Share

บทที่ 659

Author: จิ้งซิง
“ตู้ม!”

เวินเยวี่ยรู้สึกเหมือนร่วงหล่นก่อนจะตกลงไปในน้ำเย็นเฉียบ แล้วถูกน้ำที่ถาโถมเข้ามาจากรอบทิศทำให้สำลักจนตื่นขึ้นมาทันที

“อึกแค่กๆๆ ...ช่วย...ช่วยด้วย!”

เวินเยวี่ยที่ตะเกียกตะกายจนศีรษะโผล่พ้นน้ำแล้วก็เอ่ยปากร้องขอความช่วยเหลือตามสัญชาตญาณ

แต่ในวินาทีต่อมานางก็ตระหนักได้ว่า เท้าของตนดูเหมือนจะเหยียบถึงพื้นมาโดยตลอด

พอทั้งร่างของนางยืดตรงขึ้น น้ำที่เมื่อครู่เกือบจะทำให้นางจมน้ำตายนั่นก็สูงเพียงระดับเอวของนาง

“กะ...เกิดอะไรขึ้น ที่นี่ที่ไหน? ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”

เวินเยวี่ยที่เปียกปอนไปทั้งตัวได้แต่กอดตัวเองไว้แน่น ตัวสั่นสะท้านท่ามกลางลมหนาวในต้นฤดูใบไม้ผลิเดือนสอง

เมื่อนางหันไปมองข้างหลัง ก็ถูกเงาดำสามร่างที่ดูเหมือนภูตผีในความมืดมิดยามราตรีทำให้ตกใจจนกรีดร้องออกมา และร่วงลงไปในน้ำอีกครั้งเสียงดัง “ตู้ม”

“อ๊า!”

“ผี! มีผี! อย่าเข้ามานะ! พวกเจ้าอย่าเข้ามา!”

เมื่อเห็นท่าทางตกใจกลัวสุดขีดของนาง เวินซื่อก็ชมอย่างเพลิดเพลินอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “คาดไม่ถึงว่าฮูหยินรองจะขี้ขลาดเพียงนี้ ทั้งที่ทำเรื่องชั่วร้ายไว้มากมายเช่นนั้น สุดท้ายกลับกลายเป็นว่
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1255

    เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาอันควรแล้ว เสินอ๋องผู้เฒ่าก็ปรายตามองเกี้ยวคราหนึ่ง ไม่ได้เรียกให้หลานซื่อก้าวออกมา แต่กลับโบกมือให้สือเซี่ยวแล้วกล่าวว่า “เริ่มเถิด”ครั้นสิ้นเสียงของเขา ก็ลงนั่งเบื้องหน้าประตูใหญ่ของตำหนักเสินอ๋องในขณะเดียวกันนั้น เอ้อถานหลัว เวินเฉวียนเซิ่ง ชางชิงหลาน และคนอื่น ๆ ต่างก็พากันนั่งลงบนที่นั่งที่เรียงรายอยู่ทางขวามือของเสินอ๋องผู้เฒ่าส่วนปาเก๋อหลู่ ปาหย่า ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในช่วงสองวันนี้จนได้เข้าร่วมงานในที่สุด รวมถึงปาถูเอ่อร์และไป๋เยวี่ยโหรวกับพวกที่มาถึงงานแล้วต่างก็นั่งลงทางด้านซ้ายมือของเสินอ๋องผู้เฒ่าหลังจากเป่ยเฉินหยวนมาถึง ก็ไม่ได้เดินร่วมกับพวกปาถูเอ่อร์อีก แต่กลับพรางตัวเป็นประชาชนธรรมดาที่ดูไม่สะดุดตา ปะปนอยู่ในแถวที่ติดกับแท่นพิธีสวดขอพรที่สุดท่ามกลางฝูงชน สายตาของเขาที่จ้องมองไปยังเกี้ยวนั้นไม่ใช่เพียงคู่เดียว ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นที่สังเกตเห็นแต่สายตาที่จ้องเขม็ง เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ระแวดระวัง และเย็นเยียบนั้นกลับมีเพียงหนึ่งเดียว“หวูด...! หวูด...! หวูด...!”เสียงแตรสังข์ดังขึ้นทั่วบริเวณภายนอกตำหนักเสินอ๋องอย่างฉับพลัน ตามมาด้วยเ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1254

