ANMELDEN-องศา-
ครืด~ ครืด~ "...อืม" ผมกรอกเสียงไปตามสายทำลายความเงียบภายในห้องของไอ้ฉลามที่มักเป็นศูนย์รวมของเพื่อนๆ เพราะมันเป็นคนเดียวที่ไม่หวงความเป็นส่วนตัว แตกต่างจากคนอื่นๆ เช่นผม ไอ้เซย์ ไอ้ลีโอและไอ้ติณห์ที่หวงความเป็นส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น อย่างผมที่หวงพื้นที่ส่วนตัวเพราะคอนโดมิเนียมที่อยู่ไม่ใช่ของผมคนเดียว แต่ครึ่งหนึ่งมันเป็นของอันดาซึ่งเป็นน้องสาวฝาแฝดของผมเอง (...มารับหน่อยได้ไหมคะ หนูกลับไม่ไหว ปวดหัว~) เสียงหวานที่ออกจะออดอ้อนเวลาเมาที่กำลังเล็ดลอดมาตามสายส่งผลให้เพื่อนๆ ผมหันมามองที่ผมแทบจะพร้อมกัน "เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเมาจนกลับไม่ได้" (ไม่คิดจะถามกันหน่อยเหรอคะว่าเมาแบบนี้เพราะใคร เวลาขวัญน้อยใจพี่องศาเคยแคร์บ้างไหม) "อยู่ไหน!" ผมรีบถามเพื่อปัดความรำคาญ ของขวัญเป็นแบบนี้ทุกที ชอบใช้ลูกอ้อน ชอบทำตัวอ่อนแอดูแลตัวเองไม่ได้ สุดท้ายก็ลำบากแฟนปลอมๆ อย่างกูนี่ไง (ขวัญแชร์โลเคชั่นให้ค่ะ พี่องศารีบมานะคะ ไม่อยากอยู่ตรงนี้นานๆ) ผมละโทรศัพท์ออกจากหูก่อนจะกระแทกมันลงโซฟาอย่างแรง "ไงมึง น้องหน้าตุ๊กตาโทรตาม?" "เออ" "ไหนบอกไม่สนใจไงวะ โทรหาปุ๊บ รีบไปปั๊บเลยงี๊เหรอ?" ไอ้ลีโอกระดกเบียร์จากกระป๋องของมันจนหยดสุดท้ายก่อนจะทำลายหลักฐานด้วยการโยนใส่ถังขยะ ไม่กี่วินาทีต่อมามันก็เปิดกระป๋องใหม่ทันที "แบบนี้มีโอกาสลุ้นเป็นคู่จริงปะวะ" "มองปากกูแล้วฟังให้ดี ไม่มีวัน!" ผมกระชากแจ็กเก็ตหนังของตัวเองมาพาดไว้บนบ่าตามด้วยการคว้าโทรศัพท์มายัดไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ตามเดิม ต่อให้ชัดเจนแค่ไหนว่าไม่มีวันสนใจ แต่ก็ไม่เคยเลยที่ไอ้เวรพวกนี้มันจะฟัง "กูจะรอวันที่มึงกลืนน้ำลายตัวเองนะองศา" "กูว่าพวกเราคงรอวันนั้นไม่นานว่ะ!" ไอ้ลีโอกับไอ้ฉลามมันเข้าขากันได้ดีมาก ทั้งที่พวกมันรู้อยู่แก่ใจว่าคนที่ผมมีใจให้ ไม่ได้ชื่อของขวัญ แต่พวกมันก็ยังเสนอหน้ามาแซว! S2 PUB ผมก้าวขาเข้ามาในผับหรูที่ค่อนข้างคุ้นเคย ไม่ปฏิเสธว่าพวกผมเองก็มาที่นี่ค่อนข้างบ่อย แต่ละโซนของผับมีตรงไหนบ้างมันจึงหาไม่ยาก และลูกคุณหนูอย่างของขวัญผมก็มั่นใจว่าต้องอยู่ที่โซนวีไอพีเท่านั้นและมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ผมมองเห็นผู้หญิงที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับชีวิตของผมด้วยความจำเป็นตั้งแต่ไกลๆ แต่ระหว่างทางมันกลับมีใครอีกคนที่ดึงความสนใจของผมได้มากกว่า น้ำตาของผู้หญิงที่ผมเผลอแอบมองทำผมชะงักไป ในอกมันรู้สึกวูบไหวแปลกๆ แต่คนที่ไม่มีสิทธิ์ ก็ย่อมไม่มีสิทธิ์อยู่แล้ว ไม่แม้แต่จะทันได้คิดที่จะเดินเข้าไปใกล้ คนที่โชคดีมากกว่าผมก็เข้าปลอบโยนเธอคนนั้นด้วยความห่วงใย ส่วนผมก็ทำได้แค่เดินหน้าไปหาเป้าแบบเซ็งๆ "โทษทีนะคะ แฟนขวัญมารับแล้ว พี่องศาทางนี้ค่ะ" ของขวัญโบกไม้โบกมือเรียกผม คนตัวเล็กพยายามยืนขึ้นคงเพราะอยากให้ผมมองเห็นเธอชัดขึ้น ไม่ปฏิเสธว่าของขวัญโดดเด่นขึ้นมาในพริบตา หน้าแบบนี้ หุ่นและท่าทางแบบนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่ชอบ เพียงแต่ว่าเธอไม่ได้สำคัญอะไรสำหรับผมแค่นั้นเอง "ขอบคุณในความหวังดีนะคะ นี่แฟนขวัญเอง" ผมถอนลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายเมื่อแขนถูกรั้งเข้าไปกอดอย่างคนที่ต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ ผู้ชายที่ของขวัญคุยด้วยมองหน้าผมอย่างหงุดหงิด แต่มันก็ยอมเดินออกไปดีๆ "ขอบคุณที่มารับขวัญนะคะ" "มีนฝากยัยขวัญด้วยนะคะพี่องศา ขับรถกลับดีๆ นะคะ" "มีนกลับยังไง ให้พี่แวะไปส่งก่อนไหม" "ไม่เป็นไรค่ะ แฟนมีนจะมารับเหมือนกัน" ผมกดใบหน้ารับเป็นเชิงรับรู้ สังเกตทุกอย่างบนโต๊ะก่อนจะวางบนบัตรลงเพื่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายตรงหน้าแบบที่ชอบทำ "ใจดีเลี้ยงเหล้าอีกแล้ว ขอบคุณค่ะ" มีนยกมือไหว้ผม ก่อนที่ผมจะดึงสายตามาหยุดที่คนข้างกาย "กลับ" "เดินไม่ค่อยไหว ขอกอดแขนแบบนี้ออกไปได้ไหมคะ" ผมขี้เกียจตอบคำถาม พูดมากเดี๋ยวก็หาว่ามีใจ ขนาดพูดเองว่าขอห่างกันสักพัก ไม่กี่ชั่วโมงด้วยซ้ำก็โทรกลับมาหาผมเหมือนเดิม กลัวฉิบหาย! กลัวว่าครบสามเดือนเมื่อไหร่ ผมจะสลัดของขวัญไม่พ้นกาย! "...ขอโทษที่รบกวนนะคะ ขวัญไม่มีใครนอกจากพี่" "ต่อให้มีพี่ผู้หญิงที่ดีก็ไม่ควรทำตัวแบบนี้" "พี่ไม่ชอบผู้หญิงดื่มเหล้าใช่ไหมคะ" "ดื่มได้ไม่เคยว่า แต่เป็นผู้หญิงควรรู้ลิมิตของตัวเองมากกว่านี้ กินได้ก็ต้องกลับให้ได้ ความปลอดภัยในร้านเหล้ามันไม่เคยมีจำคำนี้เอาไว้ให้ดี" "ขวัญเห็นพี่องศาแอบมองผู้หญิงตอนที่ไปรับขวัญด้วย น่าแปลกที่สายตาของพี่มันไม่เหมือนตอนที่พี่มองขวัญตอนนี้เลย" ผมชะงักทันทีที่ได้ยินแบบนั้น