LOGIN“ผู้ชายหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ผู้ชายที่ ‘ถึงใจ’ แม่งไปมุดหัวอยู่ไหนหมดวะ” นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ‘ดาริน’ คุณหนูสุดแซ่บที่เพิ่งเฉดหัวแฟนเก่าไร้น้ำยาออกจากชีวิต ตัดสินใจก้าวเท้าเข้าสู่ Vortex Club เพื่อตามหา ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่ที่เร้าใจกว่าเดิม และสายตาเจ้ากรรมก็ดันไปสะดุดเข้ากับร่างกำยำของ ‘คีธ’ มาเฟียเจ้าของคลับสายนิ่งที่แผ่กลิ่นอายอันตรายออกมา เธอไม่ได้กลัวปืนที่ข้างเอวเขา ไม่ได้กลัวบอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมนับสิบ แต่เธอ ‘อยากกิน’ เขาจนตัวสั่น “ใครส่งมึงมา” เสียงทุ้มคำรามพร้อมฝ่ามือหนาที่บีบเค้นลำคอจนหายใจไม่ออก ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบกดจึกเข้าที่สีข้างเพื่อรีดเค้นความจริง แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำเอามาเฟียเลือดเย็นถึงกับตบะแตก “ไม่มีใครจ้าง มีแต่ความเงี่ยนที่สั่งมาค่ะพี่ขา” เมื่อ ‘สาวสวย’ สายรุกที่พร้อมจะขย่มให้เสือสิ้นลาย มาปะทะกับ ‘มาเฟีย’ สายดุที่พร้อมจะตอกเหยื่อให้สลบคาอก สงครามบนเตียงครั้งนี้จึงไม่มีคำว่าออมมือ! “บอกว่าชอบของใหญ่ งั้นเตรียมตัวสำลักให้ตาย คืนนี้มึงไม่ได้นอนแน่ดาริน!”
View More⚠️ คำเตือน
นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีเนื้อหาที่เน้นอารมณ์ดิบเถื่อนและความเร่าร้อนเฉพาะตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านมาเฟียสายดิบ พระเอกพูดจาภาษาดอกไม้ไม่เป็น เน้นสรรพนาม กู/มึง ตามสไตล์คนดุ และมีการใช้ Dirty Talk (คำพูดหยาบโลน) ตลอดทั้งเรื่อง รสนิยมเฉพาะตัว นางเอกเป็น "สาย M" ที่มีความสุขกับการถูกปรนเปรอด้วยความรุนแรง ชอบการถูกบีบคั้นและกระแทกอย่างหนักหน่วง ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวที่ศีลเสมอกับพระเอก ซื่อสัตย์ระดับถวายหัว ยืนยันจุดขาย "ไม่มีนอกกายและนอกใจ 100%" พระเอกเสพติดเมียหนักมาก หวงก้างที่สุดในโลก และมีนางเอกเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวทั้งในชีวิตและบนเตียง ความรุนแรงและด้านมืด มีฉากการต่อสู้ การใช้อาวุธ เลือด และพฤติกรรมของตัวละครในวงการมาเฟียที่ค่อนข้างรุนแรง 20+ ฉากรักมีการบรรยายที่เปิดเผย ละเอียด และร้อนแรงตามสไตล์ **************** ที่ Vortex Club หน้าจอมือถือบนโต๊ะกระจกสว่างวาบขึ้นมารัวๆ ฉันปรายตามองข้อความที่เด้งโชว์หราจากไอ้ขี้แพ้ที่เพิ่งหอบกระเป๋าหนีเตลิดออกจากคอนโดฉันไปเมื่อเช้า (เธอมันบ้า ดาริน! เธอมันพวกเซ็กส์จัด โรคจิต! ใครมันจะไปสนองเธอได้ทุกวัน วันละกี่รอบห๊ะ! ผมจะตายคาอกเธออยู่แล้ว ไปรักษาตัวซะบ้างนะ) ฉันแค่นหัวเราะหยันในลำคอ นิ้วที่เพิ่งทำเล็บสีแดงสดมาใหม่จิ้มปุ่ม ‘Block’ ทิ้งแบบไม่ต้องคิด "น้ำยาไม่มีแล้วยังจะปากดีอีก น่ารำคาญฉิบหาย" ฉันพึมพำกับตัวเอง คว้าแก้ววอดก้าช็อตที่สามสาดลงคอรวดเดียว ความร้อนบาดลึกของแอลกอฮอล์ช่วยดับความหงุดหงิดลงไปได้นิดหน่อย ผู้ชายหาเมื่อไหร่ก็หาได้ แต่ผู้ชายที่ ‘ถึงใจ’ แม่งไปมุดหัวอยู่ไหนหมดวะ! "อีริน! มึงจะนั่งทำหน้างอเป็นตูดอยู่ตรงนี้อีกนานไหมยะ!" เสียงแหลมปรี๊ดของอีแคนดี้ เพื่อนสาวสองสุดซี้ตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี มันชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนขนตาปลอมแทบจะทิ่มตาฉัน "ไหนบอกว่าโสดแล้วจะฉลองไง นี่มันงานศพชัดๆ ชีวิตดี๊ดีมีเงินใช้ชาตินี้ก็ไม่หมดขนาดนี้ มึงจะมานั่งหน้าซังกะตายทำไมยะ!" ฉันสะบัดผมลอนยาวสีน้ำตาลคาราเมลไปด้านหลัง เอื้อมมือไปจัดเดรสรัดรูปสีแดงที่เว้าแผ่นหลังลึกจนถึงบั้นเอวให้เข้าที่ "ก็มันเบื่อนี่มึง มองไปทางไหนก็ไม่มีอะไรเจริญหูเจริญตาเลยสักนิด" "โอ๊ย อีชะนีตาถั่ว!" มันชี้มือชี้ไม้ "นู่น มึงดูโต๊ะข้างๆ นู่น มองมึงจนคอจะเคล็ดแล้วนั่น ไม่สนใจหน่อยเหรอ?" ฉันปรายตาไปมองกลุ่มหนุ่มตี๋ใส่แว่นทรงลูกคุณหนูที่กำลังส่งยิ้มแห้งๆ มาให้ แค่วินาทีเดียวฉันก็เบ้ปาก "จืด" "จืดบ้าบออะไรยะ! หล่อตี๋เกาหลีอินเตอร์โอปป้าขนาดนั้น!" "จืดก็คือจืดป่ะวะ มึงดูหุ่นพวกนั้นสิ ผอมแห้งแรงน้อย กระแทกทีสองทีคงกระดูกหักคาเตียงกูแน่ๆ กูต้องการอะไรที่มัน... แน่นกว่านี้ ดุกว่านี้ แบบที่เอากูอยู่ ไม่ใช่ร้องโอดโอยหนีกลับบ้านเหมือนไอ้เวรตะไลเมื่อเช้านั่น เข้าใจป่ะวะ" แคนดี้กรอกตาบน "ย่ะ! แม่คนความต้องการสูง! แม่คนรสนิยมฮาร์ดคอร์ กูล่ะสาธุบุญเก่าแฟนเก่ามึงจริงๆ ที่มันทิ้งมึงไป ไม่งั้นคงได้ตายคาอกมึงเข้าสักวัน" "ไปเต้นดีกว่า อยู่ตรงนี้แล้วยิ่งหงุดหงิด" ฉันลุกขึ้นพรวด ดึงแขนแคนดี้แหวกผู้คนออกไปกลางฟลอร์เต้นรำ แสงไฟเลเซอร์วูบวาบสาดกระทบผิว ทันทีที่เสียงเบสหนักๆ ดังขึ้น ร่างกายฉันมันก็ขยับไปตามสัญชาตญาณ ส่ายสะโพก บดเบียดไปกับจังหวะ ฉันรู้ตัวดีว่าทุกท่วงท่าของฉันมันเรียกสายตาผู้ชายรอบข้างให้หยุดมองแล้วกลืนน้ำลายได้แค่ไหน ฉันกำลังหัวเราะ ฉันกำลังเต้น... แต่ข้างในแม่งโคตรโหวงเหวง