Masuk
14 วัน ขอรักฉันคืน
: บทที่ 1ท่ามกลางแสงแฟลชเจิดจ้าราวกับเวลากลางวัน เดียร์น่า ณรันดา ดาราสาวที่กำลังโด่งดังคับฟ้าจากบทนางเอกละครฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง กำลังเดินเฉิดฉายอวดโฉมสะคราญตาในเดรสสีพิงค์แชมเปญอยู่บนพรมแดงพร้อมด้วยรางวัลทางการแสดงชิ้นล่าสุดของเธอ เสียงเรียกชื่อดาราสาวจากเหล่าช่างภาพดังกึกก้อง ทำเอาบรรดาเซเลปคนอื่นๆ ไม่กล้าเข้าไปทาบรัศมี นาทีนี้ทุกคนต้องยอมยกพื้นที่สื่อให้กับตัวแม่อย่างเธอเพียงเท่านั้น
แต่จังหวะหนึ่งในขณะที่ดาราสาวกำลังโพสต์ท่าถ่ายรูปโชว์รางวัลดาราทองคำ แล้วยิ้มโปรยเสน่ห์ไปรอบๆ อาการหน้ามืดก็ตรงเข้าเล่นงานแบบไม่ทันตั้งตัว เธอโงนเงนจนเกือบล้มลงไปกองกับพื้น ดีที่มนต์ชนกซึ่งเป็นทั้งผู้จัดการส่วนตัวและเพื่อนสนิทปรี่เข้ามารับร่างบางไว้ได้ทัน จากนั้นดาราสาวจึงถูกนำตัวออกมาท่ามกลางเสียงตะโกนถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงจากบรรดาช่างภาพที่ดังระงม
“เดือนนี้เป็นลมในงานใหญ่ๆ เกือบครบทุกงานแล้วนะเดียร์ หมอนัดไปฟังผลหลังตรวจประจำปีก็ยังไม่ยอมไปอีก งานน่ะเอาไว้ทำทีหลังก็ได้ พักดูแลตัวเองก่อน” มนต์ชนกบ่นเสียงเขียว แต่คนที่กำลังถูกหิ้วปีกพามาขึ้นรถยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง
“จะเสียเวลาไปหาหมอทำไมกัน ไปทีไรก็บอกเหมือนเดิมทุกครั้ง ไอ้นั่นเกินมานิด ไอ้นี่ขาดไปหน่อย และฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่น้ำ เดือนนี้งานเยอะเลยมีเวลานอนน้อยไปหน่อยแค่นั้นเอง”
“งั้นเมื่อคืนทำไมถึงนอนดึก เธอทำอะไรอยู่ ฉันโทรไปย้ำตั้งหลายครั้งแล้วว่าให้รีบเข้านอนเพราะวันนี้มีงานใหญ่” ผู้จัดการสาวจอมเฮี้ยบหันมาคาดคั้น แต่ณรันดากลับอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบ คนมองเลยได้แต่ถอนหายใจพลางส่ายหน้า
“อย่าบอกนะว่าคิดมากเรื่องคุณอธิปอยู่อีก เธอกับเขามันเหมือนอยู่กันคนละโลกไปแล้ว จำเอาไว้” แม้ปากจะบ่นแต่สายตากลับเต็มไปด้วยความห่วงใย
ห้าปีก่อนถึงใครต่อใครจะพากันลืม แต่เธอและณรันดายังคงจดจำความผิดพลาดครั้งใหญ่ของตัวเองได้อย่างแม่นยำ
เธอคือผู้สมรู้ร่วมคิดพาเจ้าสาววัยกระเตาะของอธิปหนีงานแต่งงานวันนั้นมาเพื่อมาออดิชัน และจากวันนั้นชีวิตของณรันดาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ชนิดพลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว สาวน้อยแสนสวยที่มากพรสวรรค์ทางการแสดงเติบโตขึ้นกลายเป็นดาวจรัสฟ้า และขาดการติดต่อกับอดีตเจ้าบ่าวนับแต่วันนั้น
