Share

บทที่ 4

ช่วงสายของวันหลังจากที่หมอมาตรวจอาการของเด็กหญิงแล้ว เขาก็อนุญาตให้เจ้าตัวกลับบ้านได้

“ดีจังเลยนะคะที่หนูได้กลับบ้านแล้ว หนูอยากเจอคุณปู่ คุณย่ามากเลย” หลินซีกล่าวขึ้นในเบาะหลังของรถสี่ที่นั่งประจำบ้านที่ผู้เป็นพ่อซื้อมาในราคาสูงลิ่ว

ทว่าผู้ที่นั่งอยู่ด้านข้างกลับทำหน้าตกใจคล้ายถูกผีหลอก ทำให้เด็กหนุ่มผู้เป็นพี่รองหันหน้ามาสนใจผู้เป็นน้องสาว

“น้องมีไข้อีกไหม” หลินชิวเอามืออังหน้าผากของน้องสาวผู้นั่งตรงกลางถามขึ้นสีหน้ากังวล

“หนูหายดีแล้วค่ะ ทำไมพี่รองถามแบบนี้ล่ะคะ” เด็กหญิงอมลมกล่าวขึ้นอย่างไม่พอใจ

“ก็น้องเคยคิดถึงปู่กับย่าเมื่อไหร่กัน ไม่สิอาจจะมีย่าอยู่คนหนึ่งคือคนนั้น” หลินชุนตอบแทนน้องชายฝาแฝด

“ตอนนี้หนูเปลี่ยนไปแล้วค่ะ หนูรู้แล้วว่าใครดีกับหนูอย่างจริงแท้ ดังนั้นหนูจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังทุกคนยกเว้น..” หลินซีตอบพี่ชายก่อนที่จะหยุดคำพูดที่เหลือ

“ปกติน้องก็เป็นเด็กดีนะ แต่ติดตรงที่น้องชอบดื้อกับย่ากู้เพียงเท่านั้น” หลินชิวกล่าวตามจริง

“ต่อไปนี้หนูจะไม่ดื้อไม่ว่ากับใครก็ตาม และก็จะรักย่ากู้ด้วยค่ะ เพราะย่าคือย่าของหนู” หลินซีกล่าวยืนยัน

ทำให้พ่อผู้เป็นคนขับรถมีสีหน้าเบิกบานเนื่องจากแม้ว่า กู้หนิงจะไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของตนทว่าหญิงคนนั้นก็เลี้ยงเขามาตั้งแต่ห้าขวบหลังจากผู้เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดทิ้งเขากับพ่อไปแต่งงานใหม่กับคนที่หล่อนคิดว่าสามารถนำความร่ำรวยมาสู่หล่อนได้

โดยที่หญิงคนนั้นไม่คิดกลับมาดูดำดูดีเขาจนเวลาผ่านไปหลายปี แต่แล้วหญิงคนนั้นก็กลับมาตอนที่หลินซีอายุได้ห้าขวบ ซึ่งนับแต่นั้นมาจากเด็กน้อยน่ารักสำหรับผู้เป็นย่ากู้ก็เริ่มเปลี่ยนไป

เด็กหญิงมักจะเอาแต่ใจตัวเอง ยิ่งพอเข้าเรียนชั้นประถมเด็กหญิงก็เอาแต่ใจมากขึ้น ซึ่งหากลูกของเขาคิดได้ตามที่พูดออกมาก็นับว่าเป็นเรื่องดี

รถยนต์ของครอบครัวหลินขับเข้ามายังเส้นทางหมู่บ้านชนบทซึ่งห่างจากตัวมณฑลราวหนึ่งชั่วโมงสำหรับรถยนต์

หน้าหมู่บ้านที่มีต้นไม้ต้นใหญ่หลายคนโอบแผ่กิ่งก้าน สาขาอันใหญ่โตกำลังเริ่มแตกใบรับฤดูกาลใหม่

รถยนต์บ้านหลินแล่นผ่านต้นไม้ใหญ่นั้นอย่างเชื่องช้า เนื่องจากกลัวฝุ่นจะปลิวเข้าหาผู้คนที่กำลังออกจากบ้านเพื่อไปลงแปลงนา

