Share

Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป
Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป
Author: persiA99

บทที่ 1  : คำสาป 1

Author: persiA99
last update Last Updated: 2025-08-23 23:59:07

บทที่ 1 : คำสาป

ฉันชื่อบลู ความหมายของชื่อมิได้แปลว่าสีน้ำเงินที่สื่อถึงความสงบหรือความมั่นคงตามที่พ่อกับแม่หวังไว้แต่ประการใด หากแต่ในความคิดของฉัน ...ความหมายของมันคือความเศร้า ...หม่นหมอง

ชีวิตของฉันจมอยู่กับความทรมานและโดดเดี่ยวดั่งชื่อเล่นนั้น แม้ทางบ้านจะมีฐานะร่ำรวยและมากด้วยชื่อเสียงบารมีเงินเพียงใด ทั้งพ่อและแม่รักต่างตามใจฉันในหลายๆ เรื่อง แต่เพราะเวทมนตร์ซึ่งยากจะประเมินพลังและมันดันเป็นเวทสายมืด เวท ...ที่ไม่ได้เน้นใช้ป้องกันหรือโจมตีเพื่อขัดขวางอีกฝ่าย มันมีเพื่อปลิดชีพผู้คนหรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรู เป้าหมาย ใครก็ตาม

...พลังอันใหญ่ยิ่ง ทว่าไม่มีใครคิดว่ามันยิ่งใหญ่ ผู้คนรวมถึงฉันกลับมองมันเป็นเพียง ....คำสาป

ฟูวววว

เสียงของสายลมที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามายังห้องนอนบนชั้นที่สี่ของบ้านหลังใหญ่

....

....เฮ้อ

เสียงถอนหายใจที่เกิดขึ้นในทุกวันที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาแสดงถึงความรู้สึกของการมีชีวิต ...ฉันรับรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่

ห้องนอนอันกว้างใหญ่ในบ้านอันกว้างขวาง

บนโลกที่เวทมนตร์อยู่เหนือทุกสิ่ง อยู่ในทุกการกระทำของชีวิต ตระกูลของฉันเมื่อครั้งอดีตกาลคือหนึ่งในตระกูล ...เป็นเพียงตระกูลเดียวที่ช่วยเหลือประเทศแห่งนี้ให้รอดพ้นจากสงครามกับอีกหลายประเทศทั้งจากรอบๆ หรือจากทวีปอันห่างไกล

ทรัพยากร ธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของประเทศแห่งนี้เป็นที่หมายปองของทุกคนที่แสวงหาในอำนาจและความมั่งคั่ง

แต่เพียงไม่นานที่บรรพบุรุษของฉันปรากฏตัว ทุกคนที่เคยคิดจะบุกโจมตีประเทศแห่งนี้ก็ต้องหยุดความคิดลมๆ แล้งๆ นั้นทันที บ้างก็ยอมแพ้แต่โดยดี หรือบ้างก็เลือกที่จะสู้กับเราต่อ ...ผลของการต่อสู้เป็นไปเหมือนดั่งทุกครั้ง พวกเขาดันทุรังสู้ทั้งที่รู้ว่าชะตากรรมจะออกมาเป็นแบบไหน ทุกคนที่ดาหน้ากันเข้ามาเหลือกลับไปเพียงแค่ชื่อเปล่า ใครก็ตามที่เป็นศัตรู ผู้ใดก็ตามที่กล้าหันคทาเวทใส่ชายในชุดคลุมสีดำ ...เพียงไม่กี่อึดใจร่างเหล่านั้นจะกลายเป็นเพียงเถ้าธุลีละเอียด

...

