Masukเทนชิและยูเมะพุ่งทะยานออกจากประตูโบสถ์ทันทีที่แม่ชีเปิดมันออก เสียงกรีดร้องของชาวบ้านในห้องใต้ดินยังคงดังก้องอยู่ในหูของพวกเขา เป็นแรงผลักดันให้ต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ พื้นดินในสุสานเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ และเงาปีศาจขนาดยักษ์ที่เคยปรากฏตัวเมื่อครู่ได้ล่าถอยไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงทัพหน้าของพวกมันที่ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อทำลายโบสถ์
แสงสีเขียวมรกตที่แผ่ออกมาจากคริสตัลของโบสถ์ได้สร้างอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น ทำให้เงาปีศาจไม่สามารถก้าวเท้าเข้ามาในระยะนั้นได้ พวกมันจึงได้แต่ยืนอยู่รอบนอกและใช้ท่อนไม้ขนาดใหญ่โจมตีใส่ผนังโบสถ์อย่างบ้าคลั่ง "หยุดอยู่ตรงนั้นแหละพวกแก!" เทนชิตะโกนก้อง มือขวาของเขากำมีดอาคมแน่นจนขึ้นข้อขาว พลังวิญญาณของเขาที่เพิ่งถูกปลุกโดยยูเมะ ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความว่องไวและพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน "พวกมันไม่กลัวเราเลยค่ะเทนชิ! พวกมันกำลังบ้าคลั่ง!" ยูเมะมองไปยังเงาปีศาจที่กำลังเตรียมเหวี่ยงท่อนซุงอีกครั้ง เงาปีศาจตนที่ 1 และ 2: "แฝดพละกำลัง" (The Twin Brutes) เงาปีศาจสองตนที่อยู่ใกล้ที่สุด หันมาสนใจการปรากฏตัวของพวกเขา พวกมันมีรูปร่างใหญ่โต ผิวเป็นเงาดำขลับแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่บิดเบี้ยวผิดรูป "แฝดพละกำลัง" พวกมันปล่อยท่อนซุงลงพื้นดังสนั่น แล้วพุ่งเข้าหาเทนชิและยูเมะด้วยความเร็วที่น่าตกใจ "ระวังนะเทนชิ! พวกมันเร็วและแข็งแกร่งมาก!" ยูเมะเตือน "ไม่ต้องห่วงยูเมะ! เร็วกว่านี้ฉันก็เคยเจอมาแล้ว!" เทนชิรับคำ เขาไม่รอช้า พุ่งเข้าใส่เงาปีศาจตนแรก เทนชิใช้ความว่องไวของนักกีฬาหลบการโจมตีอันบ้าคลั่งของเงาปีศาจที่พยายามจะตะปบเขา เขาพุ่งเข้าไปในระยะประชิด ใช้มีดอาคมแทงเข้าที่หัวของเงาปีศาจตนที่ 1 ฉัวะ! ร่างของมันระเบิดออกเป็นกลุ่มควันดำมืดทันที แต่เงาปีศาจอีกตนก็เข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว พร้อมกับชกหมัดขนาดใหญ่ใส่เทนชิ ปัง! เทนชิยกแขนขึ้นป้องกันไว้ได้ทันท่วงที แต่แรงกระแทกนั้นทำให้เขาเซถลาไปด้านหลังหลายก้าว "แข็งแกร่งเป็นบ้าเลย!" เทนชิสบถ ในขณะเดียวกัน ยูเมะไม่รอช้า เธอร่ายคาถาที่ช่วยลดความเร็วของเป้าหมาย พลังเวทมนตร์สีม่วงอ่อนๆ พุ่งออกจากมือไปยังเงาปีศาจตนที่ 2 ที่กำลังจะพุ่งเข้าโจมตีเทนชิ วูบ! ร่างของมันเคลื่อนไหวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เทนชิอาศัยจังหวะนี้ พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามีดอาคมในมือแทงเข้ากลางหัวของมันอย่างแม่นยำ ปัก! เงาปีศาจแตกสลาย ยูเมะเปิดขวดเก็บวิญญาณและดูดดวงวิญญาณสีเทาทั้งสองดวงเข้าสู่ขวดได้สำเร็จ "สองตัว...