เขาไม่ยอมยกโทษให้เธออีกเลย ชายหนุ่มก้าวขึ้นกุมบังเหียนสืบทอดอาณาจักรธุรกิจของครอบครัว สานต่องานของเขาเช่นกัน เขากลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในแวดวง และตัดสินใจลืมรักแรกในอดีต ลบเลือนความรักแสนบริสุทธ์กับเด็กสาวในอุปการะของบิดา เด็กสาวหน้าสวยจิตใจดีที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นจากพี่ชายอย่างเขา
“ฉันได้ข่าวมาว่าเขากำลังจะแต่งงานกับสาวสวยทายาทบริษัทอสังหารายใหญ่ของเอเชีย เธอเป็นช่างภาพอิสระ แต่ยอดผู้ติดตามในไอจีมากพอๆ กับฉัน แต่ผู้ติดตามทั้งหมดนั้นคือชาวต่างชาติ พูดง่ายๆ ว่าเธอเป็นที่รู้จักมากกว่าฉันในวงกว้าง” คนขี้หึงอดเปรียบเทียบไม่ได้
มนต์ชนกเลยยิ่งต้องถอนหายใจ “จะสนใจไปทำไมในเมื่อสุดท้ายเขาก็ได้แค่ผู้ชายที่เธอทิ้งไปครอง” คนพูดไม่รู้จะปลอบยังไง มือข้างหนึ่งจึงเอื้อมไปตบไหล่เพื่อนสนิท
“ใช่ ฉันทิ้งคุณใหญ่ไปเพื่อจะได้รางวัลดาราทองคำในวันนี้ แต่พอได้มันมาแล้วทำไมฉันถึงยังเสียดายเขาอยู่อีก... นี่น้ำ เขากำลังจะหลุดมือฉันไปตลอดกาลแล้วใช่ไหม” ดวงตาคู่สวยจับจ้องคนนั่งข้างๆ อย่างเว้าวอน และอีกฝ่ายก็พยักหน้า
“ยอมรับมันเสียเถอะเดียร์ มันเป็นสิ่งที่เธอเลือกแล้ว เธอเลือกเส้นทางชีวิตในวันนี้แทนการแต่งงานกับเขาเมื่อห้าปีก่อน ทางเดียวที่ทำได้คือต้องตัดใจ”
จบประโยคนั้นณรันดาก็ได้แต่ทอดถอนใจ เธอมองออกไปภายนอกหน้าต่าง แววตาเศร้าสร้อย แต่เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์สายหนึ่งก็ดังขึ้นทำลายความเงียบเสียก่อน
“คุณน้ำ ฝากบอกเดียร์น่าด้วยว่าตอนนี้พวกเรามากันครบแล้ว รีบพาเธอมาส่งด่วน ฉันรอฉลองให้เพื่อนรักอยู่” ปลายสายตะโกนแข่งกับเสียงเพลงจังหวะสนุกสนาน เสียงแก้วเชมเปญดังกระทบกัน และผู้คนหลากหลายกำลังส่งเสียงเฮฮาดังลอดออกมาจนคนข้างนอกได้ยิน
มนต์ชนกรับสายแล้วก็ได้แต่อือออไปตามเรื่อง แม้จะรู้สึกไม่ถูกชะตากับวริตานัก แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นเพื่อนนักแสดงที่สนิทสนมกับณรันดามาตั้งแต่เข้าวงการ ทั้งยังตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกัน ทำให้เธอไม่มีทางเลือก
“ริต้ารอฉลองให้เธออยู่ที่บลูสกาย จองโต๊ะที่ดีที่สุดไว้ให้ ถ้าจะไปก็เปลี่ยนชุดเลยฉันเตรียมมาไว้ให้แล้วที่หลังรถ แต่คืนนี้ห้ามกลับดึกนะเพราะพรุ่งนี้ฉันจะมารับไปพบหมอแต่เช้า”
“อ้าว แล้วเธอจะไม่ไปกับฉันด้วยเหรอ บางทีฉันก็เบื่อปาร์ตี้หนักๆ กับริต้าเหมือนกันนะ เปลืองพลังงานชะมัด”
“ไม่เอาล่ะ เบื่อปั้นหน้า แต่สำหรับเธอจะถือว่าคืนนี้เป็นคืนปล่อยผีก็ได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลับห้องไปนอนคิดมากเรื่องคุณอธิปอีก” มนต์ชนกจัดแจง โดยคนฟังก็เห็นดีด้วย แต่กระนั้นเพื่อนสาวก็ยังไม่วางใจ