และเข้าใจทันทีว่าของขวัญกำลังหมายถึงใคร เพราะนอกเหนือจากผู้หญิงคนนั้น ผมก็ไม่เคยมองใครด้วยสายตาแบบนี้เลย! "พี่องศามีคนอื่นอยู่หรือเปล่าคะ" "ไร้สาระ!" "แล้วเมื่อก่อนความสัมพันธ์ของเรามันเป็นแบบนี้เหรอคะ พี่เย็นชากับขวัญแบบนี้จริงๆ เหรอ" "นอนไปเถอะ ถึงเมื่อไหร่พี่จะปลุก" คนถูกตัดบทสนทนาน้ำตาคลอเบ้า ของขวัญเบือนหน้าหนี ผมรู้ดีว่าเธอแค่ไม่อยากให้ผมเห็นน้ำตา "ขวัญจะเลิกช็อปปิ้งค่ะ จะเลิกชวนไปดูหนัง เลิกชวนออกไปกินข้าวนอกบ้าน ขวัญจะไม่ฝืนใจในสิ่งที่พี่องศาไม่อยากทำ" ผมกดปลายลิ้นเข้ากับมุมปาก ใช่! ผมไม่ชอบทำอะไรแบบนั้น ที่ต้องไปเป็นเพื่อนของขวัญทุกครั้งนั่นก็ไม่ได้เต็มใจไป แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดว่าผมชอบหรือไม่ชอบอะไร สิ่งที่ควรรู้มากกว่าคือของขวัญคิดจะทำอะไรต่อไป "คืนนี้พี่องศานอนกับขวัญนะคะ" "ของขวัญ!" "ขวัญจะเลิกชวนพี่องศาออกนอกบ้าน เพราะมาคิดทบทวนดูแล้ว พี่อาจจะไม่ได้ชอบอะไรพวกนั้น ขวัญเลยอยากให้เรามีเวลาให้กันด้วยวิธีอื่น มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ" "รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา" "เราเคยมีอะไรกันมาก่อนไหมคะ" "ของขวัญ!" "ขวัญแค่อยากรู้ว่าร่างกายของขวัญมันเป็นของพี่หรือยัง" เรียวปากของคนถามสั่นระริก น่าแปลกที่ของขวัญยังกล้าเปิดปากถามทั้งที่แววตาแสดงออกค่อนข้างชัดว่าโคตรกังวล "คนเป็นแฟนกันไม่จำเป็นต้องมีอะไรกัน" "งั้นเราลองมีอะไรกันดูไหมคะ" "คิดว่าพี่ควรรู้สึกยังไงตอนได้ยินคำถามแบบนี้ คิดว่าผู้หญิงดีๆ ควรพูดมันออกมาหรือไง อย่างน้อยๆ ก็คิดถึงตอนที่ตัวเองหายเมาว่าจะรู้สึกยังไง" "เพื่อนขวัญมีแฟนกันหมดแล้ว เรื่องแบบนี้มันไม่ได้แปลกเลย ขวัญไม่ได้ซีเรียสหรือคิดมากขนาดนั้น" "พี่จะลืมมันไปว่าไม่เคยได้ยินคำถามแบบนี้ และพี่หวังว่าขวัญจะไม่พูดมันอีก" ผมเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น ละเลยความรู้สึกที่รู้อยู่เต็มอกว่าของขวัญกำลังเสียหน้า ผมเชื่อว่าถ้าเธอไปพูดคำนี้กับผู้ชายคนอื่น คนพวกนั้นคงยิ้มอย่างพอใจและตกลงอย่างไม่ลังเล แต่มันต้องไม่ใช่กับผม อย่างน้อยๆ หากถึงวันเกิดของขวัญแล้วดวงชะตาของเธอเปลี่ยน ตัวเธอเองนั่นแหละจะไม่เสียใจเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้พลาดเป็นของผม เพราะระหว่างเธอกับผม ความรักจริงๆ มันไม่เคยมีและมันไม่เคยเกิดขึ้นเลย! [ END ]นอนคุยกันมันง่ายกว่าการนั่งคุยจริงไหม เพิ่งได้คำตอบวันนี้เลย ค่ำคืนที่ผ่านมาบอกเลยว่าเขาเสพสมจนเต็มคราบ เธอจัดหนักให้ก็ไม่หายอยาก ปล่อยให้เธอพักแป๊บเดียวเขาก็ลุกจัดต่อ ทำทุกอย่างจนอิ่มเต็มคราบ มาวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปภายในพริบตา จากที่ยังตึงๆ ใส่กันลิเดียร์คุยกับเขาเยอะขึ้น มีถามความเห็น มีหันมาคุยเหมือนคนไม่ได้มีเรื่องบาดหมาง ถือว่าวิธีนอนคุยได้ผลทีเดียว“เธอ…” “ว่า” “เราใช้ตังค์เธอจ่ายก่อนนะ ชาร์จแบตมือถือเดี๋ยวเราโอนคืน” ลิเดียร์หันมาบอกตอนที่เธอชวนเขาเข้าร้านเสื้อผ้า ชุดที่เขาเลือกให้เธอใส่ชั่วคราวมันก็คงไม่ถูกใจเธอแหละ“อ่า เลือกเลย เธออยากได้ตัวไหนเดี๋ยวเราจ่ายเอง” “ซื้อให้เลยเหรอ?”“อ่า” “จะพากลับวันไหน” เป็นคำถามที่ไม่ได้แฝงไว้ด้วยความเร่งรัด เหมือนเธอต้องการรู้มากกว่าว่าจำเป็นต้องมีชุดสำรองประมาณกี่ชุด เราจะอยู่ด้วยกันกี่วัน “ชอบตัวไหนก็หยิบเลย ซื้อเลย” “งั้นเราเอาตัวที่ชอบนะ”“ครับ” ลีโอกดใบหน้ารับ จากนั้นก็ปล่อยให้ลิเดียร์เลือกเสื้อผ้าตามประสาผู้หญิง ส่วนเขาเดินมาหย่อนตัวลงบนโซฟาสำหรับนั่งรอ แต่เวลาของความเป็นส่วนตัวคือสั้นมาก แทนที่จะได้นั่งรอแบบสงบสุข กลับมีผู้หญ
ในความมืดที่แม้จะเห็นไม่ชัดว่าในสายตาของอีกฝ่ายแสดงความรู้สึกแบบไหน ทว่าร่างกายกลับโหยหากันและกันชัดเจนมากกว่าสิ่งอื่นใดลีโอถอดอาภรณ์ที่อีกคนสวมใส่ ยิ้มอย่างชอบใจเมื่อลิเดียร์ไม่ได้แกล้งทำตัวใสซื่อไร้เดียงสาแบบที่เขาไม่ชอบ เขาทำเธอ เธอก็ทำเขา มือของเขาจับอกนุ่มพร้อมกับบีบอย่างมันเขี้ยว ไข่ของเขาเองก็โดนคว้าหมับ ลำรักถูกเธอบีบเช่นกัน“ซี้ด~ เธอ~ ร้ายว่ะ” “อย่างเธอต้องเจอแบบนี้แหละ” ลิเดียร์เชิดใบหน้าขึ้น เปิดทางให้ใบหน้าคมคายซุกเข้ากับซอกคอขาว สูดดมกลิ่นหอมจากกายสาวในขณะที่ร่างกายเริ่มแสดงความต้องการออกมาอย่างเก็บไม่มิด ขาสวยถูกดันให้แยกออกจากกัน ซึ่งทันทีที่ความใหญ่โตเกินมาตรฐานซึ่งถูกโอบล้อมด้วยเส้นเลือดโปดโปนสอดกระแทกเข้ากับช่องทางคับแคบ ลิเดียร์ตวัดขาขึ้นโอบรัดเอวสอบทันที “อ๊าส์~ ระ แรงๆ” ได้เลยตามที่ขอ หนุ่มหล่อสะบัดเอวสอบ ถาโถมแรงกายเข้าใส่อย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งที่มีอะไรกันแทบนับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อง่ายๆ กลับกันได้แล้วก็อยากได้อีก อยากจับเธอกินซ้ำๆ ชอบเวลาที่ร่องสีชมพูขมิบตอดรัดช่วงล่างของเขาจนแน่น ชอบเสียงครางหวานๆ ที่ดังประสานออกมาเวลาที่เขากำลังหิวโหยร
