Share

บทที่ 2

ความเจ็บปวดมหาศาลปะทุขึ้นทุกอณูขุมขน แขนนิ่งสนิท ขาขยับไม่ได้ กลิ่นคาวเลือดอุ่น ๆ ไหลอาบแก้มปนไปกับน้ำฝนที่เย็นจัด สติที่เหลือเพียงน้อยนิดเห็นภาพเลือนรางของชายร่างสูงเดินออกมาจากมุมมืดของตรอก เขายืนนิ่งมองดูผลงานของโชคชะตาที่แย่งงานตัวเองไปอย่างเลือดเย็น

ทางด้านของหลิงซี ในวินาทีที่ลมหายใจของเธอเริ่มขาดห้วง ทันใดนั้นเอง... เพจเจอร์ที่เธอเคยกำไว้แน่นกลับสั่นสะเทือนอย่างแรง พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ที่ดังแทรกผ่านความมืดมิดในหัวของเธอ

[ตรวจพบจิตวิญญาณที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า]

เธอเบิกตากว้างขึ้นทันที เพราะตอนนี้หลิงซีไม่อาจรู้เลยว่านี่คือความจริงหรือภาพหลอนก่อนตาย แต่เสียงนั้นยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

[ตรวจพบวัตถุเชื่อมต่อสำเร็จ เริ่มต้นการเชื่อมระบบแก้ไขอาชญากรรม]

‘ระบบ…อะไรนะ?’ ความคิดของคนร่างบางเริ่มเลือนราง แต่แล้วภาพของครอบครัวก็พลันผุดขึ้นมาในหัว... แม่ที่ยืนยิ้มอยู่ในครัว พ่อที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ น้องชายที่บ่นเรื่องการสอบ รวมถึงน้องสาวที่แอบกินของในตู้เย็น ทุกภาพชัดเจนจนหัวใจเธอเจ็บแทบขาด ท่ามกลางความคิดเหล่านี้เสียงไร้อารมณ์พลันดังขึ้นอีกครั้ง

[ท่านต้องการมีชีวิตใหม่หรือไม่]

หลิงซีพยายามหายใจ พยายามฝืนสติที่กำลังจมหาย

“ถ้ามันเป็นไปได้…” เสียงของเธอแผ่วเบาราวกระซิบ ไม่รู้ว่าบอกกับตัวเองหรือบอกกับเสียงที่เธอได้ยินอยู่ในหัว

“ฉันอยากย้อนกลับไป... ได้ไหม?”

ทันใดนั้นเอง...

แสงสีฟ้าจากเพจเจอร์ก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง

[ยืนยันเงื่อนไขสำเร็จ... เริ่มต้นการย้อนกลับ เส้นเวลาของโฮสต์: มีนาคม ปี 1998 ก่อนสอบเกาเข่า ก่อนการสูญเสียทั้งหมดเกิดขึ้น]

สิ้นประโยคนี้... หลิงซีพลันรู้สึกว่าทุกสิ่งรอบตัวเธอกำลังแตกสลายคล้ายกับกระจกบานหนึ่งที่กำลังปริแตก เสียงฝนหายไป... เสียงรถหายไปหรือแม้แต่ความเจ็บปวดก็ค่อย ๆ เลือนหาย ก่อนที่ทุกอย่างจะจมลงสู่ความมืดสนิท…

เฮือก!!!

เหอหลิงซีสะดุ้งสุดตัว ลืมตาโพลงขึ้นมาบนเตียงนอน เธอหอบหายใจรัวเร็วราวกับคนเพิ่งรอดชีวิตจากการจมน้ำ เหงื่อเย็น ๆ ไหลซึมตามไรผมจนเปียกชุ่ม เธอรีบตะครุบหน้าอกตัวเอง หัวใจยังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมาด้านนอก

“ฝัน... ฝันไปเหรอ?” เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

แต่แล้วสายตาก็ต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพรอบตัว ห้องนอนปูนเปลือยเก่า ๆ ที่มีโปสเตอร์ดารายุค 90 แปะอยู่บนผนัง กลิ่นไอแดดอ่อน ๆ และเสียงไก่ขันจากบ้านใกล้เรือนเคียงแจ้งเตือนว่านี่ไม่ใช่หอพักในโรงพยาบาลปี 2008 ที่เธอเคยอยู่

“พี่! ตื่นหรือยัง? ถ้ายังไม่ตื่นผมจะกินปาท่องโก๋ส่วนของพี่ให้หมดเลยนะ!”

เสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยทำให้หลิงซีหันขวับไปมองที่ประตู เหอจวิ้นหยาง น้องชายวัย 16 ปี ยืนพิงขอบประตูพลางเคี้ยวซาลาเปาจนแก้มตุ่ย เขาอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายปีหนึ่งที่ดูสะอาดตา สภาพของเขายังเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่ดูเกรียน ๆ ไม่ใช่ชายหนุ่มที่ดูอมทุกข์เหมือนในความทรงจำสุดท้าย

“เสี่ยวเป่า” เธอเอ่ยเรียกชื่อเล่นของน้องชายด้วยน้ำเสียงสะอื้น ทว่าสำหรับคนถูกเรียกกลับหน้ามุ่ยลงทันที

“ผมบอกหลายครั้งแล้วว่าอย่าเรียกชื่อนี้”

แต่สำหรับหลิงซี หล่อนหาได้สนใจคำตัดพ้อนี้ของเขาแต่อย่างใด เนื่องจากเธอกำลังนิ่งค้างอยู่กับสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า สิ่งนั้นคือปฏิทินแขวนผนังนั่นเอง

มีนาคม 1998

เธอย้อนกลับมาจริง ๆ! ย้อนกลับมาในช่วงเวลาที่เธอกำลังเครียดกับการอ่านหนังสือสอบเกาเข่าและเป็นช่วงที่ซินเยว่เองก็กำลังจะสอบเข้ามัธยมปลายในปีนี้

“เป็นไรเนี่ยพี่ใหญ่ ร้องไห้ทำไม อ่านหนังสือจนเพี้ยนไปแล้วเหรอ? หรือกลัวจะสอบนิติเวชศาสตร์ไม่ติด?” เด็กหนุ่มเริ่มใจเสียเมื่อเห็นท่าทางของพี่สาวถึงอย่างนั้นปากก็ยังคงเสียตามเดิม

“พี่ใหญ่คะ! ตื่นแล้วก็ลงมาสิคะ หนูทำน้ำเต้าหู้ไว้ให้แล้ว!”

เสียงใส ๆ ของ ซินเยว่ น้องสาวคนเล็กวัย 15 ปีดังแว่วมาจากชั้นล่าง ปีนี้ซินเยว่กำลังเรียนอยู่มัธยมต้นปีสุดท้าย ก่อนจะขึ้นมัธยมปลาย หลิงซีที่รู้สึกตัวทำให้เธอเกิดความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว เธอจะไม่ยอมให้น้องทิ้งการเรียนกลางคันอีกแล้ว รวมถึงบางทีเธออาจจะช่วยคนในตรอกนั้นได้ไม่ให้ทั้งเธอและเขาต้องตกเป็นเหยื่อเช่นกัน

ไวเท่าความคิด หลิงซีที่ยังไม่เชื่อว่าเรื่องนี้คือเรื่องจริง กำลังกวาดตามองไปรอบห้องนอนของตนอย่างช้า ๆ เมื่อเห็นของสิ่งหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ร่างกายของเธอพลันนิ่งงันไปชั่วขณะ

ก่อนจะใช้มือที่ค่อนข้างสั่นอันเย็นเยียบเอื้อมไปหยิบเจ้าสิ่งนั้นขึ้นมา สิ่งนี้คือเพจเจอร์สีน้ำเงินเครื่องเล็กกระทัดรัดที่เธอเอามาห้อยคอคล้ายเป็นเครื่องราง ย้อนกลับไปในตอนนั้นเครื่องมันไม่ได้มีสภาพใหม่เอี่ยมอย่างตอนนี้

‘ฉันไม่ได้ฝัน’ เธอคิดแล้วลองกดปุ่มด้านหน้าของมัน ทันใดนั้นหน้าจอสีเทาก็ได้แสดงข้อความภาษาอังกฤษสั้น ๆ ว่า “Good Morning” ความทรงจำจากอนาคตในฐานะผู้ช่วยนิติเวชวัย 28 ปีไหลบ่าเข้ามาในสมองอย่างพรั่งพรู เธอรู้เทคนิคการชันสูตร รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือฆาตกรที่เธอเห็นคนนั้น “เขาคือใคร” เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ตัวของหลิงซีก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านขึ้นมา

ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่ดูสุภาพและสะอาดสะอ้านภายใต้แสงฟ้าแลบแวบเข้ามาในหัวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วกระดูกสันหลัง หลิงซีจำดวงตาคู่นั้นได้แม่นยำ มันว่างเปล่าและไร้ความเมตตา แต่ในปี 1998 นี้ เขาคนนั้นอยู่ที่ไหน? เขาเป็นใคร? และที่สำคัญที่สุด... เขาเริ่มแผนการสังหารครั้งแรกไปแล้วหรือยัง? คำถามเหล่านี้เธอไม่มีวันรู้คำตอบเลย

