INICIAR SESIÓNเหตุการณ์ในวันนั้นแก้วตายังจำได้ไม่เคยลืม เธอจะไม่ปริปากพูดหรือแพร่งพรายเรื่องของเขาเด็ดขาด
แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไร้อิสระอยู่ดี... แก้วตายังคงดำเนินชีวิตตามปกติ คิมหันต์ไม่ได้ทำอะไรเธอไปมากกว่าการข่มขู่ ทว่าเรื่องของความรู้สึกที่มีให้เขามันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เรื่องน่าอึดอัดใจรองลงมาก็คงเป็นสายตาจากบรรดาสาวรับใช้ภายในบ้าน พวกหล่อนมักมองเธออย่างเหยียดหยาม รู้กันดีว่าแก้วตาได้รับความเอ็นดูจากคิมหันต์มากสุด ถึงขั้นเขาส่งเสียเธอให้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเอกชน หนำซ้ำยังได้รับเงินเดือนเท่ากับสาวรับใช้คนอื่นที่ทำงานเต็มเวลา ในขณะที่เธอทำเฉพาะตอนเลิกเรียนกับวันหยุดเท่านั้น เมื่อก่อนก็รู้สึกซึ้งใจในความมีเมตตาของคิมหันต์เอามาก ๆ ทว่ายามนี้ความรู้สึกนั้นมันเจือจางไปหมด ได้แต่ภาวนาให้ตนเรียนจบเร็ว ๆ เพื่อจะได้ไปจากคฤหาสน์หลังนี้เสียที หญิงสาวยืนคิดอะไรเพลิน ๆ ระหว่างที่ล้างจานไปด้วย ประตูห้องครัวถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างท้วมของป้าน้อย เปรียบเสมือนแม่นมของคิมหันต์ "พวกเอ็งมาฟังทางนี้ก่อน" ป้าน้อยกวักมือเรียกทุกชีวิตในห้องครัวให้ไปรวมกันตรงจุดที่แกยืนอยู่ แก้วตาเช็ดมือให้แห้งแล้วตามไปสมทบ "เย็นนี้คุณคิมเธอพาคู่หมั้นมาทานข้าว จัดสำรับให้คุณพลอยเธอด้วย" จบคำพูดจากป้าน้อย เหล่าสาวรับใช้ก็พากันส่งเสียงฮือฮาด้วยความประหลาดใจ ส่วนแก้วตาชะงักไปครู่หนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นคงโชคร้าย หรือไม่บางทีเจ้าหล่อนอาจยังไม่รู้ด้านมืดของคิมหันต์... "คุณคิมมีคู่หมั้นกับเขาตั้งแต่เมื่อไรอะ ทำไมพวกเราไม่รู้เรื่องเลยล่ะป้า" "มีตั้งแต่เมื่อไรมันก็ไม่ใช่ธุระกงการของพวกเอ็ง" ป้าน้อยใช้นิ้วป้อม ๆ ผลักหน้าผากมันแผล็บของสาวใช้ "ก็ดีเหมือนกันนะ ใครบางคนแถวนี้จะได้สำเหนียกตัวเองไว้บ้าง" ใครบางคนที่ว่าก็คงไม่พ้นแก้วตา หญิงสาวไม่ได้โต้กลับ เพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ รู้กันดีว่าคนพวกนี้มักชอบคิดกันไปเองว่าเธออยากขึ้นมาเป็นนายหญิงของบ้าน เพราะถูกเอ็นดูมากกว่าคนอื่นเลยถูกมองว่าประจบประแจงเก่งนั่นเอง ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ใช่เลย "สงสัยงานนี้คงได้มีคนเป็นหมาหัวเน่าบ้างละวะ" "ฉันก็ไม่เข้าใจจริง ๆ นะพี่ ทำไมคุณคิมถึงยังชุบเลี้ยงมันอยู่ ใคร ๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าอีแก้วมัน..." "พอได้แล้วนังเปีย! เอ็งนี่มันน่าเอาขี้เถ้ายัดปากจริง ๆ!" "ก็มันจริงนี่" เปียหน้าบูดบึ้งก่อนจะสะบัดหน้าไปทางอื่น ป้าน้อยชี้หน้าคาดโทษก่อนจะเหลือบมองมาทางอีกคนที่ยืนก้มหน้านิ่ง "ส่วนแกแก้วตา ไปจ่ายตลาดตามรายการที่ฉันจดไว้" "จ้ะป้า" แก้วตาตกปากรับคำอย่างไม่อิดออด จากนั้นถอดผ้าคลุมออกพาดไว้ที่ราวไม้ข้างกัน ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดพวกนั้น แต่เพราะว่ามันกลายเป็นเรื่องชินชา ถึงตอบโต้ก็ไม่ส่งผลดี แค่ทุกวันนี้ก็อยู่อย่างอึดอัดใจมากพอแล้ว แก้วตารับหน้าที่ไปจ่ายตลาดตามคำสั่งของป้าน้อย ดังนั้นตอนนี้สองแขนเรียวเล็กจึงเต็มไปด้วยสัมภาระมากมาย เมื่อเดินไปถึงลานจอดรถภายในตลาดกลับพบว่ารถตู้ที่หญิงสาวอาศัยนั่งมาในคราแรกไม่อยู่แล้ว เธอรีบวางข้าวของพะรุงพะรังไว้ข้างริมฟุตพาทก่อนจะต่อสายหาลุงคนขับ รอเพียงไม่กี่วิปลายสายก็กดรับ "ข้าว่าจะโทร. หาเอ็งอยู่พอดีนังแก้ว อีศรีมันลื่นล้มในห้องน้ำ ข้าเลยต้องรีบไปโรงพยาบาลเนี่ย...อีศรีนะอีศรี หาเรื่องหาราวให้กันจริง ๆ เอ็งโบกวินแถวนั้นกลับไปก่อนแล้วกัน" ลุงคนขับรถจบบทสนทนาเพียงเท่านั้นแล้วกดตัดสายไปโดยที่แก้วตาไม่มีจังหวะได้แทรกขึ้น แต่ก็พอจะเข้าใจได้ น้าศรีเมียของแกค่อนข้างสติฟั่นเฟือน และมักเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง แก้วตามองไปทางศาลารถรับส่งแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก้มลงหยิบข้าวของที่วางไว้ข้างริมฟุตพาทขึ้นมาคล้องแขนไว้ตามเดิม แต่ด้วยความที่แก้วตารูปร่างค่อนข้างเล็ก บวกกับข้าวของที่เต็มสองแขนจึงทำให้เธอหยุดพักเหนื่อยเป็นระยะ กว่าจะถึงจุดรถรับจ้างก็เล่นเอาเหงื่อแตกพลั่ก ปี๊น! อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงจุดหมาย ทว่ารถเก๋งคันหรูแสนจะคุ้นตาก็บีบแตรไล่หลังเธอมา เมื่อหันหลังกลับไปถึงได้รู้ว่าเป็นรถของ...คุณคิมหันต์ แก้วตาเม้มปากแน่นยืนอยู่กับที่จนกระทั่งกระจกรถถูกเลื่อนลง สิ่งแรกที่เห็นคือหญิงสาวเจ้าของใบหน้ารูปไข่ ปากนิดจมูกหน่อย ผิวขาวอมชมพูอย่างลูกคนมีเงิน เธอนั่งอยู่เบาะหน้าก่อนจะปั้นยิ้มให้แก้วตา ถัดไปก็เป็นเจ้าของใบหน้าคมคายที่แก้วตารู้จักเขาเป็นอย่างดี "ขึ้นรถสิ กลับด้วยกัน" คิมหันต์เอ่ยอย่างใจดี แก้วตามองไปทางพี่วิน ทางนั้นก็เตรียมจะขับรถมาทางเธออยู่แล้ว หญิงสาวหันกลับมาทางรถคันหรู ไม่ได้จ้องหน้าเขาโดยตรงก่อนจะปฏิเสธเสียงแผ่วอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ "ไม่เป็นอะไรค่ะ แก้วนั่งวินกลับดีกว่า เดี๋ยวรถคุณคิมจะเหม็นกลิ่นของสด" พร้อมกับชูข้าวของเต็มสองแขนเล็กให้เขาดู "พลอยว่าให้เธอนั่งวินกลับไปดีแล้วค่ะ พลอยเพิ่งทำผมมาเองนะคะคิม เดี๋ยวกลิ่นของสดติดผมแล้วคิมจะมาว่าพลอยตัวเหม็นไม่ได้นะ" แก้วตามองผู้หญิงที่ชื่อพลอยก็นึกขึ้นได้ว่าน่าจะเป็นคนเดียวกับที่ป้าน้อยบอก คุณพลอยคู่หมั้นของเขา คิมหันต์จ้องสาวรับใช้สายตาของเขาเรียบเฉยเพียงครู่เดียวเท่านั้น เขาก็หันไปส่งยิ้มให้คู่หมั้นพยักหน้าเห็นด้วยกับเธอ "ถ้างั้นไว้เจอกันที่บ้านนะ...แก้วตา" เสียงของเขาทุ้ม แต่ไม่นุ่มเหมือนครั้งแรก ริมฝีปากหยักบิดโค้งเป็นรอยยิ้มเย็น รถหรูค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป ไม่รู้ทำไมความรู้สึกของเธอบอกว่า เขาไม่ได้เห็นด้วยอย่างที่แสดงออกมาเลยสักนิดเดียว แก้วตาก้มหน้าพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด บอกไม่ถูกเลยกับสายตาคู่นั้น เขาทำเธอกลัวอีกแล้ว...เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ แก้วตาก็เห็นรถของคิมหันต์จอดอยู่ก่อนหน้าแล้ว หญิงสาวรีบหิ้วข้าวของเดินไปทางครัวทันที โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาดำมืดของใครบางคนจับจ้องอยู่"อีแก้ว! กว่าจะเสด็จมาได้นะ ให้ไปตลาดแค่นี้หายหัวไปเป็นชั่วโมง!" ทันทีที่ก้าวเข้ามาในครัวก็ได้ยินเสียงของเพื่อนสาวใช้ดังมาแต่ไกล"ขอโทษจ้ะ พอดีลุงเชิดแก...""พอ! ไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น รีบไปจัดของใส่ตู้เย็น แล้วก็ไปช่วยหั่นผักโน่น" ใบหน้ามันแผล็บสะบัดบ๊อบไปอีกทางหลังจากที่สั่งงานเสร็จ แก้วตาก้มหน้าเหนื่อยใจ ถึงเธอจะมาเร็วกว่านี้ก็ใช่ว่าจะไม่โดนเล่นงาน สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันอยู่ดีอาหารสีสันน่ารับประทานถูกจัดเรียงออกมาตามลำดับ แก้วตารับหน้าที่ตักข้าวให้คุณชายของบ้านและว่าที่คู่หมั้นของเขา บนโต๊ะอาหารจึงมีเพียงแค่สองชีวิตเท่านั้น เท่าที่แก้วตาจำความได้ พ่อแม่ของคิมหันต์ท่านเสียชีวิตไปได้หลายปีแล้ว ก่อนที่เธอกับแม่จะย้ายเข้ามาทำงานกันที่นี่เสียอีก ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่เพียงคนเดียว ไม่เคยมีคนรักจนล่าสุดถึงได้ยินจากป้าน้อยว่าเขามีคู่หมั้นหลังจากที่ทำทุกอย่างเรียบร้อย แก้วตาก็ถอยออกมาเดินกลับเข้า
