Mag-log inเรือนวิวาห์
ลั่วฟางเซียนสูดลมหายใจลึก เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องหอ เพียงแค่นั่งลงบนเตียง นางรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ลูกไม้ตื้นๆ จากคนสกุลถาน กำลังทำให้นางนึกขำ ก่อนหน้านี้บังคับให้นางกลืนยา ‘ร่วมรักสำราญใจ’ ตอนนี้ยังใช้ธูปราคะเพื่อมอมเมานางให้ตกอยู่ในอำนาจแห่งบุรุษเพศ หากนางไม่ขับความต้องการออกมา ลั่วฟางเซียนคงมิแคล้วอกแตกตาย
ยามนี้ ความร้อนในร่างกายปะทุขึ้นโดยเฉพาะกลีบฉ่ำหวานของนาง หญิงสาวสวมชุดสีแดงเบาบาง นางเผลอลูบไล้ผิวกายของตน คืนนี้ไม่ได้อบอ้าว ทว่ายาที่นางกลืนลงคอ รวมถึงขี้ผึ้งที่ชะโลมอยู่ในแอ่งเนื้อนิ่มส่งผลให้นางเร่าร้อนและอยากร่วมสำราญรักกับบุรุษเต็มที
ในขณะที่นั่งรอเจ้าบ่าวของตน นางรู้สึกหิวขึ้นเรื่อยๆ
กระทั่งมีเสียงฝีเท้ามาหยุดที่หน้าประตูห้อง พร้อมกลิ่นอาหารลอยเข้าจมูก ลั่วฟางเซียนก็อดให้ความสนใจไม่ได้
“อนุเหยียน ขะ ข้า เอาอาหารจากโรงครัวมาให้” เสียงดังกล่าวเป็นบุรุษ ฟังดูทุ่มต่ำอยู่บ้างหากไม่มีพิษสงอันใด
“วางไว้ข้างนอก เดี๋ยวข้าจะไปเอาเอง”
“อะ เอ่อ... ตะ แต่ว่า ของพวกนี้ต้องกินร้อนๆ อีกอย่าง ขนมถั่วทอดมงคล ข้าเพิ่งทำเสร็จ ยะ อยากให้อนุเหยียนได้กิน”
คำพูดของคนนอกประตูห้องคล้ายมีความนัยบางอย่าง ลั่วฟางเซียนจึงอยากเห็นหน้าอีกฝ่าย และอาหารของเขา
เมื่อนางเปิดประตูออก โดยมีพัดเจ้าสาวบังใบหน้าเอาไว้
ยามนั้น นางเห็นร่างสูงของชายคนหนึ่ง เขาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีทึบหยาบๆ หากสะอาด และก้มหน้าต่ำ บริเวณหลังของเขาด้านหนึ่งเหมือนมีก้อนเนื้อใหญ่ๆ แปะอยู่
“ขอบใจที่เอาอาหารมาให้ข้า”
“มะ ไม่ต้องเกรงใจ คนบ้านเดียวกัน เราคนบ้านเดียวกัน” เขาทั้งติดอ่าง พูดย้ำไปมา ดูเป็นคนซื่อๆ สิ่งที่เขาเอ่ยราวกับสนิทสนมนางเช่นนี้ อาจเป็นไปได้ว่าเคยรู้จักเหยียนเข่อซิน คนที่สตรีซึ่งนางสวมรอยเป็นอีกฝ่าย ในขณะที่นางเตรียมยกถาดอาหารเข้าไปในห้องหอ เป็นเวลาเดียวกันที่ชายหลังค่อมเงยหน้าขึ้นพอดี
“โอ้ ขะ ข้า... มิบังอาจ ผิดไปแล้ว ข้าสมควรควักลูกตาตัวเองทิ้ง!” เขาว่าก่อนร้องเสียงดัง จากนั้นจึงล้วงเอามีดสั้นๆ ออกมาจากอกเสื้อ พ่อครัวหนุ่มแสดงท่าทางราวกับจะจ้วงแทงมีดสั้นเข้าไปที่ดวงตาข้างหนึ่งของตน!