“แล้วถ้าไม่ได้ทำงานนี่ยังจะมีเงินไปซีเอฟอยู่ไหมไอ้ผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ เนี่ย” คนถามมองตาแข็งพร้อมกับขบกรามจนแน่น ทำคนที่อมยิ้มมองอยู่ถึงกับรู้เลยว่าเขามีอาการ “หืม? พูดเหมือนหึงเลย” ลิเดียร์ยกยิ้มที่มุมปาก ปลายนิ้วเรียวลูบแก้มสากเบาๆ จนเขาคว้าหมับที่ข้อมือเธอ “กวนตีนว่ะ” “ตรงไหน แบบนี้เขาเรียกคุยกันตรงๆ มากกว่าไหม” “ตรงไป~” “ไม่ชอบแบบนี้เหรอ หรือผู้ชายชอบเชื่อเฉพาะมารยาหญิง พอพูดความจริงไม่ค่อยอยากฟัง” “แล้วที่เธอพูดเนี่ยคืออะไร ความจริงหรือมารยาหญิง?”“ความจริงสิ นี่มันปีที่เท่าไหร่แล้ว หญิงชายเท่าเทียมนะ ผู้ชายสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ ผู้หญิงก็ทำได้เหมือนกัน คนเราอ่ะ แค่มองว่าไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครเป็นพอ” ลีโอฟังความคิด สัมผัสถึงทัศนคติของคนบนหน้าตักเงียบๆ เท่าที่รู้จักกัน ลิเดียร์ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้อยากเรียกร้องเหมือนที่ผู้หญิงหลายๆ คนเคยพยายาม เธอมีจุดยืนเป็นของตัวเอง ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตไปผูกไว้ที่ใคร ตรงไหนทำให้สบายใจเธอก็คงเลือกอยู่ตรงนั้นเหมือนเขาเลย ผู้หญิงแบบเธอก็เป็นความสบายใจของเขาเหมือนกัน อยู่ใกล้และอยากอยู่ด้วยบ่อยๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน หรือจะเป็นเพร
บรรยากาศภายในห้องนอนซึ่งเป็นสถานที่แปลกถิ่นเงียบมากจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง ในตอนที่ก้าวขาออกมาจากห้องน้ำลิเดียร์แทบวางสีหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นว่าอีกคนมองเธอตั้งแต่ตอนที่ก้าวขาออกมาก้าวแรก ทั้งที่พยายามละเลยท่าทีแปลกๆ แต่เวลาที่รู้ตัวว่ามีคนจ้องมองมันก็อดรู้สึกไม่ได้อยู่ดี “ไปอาบน้ำได้แล้ว จะรออะไร”“ก็ลองรอดู”“เพื่อ?”