“พี่ใหญ่! เป็นอะไรไปน่ะ หน้าซีดอย่างกับเห็นผี” เสี่ยวเป่า ที่ไม่เห็นคนเป็นพี่สาวตอบเริ่มเดินเข้ามาใกล้พลางยื่นมือหนามาอังหน้าผากคนเป็นพี่

“ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา หรือว่าแอบอ่านตำราผ่าศพจนดึกเลยหลอนไปแล้ว?”

อาการสะดุ้งของเธอทำให้คนเป็นน้องอดตกใจไม่ได้ ‘หรือว่าพี่สาวของเขาจะเจอผีเข้าแล้วจริง ๆ’ คิดมาถึงตรงนี้สีหน้าของเด็กหนุ่มพลันซีดลง แต่แล้วเจ้าตัวก็ตกใจเมื่อจู่ ๆ มืออันเย็นเฉียบของพี่สาวก็จับมือของเขาเอาไว้แน่น

“พี่เกิดอะไรขึ้น!?” เจ้าของมือใหญ่กว่าพี่สาวอดถามไม่ได้ออกมาอีกครั้ง ส่วนหลิงซีเมื่อเธอได้รับความอบอุ่นจากฝ่ามือของน้องชายก็ทำให้เธอเริ่มรับรู้ถึงความจริงในตอนนี้... ว่าเธอไม่ได้อยู่บนถนนที่หนาวเหน็บนั่นลำพังอีกต่อไปแล้ว

“เปล่า... พี่แค่ฝันร้ายน่ะ” เธอบอกพลางสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับอาการสั่น

“เสี่ยวเป่า แม่กับพ่อล่ะ?”

“พี่ลืมเหรอ? แม่ไปบ้านคุณตาตั้งแต่เช้ามืดแล้ว” เด็กหนุ่มเอียงคอมองพี่สาวด้วยความสงสัยระคนมึนงงเนื่องจากเรื่องนี้แม่ได้บอกไว้ก่อนที่พวกเขาจะเข้านอน

“ส่วนพ่อ... พ่อก็ไปเตรียมเรือน่ะสิ วันนี้เห็นบอกว่าคลื่นลมดีจะออกไปวางอวนไกลหน่อย” คนเป็นน้องตอบก่อนจะดึงมือของพี่สาวออกอย่างนุ่มนวลผิดจากการกระทำหุนหันเช่นทุกที จากนั้นเจ้าตัวจึงหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง

“ส่วนพี่ผมว่ารีบไปจัดการตัวเองเถอะ ซินเยว่รอนานแล้ว หากชักช้าระวังเถอะยัยนั่นจะไม่ทำอะไรให้กิน”

เมื่อน้องชายก้าวออกจากห้องไป หลิงซีก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่เช่นเดิม ขณะเดียวกันก็ก้มมองเพจเจอร์สีน้ำเงินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอีกครั้ง สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ของขวัญจากแม่ แต่มันคือ ‘ตัวกลาง’ ที่ดึงเธอกลับมา

ยังไม่ทันที่เธอจะได้ประมวลผลกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทันใดนั้นหน้าจอเพจเจอร์ที่เคยขึ้นว่า “Good Morning” ก็พลันดับวูบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปรากฏตัวอักษรสีฟ้าเรืองแสงที่ค่อย ๆ เลื่อนผ่านหน้าจออย่างช้า ๆ

[ระบบแก้ไขอาชญากรรม: เชื่อมต่อสมบูรณ์ ภารกิจเริ่มต้น: ขัดขวางโศกนาฏกรรมทางน้ำ เวลาคงเหลือ: 02:00 ชั่วโมง คำเตือน: หากล้มเหลว: เหอจื้อเหวินจะได้รับบาดเจ็บสาหัส]

หลิงซีเบิกตากว้าง ‘โศกนาฏกรรมทางน้ำ?’ เธอจำได้แล้ว! ในปีนี้ช่วงเดือนมีนาคม พ่อออกไปวางอวนแล้วเกิดอุบัติเหตุเครื่องยนต์ระเบิดจนได้รับบาดเจ็บเรื้อรังที่ขา เงินเก็บที่มีทั้งหมดต้องถูกนำมาใช้รักษาพ่อจนหมดสิ้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ครอบครัวเหอตกต่ำลง

