Se connecter“ผู้ชายหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ผู้ชายที่ ‘ถึงใจ’ แม่งไปมุดหัวอยู่ไหนหมดวะ” นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ‘ดาริน’ คุณหนูสุดแซ่บที่เพิ่งเฉดหัวแฟนเก่าไร้น้ำยาออกจากชีวิต ตัดสินใจก้าวเท้าเข้าสู่ Vortex Club เพื่อตามหา ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่ที่เร้าใจกว่าเดิม และสายตาเจ้ากรรมก็ดันไปสะดุดเข้ากับร่างกำยำของ ‘คีธ’ มาเฟียเจ้าของคลับสายนิ่งที่แผ่กลิ่นอายอันตรายออกมา เธอไม่ได้กลัวปืนที่ข้างเอวเขา ไม่ได้กลัวบอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมนับสิบ แต่เธอ ‘อยากกิน’ เขาจนตัวสั่น “ใครส่งมึงมา” เสียงทุ้มคำรามพร้อมฝ่ามือหนาที่บีบเค้นลำคอจนหายใจไม่ออก ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบกดจึกเข้าที่สีข้างเพื่อรีดเค้นความจริง แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำเอามาเฟียเลือดเย็นถึงกับตบะแตก “ไม่มีใครจ้าง มีแต่ความเงี่ยนที่สั่งมาค่ะพี่ขา” เมื่อ ‘สาวสวย’ สายรุกที่พร้อมจะขย่มให้เสือสิ้นลาย มาปะทะกับ ‘มาเฟีย’ สายดุที่พร้อมจะตอกเหยื่อให้สลบคาอก สงครามบนเตียงครั้งนี้จึงไม่มีคำว่าออมมือ! “บอกว่าชอบของใหญ่ งั้นเตรียมตัวสำลักให้ตาย คืนนี้มึงไม่ได้นอนแน่ดาริน!”
Voir plus⚠️ คำเตือน
นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีเนื้อหาที่เน้นอารมณ์ดิบเถื่อนและความเร่าร้อนเฉพาะตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านมาเฟียสายดิบ พระเอกพูดจาภาษาดอกไม้ไม่เป็น เน้นสรรพนาม กู/มึง ตามสไตล์คนดุ และมีการใช้ Dirty Talk (คำพูดหยาบโลน) ตลอดทั้งเรื่อง รสนิยมเฉพาะตัว นางเอกเป็น "สาย M" ที่มีความสุขกับการถูกปรนเปรอด้วยความรุนแรง ชอบการถูกบีบคั้นและกระแทกอย่างหนักหน่วง ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวที่ศีลเสมอกับพระเอก ซื่อสัตย์ระดับถวายหัว ยืนยันจุดขาย "ไม่มีนอกกายและนอกใจ 100%" พระเอกเสพติดเมียหนักมาก หวงก้างที่สุดในโลก และมีนางเอกเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวทั้งในชีวิตและบนเตียง ความรุนแรงและด้านมืด มีฉากการต่อสู้ การใช้อาวุธ เลือด และพฤติกรรมของตัวละครในวงการมาเฟียที่ค่อนข้างรุนแรง 20+ ฉากรักมีการบรรยายที่เปิดเผย ละเอียด และร้อนแรงตามสไตล์ **************** ที่ Vortex Club หน้าจอมือถือบนโต๊ะกระจกสว่างวาบขึ้นมารัวๆ ฉันปรายตามองข้อความที่เด้งโชว์หราจากไอ้ขี้แพ้ที่เพิ่งหอบกระเป๋าหนีเตลิดออกจากคอนโดฉันไปเมื่อเช้า (เธอมันบ้า ดาริน! เธอมันพวกเซ็กส์จัด โรคจิต! ใครมันจะไปสนองเธอได้ทุกวัน วันละกี่รอบห๊ะ! ผมจะตายคาอกเธออยู่แล้ว ไปรักษาตัวซะบ้างนะ) ฉันแค่นหัวเราะหยันในลำคอ นิ้วที่เพิ่งทำเล็บสีแดงสดมาใหม่จิ้มปุ่ม ‘Block’ ทิ้งแบบไม่ต้องคิด "น้ำยาไม่มีแล้วยังจะปากดีอีก น่ารำคาญฉิบหาย" ฉันพึมพำกับตัวเอง คว้าแก้ววอดก้าช็อตที่สามสาดลงคอรวดเดียว ความร้อนบาดลึกของแอลกอฮอล์ช่วยดับความหงุดหงิดลงไปได้นิดหน่อย ผู้ชายหาเมื่อไหร่ก็หาได้ แต่ผู้ชายที่ ‘ถึงใจ’ แม่งไปมุดหัวอยู่ไหนหมดวะ! "อีริน! มึงจะนั่งทำหน้างอเป็นตูดอยู่ตรงนี้อีกนานไหมยะ!" เสียงแหลมปรี๊ดของอีแคนดี้ เพื่อนสาวสองสุดซี้ตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี มันชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนขนตาปลอมแทบจะทิ่มตาฉัน "ไหนบอกว่าโสดแล้วจะฉลองไง นี่มันงานศพชัดๆ ชีวิตดี๊ดีมีเงินใช้ชาตินี้ก็ไม่หมดขนาดนี้ มึงจะมานั่งหน้าซังกะตายทำไมยะ!" ฉันสะบัดผมลอนยาวสีน้ำตาลคาราเมลไปด้านหลัง เอื้อมมือไปจัดเดรสรัดรูปสีแดงที่เว้าแผ่นหลังลึกจนถึงบั้นเอวให้เข้าที่ "ก็มันเบื่อนี่มึง มองไปทางไหนก็ไม่มีอะไรเจริญหูเจริญตาเลยสักนิด" "โอ๊ย อีชะนีตาถั่ว!" มันชี้มือชี้ไม้ "นู่น มึงดูโต๊ะข้างๆ นู่น มองมึงจนคอจะเคล็ดแล้วนั่น ไม่สนใจหน่อยเหรอ?" ฉันปรายตาไปมองกลุ่มหนุ่มตี๋ใส่แว่นทรงลูกคุณหนูที่กำลังส่งยิ้มแห้งๆ มาให้ แค่วินาทีเดียวฉันก็เบ้ปาก "จืด" "จืดบ้าบออะไรยะ! หล่อตี๋เกาหลีอินเตอร์โอปป้าขนาดนั้น!" "จืดก็คือจืดป่ะวะ มึงดูหุ่นพวกนั้นสิ ผอมแห้งแรงน้อย กระแทกทีสองทีคงกระดูกหักคาเตียงกูแน่ๆ กูต้องการอะไรที่มัน... แน่นกว่านี้ ดุกว่านี้ แบบที่เอากูอยู่ ไม่ใช่ร้องโอดโอยหนีกลับบ้านเหมือนไอ้เวรตะไลเมื่อเช้านั่น เข้าใจป่ะวะ" แคนดี้กรอกตาบน "ย่ะ! แม่คนความต้องการสูง! แม่คนรสนิยมฮาร์ดคอร์ กูล่ะสาธุบุญเก่าแฟนเก่ามึงจริงๆ ที่มันทิ้งมึงไป ไม่งั้นคงได้ตายคาอกมึงเข้าสักวัน" "ไปเต้นดีกว่า อยู่ตรงนี้แล้วยิ่งหงุดหงิด" ฉันลุกขึ้นพรวด ดึงแขนแคนดี้แหวกผู้คนออกไปกลางฟลอร์เต้นรำ แสงไฟเลเซอร์วูบวาบสาดกระทบผิว ทันทีที่เสียงเบสหนักๆ ดังขึ้น ร่างกายฉันมันก็ขยับไปตามสัญชาตญาณ ส่ายสะโพก บดเบียดไปกับจังหวะ ฉันรู้ตัวดีว่าทุกท่วงท่าของฉันมันเรียกสายตาผู้ชายรอบข้างให้หยุดมองแล้วกลืนน้ำลายได้แค่ไหน ฉันกำลังหัวเราะ ฉันกำลังเต้น... แต่ข้างในแม่งโคตรโหวงเหวง