Beranda / แฟนตาซี / 5/B สุสานมรณะ / การเดินทางสู่ผืนป่าอาถรรพ์

Share

การเดินทางสู่ผืนป่าอาถรรพ์

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-31 23:39:25

หลังจากได้ผ้ายันต์แห่งการเบิกเนตรมา ยูเมะและเทนชิก็กลับไปที่โบสถ์เพื่อแจ้งข่าวดีให้แม่ชีทราบ ผ้ายันต์ผืนแรกที่ถูกนำมาวางคู่กับคริสตัลมรกต ทำให้พลังป้องกันของโบสถ์แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

> แม่ชี: "ผ้ายันต์แห่งการเบิกเนตรจะช่วยเปิดทางให้พวกเจ้ามองเห็นสิ่งที่ถูกซ่อนเร้นได้ แต่ผ้ายันต์ผืนที่สอง...คือผ้ายันต์แห่งการรวมจิต มันมีพลังในการเชื่อมโยงจิตวิญญาณของผู้ใช้ และทำลายพลังงานที่แบ่งแยก ตำนานกล่าวว่ามันถูกซ่อนไว้ในป่าหลังสุสาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่พลังงานมืดและพลังงานวิญญาณปะปนกันมากที่สุด และมันถูกปกป้องโดยจอมแบ่งแยก (The Separator Shade)"

> ยูเมะ: "พลังที่แบ่งแยก...หมายถึงพลังที่ทำให้คนเห็นภาพลวงตาหรือแตกคอกันใช่ไหมคะ?"

> แม่ชี: "มากกว่านั้นจ้ะ มันคือพลังที่ทำให้ทุกอย่างแยกออกจากกัน รวมถึงความเชื่อใจระหว่างพวกเจ้าด้วย จงระวังการถูกแบ่งแยกออกจากกัน หรือการถูกโจมตีด้วยความกลัวของอีกฝ่าย"

> เทนชิ: "เราจะไม่ปล่อยให้มันแบ่งแยกเราได้หรอกครับแม่ชี! เราเพิ่งฝึกฝนการทำงานเป็นทีมมา!"

>

ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังป่าหลังสุสานตามที่แผนที่ระบุ เมื่อก้าวเข้าสู่เขตป่า บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที อากาศเย็นยะเยือก กลิ่นอายของความตายและพลังงานมืดเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว ต้นไม้ในป่าบิดเบี้ยวผิดรูปจนดูน่ากลัว

ส่วนที่ 2: การจมดิ่งสู่เขาวงกตปีศาจ

เมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เส้นทางที่พวกเขาเดินผ่านก็ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างน่าประหลาดใจ ต้นไม้ทุกต้นดูเหมือนกันหมด ทางเดินก็วนกลับมาที่เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

> เทนชิ: "ให้ตายสิ! เราวนกลับมาที่ต้นไม้ต้นเดิมอีกแล้ว! ฉันจำรอยมีดอาคมที่ฉันฟันไว้ได้ชัดเจน! นี่มันเขาวงกตนี่นา!"

> ยูเมะ: "ผ้ายันต์แห่งการเบิกเนตรก็ช่วยไม่ได้ค่ะ! มันไม่ได้ซ่อนทางออก แต่มันกำลังเปลี่ยนทางเข้าไปเรื่อยๆ! นี่ไม่ใช่เขาวงกตทางกายภาพ แต่มันคือเขาวงกตที่ถูกสร้างด้วยพลังงานมืด!"

> เทนชิ: "แล้วเราจะออกไปได้ยังไง!?"

> ยูเมะ: "ดูเหมือนว่าเราจะถูกขังไว้จนกว่าจะทำภารกิจสำเร็จค่ะ..."

>

ทันใดนั้น เสียงกระซิบก็ดังขึ้นจากทุกทิศทุกทาง และมีเงาปีศาจจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นจากเงาไม้ พวกมันไม่ได้เข้าโจมตีทันที แต่ยืนล้อมรอบพวกเขาไว้ เผยให้เห็นทางออกทางเดียว: การต่อสู้

> เสียงจากความมืด: "จงสังหาร...จงทำลาย...ถ้าเจ้าต้องการทางออก...จงสู้เพื่อมัน...แต่เจ้าจะทำได้หรือไม่...เมื่อเจ้าถูกแบ่งแยก..."

>

การต่อสู้ระลอกที่ 1: การทดสอบความแม่นยำและการตรึง (ปีศาจ 3 ตน)

เงาปีศาจสามตนแรกที่พุ่งเข้ามาคือ เงาจู่โจมรวดเร็ว (The Fast Attackers) พวกมันมีร่างกายที่เล็กกว่าตัวอื่นๆ แต่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาของมนุษย์ พวกมันพยายามโจมตีจากหลายทิศทางเพื่อทำลายสมาธิของทั้งสอง

> เทนชิ: "ยูเมะ! เราต้องร่วมมือกัน! ฉันจะใช้ทักษะ 'เงา' ล่อพวกมันให้เข้ามารวมกลุ่มกัน! เธอต้องใช้คาถาตรึง!"

>

เทนชิใช้ความเร็วที่ได้จากการฝึกฝน วิ่งวนรอบบริเวณอย่างบ้าคลั่ง เงาปีศาจทั้งสามพุ่งตามเขามาอย่างไม่ลดละ แต่พวกมันไม่สามารถเข้าถึงตัวเทนชิได้ทัน

> ยูเมะ: "พร้อมแล้วเทนชิ! คาถาผนึกขั้นที่ 2: ตรวนแห่งเงา!"

>

ยูเมะร่ายคาถาที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พลังวิญญาณจากคริสตัลที่เธอสามารถดึงมาใช้ได้เล็กน้อยผสมกับพลังเวทของเธอ สร้างตรวนอาคมสีขาว พุ่งเข้าพันรอบเงาปีศาจทั้งสามที่กำลังพุ่งตามเทนชิ แกร๊ก! เงาปีศาจถูกตรึงติดกับพื้น

> เทนชิ: "ยอดเยี่ยม! มีดอาคม!"

>

เทนชิไม่รอช้า พุ่งเข้าสังหารเงาปีศาจทั้งสามอย่างรวดเร็ว ปัก! ปัก! ปัก! มีดอาคมทำงานอย่างแม่นยำตามคำสอนของฮิโระ ร่างของพวกมันแตกสลาย ยูเมะเก็บดวงวิญญาณทันที

> ยูเมะ: "สามตัวแรกไปแล้วค่ะ! แต่ดูเหมือนว่าเขาวงกตนี้จะไม่มีกำแพง! มันมีแต่ต้นไม้และทางเดินที่หลอกลวงเรา!"

>

> เทนชิ: "ไม่ว่าจะเป็นเขาวงกตแบบไหน! เราจะใช้มีดอาคมของฉันเป็นเข็มทิศ! ถ้าฉันจัดการพวกมันได้หมด! ทางออกจะต้องปรากฏขึ้น!"

>

การต่อสู้ระลอกที่ 2: การเผชิญหน้ากับความกลัว (ปีศาจ 4 ตน)

ทันทีที่สามตนแรกหายไป เงาปีศาจชุดที่สองก็ปรากฏตัวขึ้นมา พวกมันมีรูปร่างที่แปลกประหลาด มันคือ เงาเสียงสะท้อนแห่งความกลัว (The Echoes of Fear) สี่ตน พวกมันยืนหันหลังชนกัน และเริ่มปล่อยเสียงกระซิบที่คุ้นเคยออกมา

> เงาเสียงสะท้อน: (เสียงเลียนแบบพ่อของเทนชิ) "เทนชิ! ลูกมันก็แค่นักกีฬาที่ไม่มีอนาคต! ลูกมันก็แค่อ่อนแอเกินกว่าจะปกป้องใครได้! อย่ามายุ่งกับเรื่องนี้เลย!"

