LOGINเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ แก้วตาก็เห็นรถของคิมหันต์จอดอยู่ก่อนหน้าแล้ว หญิงสาวรีบหิ้วข้าวของเดินไปทางครัวทันที โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาดำมืดของใครบางคนจับจ้องอยู่
"อีแก้ว! กว่าจะเสด็จมาได้นะ ให้ไปตลาดแค่นี้หายหัวไปเป็นชั่วโมง!" ทันทีที่ก้าวเข้ามาในครัวก็ได้ยินเสียงของเพื่อนสาวใช้ดังมาแต่ไกล "ขอโทษจ้ะ พอดีลุงเชิดแก..." "พอ! ไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น รีบไปจัดของใส่ตู้เย็น แล้วก็ไปช่วยหั่นผักโน่น" ใบหน้ามันแผล็บสะบัดบ๊อบไปอีกทางหลังจากที่สั่งงานเสร็จ แก้วตาก้มหน้าเหนื่อยใจ ถึงเธอจะมาเร็วกว่านี้ก็ใช่ว่าจะไม่โดนเล่นงาน สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันอยู่ดี อาหารสีสันน่ารับประทานถูกจัดเรียงออกมาตามลำดับ แก้วตารับหน้าที่ตักข้าวให้คุณชายของบ้านและว่าที่คู่หมั้นของเขา บนโต๊ะอาหารจึงมีเพียงแค่สองชีวิตเท่านั้น เท่าที่แก้วตาจำความได้ พ่อแม่ของคิมหันต์ท่านเสียชีวิตไปได้หลายปีแล้ว ก่อนที่เธอกับแม่จะย้ายเข้ามาทำงานกันที่นี่เสียอีก ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่เพียงคนเดียว ไม่เคยมีคนรักจนล่าสุดถึงได้ยินจากป้าน้อยว่าเขามีคู่หมั้น หลังจากที่ทำทุกอย่างเรียบร้อย แก้วตาก็ถอยออกมาเดินกลับเข้าครัว ได้ยินแว่ว ๆ ว่าคุณพลอยจะนอนค้างที่นี่ด้วย ถึงเวลาเก็บโต๊ะอาหาร แก้วตาเดินมาจัดการทุกอย่างเพียงลำพัง เพราะโดนยัดเยียดจากคนอื่น ๆ พลอยลินขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ดังนั้นจึงเหลือเพียงคิมหันต์ที่นั่งอยู่ อยู่ต่อหน้าเขาแก้วตาค่อนข้างประหม่า เดาว่าเขาเองคงมองเธอออกเช่นกัน เพราะได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ถึงคิมหันต์จะไม่ได้พูดอะไร แต่เธอสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่ลดละ แก้วตาแสร้งทำเป็นไม่สนใจแล้วเร่งเก็บจานบนโต๊ะ "ขึ้นไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนบนห้องฉันด้วย" หญิงสาวสะดุดลมหายใจไปวูบหนึ่งกับคำสั่งของเขา มือเรียวเล็กหยิบจานใบสุดท้ายใส่ถาดก่อนจะหันไปทางชายหนุ่ม "เดี๋ยวแก้วจะบอกป้าน้อยให้ค่ะ" เธอเลือกตอบไปแบบนั้น เพราะปกติแล้วบนห้องนอนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของป้าน้อยที่ต้องขึ้นไปดูแล "ไม่ได้ฟังที่ฉันพูด?" คิมหันต์เน้นคำแล้วจ้องใบหน้าพริ้มเพราของสาวใช้ เธอสนทนากับเขา ทว่าสายตากลับเลื่อนลงพื้นเสมอ แก้วตาเงียบกริบ ก้มหน้ากัดริมฝีปากจนเจ็บ "เข้าใจที่พูดใช่ไหมหืม?" คราวนี้แก้วตาตอบรับเสียงแผ่ว เขารู้ว่าเธอไม่เต็มใจ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของเขา มันเป็นปัญหาของเธอที่ต้องจัดการตัวเอง... กว่าจะล้างจานเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบก็กินเวลาไปถึงสองทุ่มกว่า แก้วตาจงใจประวิงเวลา เพราะไม่อยากขึ้นไปข้างบนเอาเสียเลย แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ สุดท้ายก็ต้องเดินไปหยิบผ้าปูที่นอนผืนใหม่ขึ้นไปยันชั้นสองของบ้าน แก้วตาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ครู่หนึ่ง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ มือเล็กเคาะประตูไปสามครั้ง รอไม่นานก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไป "อุ๊ย" แก้วตาหันขวับเข้ากำแพงทันที เมื่อเห็นว่าคนภายในห้องกำลังนัวเนียกันอย่างเมามัน พลอยลินอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสภาพไม่เรียบร้อยจนเกือบเห็นของลับ ส่วนคิมหันต์เขายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ เพียงแต่เสื้อเชิ้ตสีเข้มค่อนข้างที่จะยับยู่ไปนิดหน่อย พลอยลินดูเหนียมอาย แต่ร่างกายยังคงแนบชิดกับกายใหญ่ คิมหันต์หัวเราะเบา ๆ ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปทางหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนหลับตาปี๋หันหน้าเข้าหากำแพง "คุณไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวผมจะให้เด็กจัดเตียงใหม่" "อย่าลืมตามเข้ามานะคะ" พลอยลินกรีดนิ้วไปตามร่องอกที่ประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อหนั่นแน่น ก่อนจะส่งสายตายั่วยวนทิ้งท้าย เมื่อเห็นว่าพลอยลินปิดประตูห้องน้ำแล้ว คิมหันต์ถึงก้าวเท้าลงจากเตียงไปยังคนตัวเล็กที่ยืนแข็งทื่อตามเดิม เขาซ้อนทับแผ่นหลังบางอย่างแนบชิด แก้วตาสะดุ้งตกใจพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่ถูกเขาจับยึดแขนทั้งสองข้าง "จำที่เธอเคยสัญญากับฉันได้ไหมแก้วตา...ฉันขอสั่งให้เธอทำมันตอนนี้" 'ร่างกายเธอเป็นของฉันแก้วตา เป็นตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอเหยียบเข้ามาในพื้นที่ของฉัน' ในคืนนั้นเธอไม่เข้าใจความหมายที่คนใจร้ายกำลังสื่อ หญิงสาวจึงทำเพียงหุบปากไว้ให้เงียบที่สุด ดวงตาคมดุจ้องลึกเข้ามานัยน์ตาคู่ใสที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา เหมือนเขาต้องการเค้นอะไรบางอย่างจากเธอก่อนที่คิมหันต์จะยกยิ้มขึ้นมา ดวงตาของเขาแพรวพราว ในขณะเดียวกันก็น่ากลัวจับจิต 'บอกหน่อย...ฉันจะได้อะไรตอบแทนหากปล่อยเธอไปในวันนี้' 'กะ...แก้วไม่รู้ แก้วไม่มีอะไรให้คุณ' 'ไม่มี? งั้นก็เปล่าประโยชน์ที่จะปล่อยเธอไป' มือใหญ่หยาบกระด้างทำท่าจะวนกลับมารอบลำคอระหง แก้วตาผวาเฮือกดิ้นถอยหลังทั้งที่ตนจนมุม ส่วนอีกฝ่ายกลับมองแล้วแสยะยิ้มออกมาเหมือนเป็นเรื่องสนุก แก้วตาส่ายศีรษะรัว พนมมือขึ้นแนบหน้าอก ‘อย่าทำแก้วเลยนะคะ แก้วจะลืมเรื่องเมื่อคืน จะไม่พูดถึง จะไม่บอกใคร แก้วสัญญา...หรือคุณคิมจะไล่แก้วออกจากบ้านก็ได้' คิมหันต์หัวเราะร่วนเมื่อฟังจบ ไล่เธอไปก็ไม่ต่างอะไรกับปล่อยลูกกวางออกจากปากเสือ 'ให้ไล่เธอไม่สู้ฆ่าปิดปากไปเลยไม่ดีกว่าหรือ ฉันไม่ใช่เด็กน้อยนะ' 'ฮึก...ไม่ อึก...แก้วไม่อยากตาย แก้วจะทำตามทุกอย่างที่คุณสั่ง แต่ได้โปรดอย่าทำอะไรแก้วเลย' แก้วตาอ้อนวอนทั้งน้ำตา ใบหน้าใสซีดเผือดไร้สีเลือด เธอแทบจะก้มลงกราบแนบเท้าเขาอยู่แล้ว ทว่าอีกฝ่ายกลับจุดยิ้มขึ้นมาเมื่อเธอเสนอทางเลือกที่เขาเตรียมขุดหลุมไว้รอให้เด็กน้อยตกลงไป... 