ฉันคือ “บูล เชอร์โนบ็อก” ลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลอันยิ่งใหญ่ซึ่งมีอำนาจทัดเทียมกับกษัตริย์ของประเทศหรืออาจมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่กษัตริย์ของที่นี่ถูกผู้คนนับถือจากวีรกรรมอันกล้าหาญและความคิดต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก

...ต่างจากเชอร์โนบ็อก ผู้คนนับถือเราเพียงพบสบตาเผชิญหน้า ลับหลังหาใช่จะเป็นแบบนั้นไม่ แน่นอนว่าคำพูดของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยการนินทาว่าร้ายใส่เรา

...เวทมนตร์แห่งความมืด มันไม่มีชื่อเรียกที่ชัดเจน บ้างก็ถูกเรียกว่าเวททำลายล้างหรือความว่างเปล่า

พลังของตระกูลนี้มีมากจนเกินไป มากจนหนึ่งในผู้นำตระกูลจากยุคอดีตต้องคิดค้นสิ่งที่จะใช้ควบคุมพลังเวทไม่ให้ถูกใช้มากจนเกินไป จนผู้ใช้ควบคุมไม่ได้

...ใช่ เพราะมันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ครั้งหนึ่งในช่วงสงครามอันยิ่งใหญ่ การต่อสู้ช่วงสุดท้าย หนึ่งในผู้นำตระกูลของเราดันเผลอปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มีออกมาเพื่อทำลายฝ่ายศัตรู ความโกรธแค้นที่คนรักถูกอีกฝ่ายฆ่าในการต่อสู้ทำให้เขาหมดอาลัยตายอยาก ชายคนนั้นขาดสติและระเบิดพลังอันน่าหวาดกลัวออกมา

พรึบ!

เสมือนมีเสียงเพลงอันน่าหดหู่บรรเลงออกมาพร้อมๆ กับรอบข้างที่กลายเป็นสีดำทมิฬ

รอบๆ ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรถูกความมืดเข้าโจมตี ใจกลางพลังคือชายที่หัวใจแตกสลาย ต้นไม้ใบหญ้า ศัตรูหรือฝ่ายเดียวกัน ทุกคนที่ถูกพลังนี้สัมผัสกลายเป็นผุยผงเพียงเวลาไม่นาน

พื้นที่แห่งนั้นไม่เหลืออะไรเลยในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ทุกอย่างมันจบลง การต่อสู้ที่อีกฝ่ายรู้ว่าผลแพ้ชนะนั้นตายตัวอยู่แล้ว หากแต่เมื่อได้เห็นพลังนี้ด้วยตาตัวเอก ผู้คนที่รอดมาได้ก็ยิ่งไม่กล้าหืออือมากเข้าไปอีก

...ทั้งหมดคือเหตุผลที่คทา “เมเจียร์” ถูกสร้างขึ้น ด้ามจับสีดำทำจากแร่เวทมนตร์หายากสลักขึ้นรูปทั้งด้าม ส่วนบนมีลูกแก้วสีชมพูอ่อนตั้งไว้เพื่อเป็นศูนย์กลางช่วยในการควบคุมพลังและกิ่งไม้หนาที่คอยประคองลูกแก้วเอาไว้ หากผู้ใช้ยิ่งปล่อยพลังออกมามากเพียงใด สีของมันจะยิ่งเข้มขึ้นเรื่อยจนกลายเป็นสีดำและบังคับร่างของผู้ใช้ให้หยุด

แม่มด พ่อมด นักเวททุกคนจะต้องมีคทาเพื่อใช้ร่ายเวท เมเจียร์เองก็คือคทาตามที่ว่ามา หากแต่ไม้ทั่วๆ ไปไม่สามารถรับความหนักของลูกแก้วกลมวงนี้ได้ การสร้างด้ามจับที่เหมาะสมจนกลายมาเป็นแท่งแร่ขนาดใหญ่จึงเป็นเหตุผลให้ตัวคทานี้ใหญ่กว่าคทาทั่วๆ ไป