“อาจารย์หลินช่างโชคดีนะที่มีลูกชายขยัน ในตอนนั้นผู้คนพากันคัดค้านเรื่องที่เขาจะเปิดร้านค้า แล้วตอนนี้เป็นอย่างไร รวยกว่าใครในหมู่บ้านไปแล้ว ฝ่ายเมียก็ยังเป็นถึงหัวหน้าของโรงงานทอผ้า ครอบครัวนี้ช่างโชคดีเสียจริง” น้ำเสียงกึ่งอิจฉากึ่งชื่นชมกล่าวกับสหายที่เดินอยู่ข้างกันเมื่อเห็นท้ายรถที่ขับแซงหน้าพวกเขามุ่งหน้าไปยังบ้านอิฐหลังใหญ่ห้าห้องนอนท้ายหมู่บ้าน

ซึ่งที่ดินโดยรอบบริเวณนั้นรวมถึงที่ดินบนภูเขาใหญ่อีกแห่งก็เป็นของกู้หนิงผู้เป็นแม่เลี้ยงของหลินไท่ผู้ที่พวกเขากล่าวถึง

“ฉันเห็นด้วยกับแก อีกอย่างเป็นเพราะอาจารย์หลินได้นางกู้มาเป็นภรรยาด้วย แกก็รู้ว่าครอบครัวของนางนั้นเองก็ร่ำรวยพอสมควร ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีของอาจารย์หลินที่ได้หย่ากับหญิงใจโลเลผู้นั้น” ผู้เป็นสหายที่รู้เรื่องราวของครอบครัวที่พวกเขาพูดถึงเป็นอย่างดีกล่าว

เรื่องของครอบครัวหลินต่างก็ยังคงเป็นหัวข้อสนทนาของชาวบ้านอยู่ ทว่าผู้เป็นเจ้าของเรื่องหาได้รับรู้ด้วยไม่ และตอนนี้รถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ก็ได้มาจอดอยู่หน้าประตูบ้านสีแดงบานใหญ่ของครอบครัว

“คุณปู่ คุณย่าครับ พวกเรากลับมาแล้ว” หลินชิวเป็นผู้ลงมาเคาะประตูพลางตะโกนส่งเสียงเรียกคนที่อยู่ด้านใน

“ผมไปเปิดประตูเอง คุณรีบเตรียมอาหารเถอะ ฉลองให้ยัยหนูที่ได้ออกจากโรงพยาบาล” ชายวัยห้าสิบกลางบอกกับผู้เป็นภรรยาในระหว่างที่เขากำลังลุกจากเก้าอี้โยกภายในบ้าน

“คุณว่าหลานจะพอใจกับข้าวของฉันหรือคะ” กู้หนิงกล่าวเสียงเนือยเนื่องจากไม่ว่าเธอจะทำของอร่อยมากขนาดไหนเด็กหญิงก็มักจะติเตียนทุกครั้งจนทำให้เธอท้อใจ

“หล่อนยังเด็ก พอโตขึ้นเธอก็จะเข้าใจเองนั่นแหละ คุณเชื่อผมเถอะ” ชายผู้เป็นสามีกล่าวปลอบด้วยรู้สึกเห็นใจคู่ชีวิต

“คุณรีบไปเปิดประตูเถอะค่ะ ฉันจะเข้าครัวแล้ว” อดีตหญิงงามกล่าวเลี่ยงพร้อมกับที่เธอก็เดินเข้าไปยังห้องครัวด้านหลัง

ชายผู้เข้าสู่วัยชราจึงได้เดินไปเปิดประตูบ้าน “มาแล้ว” น้ำเสียงแหบของเขาตะโกนตอบกลับผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังประตู

“คุณปู่คะ” เมื่อประตูไม้บานใหญ่เปิดออก หลินซีก็กระโจนไปหาผู้เปิดประตูพร้อมส่งเสียงเรียกชายชราอย่างดีใจ

