่มหล่อที่แสดงสีหน้าเบิกบานราวกับดีใจที่เธอให้ทดลองคบกัน“พี่ก็ไม่ได้จะไปคอนโดของมันนี่”คราแรกกะว่าจะไปส่งเธอเอารถที่คอนโดของเพื่อน แต่ว่าเขานึกเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหัน“แล้วจะพาฉันไปไหน”น้ำค้างเอ่ยถามด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด พลันทำให้อกข้างซ้ายสั่นไหว อย่าบอกนะว่าแค่ยอมทดลองคบกัน เขาก็คิดจะพาเธอไป…“คิดอะไรอยู่ พี่แค่จะไปส่งเรากลับห้อง”ฉลามกระตุกยิ้มอย่างรู้ทันความคิดหญิงสาวที่ทำสายตาเลิ่กลั่ก น้ำค้างเป็นคนคิดมาก ไม่รู้ว่าป่านนี้จะมโนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว“ไปส่งทำไม รถฉันก็มี”“เอาจอดไว้ที่นั่นแหละ”“แล้วพรุ่งนี้ฉันจะออกไปหาข้าวกินยังไงล่ะ”“เดี๋ยวพี่ไปรับ”หญิงสาวหันไปจ้องใบหน้าของคนเจ้าแผนการ ถ้าคืนนี้เขาเป็นคนไปส่งเธอ พรุ่งนี้ก็จะได้มีข้ออ้างมาเจอกันอีก“นะครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นอย่างต้องการคำตอบ พร้อมทั้งเผยรอยยิ้มอันน่าหลงใหล ส่งสายตาเปล่งประกายจ้องมองมายังคนตัวเล็ก“ก็ได้ค่ะ”หนุ่มหล่อกระตุกยิ้มพึงพอใจ เขาอยากใช้โอกาสนี้ออกมาเจอเธออีกวัน อย่างน้อยพรุ่งนี้มา
“ออกไปคุยกันข้างนอก”น้ำเสียงกร้าวของเคนดังขึ้นพร้อมกับจับข้อมือของยิปโซ ออกแรงกระชากให้เดินตามกันไปยังลานจอดรถ ก่อนจะผละมือออกราวกับรังเกียจ“เมื่อกี้ได้ยินชัดแล้วใช่ไหมว่าน้ำค้างกับพี่ไม่ได้เป็นอะไรกัน”เคนตะคอกใส่หญิงสาวตรงหน้าอย่างเหลืออด เขาทนมานานแล้ว แต่ครั้งนี้ยิปโซทำเกินกว่าเหตุ อาจทำให้เขากับน้ำค้างมองหน้ากันไม่ติด ทั้งที่เคนพยายามเว้นระยะห่าง ไม่ให้ความรู้สึกของเขาทำลายความสัมพันธ์ในฐานะรุ่นพี่ให้หมดไป ทั้งหมดมันอาจจะพังไม่เป็นท่าเพราะความงี่เง่าของยิปโซเลยก็ได้หญิงสาวยืนนิ่งไม่กล้าเอ่ยตอบ เนื่องจากกำลังสับสนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เธอเข้าใจมาโดยตลอดว่าเคนคือแฟนของน้ำค้าง แต่พอแย่งมาได้เธอกลับกลัวไปหมด กลัวว่าเคนจะกลับไปหาน้ำค้าง กลัวว่าทั้งสองจะแอบทำอะไรลับหลัง แต่วันนี้ได้ยินชายอีกคนบอกว่าน้ำค้างเป็นผู้หญิงของเขา แสดงว่าเธอเข้าใจผิดมาโดยตลอดอย่างนั้นหรือ“เราเลิกกันเถอะ พี่คบกับเธอต่อไม่ไหวแล้วว่ะ”นี่เป็นครั้งแรกที่เคนพูดจากับเธอแบบนี้ น้ำเสียงของเขาดูเยือกเย็นราวกับหมดเยื่อใย ดวงตาของหญิงสาวขับน้ำสีใสร่วงลงบนโหนกแก้มเป็นสาย ก่อนจะเอ่ยคำขอร้องออกมา“หนูขอโทษนะคะพี่เคน ฮึก
