Share

18 อีกครั้ง
18 อีกครั้ง
Penulis: เฟยเทียน / เงาจันทราสีหมึก / กัญญ์ญาภัค

บทที่ 1

ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามและสายฟ้าแลบเป็นสายยาวตัดกับท้องนภายามราตรี เมฆฝนสีดำทะมึนได้ปกคลุมเมืองตงหนานเอาไว้ราวกับลางร้ายบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน สายฝนกระหน่ำตกลงมาราวกับต้องการชะล้างทุกสิ่งบนโลกใบนี้ กลิ่นชื้นเย็นของคอนกรีตเก่าลอยปะปนอยู่ในอากาศ ขณะที่แสงนีออนสีแดงจากร้านรวงริมถนนสะท้อนผ่านแอ่งน้ำบนพื้นเป็นริ้วพร่าเลือนคล้ายคราบเลือด

เหอหลิงซีในวัยยี่สิบแปดปีปั่นจักรยานฝ่าสายฝนกลับหอพักหลังเลิกงานกะดึกจากห้องนิติเวชของโรงพยาบาลประจำมณฑล เสื้อกันฝนสีหม่นปลิวไหวไปตามแรงลมเย็นจัด ล้อจักรยานบดผ่านแอ่งน้ำส่งเสียงครืดคราดเป็นระยะ ส่วนกระเป๋าเอกสารด้านหน้ารถก็สั่นโยกไปมาตามสภาพถนนขรุขระ

แม้จะทำงานด้านนิติเวชมาหลายปี แต่หลิงซีก็ยังไม่ชินกับคืนฝนตก โดยเฉพาะหลังจากชันสูตร “ศพจมน้ำ” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเผลอยกมือขึ้นแตะเพจเจอร์สีน้ำเงินที่ห้อยอยู่ตรงลำคอโดยอัตโนมัติซึ่งสิ่งนี้เป็นของขวัญวันเกิดอายุครบสิบแปดปีจากแม่

ที่แม้ตอนนี้มันจะเก่าและแทบใช้งานไม่ได้แล้ว แต่เธอก็ยังพกติดตัวเสมอ ราวกับว่ามันคือสิ่งเดียวที่เชื่อมเธอเอาไว้กับความทรงจำในอดีต

ขณะที่สายฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ หลิงซีจึงได้ตัดสินใจเลี้ยวจักรยานเข้าตรอกแคบด้านหลังตลาดเก่าเพื่อหวังใช้เป็นทางลัดกลับหอพักให้เร็วที่สุด

แต่ยังไม่ทันถึงกลางตรอก... หูของเธอก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นท่ามกลางสายฝน ซึ่งมันเป็นเสียงหอบหายใจที่ทั้งสั่นเครือ แผ่วเบา และเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ฉับพลันมือที่จับแฮนด์จักรยานของเธอพลันชะงักค้างไปในทันที... ร่างกายของหญิงสาวแข็งค้าง ก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาต้นเสียงที่ได้ยิน

เปรี้ยง!!!

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นขึ้นอย่างกะทันหัน สายฟ้าสีขาวสว่างวาบฉีกผ่านท้องฟ้ามืดครึ้ม ก่อนแสงนั้นจะสะท้อนผ่านแอ่งน้ำบนพื้นตรอกเพียงเสี้ยววินาที และในชั่วขณะสั้น ๆ นั้นเอง… หลิงซีก็เหมือนเห็นเงาร่างของใครบางคนไหววูบอยู่ลึกเข้าไปในความมืด

ลมเย็นจัดพัดกรูผ่านตรอกแคบจนป้ายสังกะสีเก่าเหนือศีรษะกระทบกันเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดฟังดูน่าขนลุก น้ำฝนที่ไหลจากหลังคาเก่าหยดลงพื้นดังติ๋ง… ติ๋ง… ติ๋ง… สอดประสานไปกับเสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ดังขึ้นอีกครั้ง

“ชะ…ช่วย…”

เสียงนั้นสั่นเครือราวกับเจ้าของเสียงกำลังหวาดกลัวจนถึงขีดสุด หลิงซีรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ เธอค่อย ๆ แตะเบรกจักรยานอย่างช้า ๆ ก่อนที่ล้อหน้าของมันจะส่งเสียงเสียดสีกับพื้นที่เต็มไปด้วยน้ำเบา ๆ ขณะที่สายตากวาดมองเข้าไปในตรอกมืดเบื้องหน้าอีกคำรบ

เปรี้ยง!!!