มันมีความกระหายบางอย่างที่แอลกอฮอล์กี่แก้วก็ถมไม่เต็ม ความรู้สึกที่อยากจะขบกัด อยากโดนใครสักคนกระชากคอแรงๆ แล้วจับตอกให้จมเตียงจนฉันต้องร้องขอชีวิต ฉันกวาดสายตาไปรอบๆ คลับอย่างไร้จุดหมาย ทะลุขึ้นไปยังชั้น VIP โซนยกพื้นสูงที่มีม่านกั้นบางๆ สำหรับแขกกระเป๋าหนัก แล้ววินาทีนั้น ร่างกายฉันก็ชาวาบ การเคลื่อนไหวหยุดชะงักดื้อๆ "เชี่ย..." เสียงสบถหลุดออกจากริมฝีปากตัวเองแบบลืมตัว ลึกเข้าไปในมุมที่มืดที่สุดของโซน VIP บนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่... มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้างเลยแม้แต่น้อย เขานั่งเอนหลังพิงโซฟา ขาแกร่งยกขึ้นไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งแกว่งแก้ววิสกี้ช้าๆ ท่าทางดูผ่อนคลายนะ... แต่กลิ่นอายความอันตรายแม่งแผ่ออกมากดทับจนคนรอบข้างดูอึดอัดไปหมด ไฟสปอตไลท์สาดผ่านใบหน้านั้นไปเพียงเสี้ยววินาที แต่ฉันเห็นทุกอย่างชัดเต็มสองตา โครงหน้าหล่อจัดแบบลูกครึ่ง สันกรามคมกริบรับกับจมูกโด่งเป็นสัน นัยน์ตาของเขาเยือกเย็นและดุดันจนฉันเผลอกลั้นหายใจ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันต้องลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ คือ 'ร่างกาย' ของเขา เสื้อเชิ้ตสีดำเนื้อดีถูกปลดกระดุมลงมาลึกจนเห็นแผงอกแกร่ง แขนเสื้อพับร่นขึ้นไปเผยให้เห็นท่อนแขนที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม เส้นเลือดปูดโปนพาดผ่านผิวเนื้อราวกับรากไม้ รอยสักสีดำสนิทโผล่พ้นข้อมือออกมาให้เห็นวับๆ แวมๆ น่าซบ... ไม่สิ... น่ากัด น่าขย้ำ น่าเลียให้ทั่ว ฉันยืนนิ่งค้าง ลมหายใจเริ่มสะดุด ช่องท้องน้อยบิดเกร็งวูบวาบอย่างรุนแรง เพียงแค่สมองจินตนาการว่าท่อนแขนแข็งแรงนั่นจะรัดคอฉันแน่นแค่ไหนถ้าได้อยู่บนเตียงด้วยกัน... "อีริน! เป็นบ้าอะไรของมึง ยืนแข็งทื่อเป็นเสาตกน้ำมันอยู่ได้!" แคนดี้ที่เต้นอยู่ข้างๆ หันมาเขย่าแขนฉันแรงๆ "เดี๋ยวคนก็ชนล้มหรอก!" ฉันไม่ตอบ สายตายังคงล็อกเป้าหมายไว้ที่เดิม เผลอแลบลิ้นออกเลียริมฝีปากตัวเองที่แห้งผาก แคนดี้ขมวดคิ้ว ก่อนจะหันมองตามสายตาฉันไปจนปะทะเข้ากับร่างบนโซฟาหนังตัวนั้น "ว้าย! ตายแล้ว! นั่นมัน... มึงอย่าบอกนะว่ามึงเล็งคนนั้นน่ะอีริน!" "รู้จักเหรอมึง" ฉันถามเสียงพร่า ละสายตาไปจากเขาไม่ได้เลย "ใครจะไม่รู้จักยะ! นั่นมันพวกขาใหญ่ เจ้าของที่นี่หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่มึงดูหน้าเขาสิ! หน้ายังกับมือปืนรับจ้าง ไม่ก็มาเฟียข้ามชาติ นั่งหน้าบอกบุญไม่รับดูอันตรายขนาดนั้น มึงไม่เห็นเหรอว่าไม่มีชะนีหน้าไหนกล้าเฉียดเข้าไปใกล้เลยนะยะ! เข้าไปมีหวังโดนลูกปืนเจาะกบาล!" "มาเฟียเหรอ" "ใช่! น่ากลัวจะตายชัก!" แคนดี้เขย่าแขนฉันอีกรอบ พยายามดึงสติ "กลับมามองตี๋โต๊ะเมื่อกี้เถอะ ปลอดภัยกว่าเยอะ เชื่อกู" "ไม่เอา ตี๋จืดชืดแบบนั้น กูกินจนเบื่อแล้ว" "แล้วมึงจะเอาไงฮะ!" ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สายตาจับจ้องไปที่กล้ามเนื้อแขนของชายคนนั้นจังหวะที่เขายกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก... แม่งเอ๊ย ท่อนแขนที่ขยับนั่นมันช่างดึงดูดจนกูแทบคลั่ง "มึงว่า... เขาจะดุไหม" ฉันถามเสียงเบาหวิว "ดุสิยะ! หน้าแบบนั้น หมาเห็นยังไม่กล้าเห่า!" "ดี... แบบนี้กูชอบ" ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง ความชื้นแฉะเริ่มก่อตัวขึ้นที่ใจกลางความเป็นสาว แค่คิดว่าถ้าโดนผู้ชายหน้าดุๆ แบบนั้นกระแทกเข้ามาแรงๆ ร่างกายฉันก็สั่นสะท้านไปหมดแล้ว "อาการร่านของมึงกำเริบแล้วใช่ไหมเนี่ยอีริน!" แคนดี้ถลึงตาใส่ "ตามึงเยิ้มจนจะหยดเป็นน้ำเชื่อมอยู่แล้วนะ เก็บอาการหน่อยอีชะนี!" "เก็บไม่ไหวแล้วมึง เห็นแล้วเงี่ยนว่ะ" ฉันแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาเปลี่ยนจากความชื่นชมเป็นความหิวโหยอย่างไม่คิดจะปิดบัง "กูเจอแล้ว" "เจออะไรของมึง" "พ่อของลูก... หรืออย่างน้อย ก็พ่อทูนหัวคืนนี้ล่ะว้า" ฉันยกมือขึ้นเสยผม จัดการดึงคอเสื้อเดรสให้ร่นลงอีกนิดเพื่อดันทรงหน้าอกให้ดูอวบอิ่มรับสายตาที่สุด ก่อนจะหันไปยักคิ้วให้เพื่อน "มึงรออยู่ที่โต๊ะนะ หรือถ้ากูหายไปนานเกินชั่วโมง ก็ไม่ต้องตามหา สันนิษฐานไว้เลยว่ากูกำลังมีความสุขอยู่กับพี่เค้า" ฉันไม่สนเสียงร้องห้าม หมุนตัวเดินตรงดิ่งผ่าผู้คนบนฟลอร์ มุ่งหน้าสู่โซน VIP ที่มืดสลัว หัวใจในอกเต้นกระหน่ำอย่างแรงด้วยความตื่นเต้นที่กำลังจะได้เล่นกับไฟ ก้าวแต่ละก้าวของฉันมั่นคง ยิ่งเดินเข้าใกล้ ความกดดันจากชายคนนั้นก็ยิ่งพุ่งปะทะหน้าชัดเจนขึ้น ผู้ชายชุดดำสองคนที่ยืนคุ้มกันอยู่รอบนอกขยับตัวขวางทันที พวกมันส่งสายตาข่มขู่ไม่เป็นมิตรสุดๆ แต่คิดว่าฉันจะกลัวเหรอ? ฉันเชิดหน้าขึ้น ส่งสายตาจิกกัดกลับไปชนิดที่ไม่มีความเกรงกลัว จนสุดท้ายพวกการ์ดต้องยอมหลีกทางให้ฉันเดินผ่านม่านกั้นเข้าไป ตอนนี้ ไม่มีอะไรขวางกั้นระหว่างฉันกับพี่เขาอีกแล้ว ฉันหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะกระจก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก... มันหอม