Share

บทที่ 2

“แม่ครับ พ่อครับ น้องหายดีหรือยัง” น้ำแสงเริ่มแตกหนุ่มของเด็กชายรูปร่างผอมสูงวัยสิบห้าผู้มีดวงหน้าคมเข้มละม้ายคล้ายคนเป็นพ่อส่งเสียงถามผู้ที่อยู่ด้านในก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึง

“อาชุนมาดูน้องสิลูก พ่อกับแม่ไม่รู้ว่าน้องเป็นอะไรเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว ถามอะไรก็ไม่ตอบ” ผู้เป็นพ่อกล่าวเรียกบุตรชายฝาแฝดคนโตอย่างจนใจ

“น้องเป็นอะไร ร้องไห้ทำไมหรือครับ” น้ำเสียงร้อนใจของเด็กหนุ่มผู้มาใหม่อีกคนถามขึ้นทันที

“น้องรองใจเย็นก่อน เราค่อย ๆ ไปถามน้องสาวกัน” ผู้เป็นพี่ชายฝาแฝดรีบปรามคนเป็นน้องที่เกิดห่างจากตนไม่กี่นาที

“ก็ผมเป็นห่วงน้องนี่” คนเป็นน้องหน้ามุ่ย

“พี่ใหญ่ พี่รอง” คนเป็นน้องสาวผละออกจากอ้อมกอดของพ่อแม่มองมาตามเสียงที่ตนได้ยิน ก่อนเรียกคนทั้งสองน้ำเสียงสะอื้นจากการร้องไห้อย่างหนัก

“เสี่ยวซี น้องเป็นอะไรใครรังแกบอกพี่มา” ผู้เป็นพี่ใหญ่รีบเดินเข้าไปหาพลางเอามือลูบผมผู้เป็นน้องถามเสียงอ่อน

เด็กหญิงเอาแต่ร้องไห้โฮส่ายหัวไปมาพลางจับมือของพี่ชายแน่น “น้องเล็กร้องไห้ทำไมครับ” เด็กหนุ่มผู้เป็นพี่รองเองก็เดินเข้าหาคนเป็นน้องถามไถ่ออกมาบ้าง

ทว่าคนเป็นน้องก็เอาแต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น “เลิกร้องนะครับ ตาบวมหมดแล้ว หากร้องมากกว่านี้น้องจะขี้เหร่เอานะ” หลินชิวโอบไหล่น้องสาวกล่าวกึ่งหยอกกึ่งปลอบ

“อ้าวเป็นอะไรกัน ทำไมไม่ออกมากินข้าว” น้ำเสียงแหบของหญิงผู้เป็นย่าเดินเข้ามาในห้องโดยที่ยังไม่รู้สถานการณ์ด้านใน

‘เสียงนี้ น้ำเสียงของคุณย่ากู้ไม่ใช่หรือ’ หลินซีผู้กำลังมองคนในครอบครัวคิด จากนั้นเธอก็หันไปมองยังต้นเสียงหน้าประตูห้อง

เด็กหญิงรีบลุกขึ้นยืนโดยที่ตัวเธอเซเล็กน้อย แต่ทว่าเจ้าตัวได้รับการช่วยเหลือจากพี่ชายทั้งสองทำให้เธอไม่ล้มลงกับพื้นก่อนที่เธอจะก้าวเท้าเดินไปยังหญิงชราและทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงออกมา

“คุณย่ากู้คะ ฉันขอโทษ ขอโทษที่ทำตัวไม่ดีฮือ ๆ ทั้ง ๆ ที่คุณย่าเป็นคนดีกว่าใคร ฉันขอโทษค่ะ” หลินซีกอดหญิงชราแน่น กล่าวออกมาทั้งน้ำตา

“เสี่ยวซีหลานเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม ย่าไม่เคยโกรธหนูเลยนะลูก” กู้หนิงเอามือหยาบกร้านจากการทำงานหนักของตนตบหลังของเด็กหญิงอย่างปลอบโยน

“หากไม่ใช่เพราะหนูคุณย่าก็จะไม่ตรอมใจ เป็นเพราะหนูเชื่อคนผิด คุณย่าคะ หากว่ามีโอกาสอีกครั้งหนูจะทำตัวดีกับคุณย่า หนูจะไม่เชื่อคนอื่นอีกแล้ว” หลินซีผู้ที่ยังคิดว่าภาพที่ตนเห็นเป็นความฝันกล่าวความในใจของตนออกมา