ฉับพลัน... สายฟ้าอีกสายได้ผ่าลงมาจนฟ้าสว่างวาบและครั้งนี้ทำให้เธอได้เห็นภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น ห่างออกไปไม่ไกลในตรอกมืดมีร่างของชายคนหนึ่งกำลังนอนอยู่บนพื้นในสภาพสะบักสะบอม เสื้อผ้าสีสดของเขาเปียกชื้นแนบไปกับร่างกาย แต่ที่มันทำให้หลิงซีไม่กล้าหายใจแรงก็คือร่างทั้งร่างของเขาดูเหมือนมันจะมีของเหลวสีแดงไหลเจิ่งนองพื้นไหลปนเปมากับน้ำฝนที่กำลังตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา

หัวใจของผู้ช่วยนักชันสูตรสาวสั่นระรัว สัญชาตญาณที่เธอทำงานด้านความตายมานานสั่งให้เธอขยับเข้าไปดูอาการของคนตรงหน้า แต่ในจังหวะที่หลิงซีกำลังจะก้าวเท้า... แสงสว่างจากฟ้าแลบอีกครั้งกลับเผยให้เห็นเงาร่างสายหนึ่งที่ยืนค้ำหัวของชายหนุ่มคนนั้นอยู่!

เงาร่างสูงโปร่งนั้นยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนราวกับเป็นส่วนหนึ่งของความมืดในตรอกแห่งนี้ เสื้อเชิ้ตสีอ่อนบนร่างของเขาเปียกชื้นเพียงเล็กน้อยจากละอองฝน แต่กลับยังดูสะอาดเรียบร้อยผิดกับสภาพรอบข้างอย่างประหลาด

ร่มสีดำคันหนึ่งถูกพิงเอาไว้ข้างกำแพงเก่า ส่วนปลายนิ้วที่สวมถุงมือสีเข้มกำลังจับใบหน้าของชายที่นอนจมกองเลือดเอาไว้แน่น

หัวใจของผู้ช่วยนิติเวชสาวกระตุกวูบ...

เพราะชายคนนั้นดูเหมือนกำลัง “เย็บ” มุมปากของร่างที่นอนนิ่งอยู่ โดยไม่ต้องบอกเธอก็รู้ได้ว่าร่างนั้นที่เธอเห็นตอนนี้คงหมดลมหายใจไปแล้ว หลิงซีที่เห็นภาพนี้ต่อหน้าพยายามจะยกมือปิดปากของตัวเองแน่น เธอพยายามจะลงจากจักรยานและตั้งใจจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะโทรแจ้งความ

มือของหญิงสาวค่อนข้างสั่นขณะค่อย ๆ ล้วงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าออกมาจากกระเป๋าเสื้อกันฝน เธอพยายามสูดลมหายใจลึกเพื่อบังคับตัวเองให้ตั้งสติ ในฐานะผู้ที่ทำงานอยู่กับความตายเป็นส่วนใหญ่ หลิงซีเคยเห็นศพมานับไม่ถ้วน ต่อให้สภาพน่าสยดสยองกว่านี้เธอก็ยังเคยเจอ แต่สิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวตอนนี้… ไม่ใช่ศพ หากแต่เป็น ‘คนที่กำลังยืนอยู่ข้างศพ’

เปรี้ยง!!!

