LOGIN“ฉันขอมาร์ตินี่ของฉันคืน” อดีตเด็กดื้อจอมเอาแต่ใจตั้งใจจะเอื้อมมือไปแย่งแก้วใบสวยมาจากมือของชายหนุ่ม แต่อธิปไม่ยอมปล่อย เขาจ้องตอบเธอด้วยสายตาเยียบเย็น
“ปวดหัวอยู่ไม่ใช่หรือไง ถ้าไม่ห่วงตัวเองก็สั่งเอาใหม่สิ” เขายังคงยึดมันไว้ แต่ณรันดาก็ยังไม่ยอม ห้าปีก่อนถึงเขาจะเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของท่านหัสดินทร์ เพื่อนรุ่นพี่ของแม่ที่รับเธอมาอุปการะตั้งแต่ตอนแปดขวบ แต่อธิปก็ไม่เคยขัดใจเธอ เธอเติบโตขึ้นในอาณาจักรผืนดินกว้างใหญ่ไพศาลของที่นั่นด้วยความรักความทะนุถนอมจากทุกคน
“ก็นี่มันแก้วของฉันนี่ ฉันจะเอาแก้วนี้ ฉันจะเอาของของฉันคืน”
“มันไม่ใช่ของของคุณ” อธิปเค้นเสียงลอดไรฟัน “และถ้าคุณเอาไปดื่มต่อก็เท่ากับคุณจูบผมทางอ้อม คุณอยากจูบผมงั้นเหรอ จูบผู้ชายที่ไม่ใช่ของของคุณ ผู้ชายที่ไม่ได้เป็นของคุณแล้ว ถึงได้ทู่ซี้แบบนี้” ท้ายประโยคเขายั่วยิ้ม อดฟิวส์ขาดใส่ยายตัวแสบไม่ได้ ความโกรธความไม่พอใจแต่ครั้งก่อนไม่รู้ไหลบ่ามาจากไหนจนท่วมท้นหัวใจ
ห้าปีก่อนยายเด็กคนนี้ทำเอาเขาแทบไม่เป็นผู้เป็นคน เธอกับเด็กสาวจากไร่ข้างๆ รวมหัวกันหนีออกจากบ้านก่อนงานแต่งงานจะเริ่มเพียงสองชั่วโมง นับจากนั้นเขาก็สาปส่ง ไม่อยากร่วมสังฆกรรมกับณรันดาอีกเลยตลอดชีวิต แต่การหวนกลับมาพบกันอีกในวันนี้ ถือเป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆ
“อ้อ ฉันลืมคิดไป ถ้ากลัวฉันจะมาฟื้นฝอยเอาอะไรกับคุณอีกละก็ งั้นฟังเอาไว้นะ คุณสบายใจได้เลยว่าผู้หญิงอย่างฉันไม่มีวันเก็บของเก่าที่คายทิ้งแล้วขึ้นมากินใหม่หรอก เข้าใจใช่ไหมว่าของที่ทิ้งไปแล้ว เขาเรียกกันว่า ขยะ” นัยน์ตาสีอำพันจ้องตอบอย่างท้าทาย
เธอจ้องเขาเขม็ง ดวงหน้าทั้งสองห่างกันเพียงปลายจมูกกั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายเกรี้ยวกราดที่นั่งอยู่ตรงหน้าตอนนี้เป็นใคร เขาช่างต่างกันลิบลับกับคุณใหญ่ที่เธอเคยรู้จักเมื่อวันวาน และเช่นกัน อธิปเองก็คงโกรธจนมองไม่เห็นความรักที่เธอยังมีให้เขาอยู่เต็มหัวใจ
“กล้าดีจริงๆ ที่เปรียบผู้ชายอย่างฉันเป็นขยะ งั้นลองดูแล้วกันว่าขยะอย่างฉันจะทำให้เธอร้องครางได้ดังแค่ไหน” ไม่ว่าเปล่า ด้วยความเจ็บใจทำให้เขากระชากร่างบางมาปะทะอกก่อนบดจุมพิตลงมาอย่างไม่ปรานี
เรียวลิ้นอุ่นร้อนสอดแทรกค้นหาความหวาน นอกจากความดุดันโกรธเกรี้ยวที่ถาโถมลงมาแล้ว คล้ายกับมีกระแสของความโหยหาบางอย่างเจือปนมาด้วย
มือบางวางทาบลงบนแผงอกแกร่ง เธอเผลอตัวเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่เฝ้าถวิลหา แม้ว่ามันจะไม่นุ่มนวลอ่อนโยนเหมือนก่อน แต่อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่เธอรัก และรู้สึกผิดด้วยตลอดมา
จนเมื่อจูบของอธิปดูจะทวีความดูดดื่มและหวามหวานมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ณรันดาเองก็เริ่มส่งเสียงครางเพราะความปั่นป่วน มือไม้ของเธอเลื่อนไล้ขึ้นโอบรอบคอเขาไว้ และอะไรๆ ก็ชักจะไปกันใหญ่ สติของชายหนุ่มจึงค่อยกลับมา เขาผลักเธอออกห่างอย่างรู้สึกรังเกียจ...