“ทำตัวเหงาหงอยเศร้าสร้อย ทั้งที่วันนี้เป็นวันดีของเธอ มันไม่สมกับเป็นนางเอกเจ้าบทบาท สาวน้อยขี้เล่นจอมทะเล้นอย่างเธอเลยนะ ปล่อยวางบ้างเถอะเดียร์ แล้วใช้ชีวิตให้สนุก ให้คุ้มค่ากับสิ่งที่เธอต้องแลกมา และถ้าไม่ไหวหรือเกิดอาการไม่ดีขึ้นมาอีก โทรเรียกฉันได้ตลอดเวลา” คนพูดให้สติ แต่หญิงสาวมีพลังชีวิตน้อยเหลือเกิน เธออ่อนล้าเกินกว่าจะสร้างพลังบวกให้ตัวเอง อดไม่ได้จึงหวนกลับไปคิดถึงช่วงเวลาดีๆ ในวันวานอีก
“ถ้าวันนั้นเราสองคนไม่หนีมา ป่านนี้เธอคงได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว บริหารฟาร์มที่ตัวเองรัก ไม่ต้องพบเจอผู้คนวุ่นวายวกวนอยู่แบบนี้... ส่วนฉันก็คงได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของอัศวกุลต่อไป แม้จะดูเป็นชีวิตที่ว่างเปล่า แต่มันก็สุขสบาย ฉันขอโทษที่ทำให้เรามีชีวิตที่แสนวุ่นวายในวันนี้นะน้ำ” ณรันดายังคงรู้สึกผิด แต่เพื่อนสนิทรีบส่ายหน้า
หลังจัดงานแถลงข่าวไปเมื่อวาน ผู้คนทั้งวงการต่างหลั่งไหลมาแสดงความเสียใจกับเธอ ทุกคนเวทนาที่หญิงสาวอายุเพียงแค่นี้ต้องประสบพบเจอชะตากรรมไม่คาดฝัน หลายคนในนั้นเชื่อว่ามันเป็นความสำเร็จที่ต้องคำสาป โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ต่างพากันวิพากวิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ เช่นว่าเธออุตริไปทำสัญญากับซาตาน “พูดกันไปทั่ว หนักสุดพากันบอกว่าเธอประสบความสำเร็จตามที่หวังแล้วจึงต้องสังเวยชีวิตให้กับปีศาจ เหมือนข่าวลือของพวกคนดังมากพรสวรรค์ในต่างประเทศที่ต้องจบชีวิตโดยไร้เหตุผล” มนต์ชนกกลอกตาใส่หน้าจอก่อนวางมันลงบนโต๊ะข้างเตียงดาราสาว แต่คนที่นอนอยู่กลับไม่ได้ครุ่นคิดกังวลถึงเรื่องนั้น เธอค่อยๆ เลื่อนอ่านข่าวตัวเองไปทีละหน้า แต่ก็เกิดสะดุดตากับเนื้อหาในหน้าเพจหนึ่ง ‘ระหว่างที่นางเอกดังป่วย เพื่อนสาวคนสนิทก็ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ริต้า วริตาถูกแจ้งจับเป็นคดีความใหญ่โตจากบรรดาไฮโซและเพื่อนร่วมวงการหลายคนที่ถูกเธอตุ๋นเสียเปื่อย สูญเงินมูลค่ารวมกว่าห้าร้อยล้านบาท เจ้าทุกข์รายหนึ่งไหวตัวทันรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดำเนินการเข้าจับกุมก่อนริต้าจะขึ้นเครื่องหนีออกนอกประเทศ... ล่าสุดเจ้าตัวยอมรั