ก็ยังไหวนะเทนชิ!" ยูเมะเอ่ยหอบๆ "นั่นแค่การวอร์มอัพเท่านั้นแหละยูเมะ! ดูสิ...พวกมันกำลังรุมเราอยู่!" เทนชิมองไปรอบๆ ด้วยสายตาเคร่งเครียด เงาปีศาจตนที่ 3, 4, และ 5: "นักล่าเงา" (The Shadow Hunters) เงาปีศาจระลอกที่สองที่เข้ามาโจมตีมีลักษณะแตกต่างออกไป พวกมันมีรูปร่างผอมเพรียวและว่องไวผิดมนุษย์ "นักล่าเงา" สามตน พวกมันไม่ได้โจมตีตรงๆ แต่กลับพยายามใช้ความเร็วในการโฉบเฉี่ยว และสลายตัวเองเป็นเพียงเงาแบนราบไปกับพื้นดิน เพื่อหลีกเลี่ยงพลังศักดิ์สิทธิ์ของมีดอาคม และพยายามหาช่องโหว่ในการจู่โจม "พวกมันกำลังใช้เงาในการเคลื่อนที่! คาถาป้องกันไม่น่าจะทัน!" เทนชิตะโกนเตือน "เทนชิ! คาถาแสงสว่างรวบรวม!" ยูเมะบอก เธอยกมือขึ้นพร้อมร่ายคาถาที่ใช้พลังงานสูง คาถาของเธอทำให้แสงสว่างจากคริสตัลมรกตที่โบสถ์ถูกดึงดูดมารวมกันที่มือของเธอ กลายเป็นลูกบอลแสงสว่างจ้า เมื่อแสงสว่างพุ่งเข้าใส่ นักล่าเงาตนที่ 3 ที่กำลังสลายตัวเองราบไปกับพื้นก็ถูกบังคับให้กลับคืนสู่ร่างเดิมอย่างรวดเร็ว ฟุ่บ! มันถูกแสงเผาไหม้เล็กน้อยและส่งเสียงกรีดร้อง เทนชิไม่พลาดโอกาส พุ่งเข้าไปแทงมันทันที "เยี่ยมมากยูเมะ! ฉันไม่เคยรู้เลยว่าคาถาของเธอใช้พลังงานจากคริสตัลได้ด้วย!" "ฉันก็เพิ่งรู้ค่ะ! แต่...ใช้พลังงานเยอะมากเลย!" ยูเมะหอบหนัก การร่ายคาถาที่รุนแรงทำให้เธอหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่เทนชิกำลังจัดการกับนักล่าเงาตนที่ 3 นั้น นักล่าเงาตนที่ 4 และ 5 ก็ใช้จังหวะนี้สลับร่างเป็นเงาดำมืด โฉบเฉี่ยวจากคนละทิศทางเพื่อเข้าโจมตียูเมะ "ข้างหลังยูเมะ!" เทนชิตะโกนเตือนไม่ทัน ยูเมะหันกลับมาพร้อมร่ายคาถาสกัดกั้น เธอใช้ขวดเก็บวิญญาณเป็นจุดศูนย์กลางในการปล่อยพลังเวท ทำให้เกิดกำแพงพลังงานโปร่งแสงป้องกันไว้ได้ทันท่วงที แคร้ง! เงาปีศาจชนเข้ากับกำแพงพลังงานอย่างรุนแรง "เกือบไปแล้ว! พวกมันพยายามโจมตีผู้หญิงก่อนเสมอ!" ยูเมะกัดฟัน "ยูเมะ! อย่าเพิ่งใช้พลังเวท! ฉันจะล่อพวกมันเอง!" เทนชิออกคำสั่ง เขาหันไปตะโกนเย้ยหยันเงาปีศาจที่กำลังพยายามหาช่องว่างเข้ามา "มาเลยไอ้พวกตัวอ่อน! มีดของฉันกำลังหิวน้ำ!" เทนชิใช้ความเร็วเหนือมนุษย์ของเขา พุ่งเข้าไปในกลุ่มเงาปีศาจที่กำลังสับสน เขาหลบการโจมตีของนักล่าเงาตนที่ 4 อย่างหวุดหวิด ก่อนจะใช้มีดอาคมกรีดเข้าที่ลำตัวของมัน