Share

บทที่ 7

หลังจากที่พ่อได้จับกระต่ายและซ่อนไว้ก็ได้หันมาเห็นลูกทั้งสองของตน โดยเฉพาะลูกสาวที่ส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบครบทุกซี่ส่งมาให้ พ่อจึงได้รับรู้อย่างแน่ชัดว่าต้องเป็นเพราะลูกสาวของตนเป็นแน่ที่สามารถทำให้ตนและผู้เป็นแม่จับกระต่ายได้อย่างง่ายดาย

“พ่อจ๋า อุ้ม” เมื่อเห็นพ่อเดินเข้ามาใกล้ตนแล้ว ซินซินก็ได้พูดขึ้นกับผู้เป็นพ่อแล้วก็อ้าแขนของตนออกทั้งสองข้าง

“ครับลูกสาวพ่อ แต่ต้องทนเหม็นเหงื่อจากตัวพ่อนะครับ” ฝ่ายผู้เป็นพ่อผู้หลงลูกอยู่แล้วมีหรือจะขัดใจ เขาได้ถอดเสื้อตัวนอกออกเพราะกลัวลูกน้อยจะคันตัวเพราะเขาทำงานในทุ่งนามาทั้งวัน

“ม่ายเหม็นค่ะ” ฝ่ายลูกสาวเมื่อถูกพ่ออุ้มขึ้นมาแล้วก็พูดขึ้น คนทั้งหมดก็พากันเดินกลับบ้านของตน แต่พวกเขาไม่ได้รับรู้เลยว่าในขณะที่พวกเขาจับกระต่ายได้มีสายตาคู่หนึ่งมองตามพวกเขาอยู่ตลอดเวลา เมื่อพวกเขาพากันเดินห่างออก ไปแล้วร่างที่แอบมองอยู่นั้นก็ได้วิ่งตามออกมาเช่นกัน

“จินเป่า หยุด! แฮก ๆ” ร่างที่วิ่งตามมานั้นได้ตะโกนให้จินเป่าหยุดขณะที่พวกของจินเป่ากำลังจะเดินเลยบ้านตระกูลหลง เมื่อได้ยินเสียงที่บอกให้หยุดจินเป่าก็หยุดชะงักลงทันทีด้วยความแปลกใจว่าใครมาเรียกตนกัน

เมื่อหันหลังกลับไปมองก็พบว่าคนที่เรียกตนนั้นเป็นน้องชายต่างมารดาของตน เมื่อจินเป่าเห็นแล้วว่าเป็นใครเขาจึงไม่ได้สนใจอีกและกำลังจะหันหลังให้กับคนคนนั้น

“แหมพี่จับกระต่ายได้ตั้งสองตัวพี่ไม่คิดจะแสดงความกตัญญูกับย่าและปู่บ้างเหรอ” หลงเหวินได้ตะโกนเสียงดังขึ้นถามกับจินเป่า

“ถ้านายอยากแสดงความกตัญญูก็ไปจับเอาเองสิกระต่ายในทุ่งมีเยอะแยะ แล้วอีกอย่างที่บ้านของนายคนก็ตั้งมาก กระต่ายแค่ตัวสองตัวคงไม่พอกินหรอกมั้ง” ฝ่ายพ่อเองก็ไม่ยอมจึงได้โต้เถียงกลับไป

“ใครมาเอะอะหน้าบ้านของฉันกัน ห๊ะ” เสียงร้องแหลมที่ดังมานี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจินเซียงยายย่าทวดมหาประลัย ซินซินอยากจะกลอกตาขึ้นฟ้าแหมช่างโผล่มาได้จังหวะจริง ๆ

“ย่าครับผมเห็นพี่สามจับกระต่ายมาได้ตั้งสองตัวผมก็แค่ถามว่าจะไม่แบ่งมาให้ย่ากับปู่เพื่อแสดงความกตัญญูบ้างเหรอ แค่นั้นพี่สามก็ตอบโต้ผมขึ้นมาว่าให้ผมไปจับเอาเอง” หลงเหวินก็รีบกุลีกุจอมาฟ้องย่าของตน

“แหม ๆ คนบ้านซูนี่ดีนะคะ เคยเข้ามาอยู่บ้านหลงก็ต้องหลายปีพอได้ดิบได้ดีก็ไม่เคยเห็นหน้าเห็นตากันเลย” เสียงจีบปากจีบคอที่พูดออกมาก็คืออี้เหลียน