“ระยะสุดท้าย เธอมีเวลาไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยเดียร์ ไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้เลยจริงๆ” มนต์ชนกที่เคยเข้มแข็ง ทำตัวแข็งแกร่งเพื่อเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ มาถึงตอนนี้เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ คนโชคร้ายจึงต้องเลือกเป็นฝ่ายที่เข้มแข็งเสียเอง “ไม่เป็นไรน้ำ มากอดกัน ถ้าชีวิตมันจะเป็นแบบนั้นเราก็ต้องเตรียมตัวรับมือ” คนพูดพยายามเก็บกลั้นก้อนสะอื้นไว้ในอก รู้ดีว่าถ้าเธอเอาแต่ฟูมฟายทุกอย่างจะยิ่งเลวร้ายมากขึ้น “มันต้องไม่จบแบบนี้สิ ทุกอย่างที่เราทำมาด้วยกันมันต้องไม่จบแบบนี้” มนต์ชนกยังคงปลงไม่ตก แต่เพียงไม่นานจึงค่อยคิดได้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาอ่อนแอ เธอต้องเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้เพื่อน แต่อย่างน้อยยังเบาใจได้ว่าณรันดายังมีกำลังใจที่ดี “ถ้าฉันต้องตายเร็วๆ นี้จริงๆ เราคงเลี่ยงงานแถลงข่าวไม่ได้สินะ” คนพูดมองออกไปภายนอกหน้าต่าง แม้แต่ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม “เลี่ยงไม่ได้เด็ดขาด เพราะเธอเป็นข่าวดังตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ดาราสาวเป็นลมกลางผับ ดีที่นักธุรกิจหนุ่มไฮโซช่วยไว้ทันเหมือนในหนังรักโรแมนติก” มนต์ชนกรายงานตามพาดหัวข่าว“ไม่รู้นักข่าวเขียนข่าวแ
“ฉันขอมาร์ตินี่ของฉันคืน” อดีตเด็กดื้อจอมเอาแต่ใจตั้งใจจะเอื้อมมือไปแย่งแก้วใบสวยมาจากมือของชายหนุ่ม แต่อธิปไม่ยอมปล่อย เขาจ้องตอบเธอด้วยสายตาเยียบเย็น“ปวดหัวอยู่ไม่ใช่หรือไง ถ้าไม่ห่วงตัวเองก็สั่งเอาใหม่สิ” เขายังคงยึดมันไว้ แต่ณรันดาก็ยังไม่ยอม ห้าปีก่อนถึงเขาจะเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของท่านหัสดินทร์ เพื่อนรุ่นพี่ของแม่ที่รับเธอมาอุปการะตั้งแต่ตอนแปดขวบ แต่อธิปก็ไม่เคยขัดใจเธอ เธอเติบโตขึ้นในอาณาจักรผืนดินกว้างใหญ่ไพศาลของที่นั่นด้วยความรักความทะนุถนอมจากทุกคน“ก็นี่มันแก้วของฉันนี่ ฉันจะเอาแก้วนี้ ฉันจะเอาของของฉันคืน”“มันไม่ใช่ของของคุณ” อธิปเค้นเสียงลอดไรฟัน “และถ้าคุณเอาไปดื่มต่อก็เท่ากับคุณจูบผมทางอ้อม คุณอยากจูบผมงั้นเหรอ จูบผู้ชายที่ไม่ใช่ของของคุณ ผู้ชายที่ไม่ได้เป็นของคุณแล้ว ถึงได้ทู่ซี้แบบนี้” ท้ายประโยคเขายั่วยิ้ม อดฟิวส์ขาดใส่ยายตัวแสบไม่ได้ ความโกรธความไม่พอใจแต่ครั้งก่อนไม่รู้ไหลบ่ามาจากไหนจนท่วมท้นหัวใจห้าปีก่อนยายเด็กคนนี้ทำเอาเขาแทบไม่เป็นผู้เป็นคน เธอกับเด็กสาวจากไร่ข้างๆ รวมหัวกันหนีออกจากบ้านก่อนงานแต่งงานจะเริ่มเพียงสองชั่วโมง นับจากนั้นเขาก็สาป