โฮกกก! เงาปีศาจร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เทนชิไม่รอช้า แทงซ้ำเข้าที่หัวของมันจนแตกสลาย แต่ในขณะที่เขาหันหลังให้ นักล่าเงาตนที่ 5 ก็สลายร่างเป็นเงาแบนราบกับพื้นดิน แล้วพุ่งเข้ามาหาเขาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว "ระวังเทนชิ! คาถากระจกสะท้อน!" ยูเมะไม่ลังเล เธอร่ายคาถาอีกครั้ง แม้จะรู้สึกอ่อนล้าอย่างหนัก พลังเวทของเธอสร้างแผ่นกระจกใสขึ้นมาตรงหน้าของเทนชิ แสงสว่างจากคริสตัลโบสถ์สะท้อนเข้าสู่เงาปีศาจอย่างรุนแรง ทำให้มันถูกผลักออกมาจากพื้นดินด้วยความเจ็บปวด เทนชิอาศัยเสี้ยววินาทีนั้น หมุนตัวกลับหลังอย่างรวดเร็ว ปัก! มีดอาคมสังหารนักล่าเงาตนสุดท้ายได้สำเร็จ ยูเมะเก็บดวงวิญญาณทั้งสามดวงไว้ในขวด เธอนั่งลงกับพื้นด้วยความอ่อนเพลีย "ห้าตัวแล้วค่ะเทนชิ...ฉันไม่ไหวแล้ว..." "พักก่อนยูเมะ! ฉันจะป้องกันเธอเอง!" เทนชิยืนกำมีดอาคมอยู่ข้างยูเมะ สายตาของเขากวาดมองไปยังเงาปีศาจที่เหลืออยู่ห้าตน ที่กำลังรวมตัวกันอย่างมีระเบียบ ส่วนที่ 2: ความซับซ้อน และการเผชิญหน้าระลอกที่สอง การโจมตีระลอกแรกทำให้ทั้งสองบาดเจ็บและอ่อนล้า แต่ก็ช่วยให้พวกเขาเข้าใจรูปแบบการโจมตีของศัตรูมากขึ้น เงาปีศาจตนที่ 6: "ป้อมปราการมายา" (The Illusion Fortress) เงาปีศาจตนที่ 6 มีรูปร่างผอมแห้งกว่าตัวอื่นๆ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือมันมีดวงตาเล็กๆ นับสิบดวงกะพริบอยู่บนใบหน้าของมัน มันก้าวออกมาข้างหน้า และเริ่มปล่อยคลื่นความสับสนออกมาจากดวงตาเหล่านั้น วูบ! ทันใดนั้น เทนชิก็เห็นเงาปีศาจอีกสิบตัวปรากฏขึ้นรายล้อมตัวเขา ภาพลวงตาเหล่านั้นดูสมจริงจนแยกไม่ออก "อะไรกันเนี่ย?! พวกมันเพิ่มจำนวนได้อีกเหรอ!" เทนชิตกใจ "ไม่จริงค่ะเทนชิ! นั่นมันภาพลวงตา! อย่าเชื่อสิ่งที่เห็น!" ยูเมะพยายามเตือน แต่เสียงของเธอก็เริ่มสั่นไหว เพราะแม้แต่ตัวเธอเองก็เริ่มเห็นภาพบิดเบือนไปบ้าง เทนชิถูกรายล้อมด้วยภาพลวงตา เงาปีศาจทุกตัวพุ่งเข้าโจมตีพร้อมกัน เขากำมีดอาคมแน่น "จริงหรือปลอมก็ต้องลองแทงดู!" เขาแทงไปที่เงาปีศาจตนหนึ่ง แต่มันกลับหายไปในอากาศ ฉึก! ในขณะที่เขาลังเล ภาพลวงตาตนหนึ่งก็ฟันกรงเล็บใส่แขนของเขา แม้จะเป็นภาพลวงตา แต่ความเจ็บปวดกลับสมจริงจนเขาต้องร้องออกมา "มันไม่ใช่แค่ภาพลวงตา! มันสร้างความเจ็บปวดทางจิตได้ด้วย!" เทนชิกัดฟัน "เทนชิ! ต้องเป็นตัวที่มีดวงตาเยอะที่สุด! มันคือจุดศูนย์กลางของมายา!" ยูเมะพยายามตะโกน แต่เสียงของเธออ่อนแรงลงเรื่อยๆ ยูเมะตัดสินใจรวบรวมพลังเวทที่เหลืออยู่เพื่อร่ายคาถาเปิดตาแห่งความจริง