เข้าสู่ระบบ2วันต่อมา
ฉันนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างที่อยู่บนห้องของตัวเองพร้อมกับข้อความของพี่แทนคุณที่แชททิ้งไว้หลังจากวันที่มากินเหล้าด้วยกันพี่แทนคุณก็มีบินด่วนไปดูงานที่ต่างประเทศและคงอีกหลายอาทิตย์กว่าจะกลับททั้งๆ ที่คิดไว้ว่าจะคบเป็นเรื่องเป็นราวไปก็ต้องชะงักไว้ก่อนแต่ฉันดีใจมากนะที่พี่แทนคุณรับฉันได้และยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณหนูเรย์คะคุณท่านให้ลงมาตามไปทานอาหารคค่ะ”
“ค่ะเดี๋ยวเรย์ลงไป” ฉันเอ่ยตอบกลับไปพร้อมกับมองรถที่คุ้นตากำลังขับเข้ามาในบ้านวันนี้เป็นวันที่พ่อแม่เชิญเมย่ามาทานอาหารด้วยกันเดี๋ยวก็คงจะพูดคุยเรื่องหมั้นกันแหละมั้ง
เห้อไม่อยากลงไปเลยฉันรู้สึกผิดที่ต้องมองหน้าเธอคนนั้นจริงๆ
แต่สุดท้ายฉันก็จำเป็นต้องลงไปทักทายฉันมองภาพที่ทั้งสองควงแขนกันเข้ามาในบ้านโดยมีพ่อกับแม่ฉันยืนต้อนรับด้วยรอยยิ้มเธอคนนั้นทั้งสูงและขาวการแต่งกายก็ดูเรียบร้อยหน้าตาก็น่ารักเหมือนลูกคุณหนูที่เห็นกันอยู่ตามสังคมชั้นสูงเหมาะกับพี่คริสจัง
“เรย์เดินมาทักทายพี่เมย่าสิ” แม่กวักมือเรียกฉันเข้าไปใกล้ฉันระบายยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปทักทายผู้หญิงร่างบางคนนั้นซึ่งเธอก็ส่งยิ้มให้ฉันเช่นกัน
“สวัสดีค่ะเรย์เรวาลินค่ะ” ฉันยิ้มหลังแนะนำตัวเองจบ
“โอ้คนนี้หรอคะน้องสาวน่ารักจังเลยค่ะ^^” เธอเอ่ยชมฉันก่อนจะหัวเราะเบาๆ กับพี่คริสที่ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากนักพ่อกับแม่พาพี่เมย่าเดินไปยังห้องทานข้าวโดยมีฉันและพี่ คริสเดินตามหลังเงียบๆ จนมาถึงโต๊ะ
“นั่งตรงนี้เถอะเมย่าจะได้คุยกับพ่อแม่ผมสะดวก” พี่คริสดันตัวพี่เมย่าที่กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉันให้มานั่งที่ประจำตัวเองส่วนตัวเขาก็มานั่งแทนที่พี่เมย่าซึ่งมันตรงข้ามกับฉันเป๊ะไม่รู้ว่าหวังดีหรือตั้งใจมานั่งตรงนี้เองกันแน่
“อร่อยมั้ยจ๊ะหนูเมย่า” แม่ที่นั่งอยู่ข้างฉันเอ่ยถามพี่เมย่าด้วยรอยยิ้ม
“อร่อยมากเลยค่ะ..เมย่าอิจฉาเลยนะคะที่บ้านนี้มีแม่บ้านทำอาหารอร่อยขนาดนี้^^” พ่อกับแม่ต่างหัวเราะให้กับคำยอของอีกฝ่ายซึ่งฉันเพียงตั้งหน้าตั้งตากินเท่านั้นแต่รู้สึกเหมือนจะกินไม่ค่อยลงเพราะพี่คริสเอาแต่นั่งจ้องฉันนี่สิ
“เอ่อพอดีว่าเรย์รู้สึกไม่ค่อยสบายเรย์ขอเสียมารยาทขึ้นไปพักได้ไหมคะ” ฉันเอ่ยขึ้นขัดการพูดคุยอันเต็มไปด้วยรอยยิ้มหลังจากพูดจบแม่ก็หันมาหาฉันด้วยความเป็นห่วงทันทีมือบางค่อยๆ วางลงบนหน้าผากฉันอย่างเบามือก่อนจะทำสีหน้าไม่สู้ดี
