Masukภายในสนามเด็กเล่นประจำชุมชนของหมู่บ้านได้มีเด็กชายคนหนึ่งกำลังนั่งใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าอยู่บนชิงช้า เขาไม่ได้แกว่งไกวเก้าอี้เหมือนเด็กอีกสองสามคนที่เล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน จู่ ๆ ด้านหน้าของเด็กชายก็ถูกเด็กวัยเดียวกันห้อมล้อมถึงสามคน หนึ่งในนั้นกำลังกระชากแขนของเขาเพื่อให้ลงจากเก้าอี
หญิงสาวตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมกับคุณย่าผู้อายุมากแต่ยังคงแข็งแรง “ย่าหาคู่ดูตัวมาให้หลานเลือกตั้งหลายคน หลานไม่รู้สึกถูกใจใครบ้างเลยเหรอ ลองดูคนสุดท้ายก่อนดีไหม หากหลานไม่พอใจย่าจะไม่หาให้อีกแล้ว” ผู้เป็นย่าบอกกับหลานสาวอย่างอ่อนใจ “ฉันไปตามนัดก็ได้ค่ะ แต่ย่าต้องอย่า
“เอาไว้ฉันจะลองคิดดูอีกที ตอนนี้ได้เวลาที่พวกเธอจะต้องเตรียมตัวแล้ว ไม่อย่างนั้นสามีของคุณ ๆ ทั้งหลายอาจจะมากล่าวโทษฉันที่รั้งตัวเจ้าสาวแสนสวยให้อยู่ตรงนี้” ซุนเหมียวตอบแบ่งรับแบ่งสู้ในขณะเดียวกันก็กล่าวล้อเลียนสหายไปด้วย เสียงเพลงบรรเลงทำนองแว่วหวานดังขึ้น จากนั้นพิธีการต่าง ๆ ก็ดำเนินไ
คำตอบของหลินซีนำพาให้ลู่หยางรู้สึกดีใจแทนสหายของตนเป็นอย่างมาก “เราไปบอกเขากันครับ” ลู่หยางจับมือหญิงคนรักเพื่อให้เดินเข้าไปด้วยกัน อู๋ท่งหันมาตามเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง ลู่หยางจึงได้ปล่อยมือจากหลินซีกวักมือให้เขาเดินเข้ามาหา “ใครมาเหรอคะ” ฟางเซียนเอ่ยถามเสียงอ่อนห
ความโกลาหลได้เกิดขึ้นภายในห้องอีกครั้ง หลินชิวรีบวิ่งย้อนกลับออกไปเพื่อตามหมอ หลินชุนรีบเดินกลับไปโทรบอกทางบ้าน ส่วนลู่หยางไม่สนใจสภาพของตนอีก เขารีบสาวเท้าเดินมาข้างเตียงอย่างรวดเร็ว ฟู่ซินอี๋เองก็เดินมายืนอีกฝั่งเช่นเดียวกัน หลินซีฉีกยิ้มกว้างให้ชายหนุ่มทั้งสองคนก่อนจะมาหยุ
แม้ใจจะห่วงเพื่อนทว่าแพทย์ที่มาด้วยกันนั้นมีเฉพาะทาง ที่เก่งกว่าเธอหลายคน แต่สำหรับลู่หยางมีเธอเพียงเท่านั้น ‘เซียนเซียนฉันผิดต่อเธอแล้ว หากช่วยเขาให้ปลอดภัยได้ฉันยินดีให้เธอลงโทษ’ชะตาของคนก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เหรอ เธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเพียงเท่านั้น หากตัดสินใจเลือกคนที่รั
“ทำไมนายดื้อแบบนี้ เจ้าบ้าลู่หยางหากนายไม่กลับมาฉันจะยุให้น้องสาวหาคนแต่งงานใหม่” ฟู่ซินอี๋ตะโกนไล่หลังเขาเสียงสั่น ลู่หยางผู้กำลังเตรียมตัวลงไปด้านล่างด้วยอุปกรณ์ช่วยชีวิตอยู่นั้นยกมือส่งเป็นสัญญาณว่าตกลงไปทางด้านหลัง โดยไม่หันหลังกลับไปมอง หลังจากอาการของซุนเหมียวปลอดภัยแล้
สองวันต่อมาครอบครัวเมิ่งก็ได้รับข่าวร้ายชายชราเมิ่งเจี้ยนกั๋วจากไปอย่างไม่มีวันกลับภายในห้องผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลประจำกองทัพ เมิ่งเจียวมิ่งก็ถูกบังคับให้ออกจากสถาบัน คนในครอบครัวหลินต่างก็รับรู้ถึงข่าวนี้เช่นกันทว่าพวกเขาก็หาได้สนใจไม่ จนกระทั่งได้ยินคำกล่าวของหลินกวง“บางทีการตายสำหรับตาแ
ลู่อี้มองเมินพ่อของตนพร้อมกับหลีกทางให้เขาเดินเข้ามาตรวจร่างกายของพี่สาวสุดที่รักลู่จ้านได้แต่ยกยิ้มส่ายศีรษะให้บุตรชายก่อนจะเดินเข้ามาซักถามอาการของเด็กสาวผู้ที่อาจจะมาเป็นหลานสะใภ้ในอนาคตหลังจากการตรวจทุกอย่างเสร็จสิ้น ผลการตรวจออกมาปกติดีคนภายในห้องจึงรู้สึกผ่อนคลายช่วงสายภายในวันเดียวกันหลังจ
“ใครให้พวกคุณถ่ายรูป” ลู่หยางตวาดใส่นักข่าวเสียงดัง เขารีบให้คนของตนเอาตัวมาบังร่างของหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของสองสหายทันที กลุ่มของหลินซีรีบวิ่งมาหาเพื่อนของตนด้วยความเป็นห่วง ทางป๋ายฮ่าวเองก็รีบวิ่งเข้าไปหาฟางเซียนผู้ที่นอนสลบอยู่ในอ้อมแขนของอู๋ท่ง “สหายให้ผมอุ้มเธอเองครับ







