Beranda / แฟนตาซี / 5/B สุสานมรณะ / การเปิดเผยความจริงแห่งผนึก 5 ผืน

Share

การเปิดเผยความจริงแห่งผนึก 5 ผืน

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-31 23:37:02

หลังจากจบการฝึกฝน 5 วัน ยูเมะและเทนชิก็กลับมารวมตัวกับแม่ชีที่แท่นบูชา พวกเขายืนอยู่หน้าคริสตัลสีมรกตที่บัดนี้เปล่งแสงอย่างมั่นคง ทว่าความรู้สึกกังวลยังคงฉายชัดในสายตาของทั้งสองคน

[บทสนทนา: ปริศนาของผ้ายันต์]

> เทนชิ: "แม่ชีครับ ถึงแม้ตอนนี้คริสตัลจะป้องกันโบสถ์ได้ แต่เงาปีศาจยักษ์ไม่ได้หนีไปไหน พวกมันกำลังซุ่มดูเราอยู่ และเราไม่สามารถใช้พลังทั้งหมดออกไปโจมตีพวกมันได้โดยไม่ทิ้งชาวบ้านไว้เบื้องหลัง"

> ยูเมะ: "เราต้องหาทางโจมตีรากฐานของพวกมันค่ะ หนูเชื่อว่าเงาปีศาจที่เก็นปล่อยออกมา มันมีต้นกำเนิดมาจากที่นี่อย่างแน่นอน"

> แม่ชี: "ความเชื่อของเจ้าถูกต้องแล้วจ้ะหนูยูเมะ" แม่ชีพยักหน้าอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินไปที่แท่นบูชา และยกไม้กางเขนขนาดเล็กที่ประดับด้วยคริสตัลสีมรกตออก เผยให้เห็นช่องลับด้านใน "คริสตัลมรกตนี้เป็นเพียงหนึ่งในห้าของผนึกศักดิ์สิทธิ์ที่นักเวทย์ผู้พิทักษ์ได้ทิ้งไว้เพื่อกักขังวิญญาณชั่วร้ายในสุสานแห่งนี้"

> เทนชิ: "ห้าผนึก? นี่เป็นแค่หนึ่งในนั้นเองเหรอครับ?"

> แม่ชี: "ใช่จ้ะ ผนึกศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดมีห้าชิ้น ซึ่งแต่ละชิ้นทำจากวัสดุต่างกัน และถูกสร้างจากคาถาคนละชนิด แต่สิ่งที่เชื่อมโยงผนึกเหล่านี้คือผ้ายันต์อาคมโบราณ ที่ถูกใช้เป็นแกนหลักในการสร้างพลังอารักษ์"

> ยูเมะ: "ผ้ายันต์อาคม...หมายความว่าถ้าเราตามหาผ้ายันต์ทั้งห้าผืนเจอ และนำมาประกอบกัน เราจะสามารถสร้างคาถาผนึกที่มีพลังงานเทียบเท่ากับนักเวทย์โบราณได้ใช่ไหมคะ?"

> แม่ชี: "ถูกต้องจ้ะ! คาถาผนึกเหล่านั้นไม่ได้ทำลายวิญญาณชั่วร้าย แต่จะทำให้มันหลับใหลและถูกกักขังไว้ในสุสานแห่งนี้อีกครั้ง แต่นานมาแล้ว...ผ้ายันต์ทั้งห้าผืนได้ถูกซ่อนไว้ในที่ต่างๆ ของสุสานแห่งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกใช้ในทางที่ผิด หรือถูกทำลายโดยศัตรู"

> เทนชิ: "แสดงว่าเงาปีศาจยักษ์ตัวนั้นก็รู้เรื่องผ้ายันต์ด้วยใช่ไหมครับ? พวกมันถึงได้พยายามทำลายผนึกที่โบสถ์ก่อน"

> แม่ชี: "เป็นไปได้มากจ้ะ ถ้าผ้ายันต์ทั้งห้าถูกทำลาย พลังผนึกจะสลายไปทั้งหมด และวิญญาณชั่วร้ายที่แท้จริงที่ถูกกักขังอยู่ใต้สุสานแห่งนี้...ก็จะถูกปลดปล่อยออกมา"

> ยูเมะ: "เราต้องหาผ้ายันต์ให้ครบทั้งห้าผืนให้ได้ก่อนที่พวกมันจะทำลายมันค่ะ! แล้วผืนแรกอยู่ที่ไหนคะ?"