ทำให้ผู้ที่ได้ยินต่างมีสีหน้ามึนงงไปตาม ๆ กันเนื่องจากพวกเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เด็กหญิงกล่าว ทว่าก็ไม่มีใครคิดขัดเพราะพวกเขาเพียงคิดว่าเด็กหญิงอาจจะฝันร้าย

“ย่าสบายดีนะลูก ย่าไม่ได้เป็นอะไรเลย หนูไม่ต้องเสียใจ ย่าไม่เคยโกรธหนูเลย” กู้หนิงแม้จะงุนงงทว่านางก็ยังคงปลอบเด็กหญิงต่อไป

หลินซีรับรู้ได้ถึงถ้อยคำของย่าทำให้เธอยกยิ้มออกมา ก่อนที่ตัวของเธอจะอ่อนยวบลงและกำลังจะลู่ลงไปกับพื้น

“เสี่ยวซี” หลินไท่รีบถลาเข้าไปรับร่างของลูกสาวทันทีเช่นเดียวกับกู้หนิงที่ยังไม่คลายอ้อมกอดของตนออก

“อาไท่ แม่ว่าพาเสี่ยวซีไปโรงพยาบาลเถอะ เพ้อขนาดนี้ อาการไม่น่าจะดี” หญิงชรากล่าวออกมาอย่างเป็นห่วง

“ครับ” หลินไท่รับคำกับแม่เลี้ยงของตนพร้อมกับรีบอุ้มร่างของบุตรสาวเดินไปที่รถโดยมีภรรยาบุตรชายทั้งสองเดินตามติดออกมาอย่างร้อนใจ

“ย่าครับ ผมจะไปกับพ่อนะครับ” หลินชิวบอกผู้เป็นย่าสีหน้ากังวล

“ไปเถอะ พวกเธอจะไปกันหมดก็ได้นะ ย่าอยู่รอปู่ได้” กู้หนิงกล่าวแววตาแฝงความเป็นห่วงในตัวหลานสาวคนเล็ก

แม้ใจอยากจะตามไปด้วยแต่ไม่อาจทำได้ เนื่องจากผู้เป็นสามีไปส่งมอบตำแหน่งในตัวอำเภอทำให้นางต้องอยู่ที่บ้านเพื่อ รอเขา

“ผมจะอยู่เป็นเพื่อนย่าเองครับ” หลินชุนผู้เป็นพี่ชายคนโตของน้องทั้งสองพูดขึ้น

“ดีแล้วลูก แม่กับพ่อจะได้ไม่เป็นห่วงทางนี้ แม่คะหากรู้อาการเสี่ยวซีแล้วฉันจะรีบกลับมานะคะ” เจียวเหมยบอกแม่เลี้ยงของสามีในระหว่างเดิน

เมื่อสี่คนพ่อแม่ลูกมาถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ หลังจากจอดรถได้พ่อของเด็กหญิงก็รีบอุ้มบุตรสาวไปทางห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที

“ช่วยลูกของผมด้วยครับ เธอเป็นไข้ตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้พอฟื้นขึ้นมาก็เพ้อจนตอนนี้เป็นลมสลบไป” ชายวัยสามสิบกว่าปีรีบบอกกับเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว

“ญาติออกไปรอด้านนอกก่อนนะคะ” น้ำเสียงของพยาบาลบอกกับชายผู้นั้นกับคนที่เดินตามมาอีกสองคน ซึ่งเธอคาดว่าน่าจะเป็นแม่และพี่น้องของเด็กหญิง

หมอเดินเข้ามาตรวจเด็กหญิงก่อนที่จะสั่งให้เธอนอนโรงพยาบาล คนในครอบครัวทั้งสามต่างมองไปยังร่างของเด็กหญิงที่นอนหลับเปลือกตาปิดสนิทใบหน้าซีดอย่างสงสาร

“ผมสงสารน้องสาวจังเลยครับ” พี่ชายคนรองบอกเมื่อเห็นว่าน้องผู้กลัวเจ็บมากที่สุดจะต้องเจาะหลังมือเพื่อให้น้ำเกลือ

“เป็นความผิดของฉันเองที่ไม่คิดว่าลูกจะมีอาการหนักมากขนาดนี้” คนเป็นแม่มีใบหน้าเศร้ากล่าวโทษตัวเอง

“เรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรอกครับ หากจะผิดก็ผิดกันทั้งหมดนั่นแหละ เพราะพวกเราต่างมัวยุ่งแต่กับงานทำให้ละเลยเสี่ยวซีไป” ชายวัยกลางคนกล่าวปลอบภรรยา

