LOGINเมื่อเงาปีศาจสลายไป ใยที่พันรอบตัวเทนชิก็สลายไปด้วย
"ยูเมะ! เธอ...เธอใช้พลังงานจากวิญญาณในขวดได้ด้วยเหรอ!" เทนชิตะลึง ยูเมะทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง การใช้พลังวิญญาณที่เก็บไว้ทำให้เธออ่อนล้าถึงขีดสุด "ฉัน...ฉันไม่รู้ค่ะ...มันเกิดขึ้นเอง...ฉันแค่ต้องการช่วยคุณ..." เงาปีศาจตนที่ 8: "ผู้สาปแช่งเสียง" (The Sound Sorcerer) ก่อนที่เทนชิจะเข้ามาช่วยยูเมะ เงาปีศาจตนที่ 8 ก็เข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว มันมีรูปร่างคล้ายปีกค้างคาวขนาดใหญ่ และเมื่อมันกางปีกออก มันก็ปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงออกมา วี้ดดดดดดด! คลื่นเสียงนั้นทำให้เทนชิและยูเมะต้องเอามือปิดหูทันที คลื่นเสียงนั้นไม่ได้ทำลายทางกายภาพ แต่มันแทรกซึมเข้าสู่จิตใจ ทำให้เกิดอาการมึนงงและภาพสั่นไหว "เสียงบ้าอะไรเนี่ย!" เทนชิสบถ เขารู้สึกเหมือนแก้วหูจะแตก และโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง "เทนชิ! อย่าฟังเสียงมัน! มันกำลังทำให้สมาธิของเราแตก!" ยูเมะตะโกน แต่เสียงของเธอก็แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เงาปีศาจค้างคาวพุ่งเข้าหาเทนชิที่กำลังสับสน เขาพยายามยกมีดอาคมขึ้นป้องกัน แต่ร่างกายไม่ตอบสนองอย่างที่ควรจะเป็น "ไม่ได้การแล้ว! ต้องโจมตีระยะไกล!" ยูเมะกัดฟัน เธอพยายามรวบรวมสมาธิในขณะที่เสียงกรีดร้องยังคงทำลายจิตใจ ยูเมะใช้ขวดเก็บวิญญาณอีกครั้งเป็นตัวนำพลังงาน คราวนี้เธอร่ายคาถาที่ควบคุมแรงดึงดูดของวิญญาณ ทำให้ขวดของเธอเปรียบเสมือนปืนใหญ่เวทมนตร์ ฟู่ม! ยูเมะเล็งขวดไปที่เงาปีศาจค้างคาว และบังคับให้พลังงานวิญญาณที่รุนแรงพุ่งเข้าใส่เงาปีศาจ โฮกก! เงาปีศาจถูกโจมตีเข้าอย่างจัง ทำให้คลื่นเสียงหยุดลงทันที มันได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ยังไม่แตกสลาย มันส่งเสียงกรีดร้องอย่างโกรธแค้นแล้วพุ่งเข้าใส่ยูเมะ เทนชิอาศัยช่วงเวลาที่เสียงเงียบลง เขาใช้แรงทั้งหมดพุ่งเข้าใส่เงาปีศาจค้างคาวที่กำลังพุ่งเข้าหาเพื่อนของเขา "แกกล้าแตะเพื่อนฉันได้ยังไง!" เทนชิพุ่งตัวเข้าแทงอย่างบ้าคลั่ง ปักๆๆ! เขาแทงมีดอาคมใส่ร่างของมันหลายครั้งจนมันแตกสลายเป็นละอองดำมืด ยูเมะเก็บดวงวิญญาณได้สำเร็จ เทนชิหันไปหายูเมะด้วยความกังวล "เป็นอะไรรึเปล่ายูเมะ! เสียงมันทำร้ายเธอมากไหม?" ยูเมะส่ายหน้า ใบหน้าของเธอซีดเผือดเหมือนกระดาษ "ไม่เป็นไรค่ะ...แต่ฉันคิดว่าฉันใช้พลังเวททั้งหมดที่ฉันมีแล้วค่ะเทนชิ..." ส่วนที่ 3: ความหวังสุดท้าย และการเผชิญหน้าระลอกที่สาม ยูเมะและเทนชิยืนอยู่ข้างกันอย่างอ่อนล้า มีดอาคมและขวดเก็บวิญญาณในมือของพวกเขาเป็นหลักฐานถึงการต่อสู้อันดุเดือดที่เพิ่งผ่านไป แต่การต่อสู้ยังไม่จบ เงาปีศาจตนที่ 9 และ 10: "คู่หูผู้พิทักษ์ประตู" (The Gatekeepers) เงาปีศาจที่เหลืออยู่สองตนสุดท้ายก้าวออกมา พวกมันยืนอยู่ริมขอบอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์ พวกมันมีรูปร่างสมมาตร