LOGIN-องศา-
ครืด~ ครืด~ "...อืม" ผมกรอกเสียงไปตามสายทำลายความเงียบภายในห้องของไอ้ฉลามที่มักเป็นศูนย์รวมของเพื่อนๆ เพราะมันเป็นคนเดียวที่ไม่หวงความเป็นส่วนตัว แตกต่างจากคนอื่นๆ เช่นผม ไอ้เซย์ ไอ้ลีโอและไอ้ติณห์ที่หวงความเป็นส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น อย่างผมที่หวงพื้นที่ส่วนตัวเพราะคอนโดมิเนียมที่อยู่ไม่ใช่ของผมคนเดียว แต่ครึ่งหนึ่งมันเป็นของอันดาซึ่งเป็นน้องสาวฝาแฝดของผมเอง (...มารับหน่อยได้ไหมคะ หนูกลับไม่ไหว ปวดหัว~) เสียงหวานที่ออกจะออดอ้อนเวลาเมาที่กำลังเล็ดลอดมาตามสายส่งผลให้เพื่อนๆ ผมหันมามองที่ผมแทบจะพร้อมกัน "เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเมาจนกลับไม่ได้" (ไม่คิดจะถามกันหน่อยเหรอคะว่าเมาแบบนี้เพราะใคร เวลาขวัญน้อยใจพี่องศาเคยแคร์บ้างไหม) "อยู่ไหน!" ผมรีบถามเพื่อปัดความรำคาญ ของขวัญเป็นแบบนี้ทุกที ชอบใช้ลูกอ้อน ชอบทำตัวอ่อนแอดูแลตัวเองไม่ได้ สุดท้ายก็ลำบากแฟนปลอมๆ อย่างกูนี่ไง (ขวัญแชร์โลเคชั่นให้ค่ะ พี่องศารีบมานะคะ ไม่อยากอยู่ตรงนี้นานๆ) ผมละโทรศัพท์ออกจากหูก่อนจะกระแทกมันลงโซฟาอย่างแรง "ไงมึง น้องหน้าตุ๊กตาโทรตาม?" "เออ" "ไหนบอกไม่สนใจไงวะ โทรหาปุ๊บ รีบไปปั๊บเลยงี๊เหรอ?" ไอ้ลีโอกระดกเบียร์จากกระป๋องของมันจนหยดสุดท้ายก่อนจะทำลายหลักฐานด้วยการโยนใส่ถังขยะ ไม่กี่วินาทีต่อมามันก็เปิดกระป๋องใหม่ทันที "แบบนี้มีโอกาสลุ้นเป็นคู่จริงปะวะ" "มองปากกูแล้วฟังให้ดี ไม่มีวัน!" ผมกระชากแจ็กเก็ตหนังของตัวเองมาพาดไว้บนบ่าตามด้วยการคว้าโทรศัพท์มายัดไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ตามเดิม ต่อให้ชัดเจนแค่ไหนว่าไม่มีวันสนใจ แต่ก็ไม่เคยเลยที่ไอ้เวรพวกนี้มันจะฟัง "กูจะรอวันที่มึงกลืนน้ำลายตัวเองนะองศา" "กูว่าพวกเราคงรอวันนั้นไม่นานว่ะ!" ไอ้ลีโอกับไอ้ฉลามมันเข้าขากันได้ดีมาก ทั้งที่พวกมันรู้อยู่แก่ใจว่าคนที่ผมมีใจให้ ไม่ได้ชื่อของขวัญ แต่พวกมันก็ยังเสนอหน้ามาแซว! S2 PUB ผมก้าวขาเข้ามาในผับหรูที่ค่อนข้างคุ้นเคย ไม่ปฏิเสธว่าพวกผมเองก็มาที่นี่ค่อนข้างบ่อย แต่ละโซนของผับมีตรงไหนบ้างมันจึงหาไม่ยาก และลูกคุณหนูอย่างของขวัญผมก็มั่นใจว่าต้องอยู่ที่โซนวีไอพีเท่านั้นและมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ผมมองเห็นผู้หญิงที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับชีวิตของผมด้วยความจำเป็นตั้งแต่ไกลๆ แต่ระหว่างทางมันกลับมีใครอีกคนที่ดึงความสนใจของผมได้มากกว่า น้ำตาของผู้หญิงที่ผมเผลอแอบมองทำผมชะงักไป