“เสี่ยวซีของปู่ หนูหายดีแล้วหรือลูก” ชายรูปร่างไม่อ้วนไม่ผอมอ้าแขนรับผู้เป็นหลานสาวถามขึ้นอย่างห่วงใย

“หนูหายดีแล้วค่ะ คุณย่าล่ะคะ” เด็กหญิงฉีกยิ้มกว้างตอบก่อนจะถามถึงผู้ที่ตนรู้สึกผิดและติดค้าง

“อยู่ในครัวนะลูก กำลังทำของอร่อยให้หนูกินยังไงล่ะ” ชายชราตอบหลานสาวพลางมองหน้าคล้ายสำรวจหลานสาวอย่าง หวั่นใจ

“ถ้าอย่างนั้นหนูจะไปช่วยคุณย่า” เด็กหญิงยกยิ้มขึ้นบอกอย่างหมายมาดทำให้คนในครอบครัวคล้ายรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาได้ยินนั้นไม่ได้ออกมาจากปากของลูก หลาน น้องของตน แต่ก่อนที่จะได้มีใครกล่าวอะไรเด็กหญิงก็เดินตัวปลิวเข้าบ้านไปแล้วโดยฮัมเพลงอย่างมีความสุขไปด้วย

“พ่อครับ ผมว่าพวกเราเดินตามเข้าไปดูกันเถอะ” หลินไท่กล่าวออกมาหลังจากไม่เห็นแผ่นหลังของบุตรสาว

“ก็ดีเหมือนกัน รีบตามเข้าไปเถอะ” ชายชรากล่าวอย่างเห็นด้วย

ภายในห้องครัวของบ้าน หญิงวัยห้าสิบกำลังดูสิ่งที่ตัวเองตุ๋นอยู่ในหม้ออย่างตั้งใจ ทำให้ไม่รู้สึกตัวว่าเด็กหญิงร่างผอมได้มายืนมองตนอยู่สักพักแล้วด้วยดวงตาแดงเรื่อ

“คุณย่าคะ หนูมาช่วยค่ะ” หลินซีสูดจมูกของตนแหงนหน้าขึ้นเพื่อระงับอารมณ์อันอ่อนไหวกล่าวออกมาเสียงหวาน

“เอ๊ะ! เสี่ยวซีหนูมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน หนูหายดีแล้วหรือลูก” กู้หนิงหันมาตามเสียงเรียกเอ่ยถามเด็กหญิงอย่างเป็นห่วงสีหน้าแปลกใจ

“หายดีแล้วค่ะ ย่าคะ ในอดีตหนูทำผิดกับย่ามากเหลือเกิน หนูขอโทษนะคะ ต่อจากนี้หนูจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังย่าทุกอย่างเลย ยะ..ย่าจะให้อภัยหนูไหมคะ” หลินซีเงยหน้าสบตาพร้อมเอ่ยในสิ่งที่อยู่ในใจออกมาอย่างลังเล

“หนูพูดอะไรแบบนี้ ย่าไม่เคยโกรธหนูเลยนะลูก บางครั้งย่าก็ผิดเองที่อาจจะวุ่นวายกับหนูมากเกินไป” หญิงชราดึงตัวเด็กหญิงเข้าไปกอดพูดออกมาจากใจจริง

“ย่าคะ ย่าดีกับหนูมากขนาดนี้เหตุใดในตอนนั้นฮึก... ๆ” หลินซีกระชับอ้อมแขนของตนโอบกอดผู้เป็นย่าแน่นกล่าวเสียงสะอื้น

“อะไรที่มันผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไปนะ ต่อจากนี้เรามาเริ่มกันใหม่ดีไหม ไม่ต้องร้องแล้ว” กู้หนิงแม้จะยังรู้สึกแคลงใจ ทว่านางก็ปัดความรู้สึกเหล่านั้นออกอย่างรวดเร็วก่อนกล่าวออกมา