“ตายจริงตัวรุ่มๆ นะลูกขึ้นไปพักเถอะจ่ะเดี๋ยวแม่ให้แม่บ้านเอายาขึ้นไปให้กิน” แม่เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนฉันพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะดันตัวเองออกจากโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดก่อนจะเดินขึ้นห้องมานอนสักพักก็มีแม่บ้านเอายามาให้ฉันกินมันไปแล้วเข้านอนทันที
“อึกอื้อออ” ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงความก่อกวนอะไรบางอย่างกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยทำให้ฉันรีบลืมตาขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจและก็พบว่าตอนนี้พี่คริสกำลังโลมเลียซอกคอของฉันอยู่
“ออกไปนะ” ฉันผลักไหล่พี่คริสออกซึ่งเขาก็ออกไปอย่างง่ายดายเราสองคนประสานสายตาเข้าหากันก่อนจะเป็นฉันที่เบนสายตาหนี
“ตัวร้อน” พี่คริสเอยบอกก่อนจะปัดปอยผมที่ปิดหน้าฉันออก
“ค่ะ..เพราะฉะนั้นออกไปได้ไหมคะเรย์อยากพักผ่อน” ฉันเอ่ยบอกพร้อมกับหันตัวหนีไม่รู้ทำไมยิ่งมองหน้าพี่คริสความรู้สึกผิดต่อพี่เมย่าก็พุ่งขึ้นถ้าเกิดสมมุติเขาทั้งสองหมั้นและแต่งงานกันจริงพี่เมย่าก็ต้องมาอยู่ในบ้านหลังนี้แล้วฉันจะทนเห็นหน้าพี่เมย่าได้ยังไงกันเพราะใจฉันมันรู้สึกผิดเต็มอกแบบนี้ทางที่ดีฉันคควรรีบย้ายออกไปอยู่คนเดียวมั้ยนะ
ใช่ฉันควรย้ายออกจากบ้านหลังนนี้
“แล้วกินยะ”
“คริสคะ..อ่าวมาอยู่นี้เองเมย่าตามหาตั้งนาน” ฉันสะดุ้งพร้อมกับเด้งตัวลุกขึ้นก่อนจะพบพี่เมย่าที่เปิดประตูเข้ามาอย่างไม่ให้สุ่มให้เสียงดีนะที่ตอนนี้เราสองคนแยกกันแล้วไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเธอมาเห็นฉันกับพี่คริสทำแบบนนั้นกันหัวใจเธอจะแตกสลายแค่ไหน
“มารยาทไปไหนเมย่าจะเข้าห้องคนอื่นก็หัดเคาะประตูก่อน” พี่คริสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพี่เมย่าหน้าเสียเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเดินเข้ามาคล้องแขนพี่ คริสอย่างออดอ้อน
“แหมก็เมย่านึกว่าเป็นห้องพี่คริสนิคะเมย่าพึ่งเคยมาบ้านนี้ครั้งแรกนะจะเข้าห้องผิดก็คงไม่แปลก” พี่เมย่าเอ่ยขขึ้น
“ผมว่าผมเคยบอกไปแล้วนะว่าห้องผมอยู่ไหน” พี่คริสบอกเสียงเรียบก่อนจะเบนสายตามาที่ฉันแล้วถอนหายใจเบาๆ
“นอนพักซะถ้าไข้ขึ้นสูงก็ไปเคาะเรียกพี่” พี่คริสเอ่ยสั่งฉัน
“แล้วทำไมไม่ให้เรียกแม่บ้านละพี่เมย่าเอ่ขัดเแต่พอเจอสายตาดุดันของอีกฝ่ายไปก็เงียบลงทันที