“พอกันทีณรันดา สมแล้วที่คุณเป็นนักแสดง คุณมันจอมยั่ว เราไม่ควรพบหน้ากันอีก ผมไม่อยากเกลียดคุณไปมากกว่านี้ รีบกลับบ้านไปซะ แล้วจำเอาไว้ว่าคุณยังเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผมไม่อยากเห็นหน้าไปตลอดชีวิต”
ฟังดังนั้นน้ำตาของหญิงสาวก็ร่วงเผาะ เธอกัดปากตัวเองจนได้ลิ้มรสเลือด นัยน์ตากลมโตจับจ้องเขาอย่างเคืองขุ่น อธิปจึงเป็นฝ่ายผลุนผลันจากไปเสียเอง ต่างคนต่างรู้ดีว่าการพบกันครั้งนี้ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้นเลย
เธอเจ็บยิ่งกว่าเดิม ส่วนเขาก็โกรธหนักขึ้นกว่าเก่า แต่ก่อนที่อธิปจะได้เดินจากไป ณรันดาก็เกิดเป็นลมหมดสติเสียก่อน ร่างบางโงนเงนแล้วร่วงลงไปนอนกองกับพื้นอีกครั้ง...
........
สายวันต่อมา หลังตื่นมาพบสายน้ำเกลือห้อยระโยงระยางแถมยังมีสายอ็อกซิเจนเสียบจมูก ณรันดาก็เริ่มรู้สึกประหลาดใจกับอาการป่วยแบบปัจจุบันทันด่วนของตัวเอง และแน่นอนว่าด้วย สถานภาพของนางเอกสาวร้อยล้าน เธอไม่สามารถเจ็บป่วยหรือตายได้ในตอนนี้
“น้ำ รีบพาฉันออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ฉันรับงานไว้” ดาราสาวที่เพิ่งงัวเงียตื่นขึ้นมารีบหันไปบอกคนแรกที่มองเห็น ฟ้องชัดว่าทุกลมหายใจเธอคิดถึงแต่เรื่องงาน ทว่าอีกฝ่ายกลับมีท่าทีลำบากใจ หนำซ้ำน้ำเสียงที่ตอบกลับมาซึ่งมักเฉียบขาดแข็งกระด้างกับเธอเสมอยังฟังอ่อนลงตั้งครึ่งค่อน
“ยังกลับตอนนี้ไม่ได้หรอกเดียร์ ฉันต้องอยู่ฟังหมอเพื่อเอาข้อมูลกลับไปแถลงข่าวที่บ้านก่อน” คนตอบพยายามก้มหน้าก้มตา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ณรันดาเลื่อนสายตาไปพบเข้ากับใครอีกคนพอดี
“คุณ คุณใหญ่ เอ้ย คุณอธิป คุณมาทำอะไรที่นี่” แต่เมื่อพิจารณาดูดีๆ ก็ปรากฏว่าอีกฝ่ายยังอยู่ในชุดเดิม
“ผมเป็นคนพาคุณมาโรงพยาบาลเอง ก่อนหน้านี้ทำไมถึงไม่ยอมรักษาสุขภาพ ปล่อยให้อาการหนักขนาดนี้ได้ยังไง คุณนี่มันจริงๆ ให้ตายเถอะ” เจ้าของร่างสูงยืนกอดอกพร้อมกับนิ่วหน้า คนป่วยเลยได้แต่มองแบบงงๆ
“ฉันก็ปกติดีนี่ แค่พักผ่อนน้อยไปหน่อยแค่นั้น” ณรันดาร่ายประโยคเดิม คราวนี้อธิปรู้สึกฉุนจริงๆ จนแทบไม่อยากมองหน้าเธอ เขาจึงได้ผลุนผลันออกไป แต่ก่อนออกนอกประตูยังไม่วายหันมากำชับมนต์ชนก
“น้ำมนต์ ในฐานะที่คุณเป็นเพื่อนสนิทณรันดา คุณช่วยบอกคุณดาราดังคนนี้ทีซิว่าเพราะความเห็นแก่ตัวของเธอ และไม่เคยรักใครจริงแม้แต่ตัวเอง มันทำให้ตอนนี้เธอมีสภาพที่น่าสมเพชขนาดไหน” พูดจบอธิปก็ปิดประตูตามหลังโครมใหญ่จนคนบนเตียงสะดุ้ง
อดไม่ได้ต้องหันไปทางเพื่อนสนิท “นั่นเขาเป็นอะไร เกลียดกันนักแล้วทำไมถึงไม่กลับไปตั้งแต่เมื่อคืน รอให้ฉันตื่นมาเจอตอนเช้าทำไม หรือตั้งใจจะรอสวดฉันให้ยับแบบเมื่อกี้”