ที่ตอนนี้ยิ่งมองก็จะยิ่งหาความงามใด ๆ ไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะตั้งแต่ที่ย่าตัดขาดออกมางานทุกอย่างผู้หญิงคนนี้จะต้องเป็นคนทำทั้งหมดก็เลยทำให้ไม่สามารถเอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ ได้เหมือนแต่ก่อนนั่นเอง

เมื่อย่าเยว่จินและพ่อได้ฟังก็ไม่ได้โตเถียงอะไรและก็กำลังจะเดินจากไปอยู่เช่นเดิม ในขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเดินออกมา

“นี่จินเป่า เยว่จิน พวกเธอยังไปไม่ได้นะ ต้องเอากระต่ายที่จับมาได้เอามาให้พวกฉันก่อนสิ” ย่าจินเซียงพูดกับจินเป่า

“ถ้าอยากกินกันมากก็ไปจับกันเอาเองเถอะครับผมไม่ให้ใครทั้งนั้นแหละ อีกอย่างพวกผมก็คนบ้านซูไม่ใช่คนบ้านหลงพวกคุณลืมกันไปหรือเปล่าว่าเราได้ตัดขาดกันมานานหลายปีแล้ว” พ่อก็พูดขึ้นมาอย่างเหลืออดกับความหน้าด้านของคนบ้านนี้

“นี่เยว่จิน หล่อนเลี้ยงลูกของหล่อนมาแบบไหนกันถึงได้ไม่มีความเคารพกับผู้อาวุโสเลย” ย่าทวดปากร้ายก็พูดขึ้นมาอีก

“พ่อจ๋า ย่าจ๋า กลับบ้านเตอะจ๊ะ" ซินซินพยายามจะพูดให้ชัดแล้วนะแต่มันได้แค่นี้จะให้ทำไง

เมื่อทั้งสองได้ยินที่หลานสาวและลูกสาวตัวน้อยพูดก็กำลังจะก้าวเดินจากไปและไม่คิดที่จะสนใจเหล่าคนตรงหน้านี้อีก เมื่อหลงเหวินเห็นว่าพี่ชายต่างแม่ของตนกำลังจะจากไปก็ได้เดินมาดึงแขนของจินเป่าที่กำลังอุ้มซินซินอยู่แล้วกระชากอย่างแรง เป็นเหตุให้ซินซินรีบผวากอดคอพ่อของตนด้วยความตกใจทันที

ด้านจินเป่าเองก็ตกใจไม่แพ้กันเพราะหากลูกรักของเขาตกลงมาอาจจะต้องได้รับบาดเจ็บเป็นแน่ ดังนั้นเมื่อเขาตั้งสติได้แล้วและเห็นว่าลูกสาวตัวน้อยกลัวจนตัวสั่นเขาก็ได้มาปลอบลูกสาวของตนพร้อมลูบหัวลูบหลังไปด้วย

ย่าและพี่ชายของเจ้าตัวน้อยต่างก็ตกใจไม่แพ้กันและรีบเข้ามาดูซินซินด้วยความเป็นห่วงทันที เมื่อเขาทั้งสามเห็นว่า ซินซินปลอดภัยดีแล้วพ่อจึงได้วางซินซินลงกับพื้น ส่วนตัวเองก็ได้เดินเข้าไปหาหลงเหวินที่ยืนอยู่ห่างจากเขาไม่มากนัก

“โอ๊ย พี่ทำบ้าอะไรมาต่อยหน้าผมทำไม” หลงเหวินร้องโวยวายขึ้นมาเพราะเมื่อจินเป่าเดินมาถึงตัวเขาก็เข้ามาชกที่ใบหน้าของเขาโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว

“ก็เป็นการลงโทษที่นายมากระชากแขนของฉันเมื่อกี้จนเกือบทำให้ลูกสาวของฉันตกลงมาไง อยากได้อีกสักหมัดไหม” จินเป่าพูดขึ้นด้วยความโมโห

“ช่วยด้วยจ้า ช่วยด้วย ฆ่าคนแล้ว จินเป่ามันจะฆ่าน้องชายมันแล้ว” เสียงที่ร้องดังแสบแก้วหูตะโกนโหวกแหวกขึ้นมานี้มาจากอี้เหลียนแม่ของหลงเหวินนั่นเอง

ชาวบ้านหลายคนต่างก็ได้ออกมายืนดูคอยชมเรื่องสนุกตรงหน้า เข้าทำนองที่ว่าเรื่องคนอื่นคืองานของเราแต่ถ้ามีเหตุการณ์บานปลายก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่ดี