ในอกมันรู้สึกวูบไหวแปลกๆ แต่คนที่ไม่มีสิทธิ์ ก็ย่อมไม่มีสิทธิ์อยู่แล้ว ไม่แม้แต่จะทันได้คิดที่จะเดินเข้าไปใกล้ คนที่โชคดีมากกว่าผมก็เข้าปลอบโยนเธอคนนั้นด้วยความห่วงใย ส่วนผมก็ทำได้แค่เดินหน้าไปหาเป้าแบบเซ็งๆ "โทษทีนะคะ แฟนขวัญมารับแล้ว พี่องศาทางนี้ค่ะ" ของขวัญโบกไม้โบกมือเรียกผม คนตัวเล็กพยายามยืนขึ้นคงเพราะอยากให้ผมมองเห็นเธอชัดขึ้น ไม่ปฏิเสธว่าของขวัญโดดเด่นขึ้นมาในพริบตา หน้าแบบนี้ หุ่นและท่าทางแบบนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่ชอบ เพียงแต่ว่าเธอไม่ได้สำคัญอะไรสำหรับผมแค่นั้นเอง "ขอบคุณในความหวังดีนะคะ นี่แฟนขวัญเอง" ผมถอนลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายเมื่อแขนถูกรั้งเข้าไปกอดอย่างคนที่ต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ ผู้ชายที่ของขวัญคุยด้วยมองหน้าผมอย่างหงุดหงิด แต่มันก็ยอมเดินออกไปดีๆ "ขอบคุณที่มารับขวัญนะคะ" "มีนฝากยัยขวัญด้วยนะคะพี่องศา ขับรถกลับดีๆ นะคะ" "มีนกลับยังไง ให้พี่แวะไปส่งก่อนไหม" "ไม่เป็นไรค่ะ แฟนมีนจะมารับเหมือนกัน" ผมกดใบหน้ารับเป็นเชิงรับรู้ สังเกตทุกอย่างบนโต๊ะก่อนจะวางบนบัตรลงเพื่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายตรงหน้าแบบที่ชอบทำ "ใจดีเลี้ยงเหล้าอีกแล้ว ขอบคุณค่ะ" มีนยกมือไหว้ผม ก่อนที่ผมจะดึงสายตามาหยุดที่คนข้างกาย "กลับ" "เดินไม่ค่อยไหว ขอกอดแขนแบบนี้ออกไปได้ไหมคะ" ผมขี้เกียจตอบคำถาม พูดมากเดี๋ยวก็หาว่ามีใจ ขนาดพูดเองว่าขอห่างกันสักพัก ไม่กี่ชั่วโมงด้วยซ้ำก็โทรกลับมาหาผมเหมือนเดิม กลัวฉิบหาย! กลัวว่าครบสามเดือนเมื่อไหร่ ผมจะสลัดของขวัญไม่พ้นกาย! "...ขอโทษที่รบกวนนะคะ ขวัญไม่มีใครนอกจากพี่" "ต่อให้มีพี่ผู้หญิงที่ดีก็ไม่ควรทำตัวแบบนี้" "พี่ไม่ชอบผู้หญิงดื่มเหล้าใช่ไหมคะ" "ดื่มได้ไม่เคยว่า แต่เป็นผู้หญิงควรรู้ลิมิตของตัวเองมากกว่านี้ กินได้ก็ต้องกลับให้ได้ ความปลอดภัยในร้านเหล้ามันไม่เคยมีจำคำนี้เอาไว้ให้ดี" "ขวัญเห็นพี่องศาแอบมองผู้หญิงตอนที่ไปรับขวัญด้วย น่าแปลกที่สายตาของพี่มันไม่เหมือนตอนที่พี่มองขวัญตอนนี้เลย" ผมชะงักทันทีที่ได้ยินแบบนั้น และเข้าใจทันทีว่าของขวัญกำลังหมายถึงใคร เพราะนอกเหนือจากผู้หญิงคนนั้น ผมก็ไม่เคยมองใครด้วยสายตาแบบนี้เลย! "พี่องศามีคนอื่นอยู่หรือเปล่าคะ" "ไร้สาระ!" "แล้วเมื่อก่อนความสัมพันธ์ของเรามันเป็นแบบนี้เหรอคะ พี่เย็นชากับขวัญแบบนี้จริงๆ เหรอ" "นอนไปเถอะ ถึงเมื่อไหร่พี่จะปลุก" คนถูกตัดบทสนทนาน้ำตาคลอเบ้า