*****************
ลั่วฟางเซียนเห็นดังนั้นจึงใช้พัดตบลงที่มือใหญ่ของเขาซึ่งกำมีดสั้นไว้มั่น ทันใดนั้น อาวุธมีคมพลันล่วงหล่นพื้น
“เจ้าเสียสติหรือไง ถึงได้ทำเรื่องโง่เขลาต่อหน้าข้า”
คนงานชายก้มหน้าต่ำ แสดงท่าทางสิ้นหวังราวกับเขาไม่ควรมีลมหายใจต่อไป
ดวงตากลมโตมองอีกฝ่ายอย่างพินิจ นางอยากรู้นักว่าเขาเก็บงำสิ่งใดไว้ โทษฐานที่มองใบหน้าเลอโฉมนี้ร้ายแรงถึงขั้นต้องควักลูกตาทิ้งเลยหรือไร
“ขะ ข้าทำผิด”
ลั่วฟางเซียนส่ายหน้าช้าๆ เอ่ยเสียงเบื่อหน่ายว่า
“ไม่มีใครเห็น และข้าไม่ถือโทษเจ้า”
นางเอ่ยอย่างไม่สนใจกฎหรือธรรมเนียมใดๆ ของคฤหาสน์สัตตบงกช ซึ่งเป็นตอนนั้นที่บ่าวรับใช้ในครัวมองหน้าอย่างลึกซึ้ง
ชั่วขณะที่ดวงตากลมโตสานสบกับดวงตาของอีกฝ่าย ลั่วฟางเซียนยอมรับว่าหัวใจสาวกระตุกไหว นางไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน และรู้ว่านี่คือสัญญาณอันตราย!
นางรู้วรยุทธ์ก็จริง แต่ยังอ่อนต่อโลก โดยเฉพาะเล่ห์เหลี่ยมของบุรุษ!
“ข้าทำผิดต่อนายท่านไม่ได้ รวมถึงอนุเหยียน”
“ไปเสียเถอะ ข้าไม่อยากเอาเรื่องของเจ้ามาใส่หัวอีก”
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ ก่อนรวบรวมความกล้า เอ่ยกับลั่วฟางเซียน “อนุเหยียน ไปกับข้าได้หรือไม่ เรือนวิวาห์แห่งนี้ไม่เหมาะกับเจ้าหรอก”
หญิงสาวนึกขำ เมื่อครู่ยังทำท่าขลาดกลัว หากตอนนี้เขากลับชวนนางหลบหนี
“มันใช่หน้าที่บ่าวเช่นเจ้าที่จะพาข้าออกจากห้องหอเยี่ยงนั้นรึ”
ชายหนุ่มมองสตรีในชุดเจ้าสาว เขาเอ่ยเสียงหนักแน่น
“แต่เดิม ข้าไม่คิดว่าจะมีวันนี้ หากสุดท้ายข้าจะได้ทำในสิ่งที่เคยให้สัญญาแก่...ซินเอ้อร์”
ลั่วฟางเซียนจบต้นชนปลายสิ่งใดยังไม่ได้ กระทั่งบ่าวในครัวเอ่ยเสียงขรึมๆ ชัดถ้อยชัดคำ “นานแล้ว ที่เราเคยพบกัน ซินเอ้อร์... เจ้าคือเด็กน้อยที่ขอพี่แต่งงาน แต่พี่กลับผลักไสเจ้า คิดอยากเป็นใหญ่ สุดท้ายถูกจับมาเป็นบ่าวในเรือนหลังนี้ คอยก้มหน้าก้มตาชดใช้ความผิดที่ตนไม่ได้ก่อ ซ้ำร้ายยังมีร่างกายพิการ จากการถูกป้อนยาพิษและทุบตี”