หากเทียบราคาของคทานี้ มันคือหนึ่งในสมบัติชิ้นสำคัญของประเทศ แต่เพราะระบบป้องกันตัวเองเมื่อถูกจับโดยผู้ที่ประสงค์ร้าย คทาจะแผ่ความรู้สึกด้านลบออกมาจนคร่าชีวิตผู้ที่คิดร้ายลงตรงนั้นเลยก็มี

ตระกูลของฉันคือความมั่นคงของประเทศ ไม่แปลกที่เราจะร่ำรวยและมากด้วยอำนาจจากเงินของราชวงศ์ที่มอบให้ทุกปี

คฤหาสน์ขนาดใหญ่พร้อมสวนดอกไม้และทะเลสาบหลังบ้าน ทั้งหมดล้วนบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของเชอร์โนบ็อก

ต๊อก ต๊อก ต๊อก

เด็กสาวค่อยๆ ยกร่างของตัวเองให้ลุกออกจากเตียงก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงไปยังห้องน้ำที่ถูกสร้างไว้ในห้องนอน เธอมองตรงไปยังกระจกเงาบานใหญ่เบื้องหน้า

ผมสีเทาคล้ายสีของขี้เถ้า ดวงตาสีดำทมิฬที่มองกลับมายังตนเองด้วยความเบื่อหน่าย

ร่างของเด็กสาวที่ดันเกิดมาในครอบครัวต้องสาป เธอค่อยๆ วักน้ำขึ้นมาล้างหน้าเพื่อทำให้ตัวเองสดชื่นก่อนจะเดินออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ไม่เพียงแค่ห้องน้ำในตัวที่กว้างใหญ่ ของใช้อย่างเสื้อผ้าหรือรองเท้าเองก็มีให้เลือกใช้ไม่ซ้ำวันเช่นกัน เด็กสาวชอบสีโทนดำซึ่งอิงจากเสื้อและกระโปรงที่มีในตู้ แม้แต่ชั้นในเองก็เป็นสีดำหรือสีเทาเรียบ

...

ฟรุบ!

ชุดเดรสแขนสั้นสีม่วงลากไปถึงกระโปรงยาวเกือบคลุมเข่า เธอจัดระเบียบทรงผมอีกทีก่อนจะยิ้มมุมปากให้ตัวเอง

...โอเค

ต๊อก ต๊อก

บลูก้าวขาออกมาจากห้องนอนตรงลงมาที่ชั้นสองของบ้าน มุ่งหน้าไปยังโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ในห้องที่ถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบหรูซึ่งพ่อและแม่ของเธอกำลังรออยู่

“รอกันนานรึเปล่าคะ?”

เด็กสาวเอ่ยถามคนทั้งสองด้วยความจืดเจื่อน ทว่าทั้งสองกลับยิ้มแล้วตอบกลับอย่างร่าเริง

“ไม่เลยๆ พ่อก็พึ่งมาเอง อีกอย่างอาหารก็ยังมาเสิร์ฟไม่ครบเลยด้วย”

“มาสิลูก วันนี้มานั่งข้างๆ แม่มั้ย?”

“ค่ะ! ฮิ ฮิ”

...แม้นี่จะเป็นตระกูลต้องสาปตามที่ผู้คนกล่าวหา แต่สำหรับฉัน อย่างน้อยความรู้สึกที่พ่อและแม่มีให้ มันคือครอบครัวแสนสุขครอบครัวหนึ่ง

ฟึบ..