ของขวัญเบือนหน้าหนี ผมรู้ดีว่าเธอแค่ไม่อยากให้ผมเห็นน้ำตา "ขวัญจะเลิกช็อปปิ้งค่ะ จะเลิกชวนไปดูหนัง เลิกชวนออกไปกินข้าวนอกบ้าน ขวัญจะไม่ฝืนใจในสิ่งที่พี่องศาไม่อยากทำ" ผมกดปลายลิ้นเข้ากับมุมปาก ใช่! ผมไม่ชอบทำอะไรแบบนั้น ที่ต้องไปเป็นเพื่อนของขวัญทุกครั้งนั่นก็ไม่ได้เต็มใจไป แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดว่าผมชอบหรือไม่ชอบอะไร สิ่งที่ควรรู้มากกว่าคือของขวัญคิดจะทำอะไรต่อไป "คืนนี้พี่องศานอนกับขวัญนะคะ" "ของขวัญ!" "ขวัญจะเลิกชวนพี่องศาออกนอกบ้าน เพราะมาคิดทบทวนดูแล้ว พี่อาจจะไม่ได้ชอบอะไรพวกนั้น ขวัญเลยอยากให้เรามีเวลาให้กันด้วยวิธีอื่น มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ" "รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา" "เราเคยมีอะไรกันมาก่อนไหมคะ" "ของขวัญ!" "ขวัญแค่อยากรู้ว่าร่างกายของขวัญมันเป็นของพี่หรือยัง" เรียวปากของคนถามสั่นระริก น่าแปลกที่ของขวัญยังกล้าเปิดปากถามทั้งที่แววตาแสดงออกค่อนข้างชัดว่าโคตรกังวล "คนเป็นแฟนกันไม่จำเป็นต้องมีอะไรกัน" "งั้นเราลองมีอะไรกันดูไหมคะ" "คิดว่าพี่ควรรู้สึกยังไงตอนได้ยินคำถามแบบนี้ คิดว่าผู้หญิงดีๆ ควรพูดมันออกมาหรือไง อย่างน้อยๆ ก็คิดถึงตอนที่ตัวเองหายเมาว่าจะรู้สึกยังไง" "เพื่อนขวัญมีแฟนกันหมดแล้ว เรื่องแบบนี้มันไม่ได้แปลกเลย ขวัญไม่ได้ซีเรียสหรือคิดมากขนาดนั้น" "พี่จะลืมมันไปว่าไม่เคยได้ยินคำถามแบบนี้ และพี่หวังว่าขวัญจะไม่พูดมันอีก" ผมเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น ละเลยความรู้สึกที่รู้อยู่เต็มอกว่าของขวัญกำลังเสียหน้า ผมเชื่อว่าถ้าเธอไปพูดคำนี้กับผู้ชายคนอื่น คนพวกนั้นคงยิ้มอย่างพอใจและตกลงอย่างไม่ลังเล แต่มันต้องไม่ใช่กับผม อย่างน้อยๆ หากถึงวันเกิดของขวัญแล้วดวงชะตาของเธอเปลี่ยน ตัวเธอเองนั่นแหละจะไม่เสียใจเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้พลาดเป็นของผม เพราะระหว่างเธอกับผม ความรักจริงๆ มันไม่เคยมีและมันไม่เคยเกิดขึ้นเลย! [ END ]ครืด~ ครืด~ โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสั่นสะเทือนขึ้นขัดจังหวะคนที่กำลังทำหน้าที่เป็นพลขับหลังจากที่พาเธอมาขึ้นรถได้จนสำเร็จ เห็นเป็นเบอร์โทรของติณห์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ไม่ได้ลังเลที่จะกดรับสายทันที“ว่า?”