มันมีความกระหายบางอย่างที่แอลกอฮอล์กี่แก้วก็ถมไม่เต็ม ความรู้สึกที่อยากจะขบกัด อยากโดนใครสักคนกระชากคอแรงๆ แล้วจับตอกให้จมเตียงจนฉันต้องร้องขอชีวิต ฉันกวาดสายตาไปรอบๆ คลับอย่างไร้จุดหมาย ทะลุขึ้นไปยังชั้น VIP โซนยกพื้นสูงที่มีม่านกั้นบางๆ สำหรับแขกกระเป๋าหนัก แล้ววินาทีนั้น ร่างกายฉันก็ชาวาบ การเคลื่อนไหวหยุดชะงักดื้อๆ "เชี่ย..." เสียงสบถหลุดออกจากริมฝีปากตัวเองแบบลืมตัว ลึกเข้าไปในมุมที่มืดที่สุดของโซน VIP บนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่... มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้างเลยแม้แต่น้อย เขานั่งเอนหลังพิงโซฟา ขาแกร่งยกขึ้นไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งแกว่งแก้ววิสกี้ช้าๆ ท่าทางดูผ่อนคลายนะ... แต่กลิ่นอายความอันตรายแม่งแผ่ออกมากดทับจนคนรอบข้างดูอึดอัดไปหมด ไฟสปอตไลท์สาดผ่านใบหน้านั้นไปเพียงเสี้ยววินาที แต่ฉันเห็นทุกอย่างชัดเต็มสองตา โครงหน้าหล่อจัดแบบลูกครึ่ง สันกรามคมกริบรับกับจมูกโด่งเป็นสัน นัยน์ตาของเขาเยือกเย็นและดุดันจนฉันเผลอกลั้นหายใจ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันต้องลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ คือ 'ร่างกาย' ของเขา เสื้อเชิ้ตสีดำเนื้อดีถูกปลดกระดุมลงมาลึกจนเห็นแผงอกแกร่ง แขนเสื้อพับร่นขึ้นไปเผยให้เห็นท่อนแขนที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม เส้นเลือดปูดโปนพาดผ่านผิวเนื้อราวกับรากไม้ รอยสักสีดำสนิทโผล่พ้นข้อมือออกมาให้เห็นวับๆ แวมๆ น่าซบ... ไม่สิ... น่ากัด น่าขย้ำ น่าเลียให้ทั่ว ฉันยืนนิ่งค้าง ลมหายใจเริ่มสะดุด ช่องท้องน้อยบิดเกร็งวูบวาบอย่างรุนแรง เพียงแค่สมองจินตนาการว่าท่อนแขนแข็งแรงนั่นจะรัดคอฉันแน่นแค่ไหนถ้าได้อยู่บนเตียงด้วยกัน... "อีริน! เป็นบ้าอะไรของมึง ยืนแข็งทื่อเป็นเสาตกน้ำมันอยู่ได้!" แคนดี้ที่เต้นอยู่ข้างๆ หันมาเขย่าแขนฉันแรงๆ "เดี๋ยวคนก็ชนล้มหรอก!" ฉันไม่ตอบ สายตายังคงล็อกเป้าหมายไว้ที่เดิม เผลอแลบลิ้นออกเลียริมฝีปากตัวเองที่แห้งผาก แคนดี้ขมวดคิ้ว ก่อนจะหันมองตามสายตาฉันไปจนปะทะเข้ากับร่างบนโซฟาหนังตัวนั้น "ว้าย! ตายแล้ว! นั่นมัน... มึงอย่าบอกนะว่ามึงเล็งคนนั้นน่ะอีริน!" "รู้จักเหรอมึง" ฉันถามเสียงพร่า ละสายตาไปจากเขาไม่ได้เลย "ใครจะไม่รู้จักยะ! นั่นมันพวกขาใหญ่ เจ้าของที่นี่หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่มึงดูหน้าเขาสิ! หน้ายังกับมือปืนรับจ้าง ไม่ก็มาเฟียข้ามชาติ นั่งหน้าบอกบุญไม่รับดูอันตรายขนาดนั้น มึงไม่เห็นเหรอว่าไม่มีชะนีหน้าไหนกล้าเฉียดเข้าไปใกล้เลยนะยะ! เข้าไปมีหวังโดนลูกปืนเจาะกบาล!" "มาเฟียเหรอ" "ใช่! น่ากลัวจะตายชัก!" แคนดี้เขย่าแขนฉันอีกรอบ พยายามดึงสติ "กลับมามองตี๋โต๊ะเมื่อกี้เถอะ ปลอดภัยกว่าเยอะ เชื่อกู" "ไม่เอา ตี๋จืดชืดแบบนั้น กูกินจนเบื่อแล้ว" "แล้วมึงจะเอาไงฮะ!" ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สายตาจับจ้องไปที่กล้ามเนื้อแขนของชายคนนั้นจังหวะที่เขายกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก... แม่งเอ๊ย ท่อนแขนที่ขยับนั่นมันช่างดึงดูดจนกูแทบคลั่ง "มึงว่า... เขาจะดุไหม" ฉันถามเสียงเบาหวิว "ดุสิยะ! หน้าแบบนั้น หมาเห็นยังไม่กล้าเห่า!" "ดี... แบบนี้กูชอบ" ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง ความชื้นแฉะเริ่มก่อตัวขึ้นที่ใจกลางความเป็นสาว แค่คิดว่าถ้าโดนผู้ชายหน้าดุๆ แบบนั้นกระแทกเข้ามาแรงๆ ร่างกายฉันก็สั่นสะท้านไปหมดแล้ว "อาการร่านของมึงกำเริบแล้วใช่ไหมเนี่ยอีริน!" แคนดี้ถลึงตาใส่ "ตามึงเยิ้มจนจะหยดเป็นน้ำเชื่อมอยู่แล้วนะ เก็บอาการหน่อยอีชะนี!" "เก็บไม่ไหวแล้วมึง เห็นแล้วเงี่ยนว่ะ" ฉันแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาเปลี่ยนจากความชื่นชมเป็นความหิวโหยอย่างไม่คิดจะปิดบัง "กูเจอแล้ว" "เจออะไรของมึง" "พ่อของลูก... หรืออย่างน้อย ก็พ่อทูนหัวคืนนี้ล่ะว้า" ฉันยกมือขึ้นเสยผม จัดการดึงคอเสื้อเดรสให้ร่นลงอีกนิดเพื่อดันทรงหน้าอกให้ดูอวบอิ่มรับสายตาที่สุด ก่อนจะหันไปยักคิ้วให้เพื่อน "มึงรออยู่ที่โต๊ะนะ หรือถ้ากูหายไปนานเกินชั่วโมง ก็ไม่ต้องตามหา สันนิษฐานไว้เลยว่ากูกำลังมีความสุขอยู่กับพี่เค้า" ฉันไม่สนเสียงร้องห้าม หมุนตัวเดินตรงดิ่งผ่าผู้คนบนฟลอร์ มุ่งหน้าสู่โซน VIP ที่มืดสลัว หัวใจในอกเต้นกระหน่ำอย่างแรงด้วยความตื่นเต้นที่กำลังจะได้เล่นกับไฟ ก้าวแต่ละก้าวของฉันมั่นคง ยิ่งเดินเข้าใกล้ ความกดดันจากชายคนนั้นก็ยิ่งพุ่งปะทะหน้าชัดเจนขึ้น ผู้ชายชุดดำสองคนที่ยืนคุ้มกันอยู่รอบนอกขยับตัวขวางทันที พวกมันส่งสายตาข่มขู่ไม่เป็นมิตรสุดๆ แต่คิดว่าฉันจะกลัวเหรอ? ฉันเชิดหน้าขึ้น ส่งสายตาจิกกัดกลับไปชนิดที่ไม่มีความเกรงกลัว จนสุดท้ายพวกการ์ดต้องยอมหลีกทางให้ฉันเดินผ่านม่านกั้นเข้าไป ตอนนี้ ไม่มีอะไรขวางกั้นระหว่างฉันกับพี่เขาอีกแล้ว ฉันหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะกระจก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก... มันหอม