หอมจนฉันอยากจะมุดหน้าเข้าไปซุกไซ้ตามซอกคอหนานั่น ฉันรู้สึกตื่นเต้นทั้งคันทั้งอยากกินพี่คนนี้ นัยน์ตาสีเข้มดุดันคู่นั้นตวัดขึ้นมาประสานกัน โลกทั้งใบของฉันเหมือนถูกแช่แข็ง ลมหายใจสะดุด ความกดดันหนักอึ้งแผ่ซ่านออกมาจนฉันรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เขาไม่พูดอะไรสักคำ แค่มอง มองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเย็นชา เสียจนคนปกติคงก้าวขาไม่ออก ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ระงับอาการสั่นสะท้านที่เกิดจากความตื่นเต้นดิบๆ ในกาย ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานหยดย้อย "ขอโทษนะค้าา ที่ตรงนี้ว่างไหมคะ พอดีเพื่อนทิ้ง เลยอยากหาที่พักพิงสักหน่อยได้มั้ยค้า""พี่คีธ" ดารินเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองสบกูนิ่งๆ "พี่ เคยคิดเรื่องมีลูกบ้างป่ะ" คำถามสั้นๆ ทำเอากูชะงักกึก หัวตื้อไปหมดเหมือนโดนทุบด้วยของแข็ง สำหรับคนมือเปื้อนเลือด ใช้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายอย่างกู คำว่า ลูก หรือคำว่า ครอบครัว มันแทบไม่เคยโผล่เข้ามาในกบาลเลยสักนิด ไม่ใช่ไม่อยากมี แต่มันไกลตัวจนกูไม่เคยกล้าคิดมากกว่า "พี่อยากมีลูกกับรินมั้ยอ่ะ" ยัยดารินถามซ้ำอีกรอบ เสียงแผ่วลงจนแทบกระซิบ สายตากลมโตคู่นั้นช้อนมองกูนิ่งๆ แววตาจริงจังและรอคอยคำตอบจนกูใจแกว่ง กูผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ดึงร่างนุ่มนิ่มให้ขยับขึ้นมานอนพาดอยู่บนอก สบตากับยัยตัวแสบตรงๆ ผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้คนอย่างกูยอมสยบ ยอมทิ้งทุกอย่างให้อยู่ในกำมือมันได้หน้าตาเฉย "เมื่อก่อนกูไม่เคยคิดจะเอาเรื่องนี้ใส่หัวเลยสักนิด" กูกดเสียงต่ำ ตาจ้องเพดานอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลุบลงมองเมีย "กูอยู่วงการนี้มานาน ศัตรูแม่งจ้องจะเล่นงานกูรอบด้าน วันไหนก้าวขาออกจากบ้านไปก็ไม่รู้ว่าจะโดนเก็บวันไหน กูถึงไม่อยากลากเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองมาเสี่ยงตายในดงตีนแบบนี้ แค่มีมึงเข้ามาคนเดียว กูก็แทบจะเป็นประสาท