(ทักกูเสียงแจ๋วเลยนะมึง อยู่ไหนวะ โทรหาตั้งนานแล้วเสือกไม่รับสาย ต้องให้กูส่งคนไปลากมึงที่คอนโดไหม?) “ได้นะ ตามสบาย” ลีโอไหวไหล่ โน้มตัวเข้าไปหาคนข้างๆ จมูกแทบกระแทกเข้ากับแก้มเนียนในตอนที่รัดเข็มขัดนิรภัยให้ เธอจะรู้ทันหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ แต่ตั้งใจทำเนียนเข้าใกล้อันนี้คือเรื่องจริงเลยคิดถึงกลิ่นหอมๆ ไม่ได้กลิ่นมาตั้งหลายวัน!(ถูกสาวเทแล้วนี่ ให้กูส่งเด็กไปปลุกไหม ท่าทางลูกชายมึงจะหลับไหลไปแล้วหลายวัน เพราะใช้งานไม่ได้ก็คงต้องกระตุ้นนะ หึๆ) เสียงที่ดังตามสายส่งผลให้ลีโอปรายสายตามองคนข้างๆ แต่ลิเดียร์ไม่มองหน้าเขา เธอหันหน้าหนีไม่สนใจเรื่องที่เพื่อนเขากำลังพูดเฉยเลย“รู้ดีนะมึงอ่ะ เอาตัวเองให้รอดก่อนไหม”(ยังไง กูไม่เหมือนพวกมึงครับ ชอบกันนักเอาใจลงไปเล่นเนี่ย ถูกเทขึ้นมาก็เสียหลัก เมาคอพับกูเนี่ยต้องลากมึงขึ้นไปนอนทุกวัน หนักฉิบหาย ขาโคตรยาว) “หึ…” (นี่นะ ถ้ากูเจอหน้าลิเดียร์
“อื้ออ~” เสียงครางในลำคอดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในยามที่ร่างบอบบางบนโซฟาขนาดใหญ่ที่ทำให้คนตัวเล็กๆ นอนหลับได้แบบสบายๆ ลิเดียร์ยกมือขึ้นแตะที่ขมับก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น ไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศสาดกระทบลงมาบผิวเนียนจนรู้สึกหนาว ถึงแม้จะมีผ้าห่มผืนไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปคลุมอยู่บนตัวเธอก็ตาม วินาทีแรกเห็นเป็นผนังของร้าน กำลังจะควานหาโทรศัพท์เพื่อดูเวลาแต่กลับประสานสายตากับคนที่หลับนอนอยู่ใกล้เธอซะก่อน หลับนอนอยู่ใกล้ๆ ที่ไม่ได้หมายถึงนอนบนโซฟาตัวเดียวกัน แต่เขานั่งอยู่ที่พื้น ใบหน้าแนบอยู่กับโซฟาตัวที่เธอนอน ลิเดียร์ถอนหายใจพรืดใหญ่ พยายามมองหาลูกน้องคนสนิทแต่หางตาเหลือบมองผ่านกระจกใสที่มีผ้าม่านกั้น แต่ปลิวไหวตามแรงลมของพัดลมไอน้ำอีกตัวที่ตั้งอยู่ไม่ไกล มองเห็นว่าด้านนอกมันมืดแล้ว เห็นแบบนั้นลิเดียรีบคว้ากระเป๋าเพื่อควานหาโทรศัพท์ทันที “บ้าจริง…” เสียงอุทานดังขึ้นเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม นะโมต้องกลับไปแล้วแน่ๆ แล้วเขาล่ะ ทำไมเขาถึงยังไม่กลับไป “ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง” คนถูกรบกวนเพราะแรงดิ้นลืมตามองพลางใช้หลังมือขยี้ตาตัวเองเบาๆ มองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคนที่หลับไปหลายชั่วโมง