“นี่เดียร์ ใจเย็นก่อนนะ ฉันเชื่อว่าเขายังเป็นห่วงเธออยู่ ไม่อย่างนั้นคงไม่รอจนเธอฟื้นถึงได้กลับไปแบบนี้หรอก... อีกอย่างอาการป่วยของเธอเป็นใครก็ต้องห่วง” เมื่อมาถึงตอนที่ยากที่สุดมนต์ชนกก็รู้สึกฝืดคอ
คนฟังเลยยิ่งอึดอัด “สรุปหมอบอกว่าฉันเป็นอะไรน้ำ รีบพูดมาซะทีจะได้ไหม จะได้รีบหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ไม่ว่ายังไงฉันก็พลาดงานเปิดกล้องซีรีส์ร่วมทุนสร้างระหว่างบีทีวีกับโปรดักชันเฮ้าส์จากฮ่องกงบ่ายนี้ไม่ได้”
แต่เพื่อนสาวก็ยังปฏิเสธเสียงแข็ง “ไม่ได้ คงอีกพักใหญ่เลยกว่าเธอจะได้ออกจากโรงพยาบาล”
“ฉันไม่มีเวลามากขนาดนั้น และอย่าต้องให้ฉันถามซ้ำ ฉันป่วยเป็นอะไร”
เมื่อโดนตวาดมนต์ชนกก็ก้มหน้างุด ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วก้าวออกไปบีบมือเพื่อนสนิท
“ทำใจดีๆ ไว้นะเดียร์... หมอบอกว่าเธอเป็นลูคีเมีย” จบประโยคนั้นคนฟังก็นิ่งอึ้งไป
“ไม่จริง ฉันเพิ่งยี่สิบสี่” แต่เมื่อคนตรงข้ามน้ำตาไหลริน ณรันดาก็จำเป็นต้องมีสติ
“ชนิดไหน ระยะที่เท่าไร แล้วมีโอกาสรักษาหายไหม” ขณะที่ถามลำคอหญิงสาวก็เริ่มตีบตัน
เธอไม่ได้มีอาการมึนงงอะไรเลยสักนิด เข้าใจดีทีเดียวว่าคนเป็นโรคนี้ชีวิตจะมืดมนขนาดไหน เพราะแม่เธอเองก็ตายด้วยโรคนี้มาก่อน มัจจุราชร้ายที่มาพร้อมกับความวิปโยคและทุกข์ระทม
นัยน์ตาสีสนิมมองเธอด้วยความรู้สึกรักและรักอย่างท่วมท้นจิตใจ นิ้วเรียวเอาแต่เกลี่ยไล้ผิวแก้มนวลเนียน เขาทำรักกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันภายในกระท่อมไม้หลังงามเพื่อดื่มกินน้ำผึ้งพระจันทร์อันหวานหอมอย่างไม่รู้เบื่อและหลังจากวันนั้นต่อมาอีกไม่ถึงปี นายหญิงของไร่หัสดินทร์ก็ได้ให้กำเนิดแฝดชายหญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ทั้งสองถอดเค้าความสวยหล่อของพ่อแม่ออกมาได้อย่างไร้ที่ติเมื่อคลอดแล้วณรันดายิ่งสวยสะพรั่งขึ้นไปอีก และเพราะอย่างนั้นอธิปจึงยังตั้งหน้าตั้งตาปั๊มลูกต่อไป จนกระทั่งชายหนุ่มได้รับฉายาจากนายแพทย์รวิชญ์ว่า...เฮียหื่น!!!เขายืนกอดอกมองดูลูกชายตัวน้อยกำลังเล่นซนอยู่กับรวิชญ์ท่ามกลางท้องทุ่งหญ้าสีน้ำตาลทอง ข้างๆ กัน ณรันดากำลังสานดอกไม้ป่าเป็นมงกุฎแสนงามเพื่อสวมให้กับลูกสาวคนเล็ก โดยมีบรรดาสาวๆ คนสนิท และเด็กรับใช้นั่งล้อมวงแสงแดดสีทองยามสายันห์ช่างดูอบอุ่น ทุกแห่งหนของไร่หัสดินทร์เต็มไปด้วยความสดชื่นเบิกบาน บ้านกลายเป็นบ้าน ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักและลูกน้อยทำให้ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความสุขที่ถูกเติมเต็ม ทุกอย่างงดงามเรียบง่าย และเป็นไปตามธรรมชาติของชีวิตที่ควรเป็นชีวิต