เธอต้องใช้ขวดเก็บวิญญาณมาช่วยในการร่ายคาถาอีกครั้ง วิ้ง! แสงสีขาวนวลพุ่งออกจากขวด พุ่งเข้าใส่ดวงตาที่กะพริบอยู่บนหน้าของเงาปีศาจตนที่ 6 โฮกกกกก! เงาปีศาจกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ภาพลวงตาที่รายล้อมเทนชิพลันหายไปในพริบตา เผยให้เห็นเงาปีศาจตนจริงที่กำลังทรุดตัวลงด้วยความเจ็บปวด "โอกาสเดียวเทนชิ!" เทนชิไม่รอช้า แม้จะบาดเจ็บที่แขน เขาก็พุ่งเข้าหาเงาปีศาจตนที่ 6 ด้วยความเร็วสูงสุด ปัก! มีดอาคมแทงเข้าที่จุดรวมดวงตาของมันอย่างแม่นยำ มันแตกสลายทันที ยูเมะรีบเก็บวิญญาณอย่างรวดเร็ว เงาปีศาจตนที่ 7: "ผืนผ้าอัมพาต" (The Paralysis Weave) ทันทีที่เงาปีศาจตนที่ 6 หายไป เงาปีศาจตนที่ 7 ก็เข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว มันมีรูปร่างคล้ายแมงมุมยักษ์ ผิวหนังเป็นสีดำมันวาว และปล่อยใยสีดำเหนียวหนืดออกมาจากร่างกาย "ระวังนะเทนชิ! มันปล่อยใยออกมา!" ยูเมะเตือน "หลบไม่ทันแล้ว!" ใยสีดำเหนียวหนืดถูกพ่นออกมาอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าพันรอบตัวของเทนชิ ทำให้เขาถูกตรึงไว้กับที่ ไม่สามารถขยับแขนขาได้ "ให้ตายสิ! ขยับไม่ได้เลย!" เทนชิพยายามดิ้นรน แต่ใยนั้นเหนียวแน่นราวกับเหล็ก เงาปีศาจแมงมุมพุ่งเข้าใส่เทนชิอย่างรวดเร็ว กรงเล็บแหลมคมของมันจ้องจะแทงเข้าที่หัวใจของเทนชิ ยูเมะรู้ดีว่าเธอไม่สามารถปล่อยให้เทนชิถูกทำร้ายได้ เธอต้องใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ เธอหยิบขวดเก็บวิญญาณออกมา แล้วร่ายคาถาสังหารอย่างรุนแรงที่สุด "จิตวิญญาณแห่งแสง! จงหลอมรวม! แสงแห่งการชำระล้าง!" วูบบบบ! พลังงานสีขาวบริสุทธิ์ถูกดูดออกมาจากขวดเก็บวิญญาณที่เพิ่งเก็บมา ผสมผสานกับพลังเวทของยูเมะ กลายเป็นลำแสงพลังงานที่รุนแรง พุ่งเข้าใส่เงาปีศาจแมงมุมอย่างจัง เงาปีศาจแมงมุมกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ร่างกายของมันถูกลำแสงเผาไหม้ไปอย่างรวดเร็ว แผละ! มันแตกสลายเป็นเถ้าถ่าน และดวงวิญญาณของมันถูกดูดเข้าสู่ขวดของยูเมะทันทีแสงสีฟ้าอ่อนนวลตาห่อหุ้มร่างของ ฮานา และ โกฮัน ลอยขึ้นช้าๆ ผ่านโพรงถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยเรืองแสง พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์ของโลกใต้บาดาลที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในกาย พลังงานที่ได้จากการฝึกฝนอย่างหนักในห้องต่างๆ ภายใต้การชี้แนะของเหล่าวิญญาณภูมิ “เรากลับมาแล้วฮานา…” โกฮันพึมพำ ดวงตาของเขาฉายแววความมุ่งมั่น “ใช่… ถึงเวลาที่เราจะต้องทำในสิ่งที่ต้องทำแล้วโกฮัน” ฮานาตอบ เสียงของเธอหนักแน่น