“ดื่มอะไร”เมื่อทั้งสองพากันเข้าไปนั่งที่โต๊ะว่าง ฉลามก็เอ่ยถามหญิงสาว เนื่องจากร้านเหล้าไม่มีไวน์จำหน่าย“อะไรก็ได้ ฉันดื่มได้หมด”เมื่อได้รับคำตอบฉลามจึงสั่งเหล้ามาหนึ่งขวดพร้อมกับแกล้มอีกสี่ห้าอย่าง นั่งรอไม่นานพนักงานก็นำมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ“คงไม่ได้คิดจะมอมเหล้าฉันใช่ไหม”“ขอถามหน่อยว่ามอมแล้วพี่จะได้อะไร”หนุ่มที่นั่งตรงข้ามเอ่ยพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ก่อนจะเลื่อนมือไปยกแก้วเหล้าที่เพิ่งชงเสร็จขึ้นดื่ม ตอนเขากลืนน้ำเมาลงคอน้ำค้างได้เผลอมองลูกกระเดือกที่กระเพื่อมขึ้นลง ทำเอาหัวใจของเธอสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่ เพียงชั่วครู่หญิงสาวก็กระพริบตาปริบ ๆ ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มเพื่อดับความร้อนที่ปะทุขึ้นบนใบหน้า แล้วเอ่ยตอบ“ไม่รู้สิ”“ถ้าคิดจะมอมคงมอมไปนานแล้วล่ะ แล้วอีกอย่างนอนตายด้านขนาดนั้น ใครจะไปทำลง”ฉลามกระตุกยิ้มเอ่ยพลางไหวไหล่หยอกล้อคนตรงหน้า เขาเองก็เสียอาการกับเธอหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หรือว่าเพราะน้ำค้างมักจะหวงตัวและชอบเว้นระยะห่าง ทำให้เขาไม่อาจลุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเธอได้ ถ้าเธอไม่ยินยอมน้ำค้างได้ฟังก็ขมวดคิ้วพร้อมกับเสียงถอนหายใจ เธอแค่เมาจนหลับไปก็เท
วันศุกร์ หลังเลิกเรียน“ไม่ไปด้วยกันจริง ๆ เหรอ ไปด้วยกันนะเฟญ่า”น้ำค้างส่งเสียงรบเร้าชวนเพื่อนสาวสอง ไอรินกับนายน์นัดเจอกันก็ไม่แปลก แต่เธอกับหนุ่มรุ่นพี่อีกคนนี่สิ ตั้งแต่คืนที่นอนด้วยกันก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย พอคิดว่าจะได้พบกันที่คอนโดของเพื่อนเขา มันก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นในใจ“พวกแกมีกันเป็นคู่แล้วจะให้ฉันไปทำไมยะ ขอไปหาผู้ชายของฉันดีกว่า”เฟญ่าเอ่ยพลางไหวไหล่ใส่เพื่อน ถ้าเธอไปด้วยก็ไม่รู้จะคุยอะไร นายน์ก็เป็นคนของไอริน ส่วนฉลามก็ดูเหมือนจะชอบน้ำค้าง แล้วเธอล่ะ กระเทยหงอยเหงานั่งเศร้าอยู่คนเดียว เลยเลือกไม่ไปจะดีกว่า*****วันนี้ทั้งสองหนุ่มเลิกกลุ่มการสร้างหุ่นยนต์ AI กันประมาณบ่ายสามโมงครึ่ง จึงแยกย้ายกลับห้องของตัวเองเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะนัดเจอกันอีกครั้งประมาณห้าโมง“ไอ้ฉลาม มึงมาช่วยกูจัดโต๊ะเร็ว”“มึงจะรีบอะไรขนาดนั้น นัดไว้หกโมงไม่ใช่เหรอวะ”ฉลามเพิ่งมาถึงคอนโดของนายน์ แต่แล้วเพื่อนก็ออกคำสั่งให้ไปช่วยกันจัดจานเพื่อเตรียมมื้อค่ำ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้โทรสั่งอาหารจากร้านชื่อดังหลากหลายเมนูไว้รอสองสาวที่นัดไว้ประมาณหกโมงเย็น ถึงแม้ฉลามจะเอ่ยถามไปอย่างนั