>

> เงาเสียงสะท้อน: (เสียงเลียนแบบอาจารย์ที่โรงเรียน) "ยูเมะ! เธอมีความรับผิดชอบที่จะต้องอยู่แต่ในห้องสมุด! ไม่ใช่มาเสี่ยงชีวิตในป่า! เธอไม่เหมาะกับการเป็นนักเวทย์พิทักษ์!"

>

คลื่นเสียงนั้นเข้าโจมตีจิตใจของทั้งสองคน ทำให้พวกเขาเริ่มลังเลและหยุดนิ่ง

> เทนชิ: (สั่นเล็กน้อย) "ไม่จริง! ฉันไม่ได้อ่อนแอ! ฉันฝึกมาอย่างหนัก!"

> ยูเมะ: (หน้าซีด) "ฉัน...ฉันทำได้! ฉันต้องปกป้องเพื่อนๆ ของฉัน!"

>

> จอมแบ่งแยก (เสียงกระซิบจากเขาวงกต): "เห็นไหม? ความกลัวและความไม่เชื่อมั่นในตัวเองของพวกเจ้ากำลังจะแบ่งแยกพวกเจ้าออกเป็นเสี่ยงๆ พวกเจ้าไม่คู่ควรกับผ้ายันต์แห่งการรวมจิต!"

>

เงาเสียงสะท้อนทั้งสี่พุ่งเข้าโจมตีทันที พวกมันพุ่งเข้าโจมตีจุดอ่อนทางจิตใจของเหยื่อ

> ยูเมะ: "เทนชิ! ตั้งสติค่ะ! จำคำพูดของซาโตโกะไว้! ความกลัวคืออาหารของปีศาจ! เราต้องใช้คาถาที่สว่างที่สุดที่เรามี!"

>

> เทนชิ: "ฉันรู้แล้วยูเมะ! คาถาสกัดกั้นแสง!"

>

เทนชิจำได้ว่ายูเมะเคยสอนคาถาสกัดกั้นแสงที่ใช้พลังงานน้อยแต่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการมองเห็น เขาใช้พลังวิญญาณที่ถูกฝึกฝนมาสร้างกำแพงแสงขึ้นมาตรงหน้าเขา

> ยูเมะ: "คุณทำได้ด้วยเหรอคะเทนชิ!?"

> เทนชิ: "มันคือคาถาพื้นฐาน! ฉันฝึกไว้เพื่อป้องกันเธอ! แต่นี่คือการใช้มันเพื่อสกัดกั้นจิตใจของตัวเอง!"

>

กำแพงแสงที่เทนชิสร้างขึ้นไม่ได้แข็งแกร่งทางกายภาพ แต่มันตัดขาดเขาออกจากคลื่นเสียงสะท้อนชั่วคราว ทำให้เขามีเวลาหายใจและรวบรวมสติ

> เทนชิ: "ยูเมะ! พวกมันกำลังสับสนเพราะฉันไม่ตอบสนองต่อเสียงพวกมัน! จัดการเลย!"

> ยูเมะ: "ได้เลยค่ะ! คาถาปีกแห่งอาคม!"

>

ยูเมะใช้คาถาปีกแห่งอาคมที่ฝึกมาอย่างหนัก สร้างปีกแสงสีขาวขนาดใหญ่ขึ้นด้านหลังเธอ พลังงานจากปีกนั้นแผ่ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เงาเสียงสะท้อนทั้งสี่ถูกตรึงไว้กลางอากาศ! พวกมันพยายามดิ้นรนแต่ไม่สามารถหลุดพ้นจากพลังงานแห่งการพิทักษ์ของยูเมะได้

> เทนชิ: "เป้าหมายชัดเจน! มีดอาคม!"