สายฟ้าฟาดลงมาจนทั่วทั้งตรอกสว่างวาบอีกครั้ง ชายแปลกหน้าค่อย ๆ ดึงด้ายเส้นสุดท้ายผ่านมุมปากของเหยื่อ ก่อนตัดมันออกอย่างไม่รีบร้อน รอยเย็บหยาบ ๆ หลายเส้นดึงริมฝีปากซีดขาวให้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบิดเบี้ยว... รอยยิ้มหลังความตาย

หลิงซีรู้สึกถึงบางสิ่งกำลังตีขึ้นมาถึงลำคอ ปลายนิ้วของเธอกดหมายเลขแจ้งเหตุฉุกเฉินอย่างรีบร้อน แต่เพราะมือเปียกฝนจนสั่น ทำให้เธอกดผิดหลายครั้งติดกัน

ติ๊ด…

ติ๊ด…

เสียงปุ่มกดดังแผ่วเบา แต่ในตรอกอันเงียบงันกลับชัดเจนเสียจนน่าตกใจ เธอชะงักทันที และในวินาทีนั้นเอง... ชายคนนั้นก็หยุดมืออย่างช้า ๆ มันดูช้ามากก่อนจะเงยหน้าขึ้นและตามมาด้วยสายฟ้าสว่างวาบขึ้นอีกคำรบ ใบหน้าของเขาปรากฏชัดกลางสายฝน

ซึ่งใบหน้านั้นดูสุภาพ สะอาดสะอ้าน หล่อเหลาเสียจนดูไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับความตายตรงหน้าได้แม้แต่น้อย แต่ดวงตาคู่นั้นของเขามันกลับว่างเปล่าและเย็นเยียบอย่างน่ากลัว หลิงซีรู้สึกหัวใจหล่นวูบลงไปถึงปลายเท้า

เพราะเธอรู้แล้วว่า... เขาน่าจะเห็นเธอเข้าแล้วท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงตกหนัก แต่ชายแปลกหน้ากลับเพียงมองมายังทิศทางที่เธอซ่อนตัวอยู่อย่างนิ่งงันโดยไม่พูดและไม่ทำอะไร ราวกับกำลังประเมินและกำลังคิดว่า… ควรทำอย่างไรกับ “พยาน” คนนี้

หลิงซีรีบลดตัวลงต่ำข้างจักรยานโดยสัญชาตญาณ ลมหายใจเริ่มถี่รัว เธอกดโทรศัพท์อีกครั้งอย่างลนลาน แต่ทว่า... มันไม่มีสัญญาณ

“บ้าเอ๊ย…”

หญิงสาวกัดฟันแน่น ฝนคืนนี้ตกหนักเกินไปทำให้คลื่นสัญญาณแทบไม่เหลือและแล้ว... เปรี้ยง!!! ฟ้าก็ผ่าลงมาอีก ซึ่งคราวนี้หลิงซีเห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังเดินมาทางเธอ ท่าทางของเขาไม่รีบร้อน ไม่ตื่นตระหนก แต่การกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้หัวใจของผู้ช่วยนิติเวชสาวบีบคั้นมากกว่าเดิม

ดวงตาของเธอจ้องมองรองเท้าหนังสีดำเหยียบผ่านแอ่งน้ำช้า ๆ ทีละก้าวดัง ฉับ... ฉับ... ฉับ... เสียงนั้นดังสม่ำเสมอท่ามกลางสายฝน ราวกับนักล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้น

หลิงซีรีบลุกขึ้นคร่อมจักรยานทันที หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ‘หนี’ นี่คือคำเดียวในหัวของเธอ... เธอต้องหนีเดี๋ยวนี้! ไวเท่าความคิด หญิงสาวออกแรงปั่นสุดชีวิต ล้อจักรยานหมุนผ่านน้ำฝนกระเซ็นไปทั่วทั้งตรอก เสียงหอบหายใจของเธอดังระงมอยู่ในหู แต่ยังไม่ทันพ้นปากตรอกเล็กแคบอันแสนเปลี่ยว เธอก็ได้ยินเสียงของผู้ชายคนนั้นดังขึ้นจากด้านหลัง

“คุณรู้ไหม…” น้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนดังแทรกสายฝนเข้ามา “ผมเกลียดคนที่ชอบเสแสร้งที่สุด”

หลิงซีเบิกตากว้าง ขาทั้งสองออกแรงปั่นแรงขึ้นกว่าเดิม“โดยเฉพาะคนที่ยิ้ม…” เสียงนั้นยังคงดังตามหลังมา ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่ามันเป็นวิญญาณร้ายที่สลัดยังไงก็ไม่หลุด “ทั้งที่ข้างในเน่าเฟะไปหมดแล้ว” สิ้นเสียงนี้ เสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เปรี้ยง!!!