“เข้าใจไหม” พี่คริสสั่งย้ำอีกครั้ง
“ค่ะ” ฉันตอบแบบขอไปทีเพราะอยากให้เรื่องทุกอย่างมันจบหลังจากที่ฉันเอ่ยตอบไปแล้วพี่คริสก็พาพี่เมย่าออกไปทันทีภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้งฉันกดเปิดหน้าจอเห็นข้อความของพี่แทนคุณทักมาฉันเลยตอบกลับไปก่อนจะปิดมือถือและล้มตัวลงนอนอีกครั้งทั้งๆ ที่ตอนแรกก็แค่อ้างว่าป่วยเพราะรู้สึกอึดอัดแต่เอาเข้าจริงๆ ดันป่วยจริงซะงั้นหรือเพราะฉันคิดมากไปจนทำให้ป่วยแบบนี้ล่ะนี่
“อึกอ่าาา” ฉันใช้มือแตะไปที่หน้าผากตัวเองความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำฉันรู้สึกตื้อไปหมดไหนจะอาการปวดหัวจนหนักอึ้งนี่อีกฉันค่อยๆ ดันตัวเองให้ลุกขึ้นก่อนจะเปิดไฟที่หัวเตียงและพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบๆ จะเที่ยงคืนแล้ว
“อึกมะไม่มีแรงเลย” ฉันเอ่ยขึ้นหลังจากพยายามลุกออกจากเตียงแต่ขาฉันก็ไม่มีแรงสักนิดสุดท้ายก็ได้แต่กลั้นใจพยายามลุกขึ้นเดินอยู่หลายนาทีเพื่อลงไปหาป้าแม่บ้านให้เอายามาให้
(ถ้าไข้ขึ้นสูงก็เคาะเรียกพี่) จู่ๆ คำพูดของพี่คริสก็พุ่งเข้ามาในหัวฉันประเมินสภาพตัวเองก่อนจะตัดสินใจว่ายังไงก็คงต้องไปเคาะเรียกพี่คริสให้ช่วยดีกว่าเดินมึนๆ ถ้าตกบันไดตายขึ้นมาพ่อกับแม่คงจะเสียใจน่าดูฉันค่อยๆ แบกสังขารตัวเองจนมาถึงหน้าประตูฉันเคาะมันสามครั้งแต่ก็ยังเงียบหรือว่าพี่เขาจะหลับไปแล้วกันฉันเลยตัดสินใจจะไม่รบกวนต่อแต่จังหวะที่กำลังจะหันหลังกลับประตูก็เปิดขึ้นพร้อมกับพี่เมย่าที่อยู่ในชุดคลุมออาบน้ำ
“อ่าวมีอะไรหรอมาหาคริสรึเปล่าพอดีพี่คริสอาบน้ำอยู่น่ะ” ฉันยืนนิ่งเพราะตกใจไม่น้อยที่เธออยู่ในห้องฉันนึกว่ากลับไปตั้งนานแล้วรอยแดงจ้ำที่คอบ่งบอกสถานการณ์ทุกอย่างได้เป็นอย่างดี
“เอ่อไม่มีอะไรค่ะ” ฉันเอ่ยกลับไปก่อนจะเดินกลับมาห้องตัวเองพร้อมกับหงื่อเม็ดโตที่ค่อยๆ ผุดขึ้นมาเต็มหน้าไอร้อนๆ เวลาหายใจออกทำให้ฉันรู้สึกแย่เล็กน้อยฉันคว้ามือถือขึ้นพี่แทนคุณส่งข้อความมาหาฉันแต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาตอบเลยฉันเลื่อนมือไปยังรายชื่อเบอร์โทรก่อนจะหยุดอยู่ที่เบอร์ของใครบางคนที่ไม่เคยมีประวัติการโทรออกเลยแม้แต่ครั้งเดีเพราะฉันเกลียดเจ้าของเบอร์เข้าไส้แต่ครั้งนี้ฉันคงต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ชายคนนี้สักครั้ง
“พะพี่ดีแลน”
(อ่าวพี่ก็นึกว่าเบอร์สาวที่ไหนน้องสาวเองหรอ?)
“พะพี่ดีแลนช่วย..”