เด็กสาวเลือกนั่งเก้าอี้ข้างแม่ของตนก่อนจะนั่งลงและโน้มตัวไปซบไหล่อีกฝ่ายอย่างประจบประแจงโดยมีชายแก่ร่างผอมสูงเส้นผมสั้นสีดำมองมาทางนี้พลางหัวเราะคิกคักให้

“โยดิน เชอร์โนบ็อก” ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันหรือพ่อของบลู

“เฮร่า เชอร์โนบ็อก” หญิงแก่ซึ่งมีผมสีขาวคล้ายกับเด็กสาวที่นั่งข้างๆ แม่ของบลู

...ครอบครัวของฉันถึงจะถูกสังคมภายนอกมองไปในทางไม่ดีซึ่งมันทำให้ฉันอึดอัดทุกครั้งที่ต้องออกไปนอกบ้าน แต่ถึงอย่างนั้นพ่อของฉันก็เลือกจะมองข้ามและให้ความสำคัญกับความรู้สึกคนในครอบครัวเป็นหลัก

พวกเราทั้งสามมีกันและกัน คนรับใช้ที่ถูกจ้างมาเองก็ใช่ว่าจะมากมายอะไร พวกเขาล้วนเคยเป็นเด็กยากไร้ที่ถูกเราช่วยเหลือและมอบทั้งอาชีพและที่พักพิงให้ รายได้ของตระกูลมาจากเงินประจำตำแหน่งที่ทางอาณาจักรมอบให้และจากธุรกิจเหมืองแร่ของคุณพ่อ

แม้จะมีคนรับใช้หลายคนพยายามแก้ต่างตอนถูกคนรู้จักทักเรื่องความน่ากลัวของตระกูลเชอร์โนบ็อก แต่ใครจะเชื่อคำท้วงติงจากคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ซ้ำร้ายคนพวกนั้นยังคิดว่าเราเป็นฝ่ายไปล้างสมองคนงานเสียเองอีก

...ในตอนที่ฉันเข้าใจความเป็นไปทุกอย่างของครอบครัว ฉันตั้งมั่นกับตัวเองสามข้อ

หนึ่งคือฉันจะศึกษาเวทมนตร์หลายๆ รูปแบบและเลี่ยงเวทสายมืดให้ถึงที่สุด สองคือฉันจะทำตัวดีและยิ้มให้ทุกคนแม้ต้องปั้นหน้าเพียงใดก็ตาม และสามคือการหาเพื่อนให้ได้

ในตอนนี้ฉันอายุสิบหกปีและอยู่ในช่วงที่ต้องเลือกโรงเรียนเพื่อเรียนต่อ

“บลู โรงเรียนที่แม่แนะนำไป มีที่ไหนที่ถูกใจลูกบ้างมั้ย?”

“...ยังเลยค่ะ”

หญิงแก่ผู้เป็นแม่เองก็ลำบากใจที่ลูกของตนถึงวัยที่ต้องเข้าเรียนต่อ เฉกเช่นผู้ปกครองทุกคนเมื่อลูกของตัวเองถึงวัย เธอพยายามหาโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากมายมาให้บลู ทั้งหมดคือโรงเรียนขึ้นชื่อระดับประเทศและมีที่ตั้งไม่ห่างจากบ้านมากนัก

“ฮืมมม ...ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาอีกเป็นเดือนให้หาโรงเรียนที่ลูกชอบเนอะ”

“ค่ะ...”

พวกเราคุยสัพเพเหระกันจนอาหารเช้าถูกนำมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ เมนูบนจานนั้นมากมายและดูหรูหราแม้มื้อเช้ามันไม่ควรจะมากขนาดนี้ก็ตาม ขนาดของจุกจิกอย่างผักที่ถูกใช้ตกแต่งรอบจานเองก็ถูกสลักเป็นลวดลายประณีตสวยงาม

“นี่เป็นผลงานที่ฉันลองสลักเล่นดูน่ะค่ะ หวังว่าจะชอบนะคะ”

สาวเสิร์ฟชี้แจงถึงการตกแต่งอาหารให้พ่อของฉันพลางยิ้มหวานให้

“หรอๆ อืม สวยแหละแต่ทำแบบนี้ไม่เมื่อยแย่หรอ?”

“ไม่เลยค่าาา”

...