>

แม่ชีดึงแผนที่โบราณที่ทำจากหนังสัตว์ออกมา มันเต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกๆ และรอยเลือดแห้ง

> แม่ชี: "ผ้ายันต์ผืนแรก...คือผ้ายันต์แห่งการเบิกเนตร มีพลังในการเผยความจริงและทำลายภาพลวงตา ตำนานกล่าวว่ามันถูกซ่อนไว้ที่หอคอยแห่งความเงียบงัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่วิญญาณผู้พิทักษ์ในอดีตใช้ในการบำเพ็ญเพียร แต่มันถูกปกป้องโดยจอมปลอมแห่งเงา (The Imposter Shade)"

>

ส่วนที่ 2: การออกเดินทางสู่หอคอยแห่งความเงียบงัน

ยูเมะและเทนชิเตรียมตัวออกเดินทาง พวกเขาสวมชุดนักเรียนที่ดูคล่องตัวและพกอาวุธที่ได้รับการเสริมพลังจากคริสตัล: มีดอาคมของเทนชิเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ และนาฬิกาอาคมของยูเมะก็ทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น

"เราจะไปกันแค่สองคนครับแม่ชี เพื่อลดความเสี่ยง" เทนชิกล่าว

"ระวังตัวด้วยนะเด็กๆ หอคอยแห่งความเงียบงันเต็มไปด้วยภาพมายา และจอมปลอมแห่งเงา...มันสามารถเลียนแบบทุกสิ่งได้ แม้กระทั่งคนที่เจ้ารักมากที่สุด" แม่ชีเตือนด้วยความเป็นห่วง

ทั้งสองคนออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่แผนที่ระบุ พวกเขาต้องเดินผ่านหลุมศพเก่าๆ และต้นไม้ที่บิดเบี้ยว ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักทำให้พวกเขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและระมัดระวัง

การเผชิญหน้ากับดักและปีศาจตนที่ 1: "หุ่นเชิดแห่งความสับสน"

เมื่อเข้าใกล้หอคอย พวกเขาพบกับทางเข้าที่เต็มไปด้วย กับดัก ที่สร้างจากเงาปีศาจ นั่นคือเงาปีศาจที่ผูกตัวเองเข้ากับกิ่งไม้และพื้นดิน คอยพุ่งเข้าใส่ผู้ที่ก้าวเข้ามา

> ยูเมะ: "เทนชิ! ระวังกับดักค่ะ! มันซ่อนตัวอยู่ตามเงาไม้!"

>

วูบ! เงาปีศาจตนหนึ่งพุ่งเข้าใส่เทนชิจากใต้ดิน เทนชิใช้ทักษะ 'เงา' ที่ฝึกมา พุ่งตัวหลบการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด ฉับ! เขาใช้มีดอาคมฟันเข้าที่กิ่งไม้ที่เงาปีศาจยึดไว้ ทำให้มันขาดจากกัน และมีดอาคมแทงเข้าที่หัวของมันอย่างรวดเร็ว

"พลังของมีดอาคมเพิ่มขึ้นจริงๆ!" เทนชิพึมพำ

แต่การทำลายเงาปีศาจตัวแรกทำให้เกิดเสียงดัง ทำให้เงาปีศาจตัวที่ 1 ในการต่อสู้หลักปรากฏตัวออกมา มันคือ "หุ่นเชิดแห่งความสับสน" (The Confusion Puppet) มีรูปร่างผอมสูง แขนขาเรียวยาวผิดปกติ และที่น่ากลัวคือมันถูกแขวนไว้กับต้นไม้โดยมีใยเงาคล้ายเชือกห้อยลงมา

> หุ่นเชิด: (เสียงหัวเราะแหลมสูง) "เจ้าผู้รุกราน...เจ้าคิดว่าการทำลายเงาของข้าจะช่วยได้รึ? ข้าคือผู้ควบคุมจิตใจ..."

>

มันแกว่งตัวอย่างบ้าคลั่งบนอากาศ และเริ่มพ่นกลุ่มควันดำออกมา กลุ่มควันนั้นเข้าสู่จมูกของเทนชิและยูเมะทันที ทำให้พวกเขาเห็นภาพบิดเบือน

> เทนชิ: "ให้ตายสิ! ฉันเห็นเงาปีศาจไปหมดทุกที่เลย! ยูเมะ! เธอเป็นยังไงบ้าง!"