“ทำไมต้องขอโทษ ทุกวันนี้ฉันมีรายได้ต่อเดือนมากกว่าช่วยทำฟาร์มให้ที่บ้านทั้งปีเสียอีก ส่วนเธอ เธอคือนางเอกอันดับหนึ่งของประเทศ เธอโด่งดังกว่านางเอกทุกคนในรอบสิบปี และนี่เป็นทางที่เราสองคนยินดีที่จะเดิน เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดอะไรมากอีกเลยนะ ใช้ชีวิตให้เต็มที่ และอย่าลืมดูแลสุขภาพเท่านั้นก็พอ”พูดจบมนต์ชนกก็ส่งเธอลงตรงหน้าคลับชั้นสูง ก่อนให้คนรถขับไปส่งเธอต่อที่บ้าน แล้วค่อยวนกลับมารับดาราสาวอีกที...ณรันดาเปลี่ยนชุดเป็นเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีเบจความยาวเหนือเข่า เครื่องประดับสีทอง รวบผมสีน้ำตาลอ่อนเป็นมวยหลวมๆ ทิ้งปอยผมบางส่วนตกลงมาระร่องอกอวบอิ่มเธอสวมส้นสูงแปดนิ้วแบบเปลือยสีเดียวกับเครื่องประดับ ส่งให้เรียวขาขาวผ่องเพรียวสวยและมีสะโพกผายกลมกลึงสายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่เธอทันที แทบทุกคนมองอย่างชื่นชม ผู้ชายโดยมากล้วนหลงเสน่ห์เธอตั้งแต่แรกเห็น ณรันดายิ้มทักทายทุกคนโดยไม่มีใครกล้าแสดงท่าทีคุกคาม“แหม กว่าจะมาได้ เธอปล่อยให้หุ้นส่วนคนใหม่ของฉันคอยเก้อ” วริตาเห็นหญิงสาวก็รีบเดินเข้ามาคล้องแขนแล้วพามาที่โต๊ะ ผู้คนในนั้นล้วนเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีในแวดวงชั้นสูง“โครงการนี้เป็นรีสอร์ตหรูฝั่งทะเลอั
14 วัน ขอรักฉันคืน : บทที่ 1ท่ามกลางแสงแฟลชเจิดจ้าราวกับเวลากลางวัน เดียร์น่า ณรันดา ดาราสาวที่กำลังโด่งดังคับฟ้าจากบทนางเอกละครฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง กำลังเดินเฉิดฉายอวดโฉมสะคราญตาในเดรสสีพิงค์แชมเปญอยู่บนพรมแดงพร้อมด้วยรางวัลทางการแสดงชิ้นล่าสุดของเธอ เสียงเรียกชื่อดาราสาวจากเหล่าช่างภาพดังกึกก้อง ทำเอาบรรดาเซเลปคนอื่นๆ ไม่กล้าเข้าไปทาบรัศมี นาทีนี้ทุกคนต้องยอมยกพื้นที่สื่อให้กับตัวแม่อย่างเธอเพียงเท่านั้นแต่จังหวะหนึ่งในขณะที่ดาราสาวกำลังโพสต์ท่าถ่ายรูปโชว์รางวัลดาราทองคำ แล้วยิ้มโปรยเสน่ห์ไปรอบๆ อาการหน้ามืดก็ตรงเข้าเล่นงานแบบไม่ทันตั้งตัว เธอโงนเงนจนเกือบล้มลงไปกองกับพื้น ดีที่มนต์ชนกซึ่งเป็นทั้งผู้จัดการส่วนตัวและเพื่อนสนิทปรี่เข้ามารับร่างบางไว้ได้ทัน จากนั้นดาราสาวจึงถูกนำตัวออกมาท่ามกลางเสียงตะโกนถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงจากบรรดาช่างภาพที่ดังระงม “เดือนนี้เป็นลมในงานใหญ่ๆ เกือบครบทุกงานแล้วนะเดียร์ หมอนัดไปฟังผลหลังตรวจประจำปีก็ยังไม่ยอมไปอีก งานน่ะเอาไว้ทำทีหลังก็ได้ พักดูแลตัวเองก่อน” มนต์ชนกบ่นเสียงเขียว แต่คนที่กำลังถูกหิ้วปีกพามาขึ้นรถยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง“จะเสียเวลาไปหาหม