(เห้ยทำไมเสียงเป็นแบบนั้นอ่ะไม่สบายหรอแล้วไอคริสอยู่ไหนของมันวะหรอแปปนะพี่โทรหามันก่อน)
“อย่านะยะอย่าโทร” ฉันเอ่ยห้ามทันทีแม้จะไม่ค่อยมีเสียงก็ตาม
“พะพาเรย์ไปหามะหมอหน่อยได้ไหมคะ” ฉันเอ่ยถามออกไปปลายสายเงียบไปชั่วครู่เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มทำให้รู้ได้ทันทีว่าเจ้าตัวอยู่ไหนฉันรอฟังคำตอบจนเสียงเพลงค่อยๆ เบาลงจนเงียบฉี่
(พี่กำลังไปรับแต่งตัวไม่ต้องดีมากเสื้อในไม่ต้องใส่เดี๋ยวหมอเขาก็ถอดอยู่ดีไม่ต้องออกมารอเดี๋ยวพี่เข้าไปรับเองไม่ต้องวางสายเผื่อเป็นอะไรขึ้นมาพี่จะได้รู้) พี่ดีแลนพูดมารวดเดียวจบแต่ไม่รู้ทำไมคำพูดทุกประโยคของเขาถึงทำให้ฉันยิ้มได้ก็ไม่รู้
“ค่ะ” ฉันเอ่ยตอบสั้นๆ ก่อนจะเตรียมเอกสารสำคัญๆ รอระหว่างนั้นพี่ดีแลนก็คอยถามอาการคอยคุยกับฉันเป็นระยะๆ จนรู้ตัวอีกทีอีกฝ่ายก็มาถึงหน้าบ้านแล้วตอนแรกพี่ดีแลนจะเข้ามารับเองแต่ฉันบอกว่าไม่อยากให้คนที่บ้านตื่นเลยจะค่อยๆ ลงไปเองแม้จะขัดใจอีกฝ่ายบ้างแต่พี่ดีแลนก็ยอมโดยที่ฉันยังคงห้ามวางสายจากเขาเด็ดขาด
“พะพี่ดีแลน” ฉันเอ่ยเรียกคนตัวโตที่อยู่ในชุดเที่ยวเต็มยศเขาดูหล่อเท่มากผิดกับตอนทำงานที่อยู่แต่ในชุดสูทเรียบร้อยพี่ดีแลนพอเห็นฉันเขาก็รีบพุ่งมาหาฉันทันทีก่อนจะค่อยๆ ประคองฉันขึ้นรถพร้อมกับเปิดหน้าต่างแทนการเปิดแอร์
ใส่ใจดีจัง
“ตัวร้อนอย่างกับไฟเลยได้กินยาบ้างรึเปล่า?” พี่ดีแลนเอ่ยถามฉันก่อนจะใช้มืออังไปที่หน้าผากและลำคอของฉันสีหน้าของเขาจะว่ายังไงดีเหมือนจะโกรธๆ อยู่นิดๆ นะ
“กินไปก่อนที่อาการจะหนักขึ้นค่ะ” ฉันตอบออกไปพี่ดีแลนถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับดึงเข็มขัดมารัดให้ก่อนจะรีบออกรถมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลทันทีซึ่งในระหว่างทางอาการฉันก็เหมือนจะแย่ลงเล็กน้อยพี่ดีแลนที่เห็นแบบนั้นก็เพิ่มความเร็วขึ้นอีกนิดในที่สุดฉันก็ถึงมือหมอออย่างปลอดภัย
พี่ดีแลนอุ้มฉันขึ้นเตียงลากโดยที่เขากุมมือฉันพร้อมกับเดินตามพยาบาลไม่ห่างไม่คิดเลยว่าเขาเองก็มีมุมน่ารักๆ แบบนี้ฉันรระบายยิ้มออกมาแม้ตอนนี้จะเริ่มไม่ไหวแล้วก็ตาม
“ขะขอบคุณนะคะ:) ” ฉันเอ่ยขึ้นเสียงเบาพร้อมรอยยิ้มพี่ดีแลนมองฉันด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะลูบผมฉันเบาๆ และหลังจากนั้นดวงตาของฉันก็ค่อยๆ ปิดลงเพราะทนไม่ไหวแล้ว
กรี๊ดดเรียกได้ว่าพลัดกกันแสนดีกันเชียว
อย่าลืมกดถูกใจและคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ พรีสสสส
ในที่สุดเราทั้ง4คนก็มาถึงบ้านบอกตามตรงว่าฉันเกร็งมากก็เพราะพี่แทนคุณเอาแต่จับมือเอาแต่ซบไหล่ฉันไม่พักโชคดีที่พี่ดีแลนมัวแต่สนใจโทรศัพท์เลยไม่เห็นเพราะถ้าเห็นคงล้อพูดไม่หยุดแน่ส่วนพี่คริสบางครั้งเราสองคนก็เผลอสบตากันบ้างแต่พอสบตาด้วยทีไรขนฉันก็ลลุกซู่ตลอดประหนึ่งโดนสามีจับได้ว่าแอบมีกิ๊ก“ไปโว้ยคืนนี้ดื่มฉลองให้กับคุณคริสที่กำลังจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนเว้ยเห้ย” คำพูดของพี่ดีแลนทำฉันชะงักเล็กน้อยฉันมองพี่คริสที่พึ่งออกมาจากรถเขายังคงสงบนิ่ง“เมียหรอคะ?” ฉันเอ่ยถามพี่ดีแลนอย่างไม่เข้าใจพี่ดีแลนหหันกลับมาทำตาโตก่อนจะหัวเราะออกมา“เอ้านี่น้องสาวมึงยังไม่รู้หรอว่ามึงจะหมั้นกับเมย่าอ่ะ” พี่ดีแลนหันไปถามพี่คริส ‘เมย่า’ งั้นหรอนั่นคือชื่อของผู้หญิงที่เป็นลูกเจ้าของโรงพยาบาลนี่หน่าทั้งสองคงไปกันได้ดีสินะพี่คริสมองฉันนิ่งๆ เขาไม่ได้พูดอะไรพวกเราเลยเดินเข้าบ้าน“เรย์ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ” ฉันเอ่ยบอกกับทุกคนก่อนจะเดินขึ้นห้องไปในหัวสมองยังคงนึกถึงเรื่องของพี่คริสที่กำลังจะหมั้นแต่เมื่อไม่นานมานี้เราก็พึ่งมีเซ็ก
“พะพอได้แล้วค่ะ” ฉันเอ่ยบอกก่อนจะดันใบหน้าหล่อของพี่แทนคุณให้ออกจากกลางอกฉันพึ่งรู้ตัวแหละว่าจริงๆ แล้วเสื้อยืดคอมันก็กว้างอย่างที่เขาเคยพูดจริงๆ พพี่แทนคุณเงยหน้ามองฉันเราสองคนสบตากันความเงียบเข้าปกคลุมและเป็นฉันที่เบนสายตาหนีแต่ก็โดนอีกฝ่ายจับใบหน้าให้หันมาก่อนจะจูบฉันอย่างแผ่วเบา“อื้มมมม~” ฉันร้องครางออกมาเมื่อจากจูบที่นุ่มนวลกลายเป็นจูบที่ดุดันลิ้นของพี่แทนคุณถูกสอดเข้ามาในปากของฉันเราสองคนต่างใช้ลิ้นพันกันอย่างโหยหามือหนาค่อยๆ บีบเค้นที่สะโพกของฉันและฉันก็รับรู้ได้ถึงความตื่นตัวของพี่แทนคุณแฮ่ก แฮ่กในที่สุดร่างสูงก็ปล่อยให้ฉันได้หายใจหลังจากจูบที่หนักหน่วงฉันเกยคางไปบนไหล่หนาก่อนจะฝุบหน้าลงด้วยความหอบโดยมีมือของพี่แทนคุณของลูบหลังฉันเบาๆ รวมถึงขยับตัวฉันให้ใกล้ชิดเขามากขึ้นอีกเอาจริงๆ นี่มันจะรวมร่างกันอยู่แล้วนะ!ก๊อก ก๊อก ก๊อก“ขออนุญาตเข้าไปนะครับ”“อย่าเข้ามา!” พี่แทนคุณตะโกนเสียงดังซึ่งฉันเองก็ตกใจไม่แพ้เลยรีบกุรีกุจ้อจะลงจากตักแต่ร่างสูงก็รั้งฉันไว้แบบเดิมฉันหันไปมองประตูท