ไม่มีความลังเลอีกต่อไป ผ้ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดผืนในมือของเธอเปล่งแสงสีเทาอ่อนๆ ที่แสดงถึงพลังแห่งแสงและความมืดที่หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อร่างของพวกเขาพ้นจากปากโพรงถ้ำ แสงแดดที่เจิดจ้าก็สาดส่องกระทบดวงตา ทำให้พวกเขาต้องหรี่ตาลง สวนสนุกร้างที่เคยดูมืดมิดและน่ากลัว บัดนี้กลับมีแสงสว่างสลัวๆ ส่องเข้ามาจากด้านบน เผยให้เห็นซากปรักหักพังที่น่าเศร้าและบรรยากาศที่เงียบงันราวกับถูกทิ้งร้างมานานหลายศตวรรษ “พวกเจ้ากลับมาแล้ว…” เสียงใสราวระฆังแก้วของ ภูติแห่งวารี ดังขึ้น เบื้องหน้าพวกเขา ภูติแห่งวารีกำลังลอยอยู่เหนือพื้นดิน รายล้อมด้วยพลังงานแสงสีฟ้าอ่อนโยน “ท่านภูติแห่งวารี!” ฮานาและโกฮ
ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการควบคุม ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว นี่คือบททดสอบสุดท้ายของการฝึกฝนในโลกใต้บาดาล แสงภายในห้องนี้แตกต่างจากทุกห้องที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แสงสีเดียว แต่เป็นแสงสีขาวดำที่สลับกันไปมาอย่างรวดเร็วราวกับชีพจรของจักรวาล พื้นห้องเป็นเหมือนตารางหมากรุกขนาดใหญ่ที่ช่องสี่เหลี่ยมสีขาวและดำเคลื่อนไหวและสลับตำแหน่งกันไม่หยุด กำแพงห้องทอดยาวขึ้นไปสูงลิบตาจนมองไม่เห็นเพดาน และมีกระแสพลังงานที่มองไม่เห็นไหลวนไปมา ทำให้รู้สึกถึงความสมดุลที่เปราะบางและพร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ บรรยากาศเงียบสงัดไร้เสียงใดๆ มีเพียงเสียงการเคลื่อนไหวของแสงและเงาที่สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดและกดดัน “ห้องนี้… มันดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ฮานา” โกฮันกระซิบเสียงแผ่ว เขากำมีดอาคมแน่น แสงสีเทาที่เปล่งออกมาจากผ้ายันต์และมีดอาคมของพวกเขาส่องสว่างตัดกับแสงขาวดำในห้อง “ใช่… เหมือนมันกำลังเตือนว่าทุกอย่างมันต้องอยู่ในความสมดุล” ฮานาตอบ เธอพยายามตั้งสติ ผ้ายันต์ในมือของเธอกำแน่น ทันใดนั้นเอง! แสงสีขาวดำที่สลับกันไปมาก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีเทาอ่อน รูปร่างของเขาดูคล้ายชายชราผู้ทรงภูมิ มีเคราย
ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการแยกสมาธิ ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นและความกังวลที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แสงภายในห้องนี้แตกต่างออกไปอีกครั้ง ที่นี่มืดมิดเกือบสนิท มีเพียงแสงสลัวๆ สีฟ้าอมเขียวคล้ายแสงออโรร่าที่เต้นระริกบนเพดานและผนังห้อง