Share

บทที่ 3

ภายนอกห้องน้ำ ในขณะที่หลินชิวกำลังยืนรอน้องสาวอยู่หน้าประตู เสียงเคาะประตูหน้าห้องผู้ป่วยก็ดังขึ้นก่อนที่จะตามมาด้วยเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าคล้ายกับตน เพียงแต่เด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีไฝใต้ตาซ้ายเช่นเดียวกับเขา

เด็กหนุ่มผู้มาใหม่กวาดตามองไปบนเตียงผู้ป่วยเห็นเพียงแต่ผ้าห่มยู่ยี่ไม่เป็นระเบียบ เขาจึงได้หันหน้ามามองน้องชายแววตาบ่งบอกถึงคำถาม

“น้องสาวอยู่ในห้องน้ำ” เด็กหนุ่มตอบออกมาทันทีเมื่อเห็นสายตาของคนที่เกิดก่อนตนห่างกันเพียงเล็กน้อย

“นานหรือยัง” เด็กหนุ่มถามอย่างนึกสงสัย

“สักพักแล้ว เอ๊ะ! เสี่ยวซีน้องเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ผู้เป็นน้องตอบคำพร้อมกับนึกขึ้นมาได้

“นายนี่มัน เสี่ยวซีน้องเป็นอะไรหรือเปล่า” ผู้เป็นพี่ส่งสายตาเชิงตำหนิให้น้องชายพร้อมพยายามเปิดประตูในระหว่างนี้ก็ตะโกนเรียกน้องสาวไปด้วย

“ฉันสบายดีค่ะ พี่ใหญ่อย่าดุพี่รองเลยนะคะ” หลินซีกล่าวขึ้นก่อนที่เธอจะเปิดประตูออกมาหลังจากที่สงบสติอารมณ์ของตนลงแล้ว

“น้องไม่เป็นอะไรแน่นะครับ” พี่ใหญ่ของน้องทั้งสองถามไถ่เด็กหญิงอย่างเป็นห่วง

“น้องสบายดีค่ะ พี่ใหญ่ พี่รองฉัน รักพี่ทั้งสองคนนะคะ ต่อจากนี้ฉันจะเป็นฝ่ายปกป้องพี่รวมถึงพ่อ แม่ ปู่กับย่ากู้ด้วย” เด็กหญิงโอบกอดพี่ชายทั้งสองพร้อมกันเท่าที่ความยาวของแขนจะอำนวยกล่าวออกมาอย่างแน่วแน่

“เรื่องการปกป้องคนในครอบครัวต้องเป็นหน้าที่ของพี่ไม่ใช่เหรอ น้องแค่อยู่อย่างสุขสบายก็พอแล้ว” ผู้เป็นพี่ชายคนโตผู้ยังอยู่ในอ้อมแขนผอมบางของน้องสาวบอก

“ใช่ เรื่องเหล่านี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกพี่เอง” ผู้เป็นพี่รองก็กล่าวตามพี่ชายออกมาบ้าง

“ไม่ค่ะ ฉันจะไม่ยอมให้พี่ทั้งสองมาคอยปกป้องอยู่ฝ่ายเดียว ฉันเองก็จะปกป้องพี่และครอบครัวของเราด้วย” เด็กหญิงแย้งอย่างดื้อรั้น

“ตามใจน้องเถอะ หากน้องอยากปกป้องคนในครอบครัวจริง พี่ว่าตอนนี้น้องสาวต้องรักษาตัวให้หายป่วยก่อนดีไหมครับ” หลินชุนกล่าวหยอกน้องน้อยหลังจากที่เจ้าตัวคลายอ้อมกอดออกแล้ว

“ได้เลยค่ะ ฉันจะออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และอีกอย่างฉันต้องการจะเรียนหมัดมวยด้วย พวกพี่ต้องสอนฉันนะคะ” หลินซีกล่าวสีหน้าจริงจัง

แม้ว่าผู้เป็นพี่ชายฝาแฝดจะรู้สึกแปลกใจในการเปลี่ยนแปลงของน้อง ทว่าพวกเขากลับไม่มีใครทักท้วงเนื่องจากสิ่งที่น้องต้องการทำนั้นมีแต่ผลดีไม่มีเสีย

การพูดคุยของสามพี่น้องนั้นดังออกไปถึงหน้าประตูห้องผู้ป่วยทำให้ผู้ที่กำลังจะเดินเข้ามาได้ยินการสนทนาด้วย

คนทั้งสองได้แต่มองหน้ากันด้วยรู้สึกแปลกใจในความเปลี่ยนแปลงของบุตรสาว

“คุณคะ ลูกเราดูเหมือนจะเปลี่ยนไปนะคุณว่าไหม หากเป็นแต่ก่อนไม่มีทางที่เธอคิดจะลุกออกมาออกกำลังกายหรอก ยิ่งเรื่องต่อยตียิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลย” เจียวเหมยกล่าวกับสามีผู้ยืนอยู่ข้างกันสีหน้าแสดงความแปลกใจ

“ผมว่าอาจจะเป็นเพราะการป่วยครั้งนี้ก็เลยทำให้เธอคิดเปลี่ยนแปลงตัวเองละมั้ง คุณอย่าคิดมากไปเลย พวกเราเข้าไปกันเถอะ” ผู้เป็นสามีกล่าวตามความคิดตนแล้วเขาก็เปิดประตูเดินเข้าไปในห้อง

“แม่คะ พ่อคะ ฉันคิดถึงพ่อกับแม่จังเลยค่ะ” หลินซีเมื่อเห็นผู้เดินผ่านประตูเข้ามาเด็กหญิงผู้กำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่ก็พูดขึ้นอย่างดีใจ

“ลูกสาวแม่ตื่นขึ้นมาก็ปากหวานเลยนะ ลูกรู้สึกเจ็บปวดตรงไหนอีกไหม แม่จะได้ตามหมอให้มาตรวจ” คนเป็นแม่เดินเข้าไปข้างเตียงของบุตรสาวเอามืออังหน้าผากเด็กผู้กึ่งนั่งกึ่งนอนพูดขึ้นอย่างเป็นห่วง

“ฉันสบายดีแล้วค่ะ แม่คะวันนี้หนูสามารถกลับบ้านได้หรือยัง หนูอยากเจอคุณปู่ คุณย่า” เด็กหญิงกล่าวเสียงอ้อนกับมารดาผู้ให้กำเนิด

“คุณย่าที่ลูกว่านี่หมายถึง” หลินไท่หยุดคำถามของตนพลางมองใบหน้าน้อยของลูกสาว

“หนูมีคุณย่าคนเดียวค่ะคือย่ากู้หนิง คนอื่นหนูไม่รู้จัก” หลินซีตอบบิดาเสียงหนักสีหน้าไม่มีร่องรอยแห่งความลังเลซึ่งเหนือความคาดหมายของทุกคน

ย้อนกลับไปยังครั้งอดีต ในตอนที่เด็กหญิงเริ่มรู้ความก็ได้มีหญิงวัยกลางคนแต่งตัวดีมาบอกว่าหล่อนเป็นย่าที่แท้จริงของเธอ

ในตอนนั้นหญิงคนนั้นมักจะนำชุดสวย ๆ และของเล่นมาให้เธออยู่เป็นประจำทำให้เธอหลงคิดว่าคนผู้นั้นเป็นคนดี

จนกระทั่งเธอเริ่มเรียนหนังสือหญิงคนนั้นก็มักจะพูดกรอกหูอยู่เสมอว่าย่ากู้เป็นคนไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ยกตัวอย่าง เช่น

“คนเป็นแม่เลี้ยงจะมาสู้กับย่าที่เป็นแม่จริง ๆ ของพ่อหนูได้ยังไง” ในตอนนั้นเธอจำประโยคนี้ได้อย่างแม่นยำทำให้เธอเริ่มไขว้เขว