>

เทนชิพุ่งเข้าใส่เงาปีศาจทั้งสี่ที่ถูกตรึงไว้ ฟึ่บฟั่บ! มีดอาคมในมือของเขาสังหารพวกมันทีละตัวอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ยูเมะเก็บดวงวิญญาณทันที

การต่อสู้ระลอกที่ 3: การเผชิญหน้ากับจอมแบ่งแยก (ปีศาจ 3 ตนสุดท้าย)

เมื่อเงาเสียงสะท้อนหายไป ทางเดินในเขาวงกตก็เริ่มบิดเบี้ยวรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ต้นไม้เริ่มหลอมรวมกัน และทางเดินก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เผยให้เห็นทางตันที่เต็มไปด้วยเงาปีศาจสามตนสุดท้ายที่รออยู่ พวกมันคือ "จอมแบ่งแยก" สามร่างที่ถูกรวมเข้าด้วยกันอย่างน่ากลัว

> ยูเมะ: "เทนชิ! พวกมันคือ...จอมแบ่งแยก! มันมาพร้อมกันสามร่างเลย!"

> เทนชิ: "พวกมันกำลังสร้างกำแพงป้องกันไว้! ไม่ยอมให้เราเข้าใกล้ผ้ายันต์แน่ๆ!"

>

จอมแบ่งแยกทั้งสามยืนอยู่ข้างหน้ากำแพงหมอกสีดำมืดที่ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นที่ที่ผ้ายันต์แห่งการรวมจิตซ่อนอยู่

> จอมแบ่งแยก: "เจ้าไม่สามารถเข้าถึงผ้ายันต์ได้หรอก! ผนึกนี้จะแบ่งแยกพลังของพวกเจ้า และทำให้พวกเจ้าอ่อนแอลง! ข้าจะแสดงให้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์แบบของพวกเจ้า!"

>

จอมแบ่งแยกตนแรกปล่อย คลื่นความเย็นยะเยือก ที่สามารถตรึงทุกอย่างให้แข็งตัวได้ ตนที่สองปล่อย คลื่นความร้อนสูง ที่ทำลายอาคมใดๆ ก็ตามที่ยูเมะพยายามจะร่าย ส่วนตนที่สามปล่อย คลื่นสนามพลังแม่เหล็ก ที่ดึงดูดมีดอาคมของเทนชิไว้กับพื้น

> เทนชิ: "ให้ตายสิ! มีดของฉันถูกตรึง! ฉันเข้าใกล้ไม่ได้! พลังแม่เหล็กนี่รุนแรงมาก!"

> ยูเมะ: "คลื่นความร้อนของมันกำลังทำลายคาถาของฉันค่ะ! ฉันร่ายคาถาที่รุนแรงกว่านี้ไม่ได้!"

>

พวกเขากลับสู่สภาวะคับขันอีกครั้ง พวกเขาถูกแบ่งแยกด้วยพลังที่แตกต่างกันของปีศาจทั้งสามตน

> จอมแบ่งแยก: "ยอมแพ้เสีย! พวกเจ้าไม่ใช่คู่หูที่สมบูรณ์แบบ! พวกเจ้าคือความผิดพลาด!"

>

> เทนชิ: "ไม่จริง! ฉันไม่ยอมแพ้หรอก! ยูเมะ! คาถากระจกสะท้อน! จำได้ไหมที่เธอสอนฉัน!"

>

> ยูเมะ: "แต่ฉันสอนคุณแค่พื้นฐาน! มันสะท้อนพลังงานไม่ได้!"

>

> เทนชิ: "ไม่! ฉันไม่ได้จะสะท้อนพลัง! ฉันจะสะท้อนจิตวิญญาณ!"

>

เทนชิใช้พลังวิญญาณทั้งหมดที่เขามี สร้างแผ่นกระจกป้องกันขึ้นมาตรงหน้าเขา เขาเล็งไปยังคลื่นความร้อนที่มาจากจอมแบ่งแยกตนที่สอง

> ยูเมะ: "เทนชิ! คุณบ้าไปแล้ว! คลื่นความร้อนจะทำลายแผ่นกระจกและเผาคุณนะ!"