“พี่แทนทางนี้ค่ะ” ฉันโบกมือให้ร่างสูงที่มีใบหน้าสุภาพพี่แทนคุณอยู่ในชุดสูททำงานสีน้ำเงินเข้มยิ่งทำให้สีผผิวขาวของเขาเด่นชัดทั้งกริยาท่าทางที่สุขุมทำให้ฉันนึกถึงพวกเจ้าชายในการ์ตูนสมัยเด็กๆ“ทำไมใส่เสื้อคอกว้างจังครับ” พี่แทนคุณเอ่ยบอกก่อนจะถอดเสื้อสูทมาคลุมไหล่ของฉันทั้งสองข้างการกระทำของเขาเรียกสายตานับหลายสิบคู่ให้จับจ้องมาที่ฉันคนเดียวจะว่าไปก็แอบเขินเหมือนกันนะเนี่ย“ก็เสื้อยืดปกตินะคะ” ฉันเอ่ยบอกมันก็แค่เสื้อยืดผ้านิ่มๆ ที่แม้คอจะกว้างกว่าเสื้อยืดธรรมดาทั่วไปไปบ้างก็แต่ไม่ได้โป๊มากอะไร“ยังจะเถียงอีก”“อ๊ะพี่แทน” ฉันร้องออกมาเบาๆ เมื่อโดนร่างสูงบีบแก้มเล็กน้อยฉันยู่ปากใส่อย่างงอนๆ แต่พอได้เห็นรอยยิ้มของเขาฉันก็หายงอนทันทีพี่แทนคุณเป็นผู้ชายที่ยิ้มสวยมากทุก อย่างบนร่างกายเขามันสวยสะอาดดูดีไปหมดเห็นแล้วฉันนี่เป็นขี้ไก่ได้เลยแหละ“หิวรึเปล่าโทษทีนะพอดีงานพี่ยุ่งนิดหน่อย” พี่แทนบอกด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดฉันเลยรีบปฏิเสธทันทีเพราะมานั่งรอก็ไม่ได้มานั่งรอเฉยๆ ก็พี่เขาดันเล่นสั่งกับ
2วันต่อมาฉันนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างที่อยู่บนห้องของตัวเองพร้อมกับข้อความของพี่แทนคุณที่แชททิ้งไว้หลังจากวันที่มากินเหล้าด้วยกันพี่แทนคุณก็มีบินด่วนไปดูงานที่ต่างประเทศและคงอีกหลายอาทิตย์กว่าจะกลับททั้งๆ ที่คิดไว้ว่าจะคบเป็นเรื่องเป็นราวไปก็ต้องชะงักไว้ก่อนแต่ฉันดีใจมากนะที่พี่แทนคุณรับฉันได้และยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงก๊อก ก๊อก ก๊อก“คุณหนูเรย์คะคุณท่านให้ลงมาตามไปทานอาหารคค่ะ”“ค่ะเดี๋ยวเรย์ลงไป” ฉันเอ่ยตอบกลับไปพร้อมกับมองรถที่คุ้นตากำลังขับเข้ามาในบ้านวันนี้เป็นวันที่พ่อแม่เชิญเมย่ามาทานอาหารด้วยกันเดี๋ยวก็คงจะพูดคุยเรื่องหมั้นกันแหละมั้งเห้อไม่อยากลงไปเลยฉันรู้สึกผิดที่ต้องมองหน้าเธอคนนั้นจริงๆแต่สุดท้ายฉันก็จำเป็นต้องลงไปทักทายฉันมองภาพที่ทั้งสองควงแขนกันเข้ามาในบ้านโดยมีพ่อกับแม่ฉันยืนต้อนรับด้วยรอยยิ้มเธอคนนั้นทั้งสูงและขาวการแต่งกายก็ดูเรียบร้อยหน้าตาก็น่ารักเหมือนลูกคุณหนูที่เห็นกันอยู่ตามสังคมชั้นสูงเหมาะกับพี่คริสจัง“เรย์เดินมาทักทายพี่เมย่าสิ” แม่กวักมือเรียกฉันเข้าไปใกล้ฉันระบา
