로그인“ระยะสุดท้าย เธอมีเวลาไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยเดียร์ ไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้เลยจริงๆ” มนต์ชนกที่เคยเข้มแข็ง ทำตัวแข็งแกร่งเพื่อเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ มาถึงตอนนี้เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ คนโชคร้ายจึงต้องเลือกเป็นฝ่ายที่เข้มแข็งเสียเอง
“ไม่เป็นไรน้ำ มากอดกัน ถ้าชีวิตมันจะเป็นแบบนั้นเราก็ต้องเตรียมตัวรับมือ” คนพูดพยายามเก็บกลั้นก้อนสะอื้นไว้ในอก รู้ดีว่าถ้าเธอเอาแต่ฟูมฟายทุกอย่างจะยิ่งเลวร้ายมากขึ้น
“มันต้องไม่จบแบบนี้สิ ทุกอย่างที่เราทำมาด้วยกันมันต้องไม่จบแบบนี้” มนต์ชนกยังคงปลงไม่ตก แต่เพียงไม่นานจึงค่อยคิดได้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาอ่อนแอ เธอต้องเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้เพื่อน แต่อย่างน้อยยังเบาใจได้ว่าณรันดายังมีกำลังใจที่ดี
“ถ้าฉันต้องตายเร็วๆ นี้จริงๆ เราคงเลี่ยงงานแถลงข่าวไม่ได้สินะ” คนพูดมองออกไปภายนอกหน้าต่าง แม้แต่ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม
“เลี่ยงไม่ได้เด็ดขาด เพราะเธอเป็นข่าวดังตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ดาราสาวเป็นลมกลางผับ ดีที่นักธุรกิจหนุ่มไฮโซช่วยไว้ทันเหมือนในหนังรักโรแมนติก” มนต์ชนกรายงานตามพาดหัวข่าว
“ไม่รู้นักข่าวเขียนข่าวแบบนี้ได้ยังไง เจ้าของผับคงไม่อยากให้ลูกค้าเสียชื่อละมั้งถึงได้ปิดข่าวที่เธอถูกเขาจูบให้ด้วย อีกอย่างเดี๋ยวนี้คุณอธิปเป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะเขามารับช่วงกิจการต่อจากท่านหัสดินทร์แล้ว”
ฟังมาถึงตรงนี้ดาราสาวก็มีท่าทีขัดเขิน “ฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรกันนะ”
ซึ่งคนฟังก็รีบพยักหน้ารับคำ “คุณอธิปบอกฉันแล้วว่ามันเกิดจากความโมโห ทั้งสองคนต่างไม่ตั้งใจ แหม... ตอนแรกฉันคิดว่าจะได้ยินข่าวดีเสียอีก แต่พอฟังการวินิจฉัยของหมอแล้ว พูดตามตรงนะ เรื่องนั้นกลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไปเลย ตอนนี้ชีวิตเธอสำคัญที่สุด”
“ใช่ มันกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยเพราะอีกไม่นานฉันก็จะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว” คนพูดพยายามผ่อนลมหายใจ
มนต์ชนกฟังแล้วรู้ดีว่าเมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง คนหัวแข็งไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ อย่างณรันดาก็ต้องมีมุมที่อ่อนแอ และคงเป็นหน้าที่เธอที่ต้องช่วยดูแลเพื่อนให้ก้าวพ้นจุดนั้น