แสงไฟหัวเตียงส่องลงมากระทบผิวขาวๆ ของยัยดารินที่นอนมุดผ้าห่มซุกตัวอยู่ข้างกู สภาพกูตอนนี้นอนแผ่หราหมดแรง แขนขาแม่งล้าไปหมดเพราะโดนแม่ตัวดีงัดทั้งปากทั้งเต้าสูบน้ำกูไปจนเกลี้ยง แต่ถึงจะเพลียแค่ไหน แขนกูก็ยังพาดกอดรัดเอวมันไว้แน่น ไม่เปิดช่องให้ขยับหนีไปไหนได้ง่ายๆ ยัยตัวแสบนอนหนุนแขนกูตาแป๋ว นิ้วเล็กๆ นั่นลากเขี่ยวนเล่นตรงรอยสักบนหน้าอกกูไม่หยุด ลากไปลากมาเหมือนเพลินมือนักหนา แต่ทำเอากูจั๊กจี้ชิบหาย ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่แถวซี่โครง ความเงียบในห้องที่มีแค่เสียงแอร์เป่าเบาๆ พลอยทำให้หัวที่ตื้อมาทั้งวันเริ่มสงบลง ถึงจะโดนรีดแรงจนแทบหมดสภาพ แต่มีเมียนอนนิ่งๆ ให้กอดจมอกแบบนี้ มันก็โคตรจะสบายตัวเลยว่ะ "พี่คีธ..." เสียงอู้อี้ดังขึ้นเบาๆ จากคนที่ยังนอนมุดหน้าอยู่กับซอกอกกู "หืม ว่าไง ยังปวดท้องอยู่อีกหรือไงวะ" กูส่งเสียงถามในคอพลางก้มมอง เลื่อนมือจากสะโพกลงไปลูบหน้าท้องน้อยให้เบาๆ นึกว่าอาการปวดจะกำเริบขึ้นมาอีก "เปล่า ไม่ได้ปวดแล้ว" ดารินส่ายหัวดุ๊กดิ๊กกับอกกู ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตา แววตายัยตัวแสบนิ่งสนิทจนกูเริ่มรู้สึกว่าแม่งมีอะไรแปลกๆ "รินมีเรื่องจะถาม ถามจริงๆ นะ ห้ามโกหกเ
ตบะกูแตกยับเยิน เอื้อมสองมือไปตะปบสะโพกแน่นตึง บีบเค้นเนื้อก้นเต็มแรงอย่างหมั่นเขี้ยว ยิ่งยัยตัวแสบโยกตัวบดเนินอกรูดรั้งท่อนเอ็นกูรัวเร็ว เสียงเนื้อเบียดเนื้อเฉอะแฉะยิ่งดังลามกกระตุ้นประสาทจนเลือดในกายพลุ่งพล่าน สติสตังกูขาดผึง ทนมองหน้ายั่วประสาทกับปากแดงๆ นั่นต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว"อีริน ขยับมาหาผัวเดี๋ยวนี้ กูอยากบดปากมึงจะแย่แล้ว"ยัยตัวแสบยิ้มกวนตีน ก่อนจะขยับมาบดริมฝีปากเข้าใส่กูเต็มแรง ลิ้นร้อนสอดเข้ามาตวัดสู้กันนัวเนีย ทั้งบดทั้งดูดดึงจนเสียงจูบดังเฉอะแฉะลามกไปหมด ปากบนก็ฟัดกันนัวเนีย ส่วนเต้าอวบข้างล่างก็ยังขยับบดรูดรั้งท่อนเนื้อกูไม่ยอมผ่อนแรง สองทางพร้อมกันแบบนี้เล่นเอากูแทบคลั่ง สติกระเจิงจนตาพร่าไปหมด ไม่ไหวแล้วโว้ย ขืนปล่อยให้มันคุมเกมต่อไป กูได้แตกคาอกมันแน่กูกัดฟันสวบแขนเข้าใต้รักแร้ รวบเอวคอดของเมียยกขึ้นแล้วกระชากร่างนุ่มนิ่มขึ้นมานั่งเกยตัก ดึงตัวมันเข้ามากดแนบชิดจนท่อนเอ็นกูยังคงเสียบคาแน่นอยู่กลางร่องอก "อ๊ายย พี่คีธ"แม่ตัวดีหวีดร้องเบาๆ ก่อนจะหัวเราะคิกเมื่อโดนกูจับล็อกเปลี่ยนท่าแบบไม่ทันตั้งตัว"ท่านี้กูคุมง่ายกว่า" กูเค่นยิ้มในคอ เอื้อมมือไปกดท้ายทอยดึง