“ตั้งใจเรียนนะลูกตอนเย็นพี่คริสเขามารับ”“อ่า..ค่ะสวัสดีค่ะแม่” ฉันยกมือไหว้แม้ก่อนจะลงรถเพราะรู้ดีว่าต่อให้บอกว่าจะกลับบ้านเองยังไงแม่ก็ไม่มีทางยอมหรือฉันจะทักไลน์ไปบอกพี่คริสดีเพราะช่วงนี้ฉันเห็นพี่เขาทำงานหนักมากบางวันก็กลับบ้านเกือบสี่ทุ่มห้าทุ่มตลอดฉันเองก็อายุ20กว่าแล้วไม่อยากจะเป็นภาระใครเลยจริงๆเรวาลิน : พี่คริสวันนี้หนูกลับบ้านเองได้นะคะพี่ไม่ต้องมารับหรอกฉันกดส่งข้อความไปก่อนจะปิดหน้าจอแต่ไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงไลน์ก็ดังขึ้นฉันจึงรีบเปิดอ่านทันทีคริส : ไม่ต้องเดี๋ยวไปรับฉันถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะกดส่งสติกเกอร์OKไปพอขึ้นว่าอ่านแล้วฉันจึงปิดหน้าจอและเดินเข้าตึกคณะซึ่งเป็นปีสุดท้ายแล้วที่ฉันเรียนเทอมหน้าก็ไปฝึกงานแล้วก็จบสิ้นสักทีแน่นอนว่าฉันยื่นสมัครเข้าบริษัทบ้านตัวเองอ๊ะๆ แต่ไม่ได้ใช้เส้นสายแต่อย่างใดนะเพราะฉันไม่เคยบอกที่บ้านเลยว่าจะไปฝึกงานที่ไหนฉันลองยื่นไปก่อนแน่นอนว่า นามสกุลฉันก็ใช้ของแม่ที่บ้านเด็กกำพร้าไม่ได้เปลี่ยนมาเป็นของที่บ้านแต่อย่างใดเพราะฉะนั้นก็ไม่มีใครรู้แน่ๆ ว่าฉันเป็นใครแถมยื่นไปตอนนี้ก็ผ่านแล้วด้วยRrrrr“ฮัลโหลค่ะพี่แแทน”(ทำอะไรอยู่ครับ)“กำล
ก๊อก ก๊อก ก๊อกฉันที่นั่งทำรายงานอยู่ก็ลุกขึ้นทันทีหลังจากได้ยินเสียงประตูอันแผ่วเบาแน่นอนว่าฉันรู้ได้ทันทีว่าเสียงเคาะนี้เป็นของใครเพราะเจ้าตัวได้ไลน์มาบอกก่อนหน้านี้แล้วว่าต้องการให้ฉันช่วย“กลิ่นเหล้าแรงจัง” ทันทีที่เปิดประตูออกไปสิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นเหล้าเข้มๆ ที่ออกมาจากตัวของพี่คริสใบหน้าหล่ออยู่ในอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่ฉันจะค่อยๆ ดึงร่างสูงเข้ามาในห้องและล็อคประตูทันทีแกร้กเสียงหัวเข็มขัดดังขึ้นฉันหยิบหนังยางที่ใส่อยู่บริเวณข้อมือขึ้นมามัดผมให้เรียบร้อยมองร่างสูงที่สติเหลือน้อยค่อยๆ ถอดกางเกงออกพร้อมกับชั้นในสีดำเผยให้เห็นความแข็งแกร่งอันใหญ่โตที่กำลังโด่ชี้หน้าฉัน“มาเร็ว” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโหยหาเอ่ยเรียกฉันพี่คริสนั่งลงปลายเตียงฉันค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เขาก่อนจะนั่งคุกเข่าตอนนี้ใบหน้าของฉันอยู่ในระดับเดียวกับตัวตน ของอีกฝ่ายพี่คริสค่อยๆ ใช้มือชัดรูกแก่นกายอย่างช้าๆ ส่วนอีกมีอก็ค่อยๆ กดหัวของฉันลง“อื้มมม..” ยามที่ริมฝีปากของฉันครอบครองตัวตนของพี่คริสร่างสูงก็ร้องครางออกมาทันทีฉันค่อยๆ ใช้ปากโลมเลียมันอย่างช้าๆ เพื่อทำให้เขาผ่อนคลายก่อนจะเริ่มรุกหนักมากข