> ยูเมะ: "ฉันเห็น...ฮานา! ฮานาบอกให้ฉันกลับบ้าน! เธอบอกว่ามันอันตรายเกินไป!" (ภาพลวงตาแสดงภาพฮานา เพื่อนของเธอ ที่มาดึงแขนไว้)

> หุ่นเชิด: "กลับไปซะ! กลับไปซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดิน...ที่นั่นคือที่ที่เจ้าควรอยู่!"

>

เทนชิรวบรวมสติ เขาจดจำคำสอนของฮิโระที่ว่า จิตใจต้องแข็งแกร่งกว่าร่างกาย เขาใช้พลังวิญญาณของตัวเองขับไล่ความสับสนออกไป

> เทนชิ: "หุบปากซะ! ยูเมะไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะฟังคำสั่งของแก! และฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้เพื่อนของฉันถูกทำร้าย!"

>

เทนชิใช้ทักษะ 'เงา' พุ่งตัวไปยังต้นไม้ที่หุ่นเชิดถูกแขวนอยู่ เขาต้องหลบการแกว่งที่บ้าคลั่งของมัน

> ยูเมะ: (เรียกสติกลับคืนมา) "เทนชิ! มันคือภาพลวงตา! อย่าฟันเชือก! มันจะทำให้มันหลุดออกมาโจมตีคุณในระยะประชิด! คาถาผนึกขั้นที่ 1!"

>

ยูเมะร่ายคาถาผนึกที่ซาโตโกะสอน เธอใช้พลังวิญญาณที่เพิ่งฟื้นตัวมาเพียงเล็กน้อยสร้างวงแหวนเวทมนตร์สีขาวขนาดเล็ก พุ่งเข้าตรึงแขนขาของหุ่นเชิดให้ติดกับต้นไม้ วูบ! หุ่นเชิดถูกตรึงไว้กับที่ แกว่งไปมาไม่ได้

> หุ่นเชิด: "ไม่จริง! คาถาผนึกชั้นต่ำแบบนี้จะทำอะไรข้าได้!"

> เทนชิ: "มันอาจจะผนึกแกไม่ได้ทั้งหมด! แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ฉัน...จัดการแกได้แล้ว!"

>

เทนชิใช้มีดอาคมแทงเข้าที่หัวของหุ่นเชิดอย่างแม่นยำ ร่างของมันแตกสลายเป็นละอองดำมืด ยูเมะรีบเปิดขวดเก็บวิญญาณที่ตอนนี้ว่างเปล่า และดูดดวงวิญญาณของมันเข้ามา

> ยูเมะ: "สำเร็จแล้วเทนชิ! คุณทำได้ดีมากในการต้านทานภาพลวงตา!"

> เทนชิ: "เพราะฉันจำคำพูดของฮิโระได้! และฉันก็เชื่อในคำเตือนของเธอด้วย! ถ้าฉันฟันเชือกขาด เราแย่แน่!"

>

การเผชิญหน้ากับปีศาจตนที่ 2: "ผู้กักขังแสง"

เมื่อเข้าไปถึงฐานของหอคอยแห่งความเงียบงัน พวกเขาก็พบกับปีศาจตนที่ 2 "ผู้กักขังแสง" (The Light Catcher) มันเป็นเงาปีศาจที่แปลกประหลาดที่สุด มันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน แต่เหมือนกับก้อนเงาดำขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ มันสามารถดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมดรอบตัว ทำให้บริเวณนั้นมืดมิดสนิท

> ผู้กักขังแสง: (เสียงกระซิบแหบพร่า) "พวกเจ้าไม่สามารถเข้ามาได้...แสงสว่างทั้งหมดจะต้องเป็นของข้า...และความมืดมิดเท่านั้นที่จะคงอยู่..."

>

ทันทีที่มันปรากฏตัว แสงสว่างจางๆ จากโคมไฟโบราณในหอคอยก็ถูกดูดกลืนหายไปในตัวมัน ทำให้ยูเมะและเทนชิอยู่ในความมืดสนิท

> ยูเมะ: "เทนชิ! ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย! นาฬิกาอาคมของฉันก็อ่อนลงมาก เพราะมันดูดกลืนแสง!"