‘ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด!’ ความคิดนี้ทำให้เธอรีบรวบผมเป็นหางม้าอย่างกระฉับกระเฉงพร้อมกับคิดว่าตัวเองต้องไปที่ท่าเรือเดี๋ยวนี้เพื่อหยุดพ่อไม่ให้ออกเรือ เธอไม่มีเวลามานั่งกลัวฆาตกรที่ยังไม่รู้ชื่อนั่นแล้ว เพราะศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือ “ชะตากรรมของครอบครัว”

“เสี่ยวเป่า! พ่อยังไปไม่ถึงท่าเรือใช่ไหม!” หลิงซีตะโกนลั่นบ้านพลางวิ่งลงบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่ทอดตัวลงไปชั้นล่าง

ชะตาชีวิตใหม่ในเดือนมีนาคม ปี 1998 ของเธอได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และครั้งนี้เธอจะใช้ความรู้จากอนาคตและมือทั้งสองข้างปกป้องครอบครัวเอาไว้ให้ได้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 134

    “ระยะ?”ชายหนุ่มตอบตามข้อมูลที่มี จากนั้นทั้งลูกศิษย์และอาจารย์ก็ทำงานร่วมกันต่อไปโดยไม่เร็วนัก จากหมายเลขห้าไปยังหมายเลขหก และจากหมายเลขหกไปยังหมายเลขเจ็ด ข้อมูลของแต่ละร่างถูกแยกออกจากกันอย่างเคร่งครัด ไม่มีใครนำสิ่งที่พบในร่างก่อนหน้ามาตั้งเป็นคำตอบล่วงหน้าให้ร่างถัดไป จนกระทั่งผ่านไปหลายร่าง รูป

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 133

    ในทางนิติเวช การพบร่างผู้เสียชีวิตภายในอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ได้หมายความว่าสาเหตุการเสียชีวิตจะต้องเป็น “ถูกไฟคลอก” เสมอไป และสิ่งแรกที่แพทย์นิติเวชต้องตอบให้ได้คือ ผู้เสียชีวิตยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่เกิดเพลิงไหม้หรือไม่ เพราะร่างกายของคนเป็นกับร่างของผู้ที่เสียชีวิตไปก่อนแล้ว ย่อมตอบสนองต่อควันแล

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 132

    คราวนี้คำตอบมาช้ามากกว่าเดิม “ไม่มีครับ”ปลายปากกาของเจ้าหน้าที่หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจดประโยคดังกล่าวลงไปโดยไม่แสดงความเห็น ในเวลาเดียวกัน อีกห้องหนึ่ง ผู้รอดชีวิตซึ่งได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลหลังตรวจอาการเบื้องต้นก็กำลังให้ปากคำกับตำรวจเช่นกันชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าที่ใบหน้ายังคงซีด ดวงตาแดงช้

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 131

    ในทางจิตวิทยามีปรากฏการณ์หนึ่งที่เรียกว่า “normalcy bias” (นอร์-มัล-ซี ไบ-อัส) หรืออคติที่ทำให้มนุษย์ประเมินภัยต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะสมองมักใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นหลักในการตัดสินสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหากสถานที่แห่งหนึ่งเปิดกิจการมาสิบปีโดยไม่เคยเกิดไฟไหม้ คนจำนวนหนึ่งจึงไม่ได้คิดว่า “วันนี้อา

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 130

    “นี่แหละคืองานของพวกเขา... และของพวกเรา” สุดท้ายผู้เป็นอาจารย์ก็เลือกกล่าวออกมาเพียงเท่านี้คำพูดสั้น ๆ กลับทำให้ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน เพราะต่างรู้ดีว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามปกป้องเมื่อคืนไม่ใช่อาคารหรือทรัพย์สิน หากแต่เป็นชีวิตของผู้คนที่ไม่มีสิ่งใดสามารถนำมาทดแทนได้ เพราะสำหรับคนที่

  • 18 อีกครั้ง    บทที่ 129

    หลังฟังจบหัวคิ้วของหลัวเหวินโจวก็ขมวดเข้าหากันแน่นขึ้น ก่อนถามต่อ “แล้วมีการเคลื่อนย้ายร่างหรือยังครับ?”“ยังครับ พวกเรายังไม่ได้เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต เนื่องจากสภาพร่างบางส่วนเสียหายอย่างรุนแรง อีกทั้งยังอยู่ใกล้ชิดกันมาก จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่นิติเวชเข้าตรวจสอบก่อนครับ”“ดีครับ” ชายวัยกลางคน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status