คล้ายทหารโบราณ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือพวกมันไม่ได้พุ่งเข้าโจมตี แต่พวกมันเริ่มร่ายคาถาเวทมนตร์ใส่โบสถ์โดยตรง "มันไม่มาโจมตีเราแล้วค่ะ! พวกมันกำลังโจมตีคริสตัลโดยตรง!" ยูเมะบอก คลื่นพลังงานสีดำพุ่งออกจากเงาปีศาจทั้งสองตน พุ่งเข้าชนกับแสงสีเขียวมรกตที่แผ่ออกมาจากคริสตัล เปรี้ยง! เกิดเสียงปะทะกันอย่างรุนแรง แสงมรกตกะพริบอย่างรวดเร็ว "พลังของคริสตัลกำลังถูกทำลายลงเรื่อยๆ เทนชิ! ถ้าพวกมันทำสำเร็จ โบสถ์นี้จะพังทลายลง!" "แต่เราเข้าใกล้ไม่ได้! พลังของเธอหมดแล้วไม่ใช่เหรอ!" เทนชิตะโกนอย่างสิ้นหวัง "ไม่ค่ะ! ขวดเก็บวิญญาณ! ฉันยังมีพลังวิญญาณที่เก็บไว้อยู่เต็มขวด! แต่มันอันตรายมาก ถ้าฉันใช้มันทั้งหมด อาจจะทำให้ฉันไม่เหลือพลังเวทเลยตลอดไป!" "ถ้าเราไม่ใช้ตอนนี้ เราก็ไม่มีโอกาสรอดแล้วยูเมะ! ฉันจะเปิดช่องทางให้เธอ! เชื่อในพลังที่เธอเพิ่งปลุกขึ้นมา!" เทนชิกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขากำลังเดิมพันชีวิตทั้งหมดกับเพื่อนของเขา เทนชิพุ่งเข้าใส่เงาปีศาจตนที่ 9 อย่างบ้าคลั่ง แต่เขาไม่ได้มีเป้าหมายที่จะสังหารมัน เขาใช้ความเร็วและความว่องไวของเขาวิ่งเป็นวงกลมรอบเงาปีศาจเพื่อสร้างความสับสน และสร้างกำแพงป้องกันให้ยูเมะ "มาเลยไอ้พวกโง่! พวกแกจับฉันไม่ได้หรอก!" เทนชิเย้ยหยัน พลางหลบการโจมตีจากคลื่นพลังงานของเงาปีศาจ ยูเมะหยิบขวดเก็บวิญญาณขึ้นมา ขวดนั้นเต็มไปด้วยดวงวิญญาณสีเทาหม่นที่เธอรวบรวมมาจากการต่อสู้ทั้งหมด เธอหลับตาลง และรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่เหลืออยู่ "วิญญาณบริสุทธิ์แห่งการพิทักษ์! จงหลอมรวม! แสงแห่งการชำระล้างครั้งสุดท้าย!" ยูเมะร่ายคาถาสุดท้าย พลังงานสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกมาจากขวดอย่างบ้าคลั่ง ขวดเก็บวิญญาณเรืองแสงจ้าจนแทบจะระเบิด พลังงานวิญญาณที่ถูกหลอมรวมกลายเป็น ดาบแสงขนาดใหญ่ ที่ประกอบไปด้วยวิญญาณที่บริสุทธิ์และอาคมโบราณ มันพุ่งเข้าใส่เงาปีศาจทั้งสองตนพร้อมกันอย่างรุนแรง ฟู่มมมมมมม! เงาปีศาจทั้งสองส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส คลื่นพลังงานสีดำที่พวกมันปล่อยออกมาถูกทำลายในพริบตา ร่างกายของพวกมันถูกดาบแสงขนาดใหญ่ตัดขาดอย่างรวดเร็ว แตกสลาย! ทันทีที่เงาปีศาจทั้งสิบตนถูกทำลาย ความเงียบก็เข้าครอบงำสุสานอีกครั้ง ขวดเก็บวิญญาณของยูเมะกลับสู่สภาพเดิม แต่บัดนี้มันว่างเปล่า...ดวงวิญญาณทั้งหมดถูกใช้ไปในการโจมตีครั้งสุดท้าย เทนชิหยุดวิ่ง เขาหอบหายใจอย่างหนัก ยืนพิงกำแพงโบสถ์อย่างหมดแรง แต่รอยยิ้มแห่งความสำเร็จก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา "เรา...เราทำสำเร็จแล้วยูเมะ!" ยูเมะพยุงตัวขึ้นช้าๆ เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าภายใน แต่ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ใช่ค่ะเทนชิ...เราทำสำเร็จแล้ว..." แต่ก่อนที่พวกเขาจะดีใจได้นาน สายตาของเทนชิก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า พวกเขายังไม่ปลอดภัย "ยูเมะ..." เทนชิเอ่ยเสียงแผ่วเบา "ดูนั่นสิ..." ลึกเข้าไปในความมืดของสุสาน เงาปีศาจขนาดยักษ์ที่เคยโจมตีโบสถ์ไม่ได้หนีไปไหน มันยืนอยู่บนยอดเนินดินที่มองเห็นโบสถ์ได้ชัดเจน และมันไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายของมันคือ เงาปีศาจอีกสามตน ที่มีรูปร่างและพลังงานที่แตกต่างจากพวกที่พวกเขาเพิ่งต่อสู้ไปอย่างสิ้นเชิง พวกมันกำลังจ้องมองมายังโบสถ์...ราวกับกำลังวิเคราะห์ความสามารถของทั้งสองคนอยู่... เนื้อหาฉากต่อสู้ตอนนี้มีความยาวตามที่ต้องการและบรรยายรายละเอียดการต่อสู้กับปีศาจที่มีความสามารถแตกต่างกันแล้วนะคะแสงสีฟ้าอ่อนนวลตาห่อหุ้มร่างของ ฮานา และ โกฮัน ลอยขึ้นช้าๆ ผ่านโพรงถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยเรืองแสง พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์ของโลกใต้บาดาลที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในกาย พลังงานที่ได้จากการฝึกฝนอย่างหนักในห้องต่างๆ ภายใต้การชี้แนะของเหล่าวิญญาณภูมิ “เรากลับมาแล้วฮานา…” โกฮันพึมพำ ดวงตาของเขาฉายแววความมุ่งมั่น “ใช่… ถึงเวลาที่เราจะต้องทำในสิ่งที่ต้องทำแล้วโกฮัน” ฮานาตอบ เสียงของเธอหนักแน่น ไม่มีความลังเลอีกต่อไป ผ้ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดผืนในมือของเธอเปล่งแสงสีเทาอ่อนๆ ที่แสดงถึงพลังแห่งแสงและความมืดที่หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อร่างของพวกเขาพ้นจากปากโพรงถ้ำ แสงแดดที่เจิดจ้าก็สาดส่องกระทบดวงตา ทำให้พวกเขาต้องหรี่ตาลง สวนสนุกร้างที่เคยดูมืดมิดและน่ากลัว บัดนี้กลับมีแสงสว่างสลัวๆ ส่องเข้ามาจากด้านบน เผยให้เห็นซากปรักหักพังที่น่าเศร้าและบรรยากาศที่เงียบงันราวกับถูกทิ้งร้างมานานหลายศตวรรษ “พวกเจ้ากลับมาแล้ว…” เสียงใสราวระฆังแก้วของ ภูติแห่งวารี ดังขึ้น เบื้องหน้าพวกเขา ภูติแห่งวารีกำลังลอยอยู่เหนือพื้นดิน รายล้อมด้วยพลังงานแสงสีฟ้าอ่อนโยน “ท่านภูติแห่งวารี!” ฮานาและโกฮ
ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการควบคุม ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว นี่คือบททดสอบสุดท้ายของการฝึกฝนในโลกใต้บาดาล แสงภายในห้องนี้แตกต่างจากทุกห้องที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แสงสีเดียว แต่เป็นแสงสีขาวดำที่สลับกันไปมาอย่างรวดเร็วราวกับชีพจรของจักรวาล พื้นห้องเป็นเหมือนตารางหมากรุกขนาดใหญ่ที่ช่องสี่เหลี่ยมสีขาวและดำเคลื่อนไหวและสลับตำแหน่งกันไม่หยุด กำแพงห้องทอดยาวขึ้นไปสูงลิบตาจนมองไม่เห็นเพดาน และมีกระแสพลังงานที่มองไม่เห็นไหลวนไปมา ทำให้รู้สึกถึงความสมดุลที่เปราะบางและพร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ บรรยากาศเงียบสงัดไร้เสียงใดๆ มีเพียงเสียงการเคลื่อนไหวของแสงและเงาที่สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดและกดดัน “ห้องนี้… มันดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ฮานา” โกฮันกระซิบเสียงแผ่ว เขากำมีดอาคมแน่น แสงสีเทาที่เปล่งออกมาจากผ้ายันต์และมีดอาคมของพวกเขาส่องสว่างตัดกับแสงขาวดำในห้อง “ใช่… เหมือนมันกำลังเตือนว่าทุกอย่างมันต้องอยู่ในความสมดุล” ฮานาตอบ เธอพยายามตั้งสติ ผ้ายันต์ในมือของเธอกำแน่น ทันใดนั้นเอง! แสงสีขาวดำที่สลับกันไปมาก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีเทาอ่อน รูปร่างของเขาดูคล้ายชายชราผู้ทรงภูมิ มีเคราย
ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการแยกสมาธิ ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นและความกังวลที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แสงภายในห้องนี้แตกต่างออกไปอีกครั้ง ที่นี่มืดมิดเกือบสนิท มีเพียงแสงสลัวๆ สีฟ้าอมเขียวคล้ายแสงออโรร่าที่เต้นระริกบนเพดานและผนังห้อง ทำให้เกิดเงาที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว พื้นห้องเต็มไปด้วยแท่นหินเล็กๆ นับไม่ถ้วนที่เรียงรายอยู่ไม่เป็นระเบียบ แต่ละแท่นมีอักขระโบราณที่ส่องแสงริบหรี่จารึกไว้ เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไม่สามารถจับใจความได้ดังแว่วมาเป็นระยะๆ ชวนให้รู้สึกรบกวนสมาธิ “ห้องนี้ดูประหลาดกว่าห้องอื่นอีกนะฮานา” โกฮันพึมพำ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง มีดอาคมในมือของเขาส่องแสงสีเทาอ่อนๆ “ใช่… บรรยากาศมันชวนให้รู้สึกสับสนยังไงก็ไม่รู้” ฮานาตอบ เธอพยายามตั้งสติ ผ้ายันต์ในมือของเธอเปล่งแสงสีเทาเช่นกัน ทันใดนั้นเอง! แสงสลัวๆ บนเพดานก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีม่วงเข้ม รูปร่างของเขาดูสง่างามคล้ายนักปราชญ์โบราณ เขามีผมสีขาวยาวสลวยผูกเป็นมวยไว้ด้านหลัง ดวงตาของเขาสุกใสราวกับดวงดาวที่มองเห็นทะลุปรุโปร่งทุกสิ่ง ในมือถือคัมภีร์เล่มเก่าที่เปล่งแสง
ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการแยกสัมผัส ท่ามกลางความงุนงง แสงสว่างภายในห้องนี้ดูแปลกประหลาด มันเป็นแสงสีรุ้งที่หมุนวนไปมาอย่างช้าๆ ทำให้ภาพที่เห็นบิดเบี้ยวและพร่าเลือน ผนังห้องทำจากวัสดุโปร่งแสงที่ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร ทุกอย่างในห้องดูเลือนลางและไม่แน่นอน กลิ่นหอมแปลกๆ ลอยคละคลุ้งในอากาศ ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มและมึนงง “นี่มัน… ห้องอะไรกันเนี่ย?” ฮานาพึมพำ เธอรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยเมื่อมองแสงสีรุ้งที่หมุนวนไม่หยุด “ฉันก็ไม่แน่ใจฮานา… แต่บรรยากาศมันประหลาดมาก” โกฮันตอบ เสียงของเขามีอาการมึนงงเล็กน้อย เขากำมีดอาคมแน่น พยายามตั้งสติ ทันใดนั้นเอง! แสงสีรุ้งก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ รูปร่างคล้ายหญิงสาวงดงามราวกับนางฟ้า เธอมีปีกสีรุ้งโปร่งแสงขนาดใหญ่ ผมยาวสลวยสีเงินระยิบระยับ ดวงตาของเธอเป็นสีฟ้าใสราวกับท้องฟ้าไร้เมฆ และมีรัศมีอ่อนโยนแผ่ออกมาจากตัวเธอ “ยินดีต้อนรับ… ผู้กล้าทั้งสอง” เสียงใสราวกับเสียงกระดิ่งแก้วดังขึ้นในห้อง “ข้าคือ วิญญาณแห่งดารา ผู้พิทักษ์ห้องแห่งการแยกสัมผัส… ข้าจะทดสอบความสามารถในการแยกแยะของพวกเจ้า… ทั้งการแยกแยะประสาทสัมผัส… และการแยกแ
ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งพละกำลัง ด้วยความตื่นเต้นระคนความเหนื่อยล้าจากการฝึกฝนในห้องแห่งความเร็ว แสงสว่างภายในห้องนี้แตกต่างจากห้องก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ที่นี่สว่างไสวด้วยแสงสีส้มอมแดงที่ดูอบอุ่นและมั่นคง ผนังห้องเป็นหินแกรนิตสีเข้มแข็งแกร่ง มีรอยจารึกรูปค้อนและขวานโบราณประดับอยู่ทั่วไป กลิ่นดินและแร่ธาตุที่คุ้นเคยในโลกใต้บาดาลกลับเข้มข้นขึ้นในห้องนี้ ให้ความรู้สึกดิบและทรงพลัง “ดูเหมือนว่าห้องนี้จะไม่ได้เน้นความเร็วแล้วนะฮานา” โกฮันกล่าว เขากำหมัดแน่น รู้สึกถึงพละกำลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายหลังจากได้รับการเยียวยาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ “ฉันก็ว่างั้น… บรรยากาศมันต่างกันลิบลับเลย” ฮานาตอบพลางกวาดตามองไปรอบๆ เธอยกผ้ายันต์ในมือขึ้น มันเปล่งแสงสีขาวนวลตัดกับแสงสีส้มอมแดงของห้อง ทันใดนั้นเอง! เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับแผ่นดินไหวก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงใหญ่กำยำปรากฏตัวขึ้นช้าๆ มันเป็นร่างโปร่งแสงสีน้ำตาลเข้ม มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ผมของเขาสั้นเกรียน ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราดกดำ ดวงตาคมกริบราวกับหินผา ในมือถือค้อนขนาดมหึมาที่ดูหนักอึ้ง “ยินดีต้อนรับ… ผู้กล้าทั้งสอง” เ
แสงสีฟ้าอ่อนนุ่มนวลจากแร่ธาตุเรืองแสงส่องสว่างไปทั่วโถงถ้ำขนาดใหญ่ใน โลกใต้บาดาล ฮานา และ โกฮัน ยืนอยู่เบื้องหน้าทางเข้าที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจง ด้านบนของทางเข้ามีอักขระโบราณเรืองแสงเขียนไว้ว่า "ห้องแห่งการฝึกฝน" พลังงานบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทำให้ร่างกายของพวกเขาสดชื่น แต่จิตใจก็ยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและกังวล “เอาล่ะเด็กๆ” ภูติแห่งวารี กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงความจริงจัง “นี่คือสถานที่ที่พวกเจ้าจะฝึกฝนพลัง… และเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า” ฮานาก้มมองผ้ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ผืนในมือที่ตอนนี้กลับมาเป็นสีขาวบริสุทธิ์อีกครั้ง “เราต้องควบคุมพลังของผ้ายันต์ที่ถูกแปดเปื้อนใช่ไหมคะ?” “ใช่แล้ว” ภูติแห่งวารีพยักหน้า “ผ้ายันต์เหล่านั้นได้ดูดซับพลังงานทั้งสองด้าน… หากพวกเจ้าสามารถควบคุมสมดุลของแสงและความมืดในตัวพวกมันได้… พวกมันก็จะกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังอย่างแท้จริง” โกฮันมองเข้าไปในความมืดมิดของทางเข้าห้องฝึกฝน “แล้วเราต้องทำอะไรในนั้นบ้างครับ?” “ห้องฝึกฝนแห่งนี้แบ่งออกเป็นห้าส่วน แต่ละส่วนจะทดสอบความสามารถที่แตกต่างกัน” ภูติแห่งวารีอธิบาย “และใ