“เกิดอะไรขึ้นกันล่ะจินเป่า แฮ่ก ๆ” เสียงนี้เป็นเสียงของลุงผู้ใหญ่บ้านที่มีคนวิ่งไปตามเขาว่าจินเป่ากำลังมีเรื่องกับคนบ้านหลงอยู่ เมื่อเขาได้ยินจึงรีบวิ่งมาดู

“ก็คนบ้านหลงนะสิพี่ผู้ใหญ่มาขวางทางพวกเราไม่ให้กลับบ้านและเจ้าหลงเหวินก็ยังมากระชากแขนของจินเป่าที่กำลังอุ้มเจ้าตัวเล็กอยู่ทำให้เจ้าตัวเล็กเกือบจะตกลงมาที่พื้น จินเป่าก็เลยเดินไปชกหน้าของมันหนึ่งทีด้วยความโกรธนี่แหละจ้ะ” คนเป็นย่าของเจ้าตัวเล็กเป็นคนพูดกับผู้ใหญ่บ้านขึ้นมา

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังชุลมุนวุ่นวายกันอยู่ ทางด้านจินเป่ากับหลงเหวินจึงไม่มีใครได้สังเกตเห็นซินซินที่กำลังเดินเตาะแตะมายังอดีตย่ารองจอมวายร้ายนี้ อยากได้เนื้อกันนักใช่ไหม อยากได้ใช่ไหมกระต่ายอะ เดี๋ยวซินซินจัดให้ตามความต้องการ หึ ๆ

“จิวจิว ผงเรียกสัตว์ตัวน้อยเหล่านี้ได้ผลแน่นะซินซินกลัว เห็นผลช้าซินซินเลยโรยไปที่รองเท้าทั้งสองข้างของผู้หญิงเสียงแหลมนี้หมดซองเลย” ซินซินพูดขึ้นมาพร้อมคิดว่าก็อยากจะโรยให้สูงกว่านี้แต่จนใจก็ตัวเตี้ยได้แค่นี้ก็ดีแล้ว

“เทซะหมดซองแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้เรียกมากันยกทุ่งหรอกเพื่อนรัก” จิวจิวตอบกลับมา

“ก็ดีแล้วนิพวกเขาจะได้เนื้อสมใจถ้าจับพวกมันได้ล่ะนะ” ซิน ซินก็ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

จิวจิวก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของเพื่อนตนแต่มันก็ไม่ได้แย้งอะไร ในสายตามันเพื่อนทำอะไรก็ถูกเสมอ เพราะซินซินไม่เคยรังแกใครก่อนนั่นเอง

เมื่อเจ้าตัวน้อยวางกับดักเรียบร้อยแล้วก็ค่อย ๆ เดินเตาะแตะกลับมายืนข้างย่าของตนดังเดิม ทุกการกระทำของซินซินตกอยู่ในสายตาของพี่ชายอยู่ตลอดเวลาแต่ที่เขาไม่ได้ห้ามน้องสาวเพราะคิดว่าน้องสาวคงมีเหตุผลที่จะทำ

ก็ใครใช้ให้น้องสาวฉลาดกว่าเขากันล่ะ ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนก็อ่านหนังสือออกหมดแล้วเขาผู้ซึ่งเป็นพี่ชายหากน้องไม่ทำอะไรที่เกินเลยเขาก็จะพยายามปิดหูหลับตาทำไม่รู้ไม่ชี้ไปก็แล้วกัน

ฝ่ายซินซินที่ย่อมรู้ว่าพี่ชายคิดยังไงก็ได้แต่หันไปยิ้มหวาน ๆ ให้พี่ชายตาใส ประมาณว่าหนูไม่ได้ทำอะไรเลยพี่เชื่อหนูนะ

ตอนนี้ทางด้านบ้านหลงทั้งสามคนต่างก็ไม่ยอมที่จินเป่าเข้ามาชกหน้าหลงเหวินก่อนแม้หลงเหวินจะเป็นฝ่ายผิดที่ไปกระชากแขนจินเป่าก่อนก็ตาม

แต่ลูกสาวของจินเป่าก็ยังไม่ได้รับบาดเจ็บสักหน่อย แต่ตรงกันข้ามกับจินเป่าที่เข้ามาชกใบหน้าหลงเหวินจนมุมปากเริ่มที่จะมีสีม่วง ๆ จากรอยช้ำให้ได้เห็นแล้ว

“ให้ทางคนบ้านซูส่งกระต่ายที่จับได้มาวันนี้ชดใช้แล้วเราจะไม่เอาเรื่อง” เสียงเล็กแหลมของอี้เหลียนพูดขึ้นมา