เสียงล็อกประตูดังแกร๊ก กูทิ้งน้ำหนักตัวผลักประตูเพนท์เฮาส์เข้ามา หัวตื้อไปหมด ฤทธิ์เหล้ากับกลิ่นบุหรี่ตีรวนขึ้นมาจนมึน กูใช้มือข้างเดียวกระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตหลุดไปสามเม็ด ปลดเนกไทเหวี่ยงทิ้งลงพื้นแม่งตรงนั้น กะแค่ว่าจะพาร่างหนักๆ ไปทิ้งตัวลงที่นอนให้สมองโล่งสักหน่อยแต่จังหวะที่เดินเข้าห้องนอน ขากูดันชะงักค้างยัยตัวแสบของกูนั่งไขว่ห้างรออยู่บนปลายเตียง สลิปเดรสสายเดี่ยวสีแดงเข้มตัวสั้นเต่อ ชายกระโปรงร่นขึ้นไปถึงไหนต่อไหนจนเห็นขาอ่อนขาวจั๊วะ กลิ่นแชมพูยังลอยฟุ้ง ผมยาวๆ เพิ่งสระเสร็จยังชื้นนิดๆ ทิ้งตัวปรกหลัง หน้าตาผิวพรรณดูสดชื่นมีแรง ไม่เหลือคราบยัยตัวดีที่นอนงอเป็นกุ้งเพราะปวดท้องเมนส์เมื่อคืนเลยสักนิด แล้วพอกูสบตาเข้าเต็มๆ ยัยนั่นก็ส่งยิ้มหวานยั่วประสาทกวนตีนส่งมาให้ทันที"แด๊ดดี้ปล่อยตัวมาแล้วเหรอคะ ป๋าคีธ"เสียงใสแจ๋วเอ่ยแซวขึ้นมาก่อน ยัยตัวแสบยันตัวลุกจากเตียง เดินลอยหน้าลอยตาทอดน่องเข้ามาหา เห็นสายตาระยิบระยับแบบนั้นกูก็รู้ทันทีว่าในหัวมันกำลังวางแผนกวนตีนอะไรอยู่แน่ๆกูถอนหายใจพรืด คว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามาชิดอก ยื่นหน้ามุดลงไปฟัดซอกคอขาว สูดเอากลิ่
ฉันฝืนกล้ามเนื้อแขน ยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง แผงอกของพี่คีธที่ฉันเพิ่งผละออกมายังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของเราสองคน ขาฉันสั่นพั่บๆ ร่างกายมันยังจดจำความรู้สึกกระตุกเกร็งตอนที่น้ำรักของเขาฉีดพ่นเข้ามาได้ดี ฉันยกมือขึ้นเสยผมดัดลอนที่ยุ่งเหยิงให้พ้นหน้า หอบหายใจลึกๆ แล้วหันไปฉีกยิ้มหวานสุดชีวิตให้ผู้ชายต
"อึก เดี๋ยวค่า พี่ขา"ฉันอาศัยจังหวะที่เขากำลังเผลอสูดปากคราง ออกแรงผลักแผงอกล่ำๆ นั่นเต็มแรง พลิกตัวร่างสูงใหญ่ให้หงายหลังล้มตึงลงไปนอนราบบนที่นอนนุ่มอย่างรวดเร็ว"ใจร้อนจังนะแม่คุณ"เขายอมนอนราบแต่โดยดี แขนสองข้างสอดประสานรองท้ายทอยตัวเองไว้ สายตาวาววับจับจ้องฉันที่กำลังปีนป่ายขึ้นมานั่งคร่อมทับบ
ตั่บ ตั่บ ตั่บ"อ๊า อึ๊ก ซี๊ดดด พี่คีธ เสียว มันเสียวจนรินจะขาดใจอยู่แล้ว อื้อ ชอบจัง รินฟินที่สุดเลยค่ะพี่คีธขา"เสียงครางกระเส่าของฉันดังระงมไปทั่วทั้งห้อง ฉันแหงนหน้าขึ้น ปลายเท้าจิกเกร็งไปกับเบาะเพื่อระบายความรัญจวนที่พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง ร่างกายฉันบิดเร่ารับแรงกระแทกดิบเถื่อนที่โถมเข้าใส่ไม่ยั้ง
ตั่บ ตั่บ ตั่บเสียงเนื้อกระทบกันดัง ตั่บ สลับกับเสียงน้ำรักเฉอะแฉะที่ถูกตีจนแตกฟอง พี่คีธซอยสะโพกกระแทกเข้ามาไม่ยั้งแรง ความดิบเถื่อนที่เขาสาดใส่ทำเอาฉันแทบจะบ้าตาย รูเสียวของฉันมันตอดรัดแก่นกายของเขาถี่ยิบ ตอบรับทุกจังหวะอย่างตะกละตะกลาม"อ๊ายยย พี่คีธ อื้อ... แรงอีกค่าพี่จ๋าา รินเสียว... ซี๊ดดด"
reviewsMore