“ในเมื่อละครเรื่องนี้ยังไม่จบ ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงได้เสมอ... ไปเถอะเดียร์ เตรียมตัวแถลงข่าวกัน หลังจากนี้ฉันอาจพาเธอไปพักผ่อนในที่สงบๆ สักแห่ง ใช้ชีวิตแบบซึมซับความสุขให้เต็มอิ่ม” ผู้จัดการสาวพูดแล้วก็ต้องมองเมินไปทางอื่น หลบซ่อนน้ำตาที่ท้นเอ่อออกมา เธอสงสารคนที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียงจับใจ กว่าณรันดาจะมีวันนี้ไม่ง่าย แต่จู่ๆ มันก็กำลังจะพังทลายลงในพริบตา
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง สื่อทุกแขนงก็โหมกระพือข่าวเรื่องนางเอกดังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทั้งประเทศต่างช็อกไปตามๆ กัน โดยเฉพาะสปอนเซอร์สินค้ารายใหญ่ ค่ายหนังค่ายละครที่กำลังรอคิวเธอในการถ่ายทำ แต่ละฝ่ายเริ่มออกมาแสดงความไม่มั่นใจ หลายรายถอดชื่อเธอออกไปเลยก็มี ซึ่งนั่นทำให้ ณรันดาเริ่มคิดหนัก หลังลงทุนก้อนใหญ่ไปเธออาจขาดสภาพคล่องหากว่างานทั้งหมดถูกยกเลิก
“ตอนนี้ผู้คนทั้งวงการ รวมทั้งบรรดาแฟนๆ ต่างเศร้าเสียใจกับโรคร้ายที่เกิดขึ้นกับเดียร์น่า เธอเพิ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในอาชีพนักแสดง ได้รับรางวัลดาราทองอันทรงเกียรติ ค่าตัวพุ่งสูงกว่าดาราหญิงทุกคนในรอบสิบปี ไม่ว่าขยับตัวทำอะไรล้วนตกอยู่ในความสนใจของผู้คน แต่ ณ ขณะนี้ ข่าวร้ายเกี่ยวกับอาการป่วยระยะสุดท้ายของเธอกลับพลิกชีวิตดาราสาวไปเพียงชั่วข้ามคืน ขอให้ท่านผู้ชมร่วมอวยพรให้เธอผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปให้ได้ด้วยกันนะครับ ... ทีมข่าวของเราขอจบการรายงานสดหลังการแถลงข่าวของเดียร์น่าที่บ้านพักของเธอเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ”
เมื่อนักข่าวภาคสนามกล่าวปิดท้ายรายงานสด อธิปก็กดรีโมทปิดโทรทัศน์จอใหญ่ในห้องทำงานของเขาทันที เขาถอนหายใจยืดยาวพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมขมับ...
“พ่อครับ คราวนี้ผมไม่รู้จะแก้ไขเรื่องนี้ยังไงจริงๆ ก็ได้แต่คิดว่าสิ่งที่มันเป็นไปคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน” เจ้าของร่างสูงใหญ่หันไปบอกกับรูปถ่ายของบิดาที่ล่วงลับไปแล้วซึ่งวางอยู่บนชั้นหนังสือหลังโต๊ะทำงาน
ห้าปีก่อน ณรันดาเลือกหันหลังให้เขา หันหลังให้กับการเป็นเจ้าสาวของอธิป อัศวกุล ทายาทอาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ระดับเอเชีย เพียงเพราะเธอต้องการจะเป็นดารา ‘น่าตลกชะมัด’
และนั่นเป็นเหตุผลโง่ๆ เพียงข้อเดียวที่ทำให้เธอหันหลังทิ้งความรักของเขาไป
ในตอนนั้นเขาเพิ่งอายุยี่สิบสี่ ทั้งอกหัก เจ็บช้ำ และหัวใจแหลกสลาย ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะทำใจเรื่องเธอได้