หลายคืนต่อมา อากาศเริ่มเย็น และลั่วฟางเซียนเห็นว่า สามีของนางขี้หนาวกว่าปกติ ยามนี้ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม แต่พอนางขยับขึ้นเตียงตั้งใจพักผ่อน เขาก็เริ่มทำตัวขยุกขยิก “ป๋อเกอ ข้านึกว่าท่านหลับแล้ว” ชายหนุ่มอมยิ้ม แสงเทียนในห้องที่ยังไม่ทันดับ ขับให้ใบหน้าเขาดูหล่อเหลายิ่งกว่าเดิม “อยากดูดนมเสี่ยวเซียนสักหน่อยได้ไหม ตัวข้านั้น อิจฉาลูกที่ได้ดื่มนมเจ้าตลอด” “ลูกหนวนหย่านมตั้งนานแล้ว” “ก็ลูกคนใหม่ที่จะเกิดขึ้นมาอย่างไรเล่า เดี๋ยวก็แย่งนมของเสี่ยวเซียนจากข้าไปดูดเป็นปีๆ” “ป๋อเกอ ท่านเหลวไหลเกินไป” ปากนางก็บอกเขาอย่างนั้น หากใจลิงโลดที่สามีจะเล่นผีผ้าห่มด้วย และยามนี้ถานป๋อคึกจัด ร่างกายเขามีไอร้อนแผ่ขยายออกมา และส่วนที่มันพองโตได้ก็ยืดยาว เส้นเลือดปูดโปนตลอดลำ “ข้าดูดนมสองเต้านี้ ส่วนเสี่ยวเซียนคนงาม ก็ทำรักด้วยปากให้สามีได้หรือไม่” ถานป๋อชอบพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม และมันจั๊กจี้มาก ลั่วฟางเซียนเขินจนหน้าแดง มือไม้พันกันยุ่ง แม้จะเป็นอย่างนั้น แต่นางมีความปรารถนาในเรือนกายของอีกฝ่าย นางสัมผัสกล้ามหน้าท้องของเขา และเลื่อนมือต่ำลงไปเรื่
ห้าปีต่อมา พื้นที่ด้านทิศตะวันออกของเรือนสัตตบงกชเป็นท้องนา และสวนผักขนาดใหญ่ พื้นที่ดังกล่าวใช้สำหรับทำการเพาะปลูกทั้งเลี้ยงสัตว์มาหลายปี เรียกได้ว่าถูกจัดสรรไว้เช่นนี้ นับแต่สกุลถานสร้างคฤหาสน์หลังโอ่อ่า คืนวันที่ผ่านมา มีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และเรื่องหนึ่งที่ลั่วฟางเซียนไม่รู้ นางถูกถานป๋อฝังเข็ม ทั้งนี้ก็เพื่อขับพิษยาสั่งขององค์ชายสาม และผลตามมาคือความทรงจำนางบางส่วนหายไป ฝ่ายเขาไม่ต้องการบอกเรื่องนี้กับนาง เพราะอาจมีผลร้ายมากกว่าดี และยามนี้บ้านเมืองสงบ รัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์และเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ ส่วนองค์ชายสามถูกขังในตำหนักเย็น มีข่าวว่าสุดท้ายเขาผูกคอตาย ลั่วฟางเซียนหายใจติดขัดอยู่สักหน่อย ครั้งนี้เป็นท้องที่สอง แต่นางรู้สึกว่าตนยังตื่นเต้น นั่นเป็นเพราะก่อนหน้า ประสบการณ์คลอดลูกของนางแทบไม่มี เนื่องจากเอาแต่สลบ สุดท้ายหมอตำแย และผู้เป็นสามีคือคนช่วยให้ลูกสาวแสนน่ารักของนางลืมตาขึ้นมาดูโลก “ท่านแม่เจ้าขา” ลั่วฟางเซียนหันไปมองลูกสาวของนาง ฝ่ายนั้นตัวอวบ แก้มเป็นสีชมพูน่ารัก นางอุ้มเป็ดตัวเล็กๆ มาสองตัว หนวนหนวน เป็นเด็กหญิงที่สด