หลิงซีหันกลับไปมองด้านหลังเพียงเสี้ยววินาที และภาพที่เห็นก็ทำให้เลือดทั้งร่างของเธอเย็นเฉียบ ชายคนนั้นกำลังยืนอยู่กลางตรอก ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แสงฟ้าแลบยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางโดยในมือของเขา… มีเข็มเย็บกระสอบที่ยังเปื้อนเลือดอยู่

ทันใดนั้นเอง...

ล้อจักรยานของหลิงซีก็ไถลไปกับแอ่งน้ำขนาดใหญ่

“กรี๊ด!”

และเพราะการกระทำนี้ก็ส่งผลให้ร่างบางของเธอเสียหลักอย่างรุนแรง จักรยานล้มกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น โทรศัพท์มือถือกระเด็นหลุดมือไปไกล ความเจ็บแล่นขึ้นทั่วร่าง แต่หญิงสาวไม่มีเวลามาสนใจกับความเจ็บปวดในตอนนี้

หลิงซีรีบยันตัวลุกขึ้นทันที เพราะตอนนี้หูของเธอได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ และก่อนที่มันจะตามมาทัน... เธอต้องหนีจากเงื้อมมือของมัจจุราชทางด้านหลังให้พ้น

แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะไม่เข้าข้างเธอแม้แต่น้อย เพราะความเจ็บปวดจากการกระแทกแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลังและหัวเข่า แต่ความหวาดกลัวที่มีมากกว่าทำให้เธอพยายามจะคลานหนี ทว่าเพียงแค่ขยับตัว เงาดำด้านหลังก็ทาบทับลงมาบดบังแสงไฟอันน้อยนิดในตรอกนั้นเสียสนิท

หมับ!

ฝ่ามือหนาที่ยังคงสวมถุงมือเปียกชื้นคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ของหญิงสาว แรงบีบนั้นมหาศาลจนหลิงซีรู้สึกเหมือนกระดูกจะแตก ผู้ช่วยนิติเวชสาวสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้เธอขัดขืน ไวเท่าความคิดเธอใช้ศอกกระทุ้งกลับไปด้านหลังจนสุดแรงพร้อมกับดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง

“ปล่อยนะ! ไอ้ฆาตกร! ช่วยด้วย!”

หลิงซีอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายชะงักเพราะโดนแรงกระแทก สะบัดตัวจนหลุดออกจากการเกาะกุม ตอนนี้เธอไม่สนใจจักรยานหรือโทรศัพท์ที่จมอยู่ในน้ำอีกต่อไป เธอออกตัววิ่งด้วยแรงทั้งหมดที่มี วิ่งฝ่าสายฝนที่ทิ่มแทงใบหน้าจนพร่ามัว โดยมีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ยังคงไล่หลังตามมาติด ๆ ในหัวของหลิงซีตอนนี้ราวกับว่ามีเสียงของเทพเฮยไป๋อู๋ฉางกำลังส่งเสียงเรียก

หญิงสาววิ่งจนไม่ลืมหูลืมตา ใจของเธอกระหวัดนึกถึง เพจเจอร์สีน้ำเงิน ที่ห้อยคออยู่ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวเธอจึงจับมันเอาไว้แน่น ในใจก็ภาวนาถึงมารดาที่จากไปแล้วให้มาช่วยทั้งที่รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

“แม่... ช่วยหนูด้วย!” หลิงซีตะโกนก้องในใจ เพจเจอร์สีน้ำเงินในมือเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง แต่มันคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในวินาทีแห่งความเป็นตายนี้

ในที่สุดหญิงสาวก็วิ่งโผล่พรวดออกจากปากตรอกแคบที่มืดมิดโดยไม่สนแม้แต่จะมองซ้ายมองขวา แสงสว่างจ้าจากถนนใหญ่สาดส่องเข้ามาปะทะดวงตาจนขาวโพลนไปหมด

หลิงซีคิดเพียงว่าต้องไปให้ถึงที่ที่มีคนเห็นเธอ ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นเสียงคำรามของเครื่องยนต์และเสียงบดของล้อรถกับพื้นถนนเปียกแฉะกลับดังขึ้นอย่างกะทันหันทางด้านขวา

เอี๊ยด...!!!

เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหวบาดแก้วหู ร่างผอมบางของ หลิงซีถูกกระแทกเข้าอย่างรุนแรงจนลอยละลิ่วไปกลางอากาศ โลกทั้งใบหมุนคว้าง สายฝนที่ร่วงหล่นดูเหมือนจะหยุดชะงักไปในชั่วพริบตา ก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกเข้ากับพื้นถนนปูนแข็ง ๆ อย่างหนักหน่วง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 134

    “ระยะ?”ชายหนุ่มตอบตามข้อมูลที่มี จากนั้นทั้งลูกศิษย์และอาจารย์ก็ทำงานร่วมกันต่อไปโดยไม่เร็วนัก จากหมายเลขห้าไปยังหมายเลขหก และจากหมายเลขหกไปยังหมายเลขเจ็ด ข้อมูลของแต่ละร่างถูกแยกออกจากกันอย่างเคร่งครัด ไม่มีใครนำสิ่งที่พบในร่างก่อนหน้ามาตั้งเป็นคำตอบล่วงหน้าให้ร่างถัดไป จนกระทั่งผ่านไปหลายร่าง รูป

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 133

    ในทางนิติเวช การพบร่างผู้เสียชีวิตภายในอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ได้หมายความว่าสาเหตุการเสียชีวิตจะต้องเป็น “ถูกไฟคลอก” เสมอไป และสิ่งแรกที่แพทย์นิติเวชต้องตอบให้ได้คือ ผู้เสียชีวิตยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่เกิดเพลิงไหม้หรือไม่ เพราะร่างกายของคนเป็นกับร่างของผู้ที่เสียชีวิตไปก่อนแล้ว ย่อมตอบสนองต่อควันแล

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 132

    คราวนี้คำตอบมาช้ามากกว่าเดิม “ไม่มีครับ”ปลายปากกาของเจ้าหน้าที่หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจดประโยคดังกล่าวลงไปโดยไม่แสดงความเห็น ในเวลาเดียวกัน อีกห้องหนึ่ง ผู้รอดชีวิตซึ่งได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลหลังตรวจอาการเบื้องต้นก็กำลังให้ปากคำกับตำรวจเช่นกันชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าที่ใบหน้ายังคงซีด ดวงตาแดงช้

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 131

    ในทางจิตวิทยามีปรากฏการณ์หนึ่งที่เรียกว่า “normalcy bias” (นอร์-มัล-ซี ไบ-อัส) หรืออคติที่ทำให้มนุษย์ประเมินภัยต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะสมองมักใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นหลักในการตัดสินสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหากสถานที่แห่งหนึ่งเปิดกิจการมาสิบปีโดยไม่เคยเกิดไฟไหม้ คนจำนวนหนึ่งจึงไม่ได้คิดว่า “วันนี้อา

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 130

    “นี่แหละคืองานของพวกเขา... และของพวกเรา” สุดท้ายผู้เป็นอาจารย์ก็เลือกกล่าวออกมาเพียงเท่านี้คำพูดสั้น ๆ กลับทำให้ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน เพราะต่างรู้ดีว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามปกป้องเมื่อคืนไม่ใช่อาคารหรือทรัพย์สิน หากแต่เป็นชีวิตของผู้คนที่ไม่มีสิ่งใดสามารถนำมาทดแทนได้ เพราะสำหรับคนที่

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 129

    หลังฟังจบหัวคิ้วของหลัวเหวินโจวก็ขมวดเข้าหากันแน่นขึ้น ก่อนถามต่อ “แล้วมีการเคลื่อนย้ายร่างหรือยังครับ?”“ยังครับ พวกเรายังไม่ได้เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต เนื่องจากสภาพร่างบางส่วนเสียหายอย่างรุนแรง อีกทั้งยังอยู่ใกล้ชิดกันมาก จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่นิติเวชเข้าตรวจสอบก่อนครับ”“ดีครับ” ชายวัยกลางคน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status