“ค่ะ หนูเชื่อย่า” เด็กหญิงสูดน้ำหูน้ำตาพูดออกมาเสียงเครือ

“เอาละไปล้างหน้าล้างตาเสีย” หญิงชราคลายอ้อมกอดของตนพูดกับเด็กหญิงที่เงยหน้ามองตนด้วยดวงตากลมโตฉ่ำน้ำจมูกแดงคล้ายกระต่าย

“ค่ะ หนูจะไปล้างหน้าเดี๋ยวนี้ แล้วก็จะมาช่วยย่าทำกับข้าวด้วย” หลินซีฉีกยิ้มกว้างทั้งน้ำตา

ด้านคนที่เดินตามมาพวกเขาก็มองภาพด้านหน้าด้วยความแปลกใจระคนดีใจที่เด็กหญิงคิดได้

หลังจากหลินซีเดินออกไปทางประตูครัวด้านหลังเพื่อไปล้างหน้าแล้วได้เดินกลับเข้ามาในครัวอีกครั้ง

“ย่าคะ จะให้หนูช่วยทำอะไรบ้างบอกมาได้เลยค่ะ” หลินซีกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“หนูหายดีแล้วแน่นะ จะไม่พักสักหน่อยหรือ” กู้หนิงที่กำลังล้างผักอยู่หันมามองหลานสาวอย่างสำรวจ

“หายดีแล้วแน่นอนค่ะ หนูนอนอยู่ในโรงพยาบาลจนเบื่อแล้วให้หนูได้ยืดเส้นยืดสายบ้างเถอะค่ะ” เด็กหญิงตอบพร้อมกับเดินไปดูสิ่งที่อยู่ในหม้อต้ม

แล้วสิ่งแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นทำให้เธอต้องกะพริบตาแล้วมองดูสิ่งที่เห็นใหม่อีกครั้งก่อนที่ภาพตรงหน้าจะเป็นเหมือนเดิม
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 114

    ภายในสนามเด็กเล่นประจำชุมชนของหมู่บ้านได้มีเด็กชายคนหนึ่งกำลังนั่งใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าอยู่บนชิงช้า เขาไม่ได้แกว่งไกวเก้าอี้เหมือนเด็กอีกสองสามคนที่เล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน จู่ ๆ ด้านหน้าของเด็กชายก็ถูกเด็กวัยเดียวกันห้อมล้อมถึงสามคน หนึ่งในนั้นกำลังกระชากแขนของเขาเพื่อให้ลงจากเก้าอี

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 113

    หญิงสาวตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมกับคุณย่าผู้อายุมากแต่ยังคงแข็งแรง “ย่าหาคู่ดูตัวมาให้หลานเลือกตั้งหลายคน หลานไม่รู้สึกถูกใจใครบ้างเลยเหรอ ลองดูคนสุดท้ายก่อนดีไหม หากหลานไม่พอใจย่าจะไม่หาให้อีกแล้ว” ผู้เป็นย่าบอกกับหลานสาวอย่างอ่อนใจ “ฉันไปตามนัดก็ได้ค่ะ แต่ย่าต้องอย่า

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 112

    “เอาไว้ฉันจะลองคิดดูอีกที ตอนนี้ได้เวลาที่พวกเธอจะต้องเตรียมตัวแล้ว ไม่อย่างนั้นสามีของคุณ ๆ ทั้งหลายอาจจะมากล่าวโทษฉันที่รั้งตัวเจ้าสาวแสนสวยให้อยู่ตรงนี้” ซุนเหมียวตอบแบ่งรับแบ่งสู้ในขณะเดียวกันก็กล่าวล้อเลียนสหายไปด้วย เสียงเพลงบรรเลงทำนองแว่วหวานดังขึ้น จากนั้นพิธีการต่าง ๆ ก็ดำเนินไ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 111

    คำตอบของหลินซีนำพาให้ลู่หยางรู้สึกดีใจแทนสหายของตนเป็นอย่างมาก “เราไปบอกเขากันครับ” ลู่หยางจับมือหญิงคนรักเพื่อให้เดินเข้าไปด้วยกัน อู๋ท่งหันมาตามเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง ลู่หยางจึงได้ปล่อยมือจากหลินซีกวักมือให้เขาเดินเข้ามาหา “ใครมาเหรอคะ” ฟางเซียนเอ่ยถามเสียงอ่อนห