อธิปเดินเข้ามาโอบกอดภรรยาจากทางด้านหลัง เขาจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มนวล ก่อนใช้ปากและลิ้นอุ่นร้อนก่อกวนขบเม้มติ่งหูและซอกคอขาวผ่อง มือไม้ทั้งสองแยกกันเลื่อนขึ้นลงสัมผัสทรวงอกอวบอิ่มและเนินเนื้อสาวภายใต้กระโปรงพลิ้วบาน“อื้อ คนบ้ากาม ยังไม่ทันเข้าบ้านก็หื่นใส่เดียร์แล้วนะคะ รู้จักอายฟ้าอายดินบ้าง”อธิปได้ยินแล้วก็อดหัวเราะขันไม่ได้“อายทำไมมีอะไรกันในน้ำยังเคยมาแล้ว เดียร์อย่างอแงได้มั้ย” ครั้นพูดจบร่างบางก็ลอยหวือเพราะถูกอุ้มอีกครั้ง อธิปพาเธอเดินเข้าบ้านตั้งใจจะดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กับภรรยาอีกรอบ คิดไว้ว่ารุ่งสางของวันพรุ่งนี้เขาถึงจะพาเธอออกมา“ร่วมมือกันหน่อยนะเดียร์น่า สองสามวันนี้พี่จะเสกเด็กแฝดเข้าท้องเดียร์ให้ได้” อธิปกระซิบบอกข้างหูภรรยาเรียวลิ้นอุ่นร้อนสอดแทรกค้นหาความหวาน กลีบปากบอบบอบถูกขบเม้มยั่วเย้าอย่างถือสิทธิ์ มือหนาหนักลูบไล้ไปตามรอยแยกของกลีบดอกไม้แสนงาม ก่อนวกขึ้นมาเคล้นคลึงทรวงอกอวบสล้างผลิพุ่ง“คุณใหญ่ขา เมื่อไรจะอิ่มเสียที ได้โปรดเถอะ นี่รอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้” เสียงหวานของคนบนที่นอนร้องห้าม ไม่นานเรียวขาของเธอก็ถูกจับแยกออกจากกันอีกครั้งมือบางพยายามรั้งตัวเขาไว้ แ
14 วัน ขอรักฉันคืน : ตอนพิเศษ หลังงานแต่งงานในตำนานของอธิปและณรันดาซึ่งกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เพียงชั่วข้ามคืน สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ตื่นเช้าขึ้นมากินอาหารและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เฉลียงหลังบ้านสุดแนวสายตาเป็นทะเลสาบสีคราม มีทุ่งกว้างดารดาษด้วยดอกไม้ป่าและหญ้าน้ำพุที่กำลังถูกสายลมพัดพลิ้วโดยแขกซึ่งเป็นเพื่อนสนิททั้งหมดยังอยู่กันครบ ไม่ว่าจะเป็นรวิชญ์ ภารินทร์ หรือมนต์ชนก ทุกคนต่างได้รับเชิญให้อยู่ร่วมฟังการเปิดพินัยกรรมของท่านหัสดินทร์กับทายาททั้งสองด้วยและหลังจากที่ทุกคนกินอาหารอิ่ม อธิปก็พยักหน้าให้ทนายความถือแฟ้มพินัยกรรมเข้ามา“ข้าพเจ้า นายหัสดินทร์ อัศวกุล ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน เพื่อแสดงเจตนาว่าเมื่อข้าพเจ้าได้ถึงแก่กรรมให้ยกทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้าทั้งหมดตกสู่นางสาวณรันดา นรารักษ์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เงินฝากหรือเงินสด ขอยกให้ผู้มีรายชื่อดังกล่าวจนหมดสิ้นเพียงผู้เดียว ลงชื่อ นายหัสดินทร์ อัศวกุล”จบการอ่านพินัยกรรมของทนาย ทุกคนต่างก็ยิ้มพลางส่ายหน้าให้กับความช่างคิดของคนตาย“เอาตรงๆ นี่ก็สรุปได้ว่าคุณลุงจัดกา