เมื่อถูกคนชั้นต่ำต่อว่า ด้วยน้ำเสียงและสีหน้าหยาบคาย อิงหนูจึงแทบกระอักเลือดตาย “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เยี่ยงไร” เหยียนเข่อซินเบ้ปาก และตอบอย่างหงุดหงิด “องค์ชายสามเรียกข้ามาทำหน้าที่สตรีข้างกายเขา...ยกให้เป็นเมียรัก และยังคอยดูแลพวกที่ออกนอกลู่นอกทาง ใครที่ทำผิด หรือคิดหันเหไปทางอื่น ข้ามีหน้าที่จัดการได้ทันที” “หมายความเยี่ยงไร” อิงหนูถาม เสียงนางสั่นอยู่สักหน่อย จู่ๆ ก็เกิดความกลัวขึ้นมา “เมื่อคืน เจ้าหลุดปากบอกแผนขององค์ชายสามกับพวกนอกด้าน และพูดเรื่องไม่สมควรมากมาย คนทรยศเช่นนี้ สมควรเก็บไว้เหรอ” “เหลวไหล ข้ารับใช้องค์ชายสามมานาน และไม่คิดเป็นอื่น พวกนอกด้านมันบังคับข้า และให้กินยาหลอนประสาท สิ่งที่ข้าทำล้วนไม่รู้สึกตัว” เหยียนเข่อซินส่ายหน้า และหัวเราะเสียงแหลมสูง “น่าเสียดาย เจ้ายังสวยอยู่มาก แต่เกรงว่า คงไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตที่ดีต่อจากนี้” “เจ้า...จะทำสิ่งใดกันแน่” “คุณหนูอิง พูดกันตามตรง ข้ามีสองทางเลือกให้เจ้า คือ มีร่างกายครึ่งท่อนในไหสักใบ หรือกลายเป็นคนหมูในอ่างไม้ดี” ได้ยินอย่างนั้น อิงหนูก็หัวใจแทบหยุ
“น้ำยาของข้า เข้มข้นยิ่งนัก ตัวเจ้าก็รู้ดี” ลั่วฟางเซียนหัวเราะคิกคัก และบอกเขา “ดูเหมือนเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานแล้วที่ข้าไม่ได้ลิ้มรส ดังนั้นคงต้องได้ชิม และกลืนมันลงท้องอีกสักรอบสองรอบ ถึงจะมั่นใจในสิ่งที่ท่านแม่ทัพอวดอ้าง” “หึๆ ๆ ร้อยรอบ พันรอบก็ย่อมได้ ข้าจะปลดปล่อยไปกับเจ้าเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มว่าไม่ทันจบดี ลั่วฟางเซียนจึงหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับเขา “ลิ้นสากๆ ของท่าน จงใช้มันรัดลิ้นข้าปล่อยน้ำหวานกับความเร่าร้อนออกมา จากนั้นค่อยแทงเข้าไปในร่างกายนี้ได้หรือไม่ท่านแม่ทัพ” เขาพยักหน้า และบอกนาง “ป๋อเกอ เรียกข้าเช่นนี้เสียเถอะ เราล้วนเป็นคนเดียวกันแล้ว” “ท่านแม่ทัพ เอ่อ ปะ ป๋อเกอ... แทงลิ้นของท่านในโพรงปากนี้ และร่องสวาทของข้าเร็วๆ เถิด ข้าไม่ไหวแล้ว” “ได้ และไม่ใช่แค่ลิ้นหรอกนะ ที่จะข้าใช้เล่นสนุกในทางคับแน่นฉ่ำเยิ้มของเสี่ยวเซียน” “ฮึ... ทะ ท่าน อย่าเก่งแต่ขู่ข้าเลย” “ข้าจะทำให้เจ้าท้องเร็วที่สุด คอยดูฝีมือสามีผู้นี้เถิด” เขายิ่งพูดลั่วฟางเซียนยิ่งซ่านสยิว นางกับเขาจูบกัน แทรกลิ้นสอดเข้าไปในโพรงปาก ตวัดลิ้นรัดแรงๆ เย