เพราะในตอนนั้นย่ากู้มักจะบ่นเธออยู่เป็นนิจในเรื่องไม่ช่วยงานเฉกเช่นเด็กคนอื่น ทำให้เธอเริ่มคิดว่าสิ่งที่ออกมาจากปากของหญิงคนนั้นเป็นเรื่องจริง

แต่ที่ไหนได้ผลสุดท้ายเพราะความเชื่อแบบโง่งมไม่ลืมหูลืมตาทำให้เธอและครอบครัวต้องมาตกตาย

เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะก่อนจะถึงปีใหม่ผู้หญิงคนนั้นต้องการให้เธอโน้มน้าวใจให้ผู้เป็นพ่อขายร้านค้าในตัวมณฑลซึ่งเป็นร้านค้าปัจจุบันของครอบครัวในตอนนี้แล้วไปเริ่มต้นในเมืองหลวง

ในตอนนั้นแม้ว่ากิจการในเมืองหลวงจะดีแต่ใครจะรู้ว่านั่นเป็นการกระทำที่เรียกว่าตัดชุดแต่งงานให้ผู้อื่น[1]กัน

หลินซีนิ่งงันนึกถึงอดีตของตนพร้อมกับกำช้อนในมือแน่นด้วยความคับแค้นใจพลางคิดอย่างโกรธแค้น ‘คราวนี้อย่าหวังว่าฉันจะโง่เป็นครั้งที่สองอีก ครอบครัวนี้ฉันจะปกป้องเอง’

“เสี่ยวซี ลูกเป็นอะไร” หลินไท่เมื่อเห็นว่าลูกสาวนิ่งเงียบไปนานเขาจึงได้เอามือจับไปยังบ่าของบุตรสาว

หลินซีสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ “มะ..ไม่เป็นไรค่ะ” เด็กหญิงรีบตอบปฏิเสธ

“ไม่เป็นอะไรแน่นะ พ่อเห็นลูกนิ่งไปตั้งนาน ถ้าอย่างนั้นหนูก็กินข้าวต่อเถอะจะได้กินยา” ชายวัยกลางคนมองบุตรสาวอย่างห่วงใย

ซึ่งคนที่เหลือก็ต่างมองมาทางเด็กหญิงอย่างพร้อมเพรียง ทำให้หลินซีน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง

“ตั้งแต่ป่วยลูกร้องไห้บ่อยเกินไปแล้วนะ” เจียวเหมยกล่าวขึ้นในขณะเดียวกันก็นำผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้บุตรสาวไปด้วย

“หนูดีใจที่ได้กลับมาอยู่กับทุกคนแบบนี้อีก” หลินซีสูดน้ำมูกกล่าวออกมาน้ำเสียงอู้อี้ไม่ชัดเจน

“ลูกพูดอะไรนะจ๊ะ” คนเป็นแม่ถามออกมาเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวพูดไม่ถนัดเท่าที่ควร

“ไม่มีอะไรค่ะ หนูแค่ดีใจที่ทุกคนเป็นห่วง” เด็กหญิงวัยสิบสามกล่าวพลางแลบลิ้นน้อย ๆ ออกมาอย่างทะเล้น

“ลูกนี่นะ อยากจะโดนมาเจาะมือให้น้ำเกลืออีกหรือไงถึงได้พูดแบบนี้” แม่กล่าวหยอกพร้อมยกยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าลูกสาวกลัวเข็มมากขนาดไหน

“เอ๋? หนูโดนให้น้ำเกลือด้วยหรือคะ” เด็กหญิงทำสีหน้าฉงนเมื่อมองมือเล็กของตนไม่เห็นรอยเข็มจากการให้น้ำเกลือ