แต่อธิปต้องยอมรับ ณรันดาคือตัวแทนของดวงดาวที่เจิดจรัส เธอมากเสน่ห์และน่าทึ่ง ส่วนหนึ่งอาจได้รับพรสวรรค์เหล่านั้นมาจากครอบครัวศิลปิน มารดาของณรันดาครั้งหนึ่งเคยเป็นนางเอกสาวสวยที่พ่อเขาหมายปอง ในขณะที่บิดาเธอคืออดีตนักร้องชื่อดัง แต่ทั้งคู่บุญน้อยหลังชีวิตตกต่ำต่างก็ป่วยหนัก จนต้องนำลูกสาวเพียงคนเดียวที่มีอายุเพียงแปดขวบมาฝากบิดาเขาให้ช่วยดูแล และไม่นานจากนั้นทั้งคู่ก็ลาโลกไป
เขา และเธอ จึงถูกเลี้ยงดูมาด้วยกัน เติบโตขึ้นพร้อมกัน และ ริลองรสรักร่วมกัน แต่สุดท้ายน้ำผึ้งแสนหวานก็กลับกลายเป็นยาขม
ณรันดา คือ น้องสาวตัวน้อยที่เขารักและเฝ้าทะนุถนอม เขาเองก็สูญเสียแม่ตั้งแต่ยังเล็กจึงยิ่งเวทนาหญิงสาว เธออายุห่างจากเขาเกือบห้าปี ตลอดระยะเวลาที่เติบโตมาด้วยกัน เขาทำหน้าที่เสมือนเป็นพี่ชายแสนดีคอยปกป้องดูแลเธอ มอบความรักความอบอุ่น หรือแม้แต่สอนให้เธอได้รู้ซึ้งถึงรสรักอันหวานหอม แต่วันเวลาเหล่านั้นกลับไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเธอทิ้งเขาไป
ชายหนุ่มยิ้มขื่น นับแต่นั้นเขาก็เกลียดชังณรันดาจับใจ แต่ บิดาเขายังคงรักและเอ็นดูเธออยู่เหมือนเดิม จึงแอบคอยตามให้ความช่วยเหลือ จนกระทั่งท่านเองได้ตายจากไป
ไม่นานจากนั้นเธอก็กลายเป็นนางเอกดังอันดับหนึ่ง ทั้งยังมีกลุ่มแฟนคลับอยู่ทั่วเอเชีย และอาจขยับไปเป็นดารานำในระดับสากลแล้วก็ได้หากว่าไม่ป่วยเป็นโรคร้ายเสียก่อน
เธอดังเปรี้ยงปร้างสวยงามราวกับพลุไฟดวงใหญ่ แต่ไม่นานก็ถูกความมืดกลืนหายไปกับท้องฟ้ายามราตรี
“ณรันดา เธอมันคนอวดดี ป่วยหนักขนาดนี้ยังฝืนสังขารทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำอยู่อีก ถ้าเธอยังอยู่กับฉัน เธอจะไม่มีวันได้เจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้... ยัยเด็กบ้าเอ๊ย” ดวงตาสีสนิมคุกรุ่นไปด้วยไฟโทสะวาวโรจน์ กองเพลิงในนั้นโชติช่วงเสียจนใครเห็นเป็นต้องขยาด
แต่เพียงอึดใจ อธิปก็ค่อยสงบสติอารมณ์ลง เขาเลือกที่จะจัดการปัญหาทุกอย่างด้วยการไตร่ตรองอันรอบคอบแทน...
.......
นัยน์ตาสีสนิมมองเธอด้วยความรู้สึกรักและรักอย่างท่วมท้นจิตใจ นิ้วเรียวเอาแต่เกลี่ยไล้ผิวแก้มนวลเนียน เขาทำรักกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันภายในกระท่อมไม้หลังงามเพื่อดื่มกินน้ำผึ้งพระจันทร์อันหวานหอมอย่างไม่รู้เบื่อและหลังจากวันนั้นต่อมาอีกไม่ถึงปี นายหญิงของไร่หัสดินทร์ก็ได้ให้กำเนิดแฝดชายหญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ทั้งสองถอดเค้าความสวยหล่อของพ่อแม่ออกมาได้อย่างไร้ที่ติเมื่อคลอดแล้วณรันดายิ่งสวยสะพรั่งขึ้นไปอีก และเพราะอย่างนั้นอธิปจึงยังตั้งหน้าตั้งตาปั๊มลูกต่อไป จนกระทั่งชายหนุ่มได้รับฉายาจากนายแพทย์รวิชญ์ว่า...เฮียหื่น!!!เขายืนกอดอกมองดูลูกชายตัวน้อยกำลังเล่นซนอยู่กับรวิชญ์ท่ามกลางท้องทุ่งหญ้าสีน้ำตาลทอง ข้างๆ กัน ณรันดากำลังสานดอกไม้ป่าเป็นมงกุฎแสนงามเพื่อสวมให้กับลูกสาวคนเล็ก โดยมีบรรดาสาวๆ คนสนิท และเด็กรับใช้นั่งล้อมวงแสงแดดสีทองยามสายันห์ช่างดูอบอุ่น ทุกแห่งหนของไร่หัสดินทร์เต็มไปด้วยความสดชื่นเบิกบาน บ้านกลายเป็นบ้าน ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักและลูกน้อยทำให้ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความสุขที่ถูกเติมเต็ม ทุกอย่างงดงามเรียบง่าย และเป็นไปตามธรรมชาติของชีวิตที่ควรเป็นชีวิต