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 110

    ความโกลาหลได้เกิดขึ้นภายในห้องอีกครั้ง หลินชิวรีบวิ่งย้อนกลับออกไปเพื่อตามหมอ หลินชุนรีบเดินกลับไปโทรบอกทางบ้าน ส่วนลู่หยางไม่สนใจสภาพของตนอีก เขารีบสาวเท้าเดินมาข้างเตียงอย่างรวดเร็ว ฟู่ซินอี๋เองก็เดินมายืนอีกฝั่งเช่นเดียวกัน หลินซีฉีกยิ้มกว้างให้ชายหนุ่มทั้งสองคนก่อนจะมาหยุ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 109

    แม้ใจจะห่วงเพื่อนทว่าแพทย์ที่มาด้วยกันนั้นมีเฉพาะทาง ที่เก่งกว่าเธอหลายคน แต่สำหรับลู่หยางมีเธอเพียงเท่านั้น ‘เซียนเซียนฉันผิดต่อเธอแล้ว หากช่วยเขาให้ปลอดภัยได้ฉันยินดีให้เธอลงโทษ’ชะตาของคนก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เหรอ เธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเพียงเท่านั้น หากตัดสินใจเลือกคนที่รั

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 38

    หากเรื่องนี้คนในตระกูลลู่เป็นฝ่ายจัดการแล้วละก็ ชายคนนี้คงจะอยากร้องขอความตายมากกว่าอยู่ ทางหลินซีแม้จะรู้สึกตัวแล้วแต่เนื่องจากหล่อนใช้พลังงานไปค่อนข้างเยอะหลังจากที่ขีดจำกัดของร่างกายมาถึงหล่อนก็ตัวอ่อนยวบลง โชคดีที่ลู่หยางได้สังเกตเธออยู่ตลอดทำให้เด็กหนุ่มได้รับร่างของเธอเอาไว้ได้ทั

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 37

    ทางด้านสองหนุ่มหลังจากแยกตัวออกมาจากกลุ่มของตนพวกเขาก็เจอเข้ากับบ้านคนมากมายซึ่งเมื่อถามคนแถวนั้นก็ไม่เคยมีใครพบเห็นโม่เซียง “อาอี๋ พวกเราต้องกลับไปทางเดิม” หลินชุนพูดขึ้นพร้อมหันหลังวิ่งย้อนกลับไปทางเดิม ซึ่งนายน้อยฟู่เองก็ไม่คิดขัดเนื่องจากในเมื่อถามคนที่นี่หมดแล้วก็เหลือแค่ทางนั้นทา

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 35

    หล่อนหรี่ตาเรียวเล็กของตนลงสาดประกายแห่งความเข้มงวดออกมาทำให้เด็กนักเรียนพากันเงียบเสียงลงอย่างเชื่อฟัง จากนั้นหล่อนก็ทำหน้าที่ของตนไปอย่างปกติจนกระทั่งเสียงสัญญาณสิ้นสุดวิชาแรกจบลง วิชาต่อมาเป็นวิชาคณิตศาสตร์ที่ชาติที่แล้วหลินซีไม่เคยชอบวิชานี้ สาเหตุมีอยู่ว่าหล่อนเคยถูก

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 31

    “ลืมกันแล้วอย่างนั้นเหรอ” ลู่หยางถามเด็กหญิงตรงหน้าน้ำเสียงแฝงความเศร้า ทำให้หลินซีรู้สึกไม่ดีเมื่อเห็นสีหน้าที่แฝงความผิดหวังนั้น เธอจึงมองใบหน้าของเขาอีกครั้งอย่างตั้งใจและในที่สุดก็ได้ปรากฏภาพความทรงจำภาพหนึ่งผุดขึ้นมา หน้าสุสานแห่งหนึ่ง ในตอนนั้นดูเหมือนว่าเป็นสถานที่ฝังร่างอันไร้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status