“พี่เดียร์ มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ” เหมือนเป็นโชคช่วยที่ลูกน้องคนสนิทโผล่เข้ามาได้ทันเวลาพอดี“ช่วยพี่ด้วย พี่จะเป็นลม” ลิเดียร์ยกมือไขว่คว้าหาอีกคนที่ไม่ใช่เขา พยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขา ไม่ทันมีโอกาสได้เห็นสายตาของความห่วงใยที่มันหลุดออกมาจากแววตาของอีกคน “เป็นอะไร” ลีโอพยายามถาม ยิ่งเห็นเธอไขว่คว้าหาคนอื่นที่ไม่ใช่เขาก็ยิ่งหวั่นอยู่ในอก หน้าของลิเดียร์ซีดมาก มีความรู้สึกเหมือนเธอจะเวียนหน้า คลื่นไส้แบบที่บอกจริงๆ ไม่รู้ว่าความห่วงใยมันเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนไหน แต่ฝ่ามือประคองร่างบางเอาไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะล้ม“ขอโทษนะคะ เดี๋ยวหนูดูแลพี่เดียร์เองค่ะ” ลูกน้องสาวเข้าประคองผู้เป็นเจ้านายทันที จะประคองไปที่โซฟาเพื่อให้ได้พัก แต่อีกคนที่ถูกผลักออกกลับพุ่งตัวเข้ามาอีกครั้ง โน้มตัวลงไปอุ้มคนตัวเล็กกว่าแล้วพาไปที่โซฟาทันที“นี่! ปล่อยนะ อย่าทำแบบนี้” “อยู่เฉยๆ ไม่ไหวก็แค่บอกกันดีๆ ไหม” ลีโอมองใบหน้าซีดเซียว วางเธอลงบนโซฟาและตั้งท่าจะปลดกระดุมชุดเดรสที่เธอใส่เพื่อให้เธอหายใจโล่ง และสบายตัวขึ้น ทว่าลิเดียร์ปัดออก เธอโหยหาคนอื่นมากกว่าการให้เขาอยู่ใกล้ๆ เธอในระยะที่ประชิดจนเกินไป “ออกไป…”“
“พี่ว่าชุดนี้ก็สวยนะ ไปลองใส่ให้พี่ดูหน่อยได้ไหม” “หนูว่าชุดนี้มันไม่ค่อย…” “เถอะน่า พี่อยากรู้ว่าใส่ออกมาแล้วมันจะสวยแค่ไหน ไปลองให้พี่ดูหน่อยนะครับ” ลีโอสบตากับสาวของกายพลางยัดชุดที่เขาเพิ่งดึงลงมาใส่มือของเธอเสมือนเป็นการยัดเยียด สบตาให้รู้ว่าให้ทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าเธออยากให้เขาพอใจ“ก็ได้ค่ะ” ลีโอดันแผ่นหลังของคนตัวเล็กเข้าไปในห้องลองชุด อดไม่ได้ที่จะหันกลับมาหาลิเดียร์อีกครั้ง “ถ้าผมเข้าไปช่วยแฟนผมเปลี่ยนชุดนี่ได้ไหมครับ” “…เชิญค่ะ” ลิเดียร์ตอบไม่สบตา พยายามมองหาลูกน้องคนสนิท หวังจะให้มาทำหน้าที่ตรงนี้แทน แต่เห็นอยู่ว่าอีกฝ่ายก็ยังติดลูกค้าเช่นกัน “แล้วถ้าทำอะไรมากกว่าดูนี่ได้ไหมครับ” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ สายตายังหยุดมองที่ใบหน้าสะสวยไม่วางตา“หมายความว่าไง” “ก็น่าจะรู้นะว่าคนสองคนเวลาอยู่ด้วยกันมันมักจะเกิดอะไรขึ้น หรือต้องให้ย้ำ หรืออธิบายทีละขั้นตอน เริ่มจากการถอด…” “ทุเรศ!” ลิเดียร์พูดใส่หน้าคนที่พยายามล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอ จะเดินหนีเขาก็ตามมาตอแยไม่เลิก เธอพยายามจะหยุดแต่เขากลับเลือกที่จะไม่อยู่ ไม่จบไม่สิ้นสักที “ทำไมต้องเดินด้วยล่ะ หรือรู้สึกอะไร” “ไม่รู้สึก