>

> เทนชิ: "ไม่เป็นไร! มันจะทำลายแค่พลังที่มากับคลื่นเท่านั้น! ฉันต้องการให้มันสะท้อนไปที่คลื่นความเย็นยะเยือกที่มาจากตนที่ 1!"

>

ปัง! คลื่นความร้อนชนเข้ากับแผ่นกระจกที่เทนชิสร้างอย่างรุนแรง แผ่นกระจกแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่พลังงานความร้อนถูกสะท้อนไปปะทะกับคลื่นความเย็นยะเยือกทันที

ฟู่มมมมม! การปะทะกันของพลังงานสองชนิดสร้าง กลุ่มไอน้ำสีขาวหนาทึบ เข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ทำให้จอมแบ่งแยกทั้งสามตัวมองไม่เห็นอะไรเลย

> ยูเมะ: "สุดยอดเลยเทนชิ! คุณ...คุณเอาพลังของศัตรูมาใช้ทำลายกันเอง!"

> เทนชิ: "ใช่! มันคือบทเรียนสุดท้ายจากฮิโระและซาโตโกะ! ใช้สิ่งที่อยู่ในมือ! ยูเมะ! คาถาผนึก!"

>

> ยูเมะ: "ได้เลย! คาถาผนึกขั้นสูงสุด: ผนึกแห่งจิตวิญญาณ!"

>

ยูเมะร่ายคาถาสุดท้ายที่เธอเรียนรู้มา เธอใช้ผ้ายันต์แห่งการเบิกเนตรที่เพิ่งได้มาเป็นตัวนำพลังงาน เพื่อดึงเอาพลังงานจากคริสตัลมรกตที่ยังคงแผ่ออกมาจากโบสถ์แม้จะอยู่ไกลก็ตาม

วูบบบบ! พลังงานสีเขียวมรกตพุ่งตรงมาจากโบสถ์สู่มือของยูเมะ กลายเป็น โซ่ตรวนสีมรกต ที่แข็งแกร่งที่สุด มันพุ่งทะลุกลุ่มไอน้ำเข้าพันรอบจอมแบ่งแยกทั้งสามตนอย่างรวดเร็ว แกร๊กๆๆ!

จอมแบ่งแยกพยายามดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่โซ่ตรวนนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกมันจะทำลายได้

> เทนชิ: "ถึงตาฉันแล้ว! ทักษะ 'เงา' ครั้งสุดท้าย!"

>

เทนชิใช้พลังวิญญาณที่เหลืออยู่ทั้งหมด พุ่งเข้าสู่เงาปีศาจทั้งสามที่ถูกตรึงไว้ เขาใช้มีดอาคมที่ได้รับการเสริมพลังจากโซ่ตรวนสีมรกต แทงเข้าที่จุดศูนย์กลางของเงาปีศาจทั้งสามพร้อมกันอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ปัก! ปัก! ปัก!

เงาปีศาจทั้งสามระเบิดออกเป็นกลุ่มควันดำมืดพร้อมกัน ยูเมะเก็บดวงวิญญาณของพวกมันเข้าขวดได้สำเร็จ

ทันทีที่เงาปีศาจหายไป เขาวงกตที่เต็มไปด้วยต้นไม้บิดเบี้ยวก็สลายหายไปในพริบตา เผยให้เห็นทางเดินที่ชัดเจนเบื้องหน้า ตรงทางออกนั้น คือ ผ้ายันต์อาคมโบราณผืนที่สอง: ผ้ายันต์แห่งการรวมจิต ที่กำลังเรืองแสงอย่างแผ่วเบา

> ยูเมะ: "เราทำสำเร็จแล้วเทนชิ! เราออกจากเขาวงกตได้แล้ว!"

> เทนชิ: "ผ้ายันต์แห่งการรวมจิต...มันกำลังรอให้เราไปหยิบมันมา!"