“ตาแก่ เธออายุห่างกับคุณสามสิบปีเลยนะ อีกอย่างภรรยาของคุณก็นั่งอยู่ตรงนี้นะ เบาได้เบาเนอะ”

“....? ผมเปล่านะๆ”

“ฉันล้อเล่นค่ะ ...ขอบคุณที่เอาอาหารมาให้นะ ไปพักเถอะ”

“ค่ะนายหญิง ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวอายุยี่สิบต้นๆ เดินจากไปพร้อมกับถาดกลมใส่อาหาร ชุดเมดสีดำแซมด้วยชายผ้าสีขาวคือสัญลักษณ์ของคนรับใช้ภายในบ้าน พวกเธอมีหน้าที่ดูแลเรื่องงานบ้านทั้งหมด นั่นเลยทำให้คนที่ใส่ชุดเมดจะมีจำนวนมากที่สุดในบ้าน รองลงมาคือชาวสวนที่คอยดูแลทั้งสนามหญ้า สวนดอกไม้และทะเลสาบรอบตัวบ้าน

เวทมนตร์คือตัวช่วยให้การทำงานต่างๆ ดูง่ายไปหมด ไม่แปลกที่หญ้าในสนามจะสูงพอดีกับความต้องการของเราตลอดเวลา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 2 : คำทักทาย 5

    บทที่ 2 : คำทักทายฟูวววกลิ่นของสถานที่โดยรอบซึ่งเปลี่ยนไปตามความแออัดของผู้คนที่อยู่อาศัย เรือไม้ลำเล็กได้เดินทางมาจนถึงสถานีปลายทางเป็นที่เรียบร้อยณ เมืองหลวงเซอร์เมียพื้นที่โล่งกว้างราบเรียบถูกสร้างไว้เพื่อใช้เป็นท่าสำหรับลงจอดเรือโดยเฉพาะ ทั้งเรือโดยสารลำใหญ่ที่บรรทุกผู้คนมากมายหรือเรือขนส่งสินค้าข้ามประเทศ บ้างก็เป็นเรือส่วนตัวคล้ายกับเรือของฉัน“ “ยินดีต้อนรับครับ” ”ทันทีที่เราทั้งสามลงจากเรือ พนักงานสองสามคนก็เดินมาต้อนรับเราพลางถามถึงสถานที่ปลายทางที่ต้องการเดินทางไปต่อและพร้อมเตรียมรถม้าให้หากพวกเราต้องการ“พวกเราจะเดินทางไปอคาเดมค่ะ รบกวนจัดหายานพาหนะให้ด้วย” ผู้เป็นแม่กล่าวทักทายพนักงานชายกลุ่มนั้นพร้อมกับร้องขอสิ่งที่ต้องการทันที“รับทราบครับ อยากได้เป็นรถม้าแบบไหนหรอครับ?”“อา ...ขอแบบดีที่สุดค่ะ รบกวนด้วย”“รับทราบครับ ซักครู่นะครับ”บนโลกที่มีเพียงภาพวาดเพื่อระบุตัวบุคคล สำหรับประชาชนทั่วๆ ไป หากเราไม่ได้เอ่ยชื่อที่แท้จริงออกมาก็ยากที่คนเหล่านั้นจะรู้ถึงตัวตนที่แท้จร

