Mag-log inจินเป่าที่ถูกเพื่อนเพื่อนรักหักหลังจนต้องทำให้ตัวเขาเองถึงแก่ความตาย แต่ชะตากรรมกับนำเขาไปสู่อีกมิติหนึ่ง มิติแห่งนั้นแทบทุกคนมีวรยุทธ แต่จินเป่าเองก็ได้ไปอยู่ในร่างของสตรีที่เคยมีวรยุทธ์ที่สูงส่งแต่ตอนนี้ผู้นั้นกับไร้วรยุทธเสียแล้ว นามของสตรีผู้นั้นคือมู๋จินเป่า ซึ่งเป็นลูกอนุในตระกูลมู๋ หลังจากถูกขับไล่ออกจากจวนใหญ่ ก็มีผู้คอยรังแกตลอดจนในที่สุด จินเป่าจึงพาคนรับใช้หนีออกจากจวน เพื่อตามหาสิ่งของที่จะมาปลดผนึกพิษให้ตัวเขานั้นกับมีวรยุทธได้ดั่งเดิม การเดินทางของทั้งสองดำเนินไปด้วยความราบเรียบเนื่องจากในร่างกายของทั้งสองมีสิ่งที่ทำให้สัตว์ในหลายอย่างยอมศิโรราบแต่โดยดี เกิดการต่อสู้กันบ้างกับนักยุธทั่วไป หลังจากที่ตามหาสิ่งที่ทำให้ร่างกายปลดผนึกพิษได้แล้ว กลุ่มของเธอก็ถูกตามไล่ล่าจนแทบจะเอาตัวไม่รอด พอรอดมาได้แล้วจินเป่ากับคนรับใช้ก็ต้องการที่จะเข้าเรียนที่สำนักศึกษาระดับหนึ่งของมิติสามัญแห่งนี้ และคนในตระกูลมู๋ก็ต้องการศึกษาในสำนักศึกษาแห่งนี้เช่นเดียวกัน เมื่อพวกเขาเข้าทดสอบการเข้าศึกษาที่สำนักแห่งนั้นก็ได้ปะมือกันจนทำให้อดีตพี่สาวและน้องชายของเธอได้หลุดออกจากการแข่งขันในการเข้ารับการศึกษา เมื่อการทดสอบการศึกษาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีจึงเอาเองก็เป็นผู้ที่อยู่ในลำดับ 1 ของสำนักการศึกษาในครั้งนี้ เมื่อใกล้ที่จะออกจากสำนักพวกเขาจึงต้องทำภารกิจบางอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดต้องสำเร็จมาก่อน เมื่อจบจากการศึกษาแล้วจินเป่า กับคนรับใช้ที่มาพบภายหลังว่าเป็นพี่น้องกันนั้นก็ออกตามหาอดีตกัน
view more"ลูกทั้งสองชอบพอกันแล้วผู้เป็นพ่อจะขัดได้อย่างไรกันล่ะ ถึงแม้พวกเจ้าจะเป็นลูกบิดาเดียวกันแล้วอย่างไรหากผู้เป็นพ่อและเป็นแม่ยินยอมให้แต่งกันก็ไม่มีผู้ใดว่าพวกเจ้าทั้งสองได้หรอก"จางเทียนกล่าวขึ้น ทุกคนก็รวมดีใจกับทั้งสอง ผู้เป็นแม่มองบุตรสาวของเขาเอง เขาได้เลี้ยงเด็กผู้นี้มาเพียงปีเดียวเท่านั้น พบกันอีกทีก็ต้องมอบให้บุรุษผู้อื่นดูแลแล้วหรือ แล้วถ้าแต่งกับคนตระกูลหวัง นางคงไม่ไปตกระกำลำบากที่ตระกูลหวังหรอกหรือ น้ำตาของนางจึงไหลมา"เสี่ยงซิ่วเจ้าเป็นอะไรไป ทำไมเจ้าร้องไห้ไม่ดีใจหรอกหรือที่บุตรสาวของเจ้ามีคนดูแลแล้ว"หนิงฮว่าถามขึ้น"นางคงดีใจที่อยู่ๆบุตรสาวกลับมาพบบิดามารดาก็พาบุตรเขยมาให้นางดูตัวด้วยเลย แล้วเรื่องผู้นำตระกูลล่ะ จางเหมยเจ้ายินดีจะรับหรือไม่"จางเทียนถามขึ้น"ท่านพ่อลูกยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลยเจ้าคะ ลูกเพิ่งมาจากมิตินิมิตรเพียงแค่ครึ่งปียังอยากที่จะหาประสบการณ์อยู่ ที่ลูกมาจวนตระกูลจางในวันนี้ก็เพื่อที่จะช่วยท่านพ่อท่านแม่ แล้วลูกอยากให้ท่านพ่อกับท่านแม่รับรู้ว่าลูกมีคนรัก และเราทั้งสองก็จะออกท่องยุทธภพกัน ลูกคิดว่าหน้าที่ผู้นำตระกูลจางนั้น ท่านพี่จางหยงกับพี่ซิงอีน่าจะทำได้