อธิปเดินเข้ามาโอบกอดภรรยาจากทางด้านหลัง เขาจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มนวล ก่อนใช้ปากและลิ้นอุ่นร้อนก่อกวนขบเม้มติ่งหูและซอกคอขาวผ่อง มือไม้ทั้งสองแยกกันเลื่อนขึ้นลงสัมผัสทรวงอกอวบอิ่มและเนินเนื้อสาวภายใต้กระโปรงพลิ้วบาน“อื้อ คนบ้ากาม ยังไม่ทันเข้าบ้านก็หื่นใส่เดียร์แล้วนะคะ รู้จักอายฟ้าอายดินบ้าง”อธิปได้ยินแล้วก็อดหัวเราะขันไม่ได้“อายทำไมมีอะไรกันในน้ำยังเคยมาแล้ว เดียร์อย่างอแงได้มั้ย” ครั้นพูดจบร่างบางก็ลอยหวือเพราะถูกอุ้มอีกครั้ง อธิปพาเธอเดินเข้าบ้านตั้งใจจะดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กับภรรยาอีกรอบ คิดไว้ว่ารุ่งสางของวันพรุ่งนี้เขาถึงจะพาเธอออกมา“ร่วมมือกันหน่อยนะเดียร์น่า สองสามวันนี้พี่จะเสกเด็กแฝดเข้าท้องเดียร์ให้ได้” อธิปกระซิบบอกข้างหูภรรยาเรียวลิ้นอุ่นร้อนสอดแทรกค้นหาความหวาน กลีบปากบอบบอบถูกขบเม้มยั่วเย้าอย่างถือสิทธิ์ มือหนาหนักลูบไล้ไปตามรอยแยกของกลีบดอกไม้แสนงาม ก่อนวกขึ้นมาเคล้นคลึงทรวงอกอวบสล้างผลิพุ่ง“คุณใหญ่ขา เมื่อไรจะอิ่มเสียที ได้โปรดเถอะ นี่รอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้” เสียงหวานของคนบนที่นอนร้องห้าม ไม่นานเรียวขาของเธอก็ถูกจับแยกออกจากกันอีกครั้งมือบางพยายามรั้งตัวเขาไว้ แ
14 วัน ขอรักฉันคืน : ตอนพิเศษ หลังงานแต่งงานในตำนานของอธิปและณรันดาซึ่งกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เพียงชั่วข้ามคืน สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ตื่นเช้าขึ้นมากินอาหารและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เฉลียงหลังบ้านสุดแนวสายตาเป็นทะเลสาบสีคราม มีทุ่งกว้างดารดาษด้วยดอกไม้ป่าและหญ้าน้ำพุที่กำลังถูกสายลมพัดพลิ้วโดยแขกซึ่งเป็นเพื่อนสนิททั้งหมดยังอยู่กันครบ ไม่ว่าจะเป็นรวิชญ์ ภารินทร์ หรือมนต์ชนก ทุกคนต่างได้รับเชิญให้อยู่ร่วมฟังการเปิดพินัยกรรมของท่านหัสดินทร์กับทายาททั้งสองด้วยและหลังจากที่ทุกคนกินอาหารอิ่ม อธิปก็พยักหน้าให้ทนายความถือแฟ้มพินัยกรรมเข้ามา“ข้าพเจ้า นายหัสดินทร์ อัศวกุล ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน เพื่อแสดงเจตนาว่าเมื่อข้าพเจ้าได้ถึงแก่กรรมให้ยกทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้าทั้งหมดตกสู่นางสาวณรันดา นรารักษ์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เงินฝากหรือเงินสด ขอยกให้ผู้มีรายชื่อดังกล่าวจนหมดสิ้นเพียงผู้เดียว ลงชื่อ นายหัสดินทร์ อัศวกุล”จบการอ่านพินัยกรรมของทนาย ทุกคนต่างก็ยิ้มพลางส่ายหน้าให้กับความช่างคิดของคนตาย“เอาตรงๆ นี่ก็สรุปได้ว่าคุณลุงจัดกา