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 1 : คำสาป 4

    ______________“บลู ชื่อของเธอนี่แปลกจัง”“...ชื่อ****เองก็แปลกเหมือนกันนั่นแหละ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ชื่อนี้แม่อุตส่าห์คิดให้เราตั้งนานเลยนะ”“....”“เงียบอีกแล้ว เราคุยคนเดียวเยอะๆ ก็เหนื่อยนะ”“...ก็ เธอพูดไม่หยุดเลยนี่”“... ฮ่า ฮ่า ฮ่า เธอนั่นแหละที่พูดน้อย ระวังโตไปจะไม่มีคนมาจีบนะ”“...........เรื่องของฉัน”______________...อึ อืม......ฝันหรอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอันเลือนราง ฉันกำลังต่อล้อต่อเถียงกับเด็กสาวช่างจ้ออีกคน ชื่อของเธอน่าจะนามว่า “แกรด” ใบหน้าของเธอนั้นฉันจำไม่ได้เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ที่พอจำได้อยู่บ้างคือเธอพูดไม่หยุดจนฉันหงุดหงิดอยู่บ่อยครั้ง...ฉันไปรู้จักคนแบบนั้นตั้งแต่ตอนไหนกันนะ คงเป็นหลายครั้งที่ฉันเข้าเมืองพร้อมกับพ่อแม่รึเปล่าถึงอย่างนั้นฉันกลับรู้สึกแปลกตรงกลางอก มันอบอุ่นและเจ็บปวดพร้อมๆ กันอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร ...แต่ฉันเกลียดมัน เกลียดความรู้สึกที่อธิบายด้วยหลักการไม่ได้นี้“กลับเข้าบ้านดีกว่า”นึกได้ดังนั้นเด็กสาวก็เอื้อมมือไปเก็บกล่องข้าวเปล่าใส่กระเป๋า ส่วนคทายาวก็ถูกเช็ดและทำความสะอาดอย่างผ่านๆ ก่อนจะวางใส่ลงบนกร

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 1 : คำสาป 3

    ต๊อก ต๊อก ...ผู้เป็นพ่อเดินไปหยิบสมุดปกหนามาหนึ่งเล่มพร้อมกับแผนที่ประเทศที่วางอยู่อีกฝั่งก่อนจะนำของทั้งสองชิ้นมาวางไว้ตรงโต๊ะกลางห้องฟึบ!ชายแก่เริ่มต้นด้วยการกางแผนที่ออกอย่างบรรจงก่อนจะใช้หนังสือที่วางอยู่แต่เดิมบนโต๊ะมาทับกระดาษแผนที่ตรึงไว้กับโต๊ะ“ตรงนี้คือบ้านของเรา ส่วนตรงนี้คือโรงเรียนอคาเดม แล้วตรงนี้ก็เป็นเมืองหลวง”ผู้เป็นพ่อเริ่มอธิบายสถานที่ตั้งของโรงเรียนให้บลูเข้าใจอย่างละเอียดโดยชี้นิ้วไปตามจุดสำคัญต่างๆทางเหนือสุดของประเทศ สถานที่ซึ่งเป็นพิกัดที่ตั้งของบ้านฉัน ถัดลงมาตามนิ้วที่ชี้ลากเป็นเส้นตรง ทางซ้ายมือคือเมืองเฮลเก้ ส่วนทางขวาคือไนมูเอล ถัดลงมาอีกทอดคือเมืองมาร์ตินและเมืองฟาร์ฮาน โดยใต้ของเมืองทั้งสองจะมีเมืองมิชก้ากับเมืองซิมรีกั้นเมืองเซอร์เมีย เมืองหลวงของประเทศเอาไว้ รอบๆ ประเทศแห่งนี้จะมีประเทศไอชาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ประเทศทาฮีร์ทางตะวันออกเฉียงเหนือและอคาคิออส ประเทศที่อยู่ทางใต้ของเราซึ่งจะติดกับเมืองหลวง“ถ้าลูกจะไปที่นั่น ระยะทางจะห่างจากที่นี่สี่เมืองเลยนะ เราจะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้ว เข้าใจที่พ่อพูดรึเปล่า?”น้ำเสียงที่ถูกเอ่ยถามอย่างกระอ้อมกระแอ้มจ