“เผื่อมีคนใจดีอยากถูหลังให้ไง” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ คนเจ้าเล่ห์ เห็นแบบนี้แล้วรู้เลย“เพิ่งทำเล็บมาใหม่อ่ะ คงไม่ถนัดเท่าไหร่ ใช้แปรงขัดห้องน้ำถูแทนได้ไหมล่ะ” ให้ตายสิวะ กะล่อกูหลังฉีกเลยสินะ“โหดจัง ถ้าทำแบบนั้นหนังหลุดเลยนะ”“ก็ช่วยไม่ได้ เธอเรียกร้องเอง” “ใจร้ายเหมือนกันนะคนสวยๆ เนี่ย” “ผู้ชายหน้าตาดีๆ ก็ไว้ใจไม่ได้เหมือนกัน ร้ายไม่เบา” ลีโอยกยิ้มที่มุมปาก อยากจะเดินเข้าไปคลอเคลียให้หายอยาก ติดที่เธอยืนกอดอกมองหน้า ท่าทางแบบนี้มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าตั้งการ์ดที่จะต่อต้านแน่ๆ คงเป็นเรื่องธรรมดาของคนเสน่ห์แรงนั่นแหละ หนุ่มๆ สนใจเยอะ ตัวเลือกก็เยอะเช่นกัน จะเมินจะเชิดใส่ใครก็คงได้ทั้งนั้น ระดับเธอ ลีโอเปลี่ยนไปใช้ห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองให้เรียบร้อย เขาหายเข
“ไม่กลัวผีเหรอ?” เสียงถามส่งผลให้คนที่กำลังจะเดินหนีออกไปรับลมด้านนอกถึงกับหยุดฝีเท้า ชะงักพร้อมกับหมุนตัวกลับทันที“ที่นี่มี?”“อ่า” ได้ผลนะ ลิเดียร์เริ่มออกอาการกลัวขึ้นมาทันที“อยู่ในที่ต่างถิ่นใครเขาให้พูดเรื่องนี้กัน”“รู้ ที่พูดก็เพราะตรงนี้มันเป็นเธอไง กลัวเธอเจอ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนอีก” “บ้าที่สุดเลย” คนตัวเล็กเดินลิ่วเข้ามาฟาดกำปั้นลงบนแผงอกกว้าง สีหน้าถึงจะยังโกรธมาก แต่ก็แสดงออกว่าเธอต้องการเขาที่ตอนนี้เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวเช่นกัน “ถ้ากลัว เราก็ต้องอยู่แบบสงบสุขไหม” “มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วไหม ทุกอย่างมันเป็นความผิดของเธอ” “ขอโทษได้ไหมล่ะ” คำพูดของลีโอส่งผลให้คนฟังชะงัก หัวใจดวงน้อยพานเต้นไม่เป็นส่ำ ตอนนี้บรรยากาศภายในห้องเงียบมาก ได้ยินเสียงพูดคุยของกันและกันอย่างชัดเจน “ขอโทษที่ทำให้เธอไม่โอเคนะ” “ตอนนี้มันหลายเรื่องเลยนะ” “ขอโทษรวดเดียวเลยได้ไหมล่ะ ดีกันได้ไหม” “ตลกนะ คนระดับเธอมาพูดคำนี้” เจ้าของเสียงพูดหลุดเสียงในลำคอเบาๆ เธอไม่กล้าเชื่อเขาหรอก ก็อย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก คนอย่างเขาไม่ได้อดอยากขนาดนั้นแน่ๆ จะเอาที่ไหนเมื่อไหร่ก็คงได้ “สุดท้ายแล้วคนเร
“…เราจะคุยกับเพื่อนก่อน เธอ!” ลิเดียร์พยายามต่อต้านเมื่ออีกคนดึงมือเธอและพาไปคนละทางกับที่เพื่อนของเขาพาเพื่อนเธอไป“ลีโอ หยุดก่อน อย่าทำแบบนี้นะ” “เพื่อนเราไม่ทำอะไรเพื่อนเธอแน่ๆ วางใจเถอะ มันจะปลอดภัย” “แล้วเธอจะพาเราไปไหน ทำไมถึงไม่ยอมให้คุยกับเพื่อน ถ้าจะให้อยู่ก็อยู่ที่นี่ไม่ใช่หรอแล้วจะพาไปไหน” “พอดีว่าเปลี่ยนใจแล้ว”“อะไรนะ เธอจะทำอะไรก็ต้องบอกกันดิ เธอจะเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้มันไม่ได้นะ” “ขึ้นรถ”“ลีโอ!” “ถ้าเธอขึ้นรถเราจะโทรไปบอกเพื่อนเราให้ปล่อยเพื่อนเธอเดี๋ยวนี้เลย” “ทำไมต้องเอามาต่อรองกันแบบนี้”“ก็เธอดื้อเองไหมเดียร์ ถ้าเธอยอมฟังกันดีๆ มันจะเป็นแบบนี้เหรอ” ในเมื่ออีกคนไม่ยอมทำตามที่ของ่ายๆ มือใหญ่จึงกระชากประตูรถให้เปิด จากนั้นก็ดันตัวของลิเดียร์เข้าไปในรถแทนขณะที่เดินอ้อมไปยังฝั่งของคนขับ มือหนาล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า สตาร์ทรถ จากนั้นก็กดโทรออกหาฉลามทันที (อ่า ว่า?) “ปล่อยมัน บอกมันว่าเพื่อนของมันอยู่กับกู”(ได้ๆ สรุปเด็กมึง อยู่กับมึงนะ) “เออ บอกไอ้ติณห์ดูแลร้านคนเดียวไปก่อนสักวันสองวัน ทุกอย่างลงตัวเดี๋ยวกลับมา” (เดี๋ยวนะ วันสองวัน?) “กูต้องการเวลาเคลียร์
วันต่อมา “อรุณสวัสดิ์นะลูกสาว เมื่อคืนฝันดีไหมลูก” พ่อทักทายเป็นประโยคแรกเมื่อจีน่าก้าวขาออกมาจากห้องนอน ตากลมโตมองคนตัวสูงที่ตอนแรกเหมือนจะคุยอะไรกับพ่ออยู่ สีหน้าดูจริงจังจนคนพบเห็นชักอยากรู้ว่าพวกเขาคุยเรื่องอะไรกันอยู่ก่อนเธอจะเดินออกมา “แม่ทำกับข้าวอยู่เหรอคะ” “ใช่ วันนี้มีของโปรดเราด้วยนะ
ควันบุหรี่ขาวคลุ้งลอยอยู่ในอากาศในยามที่นิ้วยาวเหยียดคีบมวนบุหรี่ออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป บริเวณหัวคิ้วมีร่องรอยของการใช้ความคิดให้เห็นจนคนที่พักนี้สังเกตุเพื่อนอยู่บ่อยๆ ต้องผละจากแฟนสาวเพื่อเลี่ยงออกมาคุย “พักนี้มึงดูเครียดๆ นะเซย์ ตั้งแต่มาเหยียบผับบุหรี่หมดไปกี่ตัวแล้ววะ” คนถูกถามเพียงแต่ปรา
“ผมขออนุญาตดูแลจีได้ไหมครับ” น้ำเสียงที่อบอุ่นและจริงจังส่งผลให้มือแม่ที่ตั้งใจจะประคองลูกสาวหยุดชะงัก อดไม่ได้ที่จะมองใบหน้าคมคายอย่างพิจารณา “สนิทกันมากเลยเหรอลูก” “ผมดุตลอดเวลาที่จีดื้อ มันอาจจะไม่ดีที่สุด แต่ผมตั้งใจทำทุกอย่าง” “งั้นเหรอ…” แม่ยิ้มบางๆ แทนคำตอบก่อนจะยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี “
น้อยหน่ายืนมองคนตัวสูงที่ก้าวขาออกมาจากห้องนอนอีกห้อง ตั้งใจจะเดินเข้าไปหาแต่วินาทีนั้นจำต้องหลับตาปี๋เมื่อคนตัวโตรัวหมัดกระแทกเข้ากับผนังเย็นเฉียบ มีเสียงกระแทกดังขึ้นสามครั้งติด ในยามที่ลืมตามองจึงเห็นว่ามือหนาแตกยับ“พี่เซย์ ทำไมต้องทำแบบนี้อ่ะ” คนตัวเล็กก้าวเข้าไปหา หมายจะคว้ามือมาสำรวจบาดแผลทว