“ใช่ ๆ ส่งมาทั้งหมดด้วยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งทางการข้อหาทำร้ายร่างกายหลานชายฉัน” เสียงที่ไม่ต่างจากลูกสะใภ้ของตนก็ดังขึ้นมาสมทบ

“จินเป่าจับกระต่ายได้หรือทำไมพวกเราถึงไม่มีใครเห็นกันล่ะ” เสียงชาวบ้านก็พากันพูดขึ้นมาอย่างเอ็ดตะโร

เพราะยุคนี้การจะได้มีเนื้อกินไม่ได้จะมีโอกาสหาได้บ่อย ๆ ซินซินเมื่อได้ยินเสียงชาวบ้านพูดคุยเรื่องที่พ่อเธอจับกระต่ายได้ก็คิดขึ้นมาอย่างรำคาญใจ ถ้าอยากกินกันก็ไปหากันตามโพรงตามรูกันเองจะดีกว่าการใช้ปากพูดไหมคะ

“จิวจิวเก็บกระต่ายเข้ามิติตัวเองก่อนเร็วเข้า เราต้องรีบซ่อนเอาไว้ก่อน” ซินซินรีบสื่อสารกับจิวจิวในหัวของตน

“รับทราบ” หลังจากจบคำของจิวจิวกระต่ายที่อยู่ในตะกร้าทั้งสองตัวก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

จิวจิวเป็นภูตผู้พิทักษ์ต้นไม้และสัตว์พิเศษบางชนิดมีมิติเก็บสิ่งมีชีวิตได้ รวมทั้งสามารถทำการควบคุมเหล่าพืชพันธุ์ ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

ถึงจะได้ขึ้นชื่อว่าผู้พิทักษ์สัตว์แต่ห่วงโซ่อาหารก็ต้องเป็นไปตามนั้น ดังนั้นเจ้าตัวเล็กนี้จึงชอบกินอาหารที่ทำจากเนื้อเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะทอด จะตุ๋น จะย่าง ก็ตาม

ซินซินได้มาดึงขากางเกงของพ่อของตนเพื่อที่เธอจะให้พ่อก้มลงมาคุยกับเธอ เมื่อจินเป่าเห็นลูกสาวตัวน้อยกระตุกขากางเกงตนก็มองด้วยความแปลกใจ ซินซินจึงได้ทำมือให้พ่อนั่งลงเพื่อคุยกับตัวเอง ฝ่ายจินเป่าเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวบอกแล้วก็ได้ยืนตัวตรงขึ้นแล้วหันไปทางคนบ้านหลงพร้อมพูดว่า

“หากในตะกร้าของผมไม่มีกระต่ายและการที่พวกคุณมาหาเรื่องผมพวกคุณจะชดใช้ยังไงกัน” จินเป่าพูดขึ้นมาบ้าง ทางด้านอี้เหลียนและแม่สามีตอนนี้ต่างก็เริ่มลังเลใจขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะเธอสองคนก็ไม่ได้เป็นคนเห็นเองมีแต่อาเหวินที่เป็นคนพูดขึ้นมา

“อย่ามาทำเฉไฉผมเห็นกับตาว่าพี่จับกระต่ายแล้วซ่อนไว้ในตะกร้ามันจะไม่มีได้ยังไง แต่ถ้าหากมันไม่มีจริง ๆ ผมจะไม่เอาเรื่องที่พี่มาชกหน้าผม” หลงเหวินก็พูดขึ้นมาอย่างคน เห็นแก่ตัว

“ลุงผู้ใหญ่มู่เป็นพยานให้ผมด้วยนะครับ” จินเป่าก็หันมาทางผู้ใหญ่บ้านเพื่อให้เป็นพยานในเรื่องนี้

“ได้สิเดี๋ยวลุงเป็นพยานให้ ชาวบ้านที่อยู่ก็ตั้งเยอะคงไม่มีใครกล้าบิดพลิ้วหรอก” ผู้ใหญ่บ้านตอบตกลงและเหล่าชาวบ้านที่อยู่ล้อมรอบก็พยักหน้าตกลง

“เอาตะกร้าไปค้นดูได้เลยตามสบายทั้งสองใบนี้แหละ” จินเป่าก็ได้เป็นฝ่ายยื่นตะกร้าให้กับคนบ้านหลง คนทั้งสามค้นจนถึงกับเทตะกร้าออกมาก็ไม่เจออะไรนอกจากเศษใบไม้และเสื้อตัวนอกของจินเป่าเพียงเท่านั้น