>

ทั้งสองก้าวเข้าสู่พื้นที่ว่างโล่งเบื้องหน้า พวกเขากุมมือกันแน่น ผ้ายันต์ผืนที่สองอยู่ในมือของพวกเขาแล้ว พวกเขารู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งระหว่างพวกเขาที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ตอนนี้ยูเมะและเทนชิได้ผ้ายันต์มาแล้ว 2 ผืน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 5/B สุสานมรณะ   พร้อม

    แสงสีฟ้าอ่อนนวลตาห่อหุ้มร่างของ ฮานา และ โกฮัน ลอยขึ้นช้าๆ ผ่านโพรงถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยเรืองแสง พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์ของโลกใต้บาดาลที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในกาย พลังงานที่ได้จากการฝึกฝนอย่างหนักในห้องต่างๆ ภายใต้การชี้แนะของเหล่าวิญญาณภูมิ “เรากลับมาแล้วฮานา…” โกฮันพึมพำ ดวงตาของเขาฉายแววความมุ่งมั่น “ใช่… ถึงเวลาที่เราจะต้องทำในสิ่งที่ต้องทำแล้วโกฮัน” ฮานาตอบ เสียงของเธอหนักแน่น ไม่มีความลังเลอีกต่อไป ผ้ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดผืนในมือของเธอเปล่งแสงสีเทาอ่อนๆ ที่แสดงถึงพลังแห่งแสงและความมืดที่หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อร่างของพวกเขาพ้นจากปากโพรงถ้ำ แสงแดดที่เจิดจ้าก็สาดส่องกระทบดวงตา ทำให้พวกเขาต้องหรี่ตาลง สวนสนุกร้างที่เคยดูมืดมิดและน่ากลัว บัดนี้กลับมีแสงสว่างสลัวๆ ส่องเข้ามาจากด้านบน เผยให้เห็นซากปรักหักพังที่น่าเศร้าและบรรยากาศที่เงียบงันราวกับถูกทิ้งร้างมานานหลายศตวรรษ “พวกเจ้ากลับมาแล้ว…” เสียงใสราวระฆังแก้วของ ภูติแห่งวารี ดังขึ้น เบื้องหน้าพวกเขา ภูติแห่งวารีกำลังลอยอยู่เหนือพื้นดิน รายล้อมด้วยพลังงานแสงสีฟ้าอ่อนโยน “ท่านภูติแห่งวารี!” ฮานาและโกฮ

  • 5/B สุสานมรณะ   การฝึก

    ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการควบคุม ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว นี่คือบททดสอบสุดท้ายของการฝึกฝนในโลกใต้บาดาล แสงภายในห้องนี้แตกต่างจากทุกห้องที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แสงสีเดียว แต่เป็นแสงสีขาวดำที่สลับกันไปมาอย่างรวดเร็วราวกับชีพจรของจักรวาล พื้นห้องเป็นเหมือนตารางหมากรุกขนาดใหญ่ที่ช่องสี่เหลี่ยมสีขาวและดำเคลื่อนไหวและสลับตำแหน่งกันไม่หยุด กำแพงห้องทอดยาวขึ้นไปสูงลิบตาจนมองไม่เห็นเพดาน และมีกระแสพลังงานที่มองไม่เห็นไหลวนไปมา ทำให้รู้สึกถึงความสมดุลที่เปราะบางและพร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ บรรยากาศเงียบสงัดไร้เสียงใดๆ มีเพียงเสียงการเคลื่อนไหวของแสงและเงาที่สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดและกดดัน “ห้องนี้… มันดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ฮานา” โกฮันกระซิบเสียงแผ่ว เขากำมีดอาคมแน่น แสงสีเทาที่เปล่งออกมาจากผ้ายันต์และมีดอาคมของพวกเขาส่องสว่างตัดกับแสงขาวดำในห้อง “ใช่… เหมือนมันกำลังเตือนว่าทุกอย่างมันต้องอยู่ในความสมดุล” ฮานาตอบ เธอพยายามตั้งสติ ผ้ายันต์ในมือของเธอกำแน่น ทันใดนั้นเอง! แสงสีขาวดำที่สลับกันไปมาก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีเทาอ่อน รูปร่างของเขาดูคล้ายชายชราผู้ทรงภูมิ มีเคราย