    หลานซื่อมองผ่านสือเซี่ยวเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวลงจากบันได ขึ้นสู่เกี้ยวขนาดคนหามมากถึงสิบหกคนเมื่อเห็นหลานซื่อนั่งเข้าที่ดีแล้ว สือเซี่ยวจึงสั่งการเสียงดัง “ยกเกี้ยว กลับตำหนักเสินอ๋อง!”เป่ยเฉินหยวนยืนอยู่หน้าประตูจวนอ๋อง จับจ้องตามเกี้ยวของหลานซื่อที่ถูกหามออกไปโดยไม่ละสายตาในวินาทีต่อมา ฝ่ามือของปาถูเอ่อร์ก็ตบลงบนบ่าของเขา“ไปกันเถอะ ข้าเตรียมม้าไว้ให้เจ้าแล้ว”ในพิธีการที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ในฐานะชินอ๋องและพระชายาปาถูเอ่อร์และไป๋เยวี่ยโหรวสองสามีภรรยาย่อมต้องไปแน่นอนถือโอกาสพาเป่ยเฉินหยวนไปด้วยเสียเลยแต่หลังจากขึ้นม้าแล้ว ปาถูเอ่อร์ก็เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจว่า “เหตุใดนางถึงไม่ยอมให้เจ้าติดตามอยู่ข้างกายเล่า ประเดี๋ยวหากเกิดเรื่องอะไรขึ้น ถึงตอนนั้นนางตัวคนเดียวจะทำเช่นไร?”เดิมทีเป่ยเฉินหยวนก็คิดจะเฝ้าคุ้มครองอยู่ข้างกายหลานซื่อ เพื่อป้องกันเหตุร้ายแต่เมื่อเช้านี้ตอนจะออกจากจวน หลานซื่อกลับส่ายหน้าให้เขา “ในพิธีสวดขอพร ข้ามีบางอย่างต้องจัดการ หากท่านติดตามอยู่ข้างกายข้าจะทำอะไรไม่สะดวกนัก จงไปกับฮูหยินเยวี่ยโหรวและคนอื่น ๆ เถิด”หลานซื่อไม่สามารถให้เขาติดตามไปได้จริง

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1253

    เป่ยเฉินหยวนทาบธนูปลอกแขนเข้ากับข้อมือของหลานซื่อ พลางจัดให้เข้าที่แล้วค่อย ๆ พันสายรัดสีแดงนั้นรอบแล้วรอบเล่าจนแน่นหนา“ในพิธีสวดขอพรท่านต้องระวังให้ดี เสินอ๋องผู้เฒ่าผู้นั้นอันตรายยิ่งกว่าเวินเฉวียนเซิ่งเสียอีก การที่จู่ ๆ เขาก็ให้ท่านเป็นผู้ดำเนินพิธีสวดขอพร ย่อมไม่ใช่เพียงแค่การเซ่นไหว้ทั่วไปตามปกติแน่ คิดว่าต้องมีแผนการอื่นแอบแฝงอยู่”เป่ยเฉินหยวนเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทื่อ ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและห่วงใยหลานซื่อพยักหน้ากล่าวว่า “ข้าเองก็คิดเช่นนั้น แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เขาจะมีจุดประสงค์อะไร ทำได้เพียงดูไปทีละก้าวเท่านั้น”คิ้วของนางขมวดมุ่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ไร้ความกังวลต่อเรื่องในวันพรุ่งนี้เสียทีเดียวทว่าในตอนนี้เอง ฝ่ามือใหญ่อันอบอุ่นก็วางลงบนศีรษะของนางโดยพลัน...“อย่ากังวลไปเลย ข้าจะคอยมองท่านอยู่ตลอด”เสียงอันอ่อนโยนแล่นผ่านใบหูของหลานซื่อ ทำให้นางต้องชะงักไปอีกครานางเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ แต่กลับถูกเป่ยเฉินหยวนลูบศีรษะเบา ๆ “เอาล่ะ รีบไปนอนเสีย ขอบตาท่านดำคล้ำถึงเพียงนี้ เกรงว่าเมื่อคืนคงจะนอนไม่ค่อยหลับกระมัง”เขาเอ่ยขึ้น “ไปพักผ่อนให้เต็มท

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1252

    หลานซื่อกะพริบตาปริบ ๆ “ราชาอสรพิษ?”ไป๋เยวี่ยโหรวดูเหมือนจะนึกอะไรออกเช่นกัน ดวงตาของนางพลันเป็นประกาย พยักหน้ากล่าวว่า “ใช่ ๆ ๆ ราชาอสรพิษนั่นเอง!”“ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกเจ้าว่า ทุกเผ่าในร้อยชนเผ่าต่างก็มีความเชื่อในเทพเจ้าของตัวเอง ส่วนเผ่ากู่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราและประชาชนทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในเมืองหินดำ ต่างก็มีความเชื่อในราชาอสรพิษ”เมื่อไป๋เยวี่ยโหรวกล่าวเช่นนี้ หลานซื่อและเป่ยเฉินหยวนก็นึกถึงรูปปั้นหัวอสรพิษขนาดมหึมาที่พวกเขาเห็นบนประตูเมืองหินดำตอนที่เพิ่งเข้าเมืองมาก่อนหน้านี้ตอนนั้นนางยังสงสัยว่าเหตุใดต้องสร้างรูปปั้นใหญ่โตเพียงนั้นไว้บนกำแพงเมือง ที่แท้ก็คือเทพเจ้าที่ชาวต่างเผ่าที่นี่ศรัทธานี่เอง“หากเจ้าไม่ได้รังเกียจงูละก็ เช่นนั้นก็จงรอรับความประหลาดใจครั้งใหญ่จากข้าและปาถูเอ่อร์ได้เลย”หลานซื่อส่ายหน้า “ข้าไม่ได้รังเกียจงู เพียงแต่พวกท่านอย่าได้ลำบากเลย พรุ่งนี้ก็ต้องออกเดินทางแล้ว สองวันนี้ควรระมัดระวังไว้ดีกว่า”“เจ้าวางใจเถิด ข้าและปาถูเอ่อร์จะเตรียมตัวให้พร้อมแล้วค่อยลงมือ”ไป๋เยวี่ยโหรวตบไหล่หลานซื่อเบา ๆ พลางเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม และไม่ได้พูดอะไรมากมายหลังจา