“เขาเพิ่งจะมาถอดออกก่อนน้องจะตื่น” หลินชิวกล่าวออกมาเมื่อได้ยินคำถามของน้องสาว

“ดีจังเลยนะคะ ไม่อย่างนั้นหนูคงจะเจ็บแย่” เด็กหญิงแสร้งทำท่าขยาดเนื่องจากเธอเป็นคนกลัวเข็มและกลัวเจ็บจริง ทว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายมาเธอก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอีกเลย

“เสแสร้งไม่เนียนเลยน้องสาว ไม่กลัวเข็มแล้วก็ดีแต่พี่ก็ไม่อยากให้น้องป่วยอีก ดังนั้นจงเชื่อฟังอย่าได้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าไม่เหมาะสมอีก” พี่ชายคนโตผู้รู้อากัปกิริยาของน้องกล่าวอย่างรู้ทัน

“ค่ะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ดื้ออีกแล้วไม่ว่าจะกับปู่ ย่า พ่อ แม่ พี่ใหญ่ พี่รองด้วยฉันสัญญา” หลินซียกนิ้วขึ้นกล่าวคล้ายคำปฏิญาณ

“ให้มันจริงเถอะ ลูกกินข้าวรอแม่ก่อนนะ แม่กับพ่อจะไปถามหมอว่าวันนี้ลูกสามารถกับบ้านได้ไหม” เจียวเหมยพูดกับลูกสาวเชิงหมั่นไส้ก่อนจะเอ่ยปากออกมาอีกครั้ง

หลินซีพยักหน้ารับเนื่องจากในปากของเธอนั้นเจ้าตัวกำลังเคี้ยวข้าวต้มอยู่จนแก้มตุ่ย

[1] ลำบากให้คนอื่นเปล่า ๆ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 114

    ภายในสนามเด็กเล่นประจำชุมชนของหมู่บ้านได้มีเด็กชายคนหนึ่งกำลังนั่งใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าอยู่บนชิงช้า เขาไม่ได้แกว่งไกวเก้าอี้เหมือนเด็กอีกสองสามคนที่เล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน จู่ ๆ ด้านหน้าของเด็กชายก็ถูกเด็กวัยเดียวกันห้อมล้อมถึงสามคน หนึ่งในนั้นกำลังกระชากแขนของเขาเพื่อให้ลงจากเก้าอี

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 113

    หญิงสาวตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมกับคุณย่าผู้อายุมากแต่ยังคงแข็งแรง “ย่าหาคู่ดูตัวมาให้หลานเลือกตั้งหลายคน หลานไม่รู้สึกถูกใจใครบ้างเลยเหรอ ลองดูคนสุดท้ายก่อนดีไหม หากหลานไม่พอใจย่าจะไม่หาให้อีกแล้ว” ผู้เป็นย่าบอกกับหลานสาวอย่างอ่อนใจ “ฉันไปตามนัดก็ได้ค่ะ แต่ย่าต้องอย่า

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 112

    “เอาไว้ฉันจะลองคิดดูอีกที ตอนนี้ได้เวลาที่พวกเธอจะต้องเตรียมตัวแล้ว ไม่อย่างนั้นสามีของคุณ ๆ ทั้งหลายอาจจะมากล่าวโทษฉันที่รั้งตัวเจ้าสาวแสนสวยให้อยู่ตรงนี้” ซุนเหมียวตอบแบ่งรับแบ่งสู้ในขณะเดียวกันก็กล่าวล้อเลียนสหายไปด้วย เสียงเพลงบรรเลงทำนองแว่วหวานดังขึ้น จากนั้นพิธีการต่าง ๆ ก็ดำเนินไ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 111

    คำตอบของหลินซีนำพาให้ลู่หยางรู้สึกดีใจแทนสหายของตนเป็นอย่างมาก “เราไปบอกเขากันครับ” ลู่หยางจับมือหญิงคนรักเพื่อให้เดินเข้าไปด้วยกัน อู๋ท่งหันมาตามเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง ลู่หยางจึงได้ปล่อยมือจากหลินซีกวักมือให้เขาเดินเข้ามาหา “ใครมาเหรอคะ” ฟางเซียนเอ่ยถามเสียงอ่อนห