  • 5/B สุสานมรณะ   สมดุล

    ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการแยกสมาธิ ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นและความกังวลที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แสงภายในห้องนี้แตกต่างออกไปอีกครั้ง ที่นี่มืดมิดเกือบสนิท มีเพียงแสงสลัวๆ สีฟ้าอมเขียวคล้ายแสงออโรร่าที่เต้นระริกบนเพดานและผนังห้อง ทำให้เกิดเงาที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว พื้นห้องเต็มไปด้วยแท่นหินเล็กๆ นับไม่ถ้วนที่เรียงรายอยู่ไม่เป็นระเบียบ แต่ละแท่นมีอักขระโบราณที่ส่องแสงริบหรี่จารึกไว้ เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไม่สามารถจับใจความได้ดังแว่วมาเป็นระยะๆ ชวนให้รู้สึกรบกวนสมาธิ “ห้องนี้ดูประหลาดกว่าห้องอื่นอีกนะฮานา” โกฮันพึมพำ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง มีดอาคมในมือของเขาส่องแสงสีเทาอ่อนๆ “ใช่… บรรยากาศมันชวนให้รู้สึกสับสนยังไงก็ไม่รู้” ฮานาตอบ เธอพยายามตั้งสติ ผ้ายันต์ในมือของเธอเปล่งแสงสีเทาเช่นกัน ทันใดนั้นเอง! แสงสลัวๆ บนเพดานก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีม่วงเข้ม รูปร่างของเขาดูสง่างามคล้ายนักปราชญ์โบราณ เขามีผมสีขาวยาวสลวยผูกเป็นมวยไว้ด้านหลัง ดวงตาของเขาสุกใสราวกับดวงดาวที่มองเห็นทะลุปรุโปร่งทุกสิ่ง ในมือถือคัมภีร์เล่มเก่าที่เปล่งแสง

  • 5/B สุสานมรณะ   สัมผัสแยก

    ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งการแยกสัมผัส ท่ามกลางความงุนงง แสงสว่างภายในห้องนี้ดูแปลกประหลาด มันเป็นแสงสีรุ้งที่หมุนวนไปมาอย่างช้าๆ ทำให้ภาพที่เห็นบิดเบี้ยวและพร่าเลือน ผนังห้องทำจากวัสดุโปร่งแสงที่ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร ทุกอย่างในห้องดูเลือนลางและไม่แน่นอน กลิ่นหอมแปลกๆ ลอยคละคลุ้งในอากาศ ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มและมึนงง “นี่มัน… ห้องอะไรกันเนี่ย?” ฮานาพึมพำ เธอรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยเมื่อมองแสงสีรุ้งที่หมุนวนไม่หยุด “ฉันก็ไม่แน่ใจฮานา… แต่บรรยากาศมันประหลาดมาก” โกฮันตอบ เสียงของเขามีอาการมึนงงเล็กน้อย เขากำมีดอาคมแน่น พยายามตั้งสติ ทันใดนั้นเอง! แสงสีรุ้งก็พลันรวมตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ รูปร่างคล้ายหญิงสาวงดงามราวกับนางฟ้า เธอมีปีกสีรุ้งโปร่งแสงขนาดใหญ่ ผมยาวสลวยสีเงินระยิบระยับ ดวงตาของเธอเป็นสีฟ้าใสราวกับท้องฟ้าไร้เมฆ และมีรัศมีอ่อนโยนแผ่ออกมาจากตัวเธอ “ยินดีต้อนรับ… ผู้กล้าทั้งสอง” เสียงใสราวกับเสียงกระดิ่งแก้วดังขึ้นในห้อง “ข้าคือ วิญญาณแห่งดารา ผู้พิทักษ์ห้องแห่งการแยกสัมผัส… ข้าจะทดสอบความสามารถในการแยกแยะของพวกเจ้า… ทั้งการแยกแยะประสาทสัมผัส… และการแยกแ