เหตุการณ์ในวันนั้นแก้วตายังจำได้ไม่เคยลืม เธอจะไม่ปริปากพูดหรือแพร่งพรายเรื่องของเขาเด็ดขาดแต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไร้อิสระอยู่ดี...แก้วตายังคงดำเนินชีวิตตามปกติ คิมหันต์ไม่ได้ทำอะไรเธอไปมากกว่าการข่มขู่ ทว่าเรื่องของความรู้สึกที่มีให้เขามันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วเรื่องน่าอึดอัดใจรองลงมาก็คงเป็นสายตาจากบรรดาสาวรับใช้ภายในบ้าน พวกหล่อนมักมองเธออย่างเหยียดหยาม รู้กันดีว่าแก้วตาได้รับความเอ็นดูจากคิมหันต์มากสุด ถึงขั้นเขาส่งเสียเธอให้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเอกชนหนำซ้ำยังได้รับเงินเดือนเท่ากับสาวรับใช้คนอื่นที่ทำงานเต็มเวลา ในขณะที่เธอทำเฉพาะตอนเลิกเรียนกับวันหยุดเท่านั้น เมื่อก่อนก็รู้สึกซึ้งใจในความมีเมตตาของคิมหันต์เอามาก ๆ ทว่ายามนี้ความรู้สึกนั้นมันเจือจางไปหมด ได้แต่ภาวนาให้ตนเรียนจบเร็ว ๆ เพื่อจะได้ไปจากคฤหาสน์หลังนี้เสียทีหญิงสาวยืนคิดอะไรเพลิน ๆ ระหว่างที่ล้างจานไปด้วย ประตูห้องครัวถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างท้วมของป้าน้อย เปรียบเสมือนแม่นมของคิมหันต์"พวกเอ็งมาฟังทางนี้ก่อน" ป้าน้อยกวักมือเรียกทุกชีวิตในห้องครัวให้ไปรวมกันตรงจุดที่แกยืนอยู่ แก้วตาเช็ดมือให้แห้งแล้วตามไปสมทบ"เย็
ตลอดระยะเวลาที่แก้วตารู้จักคิมหันต์ เขาเป็นผู้ชายอบอุ่นคนหนึ่ง เอกลักษณ์ของเขาคือรอยยิ้มอ่อนโยนที่มักแต่งแต้มริมฝีปากเสมอ ทว่ายามนี้เธอไม่อาจมองเขาแบบเดิมได้เลย...ทันทีที่แก้วตาขึ้นบันไดไปถึงชายหนุ่ม มือเธอสั่นจนยากจะควบคุม ค่อย ๆ ยื่นมือรับพวงกุญแจในมือหนา หญิงสาวเริ่มหายใจคล่องขึ้นเมื่อเขายอมส่งให้กันแต่โดยดี มืออีกข้างที่จับราวบันไดไว้แน่นเริ่มผ่อนคลายลง"ขอบคุณค่ะ" แม้จะแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอไม่มีเวลามาขบคิดให้มากความแก้วตาเตรียมหมุนปลายเท้าเดินลงบันไดอย่างระมัดระวัง"ฉันไม่ชอบเด็กขี้โกหก รู้หรือเปล่า"ปลายเท้าหยุดชะงักพร้อมกับหัวใจที่หล่นวูบ เธอรู้สึกได้ถึงสายตากดดันของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาจากทางด้านหลังตึก ตึก ตึกเสียงก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายกระเด้งกระดอนราวกับจะทะลุออกมา มีสองทางเลือกผุดขึ้นมาในความคิดระหว่างหันกลับไปกับวิ่งหนีสุดชีวิต!และแน่นอนเธอเลือกอย่างหลัง ร่างเล็กก้าวลงบันไดอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงหน้าประตูหญิงสาวรีบนำกุญแจขึ้นมาไขด้วยความร้อนรน ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอคล้ายกับฮัมเพลงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่เธอยังไม่สามารถเปิดประตูได้!"แก้วตา เธอเป็นอะไรไป”
ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน แก้วตาเสียพ่อกับพี่ชายวัยสิบขวบด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ชีวิตของเธอกับแม่แขวนบนเส้นด้ายมาโดยตลอด ไม่ว่าญาติทางฝ่ายไหนก็ไม่ยินดีต้อนรับจนได้มาเจอกับป้าน้อยหัวหน้าแม่บ้านตระกูลวิริยะกุล ถึงหล่อนจะเป็นคนดุ แต่ก็นับว่ามีบุญคุณต่อเธอกับแม่มาก ป้าน้อยชักชวนแม่มาทำงานที่บ้านวิริยะกุล เหมือนฟ้าหลังฝนชีวิตเริ่มมองเห็นแสงสว่างหลังจากปกคลุมด้วยเมฆฝนมาอย่างยาวนาน เจ้านายใจดีเอ็นดูเด็กสาวเป็นพิเศษ กระทั่งแม่ล้มป่วย และจากไปด้วยโรคร้าย...แก้วตายังโชคดีที่มีเจ้านายอย่างคิมหันต์ เธอรักและเคารพคิมหันต์ดังญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทว่าสาวน้อยอ่อนต่อโลกเกินไป...ความรู้สึกที่เธอมีให้เขากับความรู้สึกที่เขามีให้เธอมันต่างกันอย่างสิ้นเชิงคืนนั้นเธอยังจำมันได้ดีช่วงเวลาตีสองภายในคฤหาสน์วิริยะกุลเงียบสงบ ห้องพักสาวใช้อยู่ถัดจากโถงใหญ่เพียงไม่กี่ก้าว แก้วตาลุกขึ้นมากลางดึกด้วยอาการลำคอแห้งผาก เท้าคู่บางเกือบจะถึงห้องครัวเพียงไม่กี่อึดใจ ฉับพลันเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวขนกายพากันลุกซู่ ไอเย็นปะทะเข้าใบหน้าวูบหนึ่ง...และไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอ
คิมหันต์ วิริยะกุล ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มประดับริมฝีปากเสมอ เขายิ้มรับกับทุกเหตุการณ์ แม้ยามที่มือต้องเปื้อนเลือด ทุกอย่างหล่อหลอมให้เขาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ นั่นเป็นเพียงผิวนอกที่คนอื่นมองเห็น ความจริงแล้วจิตใจเขานั้นดำมืดเกินกว่าจะหยั่งลึกลงไป สรรพสิ่งรอบข้างผู้ชายคนนี้ล้วนหนาวเหน็บ จับต้องสิ่งใดเป็นอันพินาศ เขาสามารถฆ่าคนได้ราวกับผักปลา…ด้านมืดที่ไม่มีใครรู้แต่เธอรู้..."แก้วตาเอาชาขึ้นไปเสิร์ฟคุณคิมบนห้องด้วย" คำสั่งที่ไม่อยากได้ยิน หญิงสาวเจ้าของชื่อร่างกายแข็งทื่อฉับพลัน เธอเข้าใจว่าเขาไปคุยงานที่ต่างประเทศ ทำไมถึงได้กลับมาเร็วขนาดนี้…มือบางกำไม้ปัดขนไก่แน่น เหงื่อออกตามเรียวนิ้วจนชื้นแฉะ ร่างกายรุ่มร้อนเพียงแค่ได้ยินชื่อ คิมหันต์ ผู้เป็นนาย และเจ้าชีวิตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง"เร็วเข้าสิ มัวแต่ยืดอืดอาดอยู่ได้นังนี่ เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง อย่าให้คุณเขารอนาน!" เมื่อถูกเร่งเข้า ร่างบอบบางก็วางมือจากไม้ปัดขนไก่ ก้าวเดินไปยังซิงก์น้ำในครัวเพื่อชำระคราบเหงื่อตามนิ้วมือ ก่อนจะหยิบอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาจัดเตรียมถาดไม้ใบใหญ่พร้อมเหยือกแก้วกับถ้วยน้ำชาสำหรับเจ้าบ้านทันทีที่ปลายเท้าหยุด