ทำให้เกิดเงาที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว พื้นห้องเต็มไปด้วยแท่นหินเล็กๆ นับไม่ถ้วนที่เรียงรายอยู่ไม่เป็นระเบียบ แต่ละแท่นมีอักขระโบราณที่ส่องแสงริบหรี่จารึกไว้ เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไม่สามารถจับใจความได้ดังแว่วมาเป็นระยะๆ ชวนให้รู้สึกรบกวนสมาธิ “ห้องนี้ดูประหลาดกว่าห้องอื่นอีกนะฮานา” โกฮันพึมพำ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง มีดอาคมในมือของเขาส่องแสงสีเทาอ่อนๆ “ใช่… บรรยากาศมันชวนให้รู้สึกสับสนยังไงก็ไม่รู้” ฮานาตอบ เธอพยายามตั้งสติ ผ้ายันต์ในมือของเธอเปล่งแสงสีเทาเช่นกัน ทันใดนั้นเอง! แสงสลัวๆ บนเพดานก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีม่วงเข้ม รูปร่างของเขาดูสง่างามคล้ายนักปราชญ์โบราณ เขามีผมสีขาวยาวสลวยผูกเป็นมวยไว้ด้านหลัง ดวงตาของเขาสุกใสราวกับดวงดาวที่มองเห็นทะลุปรุโปร่งทุกสิ่ง ในมือถือคัมภีร์เล่มเก่าที่เปล่งแสง
ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการแยกสัมผัส ท่ามกลางความงุนงง แสงสว่างภายในห้องนี้ดูแปลกประหลาด มันเป็นแสงสีรุ้งที่หมุนวนไปมาอย่างช้าๆ ทำให้ภาพที่เห็นบิดเบี้ยวและพร่าเลือน ผนังห้องทำจากวัสดุโปร่งแสงที่ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร ทุกอย่างในห้องดูเลือนลางและไม่แน่นอน กลิ่นหอมแปลกๆ ลอยคละคลุ้งในอากาศ ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มและมึนงง “นี่มัน… ห้องอะไรกันเนี่ย?” ฮานาพึมพำ เธอรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยเมื่อมองแสงสีรุ้งที่หมุนวนไม่หยุด “ฉันก็ไม่แน่ใจฮานา… แต่บรรยากาศมันประหลาดมาก” โกฮันตอบ เสียงของเขามีอาการมึนงงเล็กน้อย เขากำมีดอาคมแน่น พยายามตั้งสติ ทันใดนั้นเอง! แสงสีรุ้งก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ รูปร่างคล้ายหญิงสาวงดงามราวกับนางฟ้า เธอมีปีกสีรุ้งโปร่งแสงขนาดใหญ่ ผมยาวสลวยสีเงินระยิบระยับ ดวงตาของเธอเป็นสีฟ้าใสราวกับท้องฟ้าไร้เมฆ และมีรัศมีอ่อนโยนแผ่ออกมาจากตัวเธอ “ยินดีต้อนรับ… ผู้กล้าทั้งสอง” เสียงใสราวกับเสียงกระดิ่งแก้วดังขึ้นในห้อง “ข้าคือ วิญญาณแห่งดารา ผู้พิทักษ์ห้องแห่งการแยกสัมผัส… ข้าจะทดสอบความสามารถในการแยกแยะของพวกเจ้า… ทั้งการแยกแยะประสาทสัมผัส… และการแยกแ
ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งพละกำลัง ด้วยความตื่นเต้นระคนความเหนื่อยล้าจากการฝึกฝนในห้องแห่งความเร็ว แสงสว่างภายในห้องนี้แตกต่างจากห้องก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ที่นี่สว่างไสวด้วยแสงสีส้มอมแดงที่ดูอบอุ่นและมั่นคง ผนังห้องเป็นหินแกรนิตสีเข้มแข็งแกร่ง มีรอยจารึกรูปค้อนและขวานโบราณประดับอยู่ทั่วไป กลิ่นดินและแร่ธาตุที่คุ้นเคยในโลกใต้บาดาลกลับเข้มข้นขึ้นในห้องนี้ ให้ความรู้สึกดิบและทรงพลัง “ดูเหมือนว่าห้องนี้จะไม่ได้เน้นความเร็วแล้วนะฮานา” โกฮันกล่าว เขากำหมัดแน่น รู้สึกถึงพละกำลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายหลังจากได้รับการเยียวยาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ “ฉันก็ว่างั้น… บรรยากาศมันต่างกันลิบลับเลย” ฮานาตอบพลางกวาดตามองไปรอบๆ เธอยกผ้ายันต์ในมือขึ้น มันเปล่งแสงสีขาวนวลตัดกับแสงสีส้มอมแดงของห้อง ทันใดนั้นเอง! เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับแผ่นดินไหวก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงใหญ่กำยำปรากฏตัวขึ้นช้าๆ มันเป็นร่างโปร่งแสงสีน้ำตาลเข้ม มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ผมของเขาสั้นเกรียน ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราดกดำ ดวงตาคมกริบราวกับหินผา ในมือถือค้อนขนาดมหึมาที่ดูหนักอึ้ง “ยินดีต้อนรับ… ผู้กล้าทั้งสอง” เ
แสงสีฟ้าอ่อนนุ่มนวลจากแร่ธาตุเรืองแสงส่องสว่างไปทั่วโถงถ้ำขนาดใหญ่ใน โลกใต้บาดาล ฮานา และ โกฮัน ยืนอยู่เบื้องหน้าทางเข้าที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจง ด้านบนของทางเข้ามีอักขระโบราณเรืองแสงเขียนไว้ว่า "ห้องแห่งการฝึกฝน" พลังงานบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทำให้ร่างกายของพวกเขาสดชื่น แต่จิตใจก็ยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและกังวล “เอาล่ะเด็กๆ” ภูติแห่งวารี กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงความจริงจัง “นี่คือสถานที่ที่พวกเจ้าจะฝึกฝนพลัง… และเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า” ฮานาก้มมองผ้ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ผืนในมือที่ตอนนี้กลับมาเป็นสีขาวบริสุทธิ์อีกครั้ง “เราต้องควบคุมพลังของผ้ายันต์ที่ถูกแปดเปื้อนใช่ไหมคะ?” “ใช่แล้ว” ภูติแห่งวารีพยักหน้า “ผ้ายันต์เหล่านั้นได้ดูดซับพลังงานทั้งสองด้าน… หากพวกเจ้าสามารถควบคุมสมดุลของแสงและความมืดในตัวพวกมันได้… พวกมันก็จะกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังอย่างแท้จริง” โกฮันมองเข้าไปในความมืดมิดของทางเข้าห้องฝึกฝน “แล้วเราต้องทำอะไรในนั้นบ้างครับ?” “ห้องฝึกฝนแห่งนี้แบ่งออกเป็นห้าส่วน แต่ละส่วนจะทดสอบความสามารถที่แตกต่างกัน” ภูติแห่งวารีอธิบาย “และใ