> เทนชิ: "ใช้สัญชาตญาณสิยูเมะ! ฮิโระสอนให้ฉันใช้เสียงในการรับรู้! มันอยู่ตรงหน้าเรา!"

>

เทนชิใช้ทักษะ 'เงา' พุ่งเข้าใส่ก้อนเงาดำอย่างรวดเร็ว แต่มีดอาคมของเขากลับแทงทะลุร่างของมันไป ราวกับมันเป็นเพียงอากาศ

> เทนชิ: "อะไรกัน! มีดอาคมไม่ได้ผล! มันไม่มีหัว!"

> ผู้กักขังแสง: (หัวเราะ) "ฮ่า ฮ่า ฮ่า! โง่เง่า! ข้าคือเงาที่ไม่มีแก่นสาร! อาวุธของเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก! จงจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดซะ!"

>

เงาปีศาจขยายตัวออกและพุ่งเข้ากลืนกินเทนชิอย่างรวดเร็ว เทนชิพยายามดิ้นรนแต่เขากำลังถูกกลืนกินโดยความมืดที่เย็นยะเยือก

> เทนชิ: "ยูเมะ! ฉันกำลังถูกมันกลืน! มันเย็นมาก! ทำยังไงดี!"

>

ยูเมะที่อยู่ในความมืดสนิท ทันใดนั้นก็นึกถึงคำสอนของซาโตโกะ: "พลังเวทไม่ใช่ทุกสิ่ง...จงเชื่อมั่นในจิตวิญญาณ"

> ยูเมะ: "เทนชิ! เชื่อมั่นในคาถาของฉัน! คาถาแสงส่องทาง! ถึงแม้จะไม่มีพลังเวท แต่ฉันจะใช้พลังงานที่เหลืออยู่ทั้งหมดในตัวฉันเป็นเชื้อเพลิง!"

>

ยูเมะรวบรวมพลังวิญญาณที่เพิ่งฟื้นตัวมาทั้งหมดอีกครั้ง เธอยกมือขึ้นเหนือหัว แล้วร่ายคาถาแสงส่องทาง โดยครั้งนี้ไม่ได้หวังให้มันสว่างจ้า แต่หวังให้มันเป็นเพียง "จุดแสง" ที่เล็กที่สุด

ติ๊ด! แสงสีขาวเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเล็บปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือของยูเมะ

> ผู้กักขังแสง: "แสงเล็กน้อยแค่นั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!"

>

> ยูเมะ: "อาจจะใช่! แต่ฉันไม่ได้หวังจะทำร้ายแกด้วยแสงสว่าง! ฉันหวังจะให้มันเป็นจุดศูนย์กลางของพลังงานที่แกไม่สามารถควบคุมได้!"

>

ยูเมะใช้คาถาผนึกพื้นฐาน ผลักจุดแสงเล็กๆ เข้าไปในก้อนเงาดำอย่างรวดเร็ว วูบ! แสงสว่างเล็กๆ นั้นปะทะกับพลังงานมืดมหาศาลภายในตัวปีศาจ ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรง

ฟู่มมม!

เงาปีศาจกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ร่างกายที่ไม่มีรูปร่างของมันเริ่มบิดเบี้ยวและแตกเป็นรอยร้าว ดวงวิญญาณ! ยูเมะเห็นดวงวิญญาณเล็กๆ สีขาวบริสุทธิ์นับร้อยดวงที่ถูกเงาปีศาจกลืนกินไว้ก่อนหน้านี้ กำลังพยายามหนีออกมา

> เทนชิ (หลุดออกมาจากเงาปีศาจ): "ยูเมะ! มันคือดวงวิญญาณที่ถูกมันกลืนกิน! พวกมันคือจุดศูนย์กลางของพลังงานของมัน!"

>

เทนชิไม่รอช้า เขาจำคำสอนของฮิโระได้อีกครั้ง ต้องแม่นยำที่สุด! เขาเล็งมีดอาคมไปยังดวงวิญญาณสีขาวที่กำลังส่องแสงอย่างอ่อนแอที่ใจกลางของก้อนเงาดำ

ปัก! มีดอาคมแทงทะลุดวงวิญญาณที่ถูกกลืนกินไว้ทั้งหมด โฮกกก! เงาปีศาจผู้กักขังแสงระเบิดออกเป็นกลุ่มควันดำมืดทันที ดวงวิญญาณนับร้อยดวงลอยขึ้นสู่ฟ้าก่อนจะสลายหายไปอย่างสงบ เหลือเพียงดวงวิญญาณสีเทาของปีศาจที่ยูเมะดูดเก็บไว้

ยูเมะและเทนชิหอบหายใจอย่างหนัก พวกเขาสบตากันด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในความสามารถใหม่ของตนเอง

บนแท่นบูชาเก่าแก่กลางหอคอยที่ส่องแสงได้อีกครั้ง พวกเขาก็พบกับ ผ้ายันต์อาคมโบราณผืนแรก มันเป็นผืนผ้าไหมสีขาวที่เต็มไปด้วยตัวอักษรสีเขียวมรกต มันคือ ผ้ายันต์แห่งการเบิกเนตร

> ยูเมะ: "ผ้ายันต์แห่งการเบิกเนตร...เราทำได้แล้วเทนชิ! นี่แค่ผืนแรกเท่านั้นเองค่ะ!"

> เทนชิ: "ใช่ยูเมะ...แต่ฉันรู้สึกว่าผ้ายันต์ผืนที่สองจะต้องไม่ง่ายแน่ๆ..."

>

พวกเขาถือผ้ายันต์ไว้ในมือ ผ้ายันต์ผืนนั้นเรืองแสงจางๆ และทันใดนั้น ภาพบนแผนที่โบราณของแม่ชีก็ส่องแสงขึ้นมา เผยให้เห็นเส้นทางไปยังจุดต่อไปอย่างชัดเจน...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 5/B สุสานมรณะ   พร้อม

    แสงสีฟ้าอ่อนนวลตาห่อหุ้มร่างของ ฮานา และ โกฮัน ลอยขึ้นช้าๆ ผ่านโพรงถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยเรืองแสง พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์ของโลกใต้บาดาลที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในกาย พลังงานที่ได้จากการฝึกฝนอย่างหนักในห้องต่างๆ ภายใต้การชี้แนะของเหล่าวิญญาณภูมิ “เรากลับมาแล้วฮานา…” โกฮันพึมพำ ดวงตาของเขาฉายแววความมุ่งมั่น “ใช่… ถึงเวลาที่เราจะต้องทำในสิ่งที่ต้องทำแล้วโกฮัน” ฮานาตอบ เสียงของเธอหนักแน่น ไม่มีความลังเลอีกต่อไป ผ้ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดผืนในมือของเธอเปล่งแสงสีเทาอ่อนๆ ที่แสดงถึงพลังแห่งแสงและความมืดที่หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อร่างของพวกเขาพ้นจากปากโพรงถ้ำ แสงแดดที่เจิดจ้าก็สาดส่องกระทบดวงตา ทำให้พวกเขาต้องหรี่ตาลง สวนสนุกร้างที่เคยดูมืดมิดและน่ากลัว บัดนี้กลับมีแสงสว่างสลัวๆ ส่องเข้ามาจากด้านบน เผยให้เห็นซากปรักหักพังที่น่าเศร้าและบรรยากาศที่เงียบงันราวกับถูกทิ้งร้างมานานหลายศตวรรษ “พวกเจ้ากลับมาแล้ว…” เสียงใสราวระฆังแก้วของ ภูติแห่งวารี ดังขึ้น เบื้องหน้าพวกเขา ภูติแห่งวารีกำลังลอยอยู่เหนือพื้นดิน รายล้อมด้วยพลังงานแสงสีฟ้าอ่อนโยน “ท่านภูติแห่งวารี!” ฮานาและโกฮ