หอมจนฉันอยากจะมุดหน้าเข้าไปซุกไซ้ตามซอกคอหนานั่น ฉันรู้สึกตื่นเต้นทั้งคันทั้งอยากกินพี่คนนี้ นัยน์ตาสีเข้มดุดันคู่นั้นตวัดขึ้นมาประสานกัน โลกทั้งใบของฉันเหมือนถูกแช่แข็ง ลมหายใจสะดุด ความกดดันหนักอึ้งแผ่ซ่านออกมาจนฉันรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เขาไม่พูดอะไรสักคำ แค่มอง มองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเย็นชา เสียจนคนปกติคงก้าวขาไม่ออก ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ระงับอาการสั่นสะท้านที่เกิดจากความตื่นเต้นดิบๆ ในกาย ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานหยดย้อย "ขอโทษนะค้าา ที่ตรงนี้ว่างไหมคะ พอดีเพื่อนทิ้ง เลยอยากหาที่พักพิงสักหน่อยได้มั้ยค้า""โอ๊ยยยอีเจส! ทนบ้าบออะไร ใครบอกมึงว่ากูทน กูชอบต่างหากล่ะ" "ห๊ะ มึงชอบความรุนแรงเนี่ยนะ" "เออสิ" ฉันเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจสุดๆ "กูจะบอกความลับอะไรให้มึงฟังนะเจส จริงๆ แล้วกูน่ะ เป็นพวกเซ็กส์จัด กูชอบเรื่องเซ็กส์มาก ชนิดที่ว่าวันนึงเอาได้หลายๆ รอบกูก็ไม่เบื่อ ยิ่งทำแรงๆ ยิ่งกระแทกเน้นๆ กูก็ยิ่งฟิน" ฉันถอนหายใจออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต "มึงรู้ไหม ไอ้ท็อป แฟนเก่ากูน่ะ มันทิ้งกูเพราะมันทนความเสี้ยนของกูไม่ไหวนี่แหละ มันหาว่ากูโรคจิต วิปริต ซาดิสม์ ผู้ชายธรรมดามันสนองกูไม่ได้ไง กูถึงเบื่อ" ฉันขยับตัวเข้าไปใกล้เจสสิก้าแล้วนึกถึงวันแรกที่ได้เจอพี่คีธ "แล้วมึงรู้ป้ะ กูได้กับพี่คีธครั้งแรกยังไง" "ยังไงวะ มึงไปอ่อยเขาก่อนเหรอ" "เออ โคตรอ่อยเลยแหละ" "วันนั้นกูไปที่คลับพี่คีธ กูเบื่อพวกผู้ชายไก่อ่อนในฟลอร์เต้นรำมากๆ จนกูหันไปเห็นพี่คีธ นั่งดื่มอยู่เงียบๆ ในมุมมืดโซนวีไอพี มึงเอ๊ยยย ออร่าความอันตราย ความดิบเถื่อน กล้ามเนื้อที่แทบจะทะลุเสื้อเชิ้ตออกมา มันกระแทกตากูเข้าอย่างจังเลยล่ะ" ฉันเผลอทำหน้าเคลิบเคลิ้ม นึกถึงตอนที่เจอพี่คีธในคืนนั้น "กูหันไปบอกเพื่อนกูเลยนะว่า น
"โอ๊ย เบาๆ สิพี่คีธ ขารินสั่นไปหมดแล้วเนี่ย เดินไม่ค่อยจะออกเลย" ฉันบ่นกระปอดกระแปดทันทีที่ประตูห้องในคอนโดของฉันถูกเปิดออกโดยพี่ภาคย์ พี่คีธเดินโอบเอวประคองฉันที่วันนี้อุตส่าห์แต่งตัวสวยในชุดเดรสรัดรูป แต่ท่าเดินของฉันกลับดูขัดหูขัดตาพิลึก ฉันต้องก้าวขาเดินแบบถ่างๆ เล็กน้อยเหมือนคนปวดร้าวช่วงล่างอย่างหนัก ก็แหงล่ะ โดนไปตั้งสามยกรวด ใครมันจะไปเดินปกติไหววะ ไอ้ผัวบ้าพลัง "ใครสั่งให้มึงร่อนสู้กูซะขนาดนั้นล่ะอีตัวแสบ โดนไปสามยกรวด สมน้ำหน้า" พี่คีธหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาไม่ได้มีความสงสารฉันเลยแม้แต่น้อย แต่ท่อนแขนแกร่งก็ยังยอมประคองตัวของฉันไปนั่งลงที่โซฟาห้องนั่งเล่นอย่างระมัดระวัง "สวัสดีครับบอส สวัสดีครับคุณดาริน" พี่ภาคย์ก้มหัวทำความเคารพเจ้านาย ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เจสสิก้าที่เพิ่งเดินถือแก้วน้ำเย็นๆ ออกมาจากในครัว ฉันหรี่ตามองเจสสิก้า วันนี้ชีดูต่างไปจากนางร้ายเบอร์หนึ่งคนเดิมอย่างสิ้นเชิง เจสสิก้าใส่ชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบายๆ หน้าตาสดใสและดูซอฟต์ลงอย่างมาก แต่ที่สะดุดตาฉันที่สุดคือรอยดูดสีแดงจางๆ ที่โผล่พ้นปกเสื้อมาให้เห็นต่างหาก "มากันแล้วเหรอ" เจสสิ
"มึงนี่มัน ร่านได้ใจกูจริงๆ ดาริน" พี่คีธก้มหน้าลงมาดูดเม้มยอดอกของฉันที่กำลังชูชันสู้สายตาเขา เขาทั้งดูดทั้งขบกัดเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว จนฉันสะดุ้งเฮือก "อ๊ายยย พี่คีธ อย่ากัดสิคะ อื้อออ รินเสียว" มือหนาอีกข้างของเขาเลื่อนต่ำลงไปเคล้นคลึงที่จุดกระสันกลางร่องสวาท เขาออกแรงบดขยี้มันรัวๆ ในขณะที่ท่อนล่างของเขาก็ยังคงทำหน้าที่ตอกเข้ามาไม่หยุดหย่อน ความเสียวซ่านถูกโจมตีทั้งจากภายนอกและภายในพร้อมกัน ทำเอาฉันแทบจะขาดใจตายอยู่ตรงนั้นจริงๆ "พี่คีธ อ๊าาา รินไม่ไหวแล้ว เสียว มันเสียวเกินไปแล้วค่ะผัวขา ฮือออ" ฉันปล่อยให้น้ำตาไหลพรากออกมาด้วยความฟินขั้นสุด ร่างกายบิดเร่าไปมาบนเตียง "รินจะบ้าตายแล้ว ผัวจ๋า กะดอพี่เด้าหอยรินมันส์ชิบหายเลย อ๊าายยยย" "ครางชื่อกูดังๆ ครางให้คอแตกไปเลยอีเมียรัก" จู่ๆ พี่คีธก็ดึงขาฉันที่พาดอยู่บนบ่าเขาออก แล้วเขาเปลี่ยนท่ากะทันหัน เขาจับตัวฉันพลิกคว่ำลงกับเตียง บังคับให้อยู่ในท่าหมาอีกรอบ ฉันรีบโก้งโค้งยกสะโพกขึ้นรับอย่างรู้ใจ ส่ายบั้นท้ายยั่วเย้าไปมาเพื่อรอเขา พี่คีธขยับตามมาประกบซ้อนทับจากด้านหลัง สองมือจับเอวคอดของฉันไว้แน่น แล้วกระแทกท่อนเอ็นสวนกลับเข้าม
"จะเอาอีกเหรอคะป๋า..." ฉันนอนหอบหายใจรวยรินอยู่กลางเตียงสภาพร่างกายตอนนี้เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงและรอยฟันที่พี่คีธฝากเอาไว้จากศึกรอบที่แล้ว เหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะพราวไปทั่วผิวกาย ฉันรู้ตัวดีว่าสภาพตัวเองตอนนี้คงดูสะบักสะบอมสุดๆ แต่พอช้อนสายตาขึ้นไปมองผู้ชายตรงหน้า ความต้องการในตัวฉันมันกลับไม่ยอมลดลงเลยสักนิด