ด้านภารินทร์ก็กอดแขนเจ้าบ่าวไว้ “เล่นกันเป็นเด็กๆ ไปได้นะคะ กลับเข้าไปในงานกันเถอะค่ะ ใกล้ถึงช่วงพิธีการแล้ว แก๊งพวกเรายังมีเวลาคุยกันอีกเกือบทั้งชีวิต” ช่างภาพสาวคิดไว้อย่างนั้นจริงๆ มิตรภาพเป็นสิ่งสวยงาม ไม่มีการติดค้างใจใดๆ ต่อกันอีก เธอมาที่นี่เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับณรันดาและอธิปด้วยความจริงใจ… ได้ยินอย่างนั้นทุกคนก็พร้อมใจกันเดินกลับเข้าไปภายในงาน สื่อมวลชนและแขกเหรื่อมากมายต่างยืนให้เกียรติแก่คู่บ่าวสาว แสงแฟลชสว่างวาบไม่เว้นแม้แต่วินาที กลีบดอกไม้สีหวานถูกโปรยปรายพร่างพรมลงมาสร้างบรรยากาศให้หวามหวานเปี่ยมไปด้วยมนตร์รักอันน่าอัศจรรย์ เบื้องหน้าแท่นพิธีมีเค้กเก้าชั้นและแชมเปญทาวเวอร์ถูกจัดวางไว้อย่างอลังการ “ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบเดียร์ วินาทีแรกที่เราได้เจอกันตั้งแต่ยังเด็ก ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ คือคนที่ผมจะต้องรักและปกป้องไปตลอดชีวิต” เมื่อสิ้นสุดพิธีท่ามกลางสักขีพยานนับร้อยๆ คน อธิปก็กล่าวความรู้สึกเขาที่มีต่อเจ้าสาวออกมา ทำเอาบรรดาคนสนิทต่างยิ้มด้วยความยินดี “เธอคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร ต่อให้ขอบน้ำขวางหน้าขอบฟ้าขว
เธอมองไปรอบๆ บริเวณงานด้วยความชื่นชม มนต์ชนกเนรมิตงานวันนี้ได้งดงามสมใจเธอจริงๆ งานแต่งในสวนสวยภายใต้ร่มเงาเขียวขจีและแสงแดดยามเช้าอันสดใส แปลงดอกไม้สีม่วงเข้มส่งกลิ่นหอมอบอวลและงดงามอย่างละลานตา ทุกแห่งเต็มไปด้วยความหวานและความรักลาเวนเดอร์ในงานวันนี้หมายถึง การรอคอยอย่างมีความหวัง ความทรงจำอันแสนงดงาม เปรียบดังคำอวยพรให้ประสบความสำเร็จ และชีวิตมีแต่ความสวยงามรุ่งโรจน์เธอรักกุหลาบ แต่ไม่อาจเพิกเฉยต่อดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของการได้เกิดใหม่ การฟื้นตื่นขึ้นมาเพื่อพบความหวัง อันเป็นความหมายของดอกไม้ชนิดนี้ได้เลย สายลมอ่อนๆ พัดปลายช่อดอกพลิ้วระบัดณรันดาเอื้อมไปจับมือเพื่อนรักมากุมไว้ “ที่ตัดเธอออกจากตำแหน่งผู้จัดการตอนนั้นก็เพราะฉันเองก็ตัดสินใจจะออกจากวงการแล้วเหมือนกัน ถ้าได้แสดงหนังเรื่องนั้นต่อก็แพลนไว้ว่าหลังปิดกล้องคงต้องแถลงข่าวอำลาวงการอีกครั้ง เธอมารอฉันล่วงหน้าอยู่ในที่ที่เธออยากอยู่แบบนี้ก็ดีแล้วนี่ เวลาฉันทุกข์เธอไม่เคยทอดทิ้งไปไหน เพราะฉะนั้นคิดเหรอว่าคนสวยอย่างฉันจะใจดำปล่อยให้เพื่อนรักอดตายจริงๆ” มนต์ชนกเลยบีบมือเธอตอบพร้อมกับยิ้มให้อย่างรู้กัน