ด้านภารินทร์ก็กอดแขนเจ้าบ่าวไว้ “เล่นกันเป็นเด็กๆ ไปได้นะคะ กลับเข้าไปในงานกันเถอะค่ะ ใกล้ถึงช่วงพิธีการแล้ว แก๊งพวกเรายังมีเวลาคุยกันอีกเกือบทั้งชีวิต” ช่างภาพสาวคิดไว้อย่างนั้นจริงๆ มิตรภาพเป็นสิ่งสวยงาม ไม่มีการติดค้างใจใดๆ ต่อกันอีก เธอมาที่นี่เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับณรันดาและอธิปด้วยความจริงใจ… ได้ยินอย่างนั้นทุกคนก็พร้อมใจกันเดินกลับเข้าไปภายในงาน สื่อมวลชนและแขกเหรื่อมากมายต่างยืนให้เกียรติแก่คู่บ่าวสาว แสงแฟลชสว่างวาบไม่เว้นแม้แต่วินาที กลีบดอกไม้สีหวานถูกโปรยปรายพร่างพรมลงมาสร้างบรรยากาศให้หวามหวานเปี่ยมไปด้วยมนตร์รักอันน่าอัศจรรย์ เบื้องหน้าแท่นพิธีมีเค้กเก้าชั้นและแชมเปญทาวเวอร์ถูกจัดวางไว้อย่างอลังการ “ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบเดียร์ วินาทีแรกที่เราได้เจอกันตั้งแต่ยังเด็ก ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ คือคนที่ผมจะต้องรักและปกป้องไปตลอดชีวิต” เมื่อสิ้นสุดพิธีท่ามกลางสักขีพยานนับร้อยๆ คน อธิปก็กล่าวความรู้สึกเขาที่มีต่อเจ้าสาวออกมา ทำเอาบรรดาคนสนิทต่างยิ้มด้วยความยินดี “เธอคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร ต่อให้ขอบน้ำขวางหน้าขอบฟ้าขว
เธอมองไปรอบๆ บริเวณงานด้วยความชื่นชม มนต์ชนกเนรมิตงานวันนี้ได้งดงามสมใจเธอจริงๆ งานแต่งในสวนสวยภายใต้ร่มเงาเขียวขจีและแสงแดดยามเช้าอันสดใส แปลงดอกไม้สีม่วงเข้มส่งกลิ่นหอมอบอวลและงดงามอย่างละลานตา ทุกแห่งเต็มไปด้วยความหวานและความรักลาเวนเดอร์ในงานวันนี้หมายถึง การรอคอยอย่างมีความหวัง ความทรงจำอันแสนงดงาม เปรียบดังคำอวยพรให้ประสบความสำเร็จ และชีวิตมีแต่ความสวยงามรุ่งโรจน์เธอรักกุหลาบ แต่ไม่อาจเพิกเฉยต่อดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของการได้เกิดใหม่ การฟื้นตื่นขึ้นมาเพื่อพบความหวัง อันเป็นความหมายของดอกไม้ชนิดนี้ได้เลย สายลมอ่อนๆ พัดปลายช่อดอกพลิ้วระบัดณรันดาเอื้อมไปจับมือเพื่อนรักมากุมไว้ “ที่ตัดเธอออกจากตำแหน่งผู้จัดการตอนนั้นก็เพราะฉันเองก็ตัดสินใจจะออกจากวงการแล้วเหมือนกัน ถ้าได้แสดงหนังเรื่องนั้นต่อก็แพลนไว้ว่าหลังปิดกล้องคงต้องแถลงข่าวอำลาวงการอีกครั้ง เธอมารอฉันล่วงหน้าอยู่ในที่ที่เธออยากอยู่แบบนี้ก็ดีแล้วนี่ เวลาฉันทุกข์เธอไม่เคยทอดทิ้งไปไหน เพราะฉะนั้นคิดเหรอว่าคนสวยอย่างฉันจะใจดำปล่อยให้เพื่อนรักอดตายจริงๆ” มนต์ชนกเลยบีบมือเธอตอบพร้อมกับยิ้มให้อย่างรู้กัน