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 1 : คำสาป 2

    ต๊อก ต๊อก“ขออนุญาตอีกครั้งค่ะนายหญิง”หญิงสาวคนเดิมเดินกลับมายังห้องทานอาหารระหว่างที่พวกเรากำลังทานข้าวเช้ากันอยู่ ในมือของเธอถือซองจดหมายเล็กๆ ไว้หนึ่งฉบับ รอบนี้เธอเดินตรงไปหาแม่ของบลูพร้อมกับยื่นจดหมายฉบับนั้นให้อย่างทะนุถนอม...ครั่งสีแดงที่ประทับอยู่บริเวณกลางซองจดหมายปิดผนึกมีอักษร” AC” ประทับไว้ เมื่อเฮร่าได้เห็น สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ใช่ในทางไม่ดี หญิงแก่อมยิ้มบางๆ อย่างอบอุ่นจนบลูที่เห็นเอียงคอสงสัยเล็กน้อย“อะไรหรอคะ?”กึบ!เธอแกะซองจดหมายออกอย่างช้าๆ พร้อมกับหยิบกระดาษที่มีเนื้อหาภายในออกมาอ่านอย่างตั้งใจ“บัตรเชิญจากเพื่อนเก่าแม่น่ะลูก”“...?”หญิงแก่อ่านเนื้อหาภายในอย่างจดจ่อก่อนจะยิ้มให้เนื้อหาตรงหน้า แต่ต่อมาพอสายตาของเธอเลื่อนต่ำลง รอยยิ้มที่เคยกรุ้มกริ่มก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความหนักใจอ่อนๆ“คุณแม่...?”“มีอะไรหรอที่รัก?”ทุกสายตารวมถึงเมดสาวที่ยังไม่ได้เดินออกจากห้องเองก็อยากรู้ว่าเนื้อหานั้นมีอะไรกันแน่“บลู ...ลองอ่านดูสิ”......ฉันหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกยื่นให้เข้ามาอ่านอย่างช้าๆ“ถึงเฮร่าเพื่อนเก่า เราไม่ค่อยได้ส่งจดหมายหากันเลยนะช่วงนี้ น่าจะหนึ่งปีแ

  • Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป   บทที่ 1  : คำสาป 1

    บทที่ 1 : คำสาปฉันชื่อบลู ความหมายของชื่อมิได้แปลว่าสีน้ำเงินที่สื่อถึงความสงบหรือความมั่นคงตามที่พ่อกับแม่หวังไว้แต่ประการใด หากแต่ในความคิดของฉัน ...ความหมายของมันคือความเศร้า ...หม่นหมองชีวิตของฉันจมอยู่กับความทรมานและโดดเดี่ยวดั่งชื่อเล่นนั้น แม้ทางบ้านจะมีฐานะร่ำรวยและมากด้วยชื่อเสียงบารมีเงินเพียงใด ทั้งพ่อและแม่รักต่างตามใจฉันในหลายๆ เรื่อง แต่เพราะเวทมนตร์ซึ่งยากจะประเมินพลังและมันดันเป็นเวทสายมืด เวท ...ที่ไม่ได้เน้นใช้ป้องกันหรือโจมตีเพื่อขัดขวางอีกฝ่าย มันมีเพื่อปลิดชีพผู้คนหรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรู เป้าหมาย ใครก็ตาม...พลังอันใหญ่ยิ่ง ทว่าไม่มีใครคิดว่ามันยิ่งใหญ่ ผู้คนรวมถึงฉันกลับมองมันเป็นเพียง ....คำสาปฟูววววเสียงของสายลมที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามายังห้องนอนบนชั้นที่สี่ของบ้านหลังใหญ่........เฮ้อเสียงถอนหายใจที่เกิดขึ้นในทุกวันที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาแสดงถึงความรู้สึกของการมีชีวิต ...ฉันรับรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ห้องนอนอันกว้างใหญ่ในบ้านอันกว้างขวางบนโลกที่เวทมนตร์อยู่เหนือทุกสิ่ง อยู่ในทุกการกระทำของชีวิต ตระกูลของฉันเมื่อครั้งอดีตกาลคือหนึ่งในตระกูล ...เป็นเพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status