  • 5/B สุสานมรณะ   วิญญาน

    ฮานาและโกฮันก้าวเข้าสู่ ห้องแห่งพละกำลัง ด้วยความตื่นเต้นระคนความเหนื่อยล้าจากการฝึกฝนในห้องแห่งความเร็ว แสงสว่างภายในห้องนี้แตกต่างจากห้องก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ที่นี่สว่างไสวด้วยแสงสีส้มอมแดงที่ดูอบอุ่นและมั่นคง ผนังห้องเป็นหินแกรนิตสีเข้มแข็งแกร่ง มีรอยจารึกรูปค้อนและขวานโบราณประดับอยู่ทั่วไป กลิ่นดินและแร่ธาตุที่คุ้นเคยในโลกใต้บาดาลกลับเข้มข้นขึ้นในห้องนี้ ให้ความรู้สึกดิบและทรงพลัง “ดูเหมือนว่าห้องนี้จะไม่ได้เน้นความเร็วแล้วนะฮานา” โกฮันกล่าว เขากำหมัดแน่น รู้สึกถึงพละกำลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายหลังจากได้รับการเยียวยาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ “ฉันก็ว่างั้น… บรรยากาศมันต่างกันลิบลับเลย” ฮานาตอบพลางกวาดตามองไปรอบๆ เธอยกผ้ายันต์ในมือขึ้น มันเปล่งแสงสีขาวนวลตัดกับแสงสีส้มอมแดงของห้อง ทันใดนั้นเอง! เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับแผ่นดินไหวก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงใหญ่กำยำปรากฏตัวขึ้นช้าๆ มันเป็นร่างโปร่งแสงสีน้ำตาลเข้ม มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ผมของเขาสั้นเกรียน ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราดกดำ ดวงตาคมกริบราวกับหินผา ในมือถือค้อนขนาดมหึมาที่ดูหนักอึ้ง “ยินดีต้อนรับ… ผู้กล้าทั้งสอง” เ

  • 5/B สุสานมรณะ   ความเร็ว

    แสงสีฟ้าอ่อนนุ่มนวลจากแร่ธาตุเรืองแสงส่องสว่างไปทั่วโถงถ้ำขนาดใหญ่ใน โลกใต้บาดาล ฮานา และ โกฮัน ยืนอยู่เบื้องหน้าทางเข้าที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจง ด้านบนของทางเข้ามีอักขระโบราณเรืองแสงเขียนไว้ว่า "ห้องแห่งการฝึกฝน" พลังงานบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทำให้ร่างกายของพวกเขาสดชื่น แต่จิตใจก็ยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและกังวล “เอาล่ะเด็กๆ” ภูติแห่งวารี กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงความจริงจัง “นี่คือสถานที่ที่พวกเจ้าจะฝึกฝนพลัง… และเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า” ฮานาก้มมองผ้ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ผืนในมือที่ตอนนี้กลับมาเป็นสีขาวบริสุทธิ์อีกครั้ง “เราต้องควบคุมพลังของผ้ายันต์ที่ถูกแปดเปื้อนใช่ไหมคะ?” “ใช่แล้ว” ภูติแห่งวารีพยักหน้า “ผ้ายันต์เหล่านั้นได้ดูดซับพลังงานทั้งสองด้าน… หากพวกเจ้าสามารถควบคุมสมดุลของแสงและความมืดในตัวพวกมันได้… พวกมันก็จะกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังอย่างแท้จริง” โกฮันมองเข้าไปในความมืดมิดของทางเข้าห้องฝึกฝน “แล้วเราต้องทำอะไรในนั้นบ้างครับ?” “ห้องฝึกฝนแห่งนี้แบ่งออกเป็นห้าส่วน แต่ละส่วนจะทดสอบความสามารถที่แตกต่างกัน” ภูติแห่งวารีอธิบาย “และใ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status