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 110

    ความโกลาหลได้เกิดขึ้นภายในห้องอีกครั้ง หลินชิวรีบวิ่งย้อนกลับออกไปเพื่อตามหมอ หลินชุนรีบเดินกลับไปโทรบอกทางบ้าน ส่วนลู่หยางไม่สนใจสภาพของตนอีก เขารีบสาวเท้าเดินมาข้างเตียงอย่างรวดเร็ว ฟู่ซินอี๋เองก็เดินมายืนอีกฝั่งเช่นเดียวกัน หลินซีฉีกยิ้มกว้างให้ชายหนุ่มทั้งสองคนก่อนจะมาหยุ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 109

    แม้ใจจะห่วงเพื่อนทว่าแพทย์ที่มาด้วยกันนั้นมีเฉพาะทาง ที่เก่งกว่าเธอหลายคน แต่สำหรับลู่หยางมีเธอเพียงเท่านั้น ‘เซียนเซียนฉันผิดต่อเธอแล้ว หากช่วยเขาให้ปลอดภัยได้ฉันยินดีให้เธอลงโทษ’ชะตาของคนก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เหรอ เธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเพียงเท่านั้น หากตัดสินใจเลือกคนที่รั

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 107

    “ทำไมนายดื้อแบบนี้ เจ้าบ้าลู่หยางหากนายไม่กลับมาฉันจะยุให้น้องสาวหาคนแต่งงานใหม่” ฟู่ซินอี๋ตะโกนไล่หลังเขาเสียงสั่น ลู่หยางผู้กำลังเตรียมตัวลงไปด้านล่างด้วยอุปกรณ์ช่วยชีวิตอยู่นั้นยกมือส่งเป็นสัญญาณว่าตกลงไปทางด้านหลัง โดยไม่หันหลังกลับไปมอง หลังจากอาการของซุนเหมียวปลอดภัยแล้

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 101

    สองวันต่อมาครอบครัวเมิ่งก็ได้รับข่าวร้ายชายชราเมิ่งเจี้ยนกั๋วจากไปอย่างไม่มีวันกลับภายในห้องผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลประจำกองทัพ เมิ่งเจียวมิ่งก็ถูกบังคับให้ออกจากสถาบัน คนในครอบครัวหลินต่างก็รับรู้ถึงข่าวนี้เช่นกันทว่าพวกเขาก็หาได้สนใจไม่ จนกระทั่งได้ยินคำกล่าวของหลินกวง“บางทีการตายสำหรับตาแ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 98

    “ใครให้พวกคุณถ่ายรูป” ลู่หยางตวาดใส่นักข่าวเสียงดัง เขารีบให้คนของตนเอาตัวมาบังร่างของหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของสองสหายทันที กลุ่มของหลินซีรีบวิ่งมาหาเพื่อนของตนด้วยความเป็นห่วง ทางป๋ายฮ่าวเองก็รีบวิ่งเข้าไปหาฟางเซียนผู้ที่นอนสลบอยู่ในอ้อมแขนของอู๋ท่ง “สหายให้ผมอุ้มเธอเองครับ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 95

    “ฉันว่านะ พาหล่อนไปจัดการเลยก็สิ้นเรื่องจะลากออกไปทำไมให้เหนื่อย” หนึ่งในชายอีกคนพูดขึ้นสายตาโลมเลียไปยังร่างของเด็กสาวที่นอนนิ่งสายตาอีกสองคู่ต่างก็มองไปยังร่างของเฟิงเซียนเช่นเดียวกัน “มันน่าเสียดายหากจะฆ่า สู้เอาไปขายไม่ดีกว่าเหรอ เรายังได้เงินอีกหลายหยวน” น้ำเสียงของเมิ่งฮวนเต็มไปด้วยความโหดเหี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status