  • 5/B สุสานมรณะ   การฝึก

    ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการควบคุม ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว นี่คือบททดสอบสุดท้ายของการฝึกฝนในโลกใต้บาดาล แสงภายในห้องนี้แตกต่างจากทุกห้องที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แสงสีเดียว แต่เป็นแสงสีขาวดำที่สลับกันไปมาอย่างรวดเร็วราวกับชีพจรของจักรวาล พื้นห้องเป็นเหมือนตารางหมากรุกขนาดใหญ่ที่ช่องสี่เหลี่ยมสีขาวและดำเคลื่อนไหวและสลับตำแหน่งกันไม่หยุด กำแพงห้องทอดยาวขึ้นไปสูงลิบตาจนมองไม่เห็นเพดาน และมีกระแสพลังงานที่มองไม่เห็นไหลวนไปมา ทำให้รู้สึกถึงความสมดุลที่เปราะบางและพร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ บรรยากาศเงียบสงัดไร้เสียงใดๆ มีเพียงเสียงการเคลื่อนไหวของแสงและเงาที่สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดและกดดัน “ห้องนี้… มันดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ฮานา” โกฮันกระซิบเสียงแผ่ว เขากำมีดอาคมแน่น แสงสีเทาที่เปล่งออกมาจากผ้ายันต์และมีดอาคมของพวกเขาส่องสว่างตัดกับแสงขาวดำในห้อง “ใช่… เหมือนมันกำลังเตือนว่าทุกอย่างมันต้องอยู่ในความสมดุล” ฮานาตอบ เธอพยายามตั้งสติ ผ้ายันต์ในมือของเธอกำแน่น ทันใดนั้นเอง! แสงสีขาวดำที่สลับกันไปมาก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีเทาอ่อน รูปร่างของเขาดูคล้ายชายชราผู้ทรงภูมิ มีเคราย

  • 5/B สุสานมรณะ   สมดุล

    ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการแยกสมาธิ ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นและความกังวลที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แสงภายในห้องนี้แตกต่างออกไปอีกครั้ง ที่นี่มืดมิดเกือบสนิท มีเพียงแสงสลัวๆ สีฟ้าอมเขียวคล้ายแสงออโรร่าที่เต้นระริกบนเพดานและผนังห้อง ทำให้เกิดเงาที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว พื้นห้องเต็มไปด้วยแท่นหินเล็กๆ นับไม่ถ้วนที่เรียงรายอยู่ไม่เป็นระเบียบ แต่ละแท่นมีอักขระโบราณที่ส่องแสงริบหรี่จารึกไว้ เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไม่สามารถจับใจความได้ดังแว่วมาเป็นระยะๆ ชวนให้รู้สึกรบกวนสมาธิ “ห้องนี้ดูประหลาดกว่าห้องอื่นอีกนะฮานา” โกฮันพึมพำ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง มีดอาคมในมือของเขาส่องแสงสีเทาอ่อนๆ “ใช่… บรรยากาศมันชวนให้รู้สึกสับสนยังไงก็ไม่รู้” ฮานาตอบ เธอพยายามตั้งสติ ผ้ายันต์ในมือของเธอเปล่งแสงสีเทาเช่นกัน ทันใดนั้นเอง! แสงสลัวๆ บนเพดานก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีม่วงเข้ม รูปร่างของเขาดูสง่างามคล้ายนักปราชญ์โบราณ เขามีผมสีขาวยาวสลวยผูกเป็นมวยไว้ด้านหลัง ดวงตาของเขาสุกใสราวกับดวงดาวที่มองเห็นทะลุปรุโปร่งทุกสิ่ง ในมือถือคัมภีร์เล่มเก่าที่เปล่งแสง

  • 5/B สุสานมรณะ   สัมผัสแยก

    ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการแยกสัมผัส ท่ามกลางความงุนงง แสงสว่างภายในห้องนี้ดูแปลกประหลาด มันเป็นแสงสีรุ้งที่หมุนวนไปมาอย่างช้าๆ ทำให้ภาพที่เห็นบิดเบี้ยวและพร่าเลือน ผนังห้องทำจากวัสดุโปร่งแสงที่ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร ทุกอย่างในห้องดูเลือนลางและไม่แน่นอน กลิ่นหอมแปลกๆ ลอยคละคลุ้งในอากาศ ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มและมึนงง “นี่มัน… ห้องอะไรกันเนี่ย?” ฮานาพึมพำ เธอรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยเมื่อมองแสงสีรุ้งที่หมุนวนไม่หยุด “ฉันก็ไม่แน่ใจฮานา… แต่บรรยากาศมันประหลาดมาก” โกฮันตอบ เสียงของเขามีอาการมึนงงเล็กน้อย เขากำมีดอาคมแน่น พยายามตั้งสติ ทันใดนั้นเอง! แสงสีรุ้งก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ รูปร่างคล้ายหญิงสาวงดงามราวกับนางฟ้า เธอมีปีกสีรุ้งโปร่งแสงขนาดใหญ่ ผมยาวสลวยสีเงินระยิบระยับ ดวงตาของเธอเป็นสีฟ้าใสราวกับท้องฟ้าไร้เมฆ และมีรัศมีอ่อนโยนแผ่ออกมาจากตัวเธอ “ยินดีต้อนรับ… ผู้กล้าทั้งสอง” เสียงใสราวกับเสียงกระดิ่งแก้วดังขึ้นในห้อง “ข้าคือ วิญญาณแห่งดารา ผู้พิทักษ์ห้องแห่งการแยกสัมผัส… ข้าจะทดสอบความสามารถในการแยกแยะของพวกเจ้า… ทั้งการแยกแยะประสาทสัมผัส… และการแยกแ