“เกินไป~ หลงมันเกินไป” ลีโอกดปลายลิ้นเข้ากับกระพุ้งแก้มก่อนจะหลุดเสียงในลำคอเบาๆ ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองลวกๆ หันไปสบตาเธออีกครั้งตอนที่เธอยัดโทรศัพท์คืนใส่มือ จากนั้นก็หมุนตัวกลับออกมาทันที หลายวันต่อมา @คอนโดมิเนียมของฉลาม“…สรุปอร่อยไหม” จีน่าถามย้ำใส่คนที่นั่งจ้องโทรศัพท์อยู่นานสองนาน จนคนอื่นๆ ภายในห้องต้องมองตาม “กำลังจะชิมเนี่ย” “แกเหม่ออะไรเนี่ย ปากก็แตก หน้าก็หมอง ถ้าแกไม่หล่อนี่คือไม่มีอะไรดีเลย จริงๆ นะ” “พูดเยอะว่ะจี รำคาญ” สวนกลับคนที่บอกว่าเขาไม่หล่อ ก็แค่นอนน้อย แดกเหล้าจนหลับบ่อยๆ ลืมดูแลตัวเองนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ทุเรศหรือแย่ขนาดนั้นไหมวะ “ฉันเป็นแม่ของหลานแกนะ” ว่าที่คุณแม่ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่ยังไม่มีความผิดปกติมากมายต่อหน้าคนที่พูดคำว่ารำคาญ ทำสีหน้าของลีโออ่อนลงทันที“เออๆ หยอกน่า~ หยอกครับ” อดไม่ได้ที่ยกมือสัมผัสตัวหลาน ใครๆ ก็รัก ใครๆ ก็หลง ถึงจะยังไม่เจอกันก็รัก หลงอยู่ดี “…อาการมันหนักใช่ย่อยเลยนะ สรุปวันนั้นมึงได้ไปไหมวะ” องศาถามฉลาม เพราะวันนั้นฉลามคือคนที่ถูกโทรหาเกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำแบบนี้ทั้งนั้น ลีโออาหารหนักแบบที่เพื่อนว่าจริ
“…ที่เราทำแบบนี้ เราไม่ได้จะขัดขวาง ไม่ได้จะกีดกันไม่ให้เธอคบกับมันนะเดียร์ แต่แค่อยากให้มั่นใจก่อนว่ามันจริงจังกับเธอจริงๆ” “คิม… ถ้าเราบอกว่าเราชอบเขาล่ะ” “ชอบ? มันมากขึ้นทุกวันใช่ไหมเธอเลยกล้าพูดอ่ะ”“ใช่ มันมากขึ้นทุกวัน ก่อนหน้านี้ที่เราเคยบอกเธอว่าเราจะหยุด จะไม่ไปต่อ มันก็เป็นเพราะเรารู้ตัวว่าเราชอบเขา แต่เขาทำให้เรารู้สึกอ่ะคิม รู้สึกว่าบางทีมันอาจจะไปต่อกันได้”“แน่ใจแค่ไหนว่ามันไม่ได้เป็นความรู้สึกของเธอแค่ฝ่ายเดียว เราไม่อยากเห็นเธอเจ็บนะเดียร์ ไม่ได้อยากให้เจ็บไม่ว่าจะเพราะใครหรือเรื่องอะไรก็ตาม” “รู้ เข้าใจทุกอย่างเลย แต่ลองให้โอกาสเขาก่อนได้ไหม ถ้ามันไม่ไหวเราสัญญาว่าจะหยุด จะไม่ฝืน แต่ขอเวลาก่อน เขาไม่ได้ทำอะไรให้เรารู้สึกแย่เลย เราอยากให้โอกาสเขา และให้โอกาสตัวเราเองด้วย” “สรุปก็คือจะคบให้ได้ ใช่ไหม” “ใช่” “งั้นเราก็คงพูดอะไรไม่ได้ นอกจากขอให้เธอดูแลตัวเอง เผื่อใจให้ดี มันไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น ถ้าเธอมั่นใจว่ารู้จักเขาพอที่จะทุ่มเทจนหมดหน้าตัก เราก็จะปล่อยเธอ” “…”“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันทำให้เธอเสียใจ เราจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ เด็ดขาด อย่างน้อยๆ เราก็ต้องปกป้องเธอ เพร