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1251

    ปีแล้วปีเล่าผ่านพ้นไป ไป๋เยวี่ยโหรวยอมรับความจริงได้แล้วด้วยซ้ำแต่บัดนี้ นางฟื้นคืนสภาพเดิมแล้วเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้นไม่ใช่แค่นางที่ไม่กล้าเชื่อ ปาถูเอ่อร์เองก็เช่นเดียวกันเพียงแต่สิ่งที่ปาถูเอ่อร์ตกตะลึงไม่ใช่เรื่องที่ไป๋เยวี่ยโหรวได้รับการรักษาจนหายต่างจากไป๋เยวี่ยโหรวที่ถอดใจไปแล้วก่อนหน้านี้ก็คือ ความจริงแล้วหลายปีมานี้ปาถูเอ่อร์เฝ้าตามหาหมอกู่ที่เก่งกาจมาโดยตลอด เพียงแต่เมื่อก่อนเขาไม่สามารถออกจากเขตหวงห้ามได้ จึงหาคนได้จำกัดดังนั้นจุดประสงค์ก่อนหน้านี้ที่คิดจะพาไป๋เยวี่ยโหรวออกจากเขตหวงห้ามไปด้วยกัน ก็ไม่ใช่เพียงเพื่อตามหาเด็กคนนั้นเท่านั้น แต่ยังเพื่อไปตามหาหมอกู่ที่เก่งกาจกว่าเดิมจากข้างนอก ไปตามหาหมอที่มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศในต้าหมิงด้วยแต่เรื่องไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาและเยวี่ยโหรวไม่สามารถออกจากเขตหวงห้ามได้ แต่สิ่งที่ทำให้เขายิ่งคาดไม่ถึงก็คือ ทุกอย่างนี้กลับพลิกผันขึ้นอีกครั้ง!เยวี่ยโหรวฟื้นคืนสภาพเดิมแล้ว!ความดีใจที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันถาโถมใส่จนปาถูเอ่อร์ถึงกับมึนงงเขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “นี่...นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม? เยวี่ยโหร

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1250

    “ทะลุเป้าหนึ่งล้าน?”หลานซื่อถามอย่างประหลาดใจ “ไหนบอกว่าผู้ค้าแมลงกู่รายใหญ่สองเจ้านั้นมีฝูงแมลงกู่ในมือเพียงสองแสนกว่าตัวไม่ใช่หรือ?”ปาถูเอ่อร์กล่าวอย่างภาคภูมิใจเล็ก ๆ “เดิมทีก็มีเพียงสองแสนกว่า แต่ตาเฒ่าสองคนนี้บังอาจเล่นตุกติกกับข้า แล้วยังถูกข้าจับได้เสียด้วย เช่นนี้จะไม่ให้พวกเขาขอโทษสักหน่อยหรือ?”ดังนั้นเขาจึงบังคับให้ผู้ค้าแมลงกู่รายใหญ่ทั้งสองพยายามคิดหาทางรวบรวมมาเพิ่มอีกสองแสนกว่า ด้วยฐานะชินอ๋องอันน่าเกรงขามของเขา บวกกับหมัดของหยินเป่ย ตาเฒ่าสองคนต่อให้ไม่อยากรวบรวมก็ต้องทำให้ได้ฝูงแมลงกู่ทั้งหมดประมาณห้าแสนตัว เมื่อรวมกับเมื่อสองวันก่อน ก็ทะลุเป้าหนึ่งล้านแล้วมิใช่หรือ“ตาเฒ่าสองคนนั้นยังรออยู่ที่นั่น ตอนนี้เจ้าต้องไปแล้ว มิเช่นนั้นหากปล่อยไว้นาน ฝูงแมลงกู่จำนวนมหาศาลเช่นนั้นอาจสูญเสียการควบคุมได้”แม้พวกเขาจะให้นักพรตกู่คอยเฝ้าอยู่ที่นั่น แต่หากฝูงแมลงกู่จำนวนมากมายเช่นนั้นเกิดสูญเสียการควบคุมขึ้นมาจริง ๆ ให้นักพรตกู่ยื้อไว้สักชั่วยามสองชั่วยามก็พอไหว แต่นานไปคงอ่อนแรง“ทำได้ไม่เลว”หลานซื่อพยักหน้าพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ลำบากท่านอ๋องเสียแล้ว พอดีเลย ในเมื่อจำนว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status