เมื่อจินเป่าไปถึงก็เห็นทุกคนกำลังตกอยู่ในอันตรายและจางซินที่กำลังใช้วิชาแฝดมิติแผดเผาเพียงลำพัง จึงทำให้เขาต้องยื่นมือเข้าช่วย เขาสั่งการให้อินหย่าหลบไปซ้อนตัวให้รออินบุหลันมาแล้วค่อยออกมาหา และเขาก็ส่งแสงสีเขียวออกไปยังร่างบุรุษคนที่กำลังสู้อยู่กับจางซิน เมื่อแสงวรยุทธสีเขียวนั้นต้องร่างบุรุษผู้นั้นเขาก็ตอบ และร่างของบุรุษผู้นั้นลอยขึ้นถ่อยออกห่างจากจางซิน เมื่อบุรุษผู้นำรับแสงของทั้งสองแล้วแสงสีเขียวของจริงเป่าก็พุ่งลงไปหาจางซิน แสงสีแดงของจางซินก็พุ่งไปหาจินเป่าอย่างคุ้นเคยแสงทั้งสองพันรอบๆตัวของนักพรตและรอบๆตัวของแสงนั้นจึงทำ ให้แสงสีแดงและสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีรุ้ง เมื่อห่าวอู๋อวี่เห็นว่าผู้ที่ยืนส่งแสงสีเขียวนั้นอยู่หน้าประตูทางเข้าตระกูลจางเขาดีใจมาก เขารีบทะยานไปหานางทันที ซิงอีเองก็เห็นเช่นเดียวกัน แม้นตอนนี้เขาจะบาดเจ็บไปทั่วร่างกายแต่เมื่อเห็นน้องสาวผู้นี้แล้วเขาก็เพิ่งไปหานาง"ทุกคนช่วยกันคุ้มกันจินเป่า" ห่าวอู๋มู่ลี่ที่ได้สติรีบกล่าวขึ้น เมื่อสลัดกลุ่มที่กำลังจะจับตัวซิงอีได้แล้ว พวกเขาก็กรูกันเข้าไปเพื่อคุ้มกันจินเป่า เมื่อนักพรตนั้นต่อสู้ไม่ไหวแล้ว พลังภายในของเขาเหมือนถ
ห่าวอู๋อวี่ไม่รอช้า ใช้วรยุทธทุกอย่างที่มี จนในที่สุดเขาก็คิดถึงเคล็ดวิชารำดาบทศทิศพิศดาร เขาพุ่งตัวไปยังผนังของวรยุทที่โปร่งใสเขาเริ่มรำดาบเมื่อเขาเริ่มรำและหมุนไปรอบๆเกาะวรยุทนั้น เมื่อห่าวอู๋อวี่กลับไปตรงจุดเดิมและวาดดาบลงเกราะวรยุทธก็แตกออก พญาหงส์ขาวตกลงทันที นักพรตนั้นตกตลึงไม่น้อยเขาไม่เคยเห็นใครทำลายเกราะวรยุทของตนมาก่อน เขาจึงรีบสร้างเกาะวรยุทธอีกครั้ง จางซินเก็บพญาหงส์ขาวของจินเป่าไว้ในมิติล่องหนของนาง ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่ามีคนที่ทำลายเกราะวรยุทธได้พวกเขารีบไปใกล้ผนังวรยุท"ข้างในนี้มันยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยอยู่ จางหยงเจ้าคุ้มกันทั้งสามอยู่ด้านในนี้ ส่วนคนอื่นๆรีบหาทางออกไปช่วยซิงอี จางซินเจ้าต้องออกไปอย่างปลอดภัย รอรวมพลังกับจินเป่า วรยุทธของคนผู้นั้นต้องเป็นเจ้าสองคนที่ร่วมมือกันได้ข้าเพียงแค่เปิดผนึกก่อนวรยุทธ์นี้ออกไปได้เท่านั้น หากไปสู้กับคนผู้นั้นก็แค่จะรั้งไม่ให้เขาทำร้ายพวกเราไปมากกว่านี้ "ซิงอีละ ข้าเป็นห่วงนางข้าต้องออกไปช่วยนางท่านอาจารย์เพียงลำพังไม่สามารถต้านพวกนั้นได้หรอก"จางหยงกล่าวขึ้น "เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่น เจ้าคิดดูสิถ้าบิดามารดาของนางเ
เดิมทีโอวป๋าลู่เพียงรู้สึกถูกชะตาและคับคล้ายคับคาเด็กที่เขาช่วยไว้ แต่เมื่อพูดถึงตระกูลจางเขาก็นึกขึ้นได้ว่ามีคนที่หน้าตาคล้ายกับนางและเขาก็เดาเอาเองบุตรของตระกูลจาง ซึ่งนางก็เคยพูดเรื่องตระกูลจางอยู่ จึงทำให้เขาพานางมาเมืองหลวงด้วยและให้นางอยู่ในตระกูลโอวอย่างเดียว เพื่อปกป้องนาง และตอนนี้ก็ถึงเวลาสำคัญ เขาจึงจำเป็นต้องปกป้องนางอยู่ เขามองดูลูกศิษย์ของเขาที่มีกลุ่มคนมากมายกำลังกรูกันเข้ามาเขายังคิดอยู่ในใจว่าจะลงมือช่วย แต่แล้วคลื่นหนึ่งก็พุ่งเข้าใสกลุ่มนั้น คนของตระกูลซูหลายคนล้มลงกับพื้น ทุกคนจึงหันหน้าไปมองบุรุษผู้หนึ่งที่อยู่ตระกูลอี้ เมื่อซิงอีมองตามก็รู้ว่าเป็นห่าวอู๋อวี่ เขาดีใจที่ห่าวอู๋อวี่ช่วยสหายทั้งสามได้ทัน เขาจึงพยายามมองหาคนข้างกายของห่าวอู๋อวี่ก็ไม่พบกับจินเป่า แต่พบกับสตรีผู้หนึ่งคนผู้นั้นหน้าตาสะสวยเช่นเดียวกับจินเป่า จึงทำให้ซิงอีรู้สึกเคืองอยู่ในใจ"ท่านอาจารย์ทำเขาทำไม คนพวกนี้เป็นคนของตระกูลข้าเอง เขากำลังจะช่วยท่านน้าสะสางปัญหาของตระกูลจาง"ซูซวี่กล่าวขึ้น "งั้นเจ้าก็บอกคนของตระกูลเจ้าให้หยุดก่อเรื่องได้แล้วข้าเพียงไม่ชอบเท่านั้นเอง"ห่าวอู๋อวี่กล่าวขึ้น ทำให้
"ข้าห่าวอู่มู๋ลี่ ขอรับข้ามาด้วยกันแปดคนเพียงเท่านั้น หากท่านผู้เฒ่าดูให้วันละคนแค่เพียงเจ็ดวันข้าก็รู้แล้วว่าพวกเขามีความเป็นอยู่อย่างไร"ห่าวอู๋มู่ลี่กล่าวขึ้นเขาไม่ยอมที่จะเรียน"โถ่พ่อหนุ่มข้าเองก็แก่มากแล้ว และพวกเจ้าทั้งหมดก็มาจากมิติที่ต่ำกว่าแล้วข้าจะดูให้พวกเจ้าได้อย่างไร เอาเป็นว่าพรุ่งนี
เมื่อหลายๆคนออกจากห้องพยากรณ์ลูกแก้วแล้วต่างคนก็รีบเร่งที่จะไปพักผ่อนให้เต็มที่ แต่บุรุษที่ทุกคนเรียกว่าเป็นพี่นั้นก็มุ่งไปยังเรือนพยาบาลเป็นอันดับแรก เมื่อเห็นว่าบุรุษที่ทุกคนคิดว่าท่านอาจารย์จะให้เป็นพูดสืบทอดชะตานั้นยังหลับไหลอยู่ เขาก็ยิ้มกริ่มในใจ แวะเดินสำรวจที่โรงพยาบาลก็พบว่ามีเพียงผู้เฝ้าเ
เมื่อกลับมายังที่พักห่าวอู๋มู่ลี่ไม่ได้คุยกับอาจารย์ท่านผู้เฒ่าเลย เขารับรู้ว่าท่านอาจารย์ผู้เฒ่ามาแต่เขาก็แกล้งนั่งสมาธิเพื่อฝึกกำลังภายใน เขาไม่สนใจ เรื่องที่จะเสกไฟนั้นเขาไม่สามารถทำมันได้อยู่แล้ว แต่เรื่องที่อาจารย์จะให้เขานั้นดูลูกแก้วหรือไม่ เขาก็ยังหวั่นวิตกไม่หาย เช้าวันต่อมาเขาก็รีบไปกินข้
จางซินจับมือพี่ชายตัวเองเดินออกจากเรือนรับลองของท่านนักพรต "พี่หยงข้ายินดีกับท่านจริงๆนะ หากนักพรตผู้นั้นทำนายแม้นจริงๆ ท่านก็จะได้เป็นผู้นำตระกูลจาง ท่านแม่ข้าจะได้เดินทางไปกับพี่จางหยงใช่หรือไม่"จางซินที่ดีใจกับพี่ชายถามกับมารดาว่าตนจะได้เดินทางไปตระกูลจางกับพี่ชายหรือไม่"แน่นอนสิเจ้าจะได้ไปตร






Rebyu