ลั่วฟางเซียนเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ทั้งที่มั่นใจว่าตนหายดี ทว่าเหตุใดยาของเจี่ยงเทียนถึงได้ร้ายแรงจนทำให้นางไม่เป็นตัวของตนเอง ยามนี้นางนอนบิดตัวไปมาบนรถม้าคันใหญ่ที่กำลังมุ่งหน้าลงใต้ เนื่องจากต้องการหาที่สงบห่างไกลจากความวุ่นวาย อันเป็นความประสงค์ของถานป๋อ พอรถม้าหยุดพักชั่วประเดี๋ยว อีกฝ่ายก็เข้ามาหานาง ชวนไปยืดเส้นยืดสาย ยามนั้นลั่วฟางเซียน รู้สึกร้อนอบอ้าว ทั้งปรารถนาในเรือนกายบุรุษ แต่ละอายใจหากต้องเอ่ยปากกับถานป๋อตรงๆ “ท่านแม่ทัพ ข้าอยากล้างตัว” ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธสิ่งที่นางร้องขอ และเขาเป็นฝ่ายอุ้มนางลงจากรถม้า พาเข้าไปที่ลำธาร ซึ่งด้านบนมีน้ำตก ในช่วงที่เขาพานางไปยังลำธาร ถานป๋อก็ส่งสัญญาณให้ผู้ติดตาม คอยสอดส่องความเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ กระทั่งได้เห็นว่า มีสายลับปะปนมาในกลุ่มของตน เขาก็ใช้แผนซ้อนแผน ลวงพวกมันให้ติดกับเพื่อนำข่าวไปแจ้งแก่นายของตน เมื่อไปถึงจุดหมาย ลั่วฟางเซียนเขินอายเล็กน้อย แต่นางไม่อาจทนเสียงเล็กๆ ที่เรียกร้องอยู่ในร่างกายได้ “เป็นไปได้หรือไม่ หากท่านแม่ทัพจะช่วยถูหลัง และสระผมให้คนต่ำต้อยเช่นข้า” “เสี่ยว
ยามนี้องค์ชายสามได้ร่วมมือกับต่างแคว้น และเขาสู้อย่างหมาจนตรอก ใครขัดขวางถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด แน่นอนความมุ่งหวังคือ เขาต้องจัดการถานป๋อให้ได้ มิเช่นนั้น หากคนผู้นี้เข้าร่วมมือกับรัชทายาทเมื่อใด ความยุ่งยากย่อมตามมา และที่เขามั่นใจว่าแผนการนี้ย่อมสำเร็จ เพราะเขาปล่อยให้ถานป๋อชิงตัวฟางเซียนไป แม้เกิดจากความผิดพลาด แต่เขาวางแผนร้ายไว้ในใจต่อจากนั้น เจี่ยงเทียนมองดูแผนที่ในมือ ใช้ความคิดอย่างหนัก เขาจะก้าวขึ้นเป็นใหญ่ แผ่นดินนี้ต้องอยู่ในกำมือเขา มิใช่คนอ่อนหัดอย่างรัชทายาท “พวกมันกำลังเดินทางลงใต้หรือ ฮ่ะๆ ๆ ดี เช่นนั้น ข้าจะไปส่งมันลงนรกขุมที่ลึกที่สุด โทษที่มันไม่ยอมร่วมมือกับข้า” เมื่อกล่าวจบเจี่ยงเทียนก็จัดทัพของตน ให้ไปตามจุดหมายที่วางไว้ พร้อมกันนั้นก็ส่งคนไปสืบข่าวจากสายลับที่ปะปนอยู่กับฝ่ายของถานป๋อ “ข้าจะปล่อยให้ถานป๋อเสวยสุขอีกสักหน่อย เมื่อเสร็จสม ศีรษะของมันย่อมต้องถูกนำมาให้ข้าเหยียบจมดิน” ฝ่ายอิงหนูในยามนี้ นางครั่นคร้ามใจเหลือเกิน และพยายามถอยห่างจากเจี่ยงเทียนด้วยเริ่มกลัว คนผู้นี้เกินเยียวยา แต่เดิมนางช่วยหลายสิ่ง ทว่านับวัน