เหนื่อยแทบขาดใจ แต่ทำไมถึงยังอยากโดนเขาเอาอีกก็ไม่รู้นะดาริน พี่คีธยืนอยู่ปลายเตียง รูปร่างที่สูงใหญ่กำยำของผัวฉันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ความเป็นชายที่เพิ่งปลดปล่อยไปเมื่อครู่ กลับมาผงาดชูชันแข็งขึงสู้สายตาฉันอีกครั้ง เส้นเลือดที่ปูดโปนเต้นตุบๆ ฟ้องว่าเขากำลังพร้อมรบยิ่งกว่าเดิม คนขี้เอาเอื้อมมือมาจับข้อเท้าของฉันเอาไว้ทั้งสองข้าง แล้วออกแรงกระชากพรวดเดียว ครืด ตัวของฉันไถลครูดไปกับผ้าปูที่นอนจนมาหยุดอยู่ที่ขอบเตียงพอดิบพอดี พี่คีธจับขาของฉันแยกออก แล้วยกขึ้นพาดไว้บนบ่าแกร่งของเขาทั้งสองข้าง ร่องเนื้อมันยังคงบวมช้ำและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำรักของเราสองคนที่ผสมปนเปกันจนเยิ้มแฉะ "เมื่อกี้มึงเพิ่งบอกกูเองไม่ใช่เหรอ" พี่คีธกระตุกยิ้มอย่างร้ายกาจ สายตาดุดันของเขาจ้องมองจุดกึ่งกลา
"อึก เดี๋ยวค่า พี่ขา"ฉันอาศัยจังหวะที่เขากำลังเผลอสูดปากคราง ออกแรงผลักแผงอกล่ำๆ นั่นเต็มแรง พลิกตัวร่างสูงใหญ่ให้หงายหลังล้มตึงลงไปนอนราบบนที่นอนนุ่มอย่างรวดเร็ว"ใจร้อนจังนะแม่คุณ"เขายอมนอนราบแต่โดยดี แขนสองข้างสอดประสานรองท้ายทอยตัวเองไว้ สายตาวาววับจับจ้องฉันที่กำลังปีนป่ายขึ้นมานั่งคร่อมทับบ
ตั่บ ตั่บ ตั่บ"อ๊า อึ๊ก ซี๊ดดด พี่คีธ เสียว มันเสียวจนรินจะขาดใจอยู่แล้ว อื้อ ชอบจัง รินฟินที่สุดเลยค่ะพี่คีธขา"เสียงครางกระเส่าของฉันดังระงมไปทั่วทั้งห้อง ฉันแหงนหน้าขึ้น ปลายเท้าจิกเกร็งไปกับเบาะเพื่อระบายความรัญจวนที่พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง ร่างกายฉันบิดเร่ารับแรงกระแทกดิบเถื่อนที่โถมเข้าใส่ไม่ยั้ง
ตั่บ ตั่บ ตั่บเสียงเนื้อกระทบกันดัง ตั่บ สลับกับเสียงน้ำรักเฉอะแฉะที่ถูกตีจนแตกฟอง พี่คีธซอยสะโพกกระแทกเข้ามาไม่ยั้งแรง ความดิบเถื่อนที่เขาสาดใส่ทำเอาฉันแทบจะบ้าตาย รูเสียวของฉันมันตอดรัดแก่นกายของเขาถี่ยิบ ตอบรับทุกจังหวะอย่างตะกละตะกลาม"อ๊ายยย พี่คีธ อื้อ... แรงอีกค่าพี่จ๋าา รินเสียว... ซี๊ดดด"
ฉันฝืนกล้ามเนื้อแขน ยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง แผงอกของพี่คีธที่ฉันเพิ่งผละออกมายังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของเราสองคน ขาฉันสั่นพั่บๆ ร่างกายมันยังจดจำความรู้สึกกระตุกเกร็งตอนที่น้ำรักของเขาฉีดพ่นเข้ามาได้ดี ฉันยกมือขึ้นเสยผมดัดลอนที่ยุ่งเหยิงให้พ้นหน้า หอบหายใจลึกๆ แล้วหันไปฉีกยิ้มหวานสุดชีวิตให้ผู้ชายต
commentairesPlus