แต่ณรันดารีบเบ้ปาก “มีเวลาอึ้บเมียมากกว่า อยู่กับคุณใหญ่เปลืองพลังชีวิตชะมัด ถ้าเดียร์จะป่วยก็ป่วยจากคุณใหญ่เนี่ยแหละ ฟ้าสางยังมีหน้าจะมาขออีก” “แหม ทำไงได้ก็เมียพี่ทั้งสวยทั้งแซบนี่ น่ารักว่าง่ายก็เป็น ออดอ้อนก็เก๊งเก่ง แถมหวานไปทั้งเนื้อทั้งตัวอีกต่างหาก” ขณะที่พูดมือไม้ก็ลูบไล้หัวเข่าหญิงสาวไปด้วย หูตาเขาพราวระยับ และ ณรันดาก็เกลียดนัยน์ตาคมวาวคู่นั้นเสียเหลือเกิน “พอได้แล้วค่ะ เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิด” เธอปัดมือเขาออก ก่อนสอดส่ายสายตามองหาคริส เนื่องจากพอเขาตอบคำถามเธอเสร็จก็เดินหายไปทางไหนไม่รู้ “นี่ จะทำแบบนี้จริงๆ เหรอ คิดดีแล้วหรือยัง เดียร์ใช้โอกาสครั้งที่สองทางการแสดงหมดไปแล้วนะ แม้ว่าพี่จะมีเงินแต่ก็ซื้อจิตใจใครให้มารักมาชื่นชมเมียตัวเองไม่ได้หรอก” และดูราวกับว่าอธิปจะล่วงรู้จิตใจเธอ ณรันดาจึงหันมาพูดกับเขาอย่างตัดใจ “ปล่อยให้เดียร์ทำแบบนี้เถอะค่ะ เดียร์เองก็อยากเป็นฝ่ายมอบโอกาสให้คนอื่นบ้าง หากโอกาสนั้นมันจะมีความหมายต่อเขามากกว่าเดียร์ อีกอย่างเดียร์ก็บรรลุความฝันที่ตั้งใจทำให้แม่ ทั้งยังได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว... การลาจอครั้งนี
สะโพกผายตอบรับแรงกระแทกกระทั้นหนักหน่วงนั้นอย่างเต็มใจ ร่างกายทรยศต่อเธอโดยสิ้นเชิง เสียงครางต่ำในลำคอของเขาบอกชัดว่าณรันดาไม่ควรขัดอารมณ์ “คุณใหญ่คะ พอเถอะ” ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระณรันดาก็แย้งอีก แต่ทว่าร่างกายเธอกลับรู้สึกเสียวซ่านสุขสม ไม่นานจากเสียงห้ามก็กลายเป็นเสียงครวญ เรียวขาเพร
หลังจัดงานแถลงข่าวไปเมื่อวาน ผู้คนทั้งวงการต่างหลั่งไหลมาแสดงความเสียใจกับเธอ ทุกคนเวทนาที่หญิงสาวอายุเพียงแค่นี้ต้องประสบพบเจอชะตากรรมไม่คาดฝัน หลายคนในนั้นเชื่อว่ามันเป็นความสำเร็จที่ต้องคำสาป โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ต่างพากันวิพากวิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ เช่นว่าเธออุตริไปทำสัญญากับซาตาน “
“ฉันขอมาร์ตินี่ของฉันคืน” อดีตเด็กดื้อจอมเอาแต่ใจตั้งใจจะเอื้อมมือไปแย่งแก้วใบสวยมาจากมือของชายหนุ่ม แต่อธิปไม่ยอมปล่อย เขาจ้องตอบเธอด้วยสายตาเยียบเย็น“ปวดหัวอยู่ไม่ใช่หรือไง ถ้าไม่ห่วงตัวเองก็สั่งเอาใหม่สิ” เขายังคงยึดมันไว้ แต่ณรันดาก็ยังไม่ยอม ห้าปีก่อนถึงเขาจะเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดี
“ทำไมต้องขอโทษ ทุกวันนี้ฉันมีรายได้ต่อเดือนมากกว่าช่วยทำฟาร์มให้ที่บ้านทั้งปีเสียอีก ส่วนเธอ เธอคือนางเอกอันดับหนึ่งของประเทศ เธอโด่งดังกว่านางเอกทุกคนในรอบสิบปี และนี่เป็นทางที่เราสองคนยินดีที่จะเดิน เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดอะไรมากอีกเลยนะ ใช้ชีวิตให้เต็มที่ และอย่าลืมดูแลสุขภาพเท่านั้นก็พอ”พูดจบมนต์