  • 5/B สุสานมรณะ   วิญญาน

    ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งพละกำลัง ด้วยความตื่นเต้นระคนความเหนื่อยล้าจากการฝึกฝนในห้องแห่งความเร็ว แสงสว่างภายในห้องนี้แตกต่างจากห้องก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ที่นี่สว่างไสวด้วยแสงสีส้มอมแดงที่ดูอบอุ่นและมั่นคง ผนังห้องเป็นหินแกรนิตสีเข้มแข็งแกร่ง มีรอยจารึกรูปค้อนและขวานโบราณประดับอยู่ทั่วไป กลิ่นดินและแร่ธาตุที่คุ้นเคยในโลกใต้บาดาลกลับเข้มข้นขึ้นในห้องนี้ ให้ความรู้สึกดิบและทรงพลัง “ดูเหมือนว่าห้องนี้จะไม่ได้เน้นความเร็วแล้วนะฮานา” โกฮันกล่าว เขากำหมัดแน่น รู้สึกถึงพละกำลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายหลังจากได้รับการเยียวยาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ “ฉันก็ว่างั้น… บรรยากาศมันต่างกันลิบลับเลย” ฮานาตอบพลางกวาดตามองไปรอบๆ เธอยกผ้ายันต์ในมือขึ้น มันเปล่งแสงสีขาวนวลตัดกับแสงสีส้มอมแดงของห้อง ทันใดนั้นเอง! เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับแผ่นดินไหวก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงใหญ่กำยำปรากฏตัวขึ้นช้าๆ มันเป็นร่างโปร่งแสงสีน้ำตาลเข้ม มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ผมของเขาสั้นเกรียน ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราดกดำ ดวงตาคมกริบราวกับหินผา ในมือถือค้อนขนาดมหึมาที่ดูหนักอึ้ง “ยินดีต้อนรับ… ผู้กล้าทั้งสอง” เ

  • 5/B สุสานมรณะ   ความเร็ว

    แสงสีฟ้าอ่อนนุ่มนวลจากแร่ธาตุเรืองแสงส่องสว่างไปทั่วโถงถ้ำขนาดใหญ่ใน โลกใต้บาดาล ฮานา และ โกฮัน ยืนอยู่เบื้องหน้าทางเข้าที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจง ด้านบนของทางเข้ามีอักขระโบราณเรืองแสงเขียนไว้ว่า "ห้องแห่งการฝึกฝน" พลังงานบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทำให้ร่างกายของพวกเขาสดชื่น แต่จิตใจก็ยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและกังวล “เอาล่ะเด็กๆ” ภูติแห่งวารี กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงความจริงจัง “นี่คือสถานที่ที่พวกเจ้าจะฝึกฝนพลัง… และเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า” ฮานาก้มมองผ้ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ผืนในมือที่ตอนนี้กลับมาเป็นสีขาวบริสุทธิ์อีกครั้ง “เราต้องควบคุมพลังของผ้ายันต์ที่ถูกแปดเปื้อนใช่ไหมคะ?” “ใช่แล้ว” ภูติแห่งวารีพยักหน้า “ผ้ายันต์เหล่านั้นได้ดูดซับพลังงานทั้งสองด้าน… หากพวกเจ้าสามารถควบคุมสมดุลของแสงและความมืดในตัวพวกมันได้… พวกมันก็จะกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังอย่างแท้จริง” โกฮันมองเข้าไปในความมืดมิดของทางเข้าห้องฝึกฝน “แล้วเราต้องทำอะไรในนั้นบ้างครับ?” “ห้องฝึกฝนแห่งนี้แบ่งออกเป็นห้าส่วน แต่ละส่วนจะทดสอบความสามารถที่แตกต่างกัน” ภูติแห่งวารีอธิบาย “และใ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status