แต่ณรันดารีบเบ้ปาก “มีเวลาอึ้บเมียมากกว่า อยู่กับคุณใหญ่เปลืองพลังชีวิตชะมัด ถ้าเดียร์จะป่วยก็ป่วยจากคุณใหญ่เนี่ยแหละ ฟ้าสางยังมีหน้าจะมาขออีก” “แหม ทำไงได้ก็เมียพี่ทั้งสวยทั้งแซบนี่ น่ารักว่าง่ายก็เป็น ออดอ้อนก็เก๊งเก่ง แถมหวานไปทั้งเนื้อทั้งตัวอีกต่างหาก” ขณะที่พูดมือไม้ก็ลูบไล้หัวเข่าหญิงสาวไปด้วย หูตาเขาพราวระยับ และ ณรันดาก็เกลียดนัยน์ตาคมวาวคู่นั้นเสียเหลือเกิน “พอได้แล้วค่ะ เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิด” เธอปัดมือเขาออก ก่อนสอดส่ายสายตามองหาคริส เนื่องจากพอเขาตอบคำถามเธอเสร็จก็เดินหายไปทางไหนไม่รู้ “นี่ จะทำแบบนี้จริงๆ เหรอ คิดดีแล้วหรือยัง เดียร์ใช้โอกาสครั้งที่สองทางการแสดงหมดไปแล้วนะ แม้ว่าพี่จะมีเงินแต่ก็ซื้อจิตใจใครให้มารักมาชื่นชมเมียตัวเองไม่ได้หรอก” และดูราวกับว่าอธิปจะล่วงรู้จิตใจเธอ ณรันดาจึงหันมาพูดกับเขาอย่างตัดใจ “ปล่อยให้เดียร์ทำแบบนี้เถอะค่ะ เดียร์เองก็อยากเป็นฝ่ายมอบโอกาสให้คนอื่นบ้าง หากโอกาสนั้นมันจะมีความหมายต่อเขามากกว่าเดียร์ อีกอย่างเดียร์ก็บรรลุความฝันที่ตั้งใจทำให้แม่ ทั้งยังได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว... การลาจอครั้งนี
สะโพกผายตอบรับแรงกระแทกกระทั้นหนักหน่วงนั้นอย่างเต็มใจ ร่างกายทรยศต่อเธอโดยสิ้นเชิง เสียงครางต่ำในลำคอของเขาบอกชัดว่าณรันดาไม่ควรขัดอารมณ์ “คุณใหญ่คะ พอเถอะ” ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระณรันดาก็แย้งอีก แต่ทว่าร่างกายเธอกลับรู้สึกเสียวซ่านสุขสม ไม่นานจากเสียงห้ามก็กลายเป็นเสียงครวญ เรียวขาเพร
หลังจัดงานแถลงข่าวไปเมื่อวาน ผู้คนทั้งวงการต่างหลั่งไหลมาแสดงความเสียใจกับเธอ ทุกคนเวทนาที่หญิงสาวอายุเพียงแค่นี้ต้องประสบพบเจอชะตากรรมไม่คาดฝัน หลายคนในนั้นเชื่อว่ามันเป็นความสำเร็จที่ต้องคำสาป โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ต่างพากันวิพากวิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ เช่นว่าเธออุตริไปทำสัญญากับซาตาน “
“ระยะสุดท้าย เธอมีเวลาไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยเดียร์ ไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้เลยจริงๆ” มนต์ชนกที่เคยเข้มแข็ง ทำตัวแข็งแกร่งเพื่อเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ มาถึงตอนนี้เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ คนโชคร้ายจึงต้องเลือกเป็นฝ่ายที่เข้มแข็งเสียเอง “ไม่เป็นไรน้ำ มากอดกัน ถ้าชีวิตม
“ทำไมต้องขอโทษ ทุกวันนี้ฉันมีรายได้ต่อเดือนมากกว่าช่วยทำฟาร์มให้ที่บ้านทั้งปีเสียอีก ส่วนเธอ เธอคือนางเอกอันดับหนึ่งของประเทศ เธอโด่งดังกว่านางเอกทุกคนในรอบสิบปี และนี่เป็นทางที่เราสองคนยินดีที่จะเดิน เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดอะไรมากอีกเลยนะ ใช้ชีวิตให้เต็มที่ และอย่าลืมดูแลสุขภาพเท่านั้นก็พอ”พูดจบมนต์
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