“ข้าว่าแล้วกระต่ายมันจะจับได้ง่าย ๆ ที่ไหนกันเหอะเสีย เวลาพวกเรากลับบ้านใครบ้านมันกันเถอะหมดเรื่องสนุกแล้ว” เสียงหนึ่งในชาวบ้านพูดออกมา แล้วชาวบ้านเหล่านั้นก็ได้แยกย้ายกันไปรวมทั้งผู้ใหญ่บ้านและคนบ้านซูที่เก็บตะกร้าของตนกลับมาแล้วเช่นกัน
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 166

    “มีงานด่วนนะ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ น้องสาวน้องเขยเหนื่อยหรือเปล่าการเดินทางค่อนข้างไกล” ชุนตอบคำถามหลานสาวก่อนหันไปถามน้องสาวและน้องเขยอย่างเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยค่ะ พวกเราไม่ได้นั่งอยู่ข้างนอก” ซูเหมยสำรวจพี่ชายในขณะตอบเมื่อเห็นว่าเขาสุขสบายดีเธอก็วางใจ“เด็ก ๆ เป็นอย่างไรบ้างคะพี่” ซูเหมยถามถึงลูกชา

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 165

    หลังจากซินซินกับมู่หลงเฉินเดินทางกลับมายังมณฑลของตัวเอง เด็กน้อยไท่ไท่ผู้ฉลาดแสนซนก็ได้เข้าโรงเรียนระดับประถมซึ่งเป็นการเข้าเรียนทั้งที่อายุยังน้อยทำให้ครูในโรงเรียนได้ให้เขาทำแบบทดสอบมากมายเด็กชายก็ทำทุกวิชาได้เป็นอย่างดี ที่เป็นอย่างนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับจิวจิวผู้ที่คอยสอนสั่งเด็กน้อยในเร

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 164

    “ครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างมุ่งมั่น“ส่วนของที่อยู่ในซองนี้ พี่จะเก็บรักษาเอาไว้ให้ก่อน เมื่อไหร่ที่นายเติบโตพี่จะมอบมันให้อย่าบอกแม่ของนายล่ะ” มู่หลงเฉินกล่าวกำชับน้องชายพร้อมกับเก็บสิ่งที่อยู่ในซองลงในลิ้นชักตามเดิม“ผมเข้าใจครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างเชื่อฟังในจดหมายของคุณปู่ได้ระบุไว้ทั้งหมดอย่างล

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 163

    “ซินซินลูกเป็นอะไรครับ ทำไมร้องไห้ไม่หยุดเลย” มู่หลงเฉินพยายามกล่อมบุตรชายเท่าไหร่ เขาก็ไม่ยอมเงียบ ชายหนุ่มจึงได้ถามภรรยาสาวอย่างจนใจ“ส่งลูกมาให้ซินซินเถอะค่ะ แล้วพวกเราไปห้องคุณปู่กัน” ซินซินกล่าวออกมาอย่างยากลำบากเพราะรู้ว่าสามีรักผู้เป็นปู่มากขนาดไหน“หมายความว่า” มู่หลงเฉินกล่าวเพียงแค่นั้น หล

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 162

    ทำให้เจ้าหน้าที่ สามสี่คนต้องตกใจตื่น พวกเขามองกันเหลอหลาว่าใครที่มาเรียก แต่ทว่าก็ไม่เห็นตัวคนจึงทำให้พวกเขาพากันขนลุกซู่พร้อมทั้งคิดเหมือนกันว่าพวกเขาน่าจะเจอดีเข้าแล้วและก่อนที่พวกเขาคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ พวกเขาก็เห็นรถของมู่หลงเฉินที่จอดอยู่หน้าประตูโรงพยาบาลทำให้พวกเขารีบออกมาดู และก็ต้องขนต

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 161

    “ซินซินขอโทษนะคะ ที่ทำให้พี่ลำบาก” หญิงสาวกอดชายหนุ่มพร้อมพูดจาออดอ้อนอย่างอ่อนหวาน“พี่เข้าใจน้องครับ” ชายหนุ่มเอามือลูบผมภรรยากล่าวตามจริง แม้ว่าในบ้างครั้งเขาจะรู้สึกเหนื่อยก็ตาม แต่หลังจากคิดได้ว่าการที่ภรรยากำลังอุ้มท้องบุตรของตนนั้นลำบากกว่าเขาตั้งหลายเท่าก็ทำให้เขากลับรู้สึกสงสารหญิงสาวเป็นอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status