“ผมเองก็มัวแต่อ่านหนังสือ หากเมื่อวานแวะเข้ามาดูน้องสักหน่อยน้องสาวคงไม่อาการหนักถึงเพียงนี้” หลินชิวกล่าวออกมาสีหน้าเศร้าหมอง

หลินซีผู้ยังไม่รู้ว่าได้ทำให้ทุกคนเป็นห่วงอยู่นั้น ในตอนนี้เธอคล้ายกำลังเดินหลงทางอยู่ที่ไหนสักแห่ง

“ข้าได้พาเจ้าย้อนกลับมาตามที่คนผู้นั้นได้เอ่ยปากขอร้องเอาไว้แล้ว ในเมื่อเจ้าได้ชีวิตใหม่กลับคืนมาจงใช้ชีวิตให้ดีเล่า” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นกับหญิงสาวผู้ที่กำลังมองซ้ายแลขวาเพื่อหาเจ้าของเสียง

“เจ้ากลับไปได้แล้ว” น้ำเสียงนั้นกล่าวออกมาอีกครั้ง ทำให้ร่างกายของหลินซีที่กำลังหลับตาอยู่นั้นสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นด้วยความตกใจ

“เสี่ยวซี น้องฟื้นแล้ว” หลินชิวที่ฟุบอยู่ข้างเตียงน้องสาวผุดลุกขึ้นยืนเปิดปากอย่างดีใจ

“พี่รอง” น้ำเสียงแหบแห้งดังออกมาจากปากของเด็กหญิง

“น้องดื่มน้ำก่อน หิวไหม แม่กับพ่อกำลังไปหาซื้อของกินอีกเดี๋ยวก็คงมา” เด็กหนุ่มพูดขึ้น

ในขณะจับแก้วน้ำป้อนถึงปากผู้เป็นน้องที่กำลังมองจ้องใบหน้าเขาเหมือนคนไม่เคยเจอกันมานาน

“น้องสาวเป็นอะไร จ้องพี่เหมือนกับไม่เคยเห็น” คนเป็นพี่กล่าวกลั้วหัวเราะน้องน้อย

“พี่รอง เป็นพี่จริงอย่างนั้นหรือคะ” น้ำเสียงของคนถามดีขึ้นหลังจากได้ดื่มน้ำลงคอ

“ไม่ใช่พี่แล้วจะเป็นใครล่ะครับ น้องนอนหลับไปตั้งสามวันทำให้ทุกคนเป็นห่วงมาก หรือว่าน้องจำใครไม่ได้” จากที่เมื่อสักครู่ได้พูดจาหยอกน้องสาวตอนนี้สีหน้าของผู้เป็นพี่ได้แปรเปลี่ยนเป็นกังวลไปเสียแล้ว

“จะ.. จำได้ค่ะ ฉันแค่แกล้งพี่เพียงเท่านั้น” หลินซีกล่าวออกมาติดขัดก่อนที่เธอจะส่งรอยยิ้มบางออกมา

“เฮ้อ! พี่ค่อยโล่งใจหน่อย” ผู้เป็นพี่พูดขึ้นพร้อมกับเอามือลูบผมสั้นเท่าติ่งหูของน้องสาวอย่างอ่อนโยน

“พี่รองฉันอยากไปห้องน้ำค่ะ” คนเป็นน้องบอกพี่ชายพลางดึงผ้าห่มให้พ้นจากร่างของตนก่อนขยับกายเพื่อจะลงจากเตียง

“พี่ช่วยครับ” หลินชิวโอบบ่าเล็กของน้องสาวเพื่อหวังพยุงให้น้องน้อยยืนขึ้น

“ฉันเดินเองได้ค่ะ พี่รองไม่ต้องห่วง” หลินซีมองหน้าผู้เป็นพี่หลังจากยืนได้มั่นคงดีแล้ว

“ให้พี่พาไปไม่ดีเหรอ” ผู้เป็นพี่ถามอย่างลังเล

“ถ้าอย่างนั้นพี่แค่พยุงฉันไปหน้าห้องน้ำก็พอ” หลินซีกล่าวอ่อนใจให้กับความเป็นห่วงของพี่ชายที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาสักกี่ปีเขาก็ยังเป็นเช่นนี้

“ถึงห้องน้ำแล้ว พี่จะรออยู่ตรงนี้นะ” หลินชิวเปิดปากบอกน้องเมื่อถึงหน้าห้องน้ำภายในห้องผู้ป่วยส่วนตัว

หลินซีพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ซึ่งอากัปกิริยาของน้องสาวนั้นช่างดูผิดแผกไปจากแต่ก่อนค่อนข้างมาก หากแต่พี่ชายผู้รักน้องกลับไม่รู้สึกเอะใจใด ๆ ทั้งสิ้น

ภายในห้องน้ำ หลินซีจ้องมองตัวเองในกระจกขุ่นมัวที่ติดผนังด้วยสีหน้าตื่นตะลึงเธอขยับหัวส่ายไปมา

ภาพของคนที่สะท้อนออกมาก็ทำตามตนเช่นเดียวกัน ไม่ว่าเธอจะทำท่าทางแบบไหนคนในกระจกก็ทำตาม

‘สิ่งที่เสียงลึกลับในฝันบอกเรานั้นเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นเหรอ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย’ เด็กหญิงพูดพึมพำกับตัวเองในกระจก
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 114

    ภายในสนามเด็กเล่นประจำชุมชนของหมู่บ้านได้มีเด็กชายคนหนึ่งกำลังนั่งใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าอยู่บนชิงช้า เขาไม่ได้แกว่งไกวเก้าอี้เหมือนเด็กอีกสองสามคนที่เล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน จู่ ๆ ด้านหน้าของเด็กชายก็ถูกเด็กวัยเดียวกันห้อมล้อมถึงสามคน หนึ่งในนั้นกำลังกระชากแขนของเขาเพื่อให้ลงจากเก้าอี

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 113

    หญิงสาวตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมกับคุณย่าผู้อายุมากแต่ยังคงแข็งแรง “ย่าหาคู่ดูตัวมาให้หลานเลือกตั้งหลายคน หลานไม่รู้สึกถูกใจใครบ้างเลยเหรอ ลองดูคนสุดท้ายก่อนดีไหม หากหลานไม่พอใจย่าจะไม่หาให้อีกแล้ว” ผู้เป็นย่าบอกกับหลานสาวอย่างอ่อนใจ “ฉันไปตามนัดก็ได้ค่ะ แต่ย่าต้องอย่า

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 112

    “เอาไว้ฉันจะลองคิดดูอีกที ตอนนี้ได้เวลาที่พวกเธอจะต้องเตรียมตัวแล้ว ไม่อย่างนั้นสามีของคุณ ๆ ทั้งหลายอาจจะมากล่าวโทษฉันที่รั้งตัวเจ้าสาวแสนสวยให้อยู่ตรงนี้” ซุนเหมียวตอบแบ่งรับแบ่งสู้ในขณะเดียวกันก็กล่าวล้อเลียนสหายไปด้วย เสียงเพลงบรรเลงทำนองแว่วหวานดังขึ้น จากนั้นพิธีการต่าง ๆ ก็ดำเนินไ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 111

    คำตอบของหลินซีนำพาให้ลู่หยางรู้สึกดีใจแทนสหายของตนเป็นอย่างมาก “เราไปบอกเขากันครับ” ลู่หยางจับมือหญิงคนรักเพื่อให้เดินเข้าไปด้วยกัน อู๋ท่งหันมาตามเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง ลู่หยางจึงได้ปล่อยมือจากหลินซีกวักมือให้เขาเดินเข้ามาหา “ใครมาเหรอคะ” ฟางเซียนเอ่ยถามเสียงอ่อนห

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 110

    ความโกลาหลได้เกิดขึ้นภายในห้องอีกครั้ง หลินชิวรีบวิ่งย้อนกลับออกไปเพื่อตามหมอ หลินชุนรีบเดินกลับไปโทรบอกทางบ้าน ส่วนลู่หยางไม่สนใจสภาพของตนอีก เขารีบสาวเท้าเดินมาข้างเตียงอย่างรวดเร็ว ฟู่ซินอี๋เองก็เดินมายืนอีกฝั่งเช่นเดียวกัน หลินซีฉีกยิ้มกว้างให้ชายหนุ่มทั้งสองคนก่อนจะมาหยุ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 109

    แม้ใจจะห่วงเพื่อนทว่าแพทย์ที่มาด้วยกันนั้นมีเฉพาะทาง ที่เก่งกว่าเธอหลายคน แต่สำหรับลู่หยางมีเธอเพียงเท่านั้น ‘เซียนเซียนฉันผิดต่อเธอแล้ว หากช่วยเขาให้ปลอดภัยได้ฉันยินดีให้เธอลงโทษ’ชะตาของคนก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เหรอ เธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเพียงเท่านั้น หากตัดสินใจเลือกคนที่รั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status