'ทุกอย่างที่ฉันต้องการ เธอแน่ใจนะ' น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นยะเยือกเอ่ยถามย้ำ แก้วตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยการมองเห็นที่เริ่มพร่าเลือน 'ค่ะ...แก้วจะทำ' คำสัญญาที่ไม่คิดว่าคนใจร้ายจะมาทวงเอาตอนนี้ ทำให้แก้วตาถึงกับหน้าถอดสี สัมผัสอุ่นซ่านที่แผ่นหลังเล็กค่อนข้างเป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับหญิงสาว ฝ่ามือขาวจัดจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนจรดต้นแขนล่ำสันกำลังเลื้อยเข้ามาในชายเสื้อยืดตัวบาง แก้วตาเบิกตากว้างคว้าฝ่ามือเย็นเฉียบเอาไว้แน่น "คุณคิม" น้ำเสียงของเธอสั่นจนคนฟังแสยะยิ้มร้ายกาจ "หรือแก้วตาของฉันลืมเรื่องคืนนั้นไปแล้ว อยากให้ทวนไหมคนดี" สัมผัสจากฝ่ามือเย็นเริ่มหนักขึ้น เขาบีบเคล้นเนื้อส่วนเอวคอดจนคนตัวเล็กหน้าเหยเก "ไม่...แก้วไม่ได้ลืม...คุณคิมจะให้แก้วทำอะไรบอกมาได้เลยค่ะ" คิมหันต์พลิกร่างผอมบางให้หันมาประจันหน้า ปลายจมูกโด่งคมสันคลอเคลียแก้มนุ่ม ได้กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นเนื้อแท้ของหญิงสาวจาง ๆ ส่งผลให้ความเป็นชายภายใต้กางเกงชิโนคับตึง ผิดกับอีกคนที่ยืนตัวแข็งทื่อ "ทำให้ฉัน" คิมหันต์ผละใบหน้าออกจากกลิ่นหอมที่เย้ายวน มือใหญ่กดไหล่เล็กลงต่ำ แก้วตาผลักเขาพร้อมถอยหลังออกห่าง "ทะ...ทำอะไรคะ" คิมหันต์เลิกคิ้วมองหญิงสาว เธอใสซื่อ เขาไม่แปลกใจ แต่ทำให้หงุดหงิดเสียมากกว่า หมับ! "ว้าย! อึกก" ร่างเล็กถูกกระชากเข้าหาลำตัวหนาด้วยระดับความแรงที่สร้างความจุกเสียดท้องน้อย เสียงหวีดร้องถูกกลืนกลับเข้าลำคอตามเดิม เพราะถูกบดขยี้ด้วยริมฝีปากของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าผู้มีพระคุณ "อืออ อื้ออ!" หญิงสาวดิ้นสุดฤทธิ์ทุบแผ่นหลังกว้างไปหลายอึก ทำให้คนความอดทนต่ำอย่างคิมหันต์ต้องผละออกจากริมฝีปากบวมเจ่อ เขาผลักร่างเล็กกระแทกผนังห้องอย่างแรง กระชากเส้นผมหนานุ่มให้แหงนเงยขึ้นจนคนที่ถูกโดนกระทำถึงกับน้ำตาซึม เธอทั้งเจ็บทั้งจุก... "อย่าสะดีดสะดิ้งให้มันมากเกินไปนัก เธอเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอว่าจะทำทุกอย่างที่ฉันต้องการ หรือตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ถ้าเธอเปลี่ยนใจฉันจะได้ส่งเธอไปหาแม่ตอนนี้เลยดีไหม" คิมหันต์เค้นเสียงผ่านไรฟัน หลังฝ่ามือใหญ่ขึ้นเส้นเลือดอย่างชัดเจน "แก้วขอโทษ ฮืออ แก้วขอโทษ" "หยุดขอโทษแล้วเก็บเสียงกับน้ำตาของเธอเอาไว้เถอะ" อึก! หญิงสาวถูกกดลงให้นั่งคุกเข่าบนพื้นพรมหนา คิมหันต์ถอดเข็มขัดหนังโยนไปทางเตียงอย่างไม่ไยดี ตามด้วยปลดกระดุมกางเกงก่อนจะหยุดทุกอย่างไว้เพียงแค่นั้น "ที่เหลือเธอทำ"แก้วตาในชุดนอนตัวบาง เดินออกมายังชานระเบียงของเพนต์เฮาส์พาตัวเองมานั่งลงบนเก้าอี้ไม้เนื้อดี ท่ามกลางความเงียบที่ตัดขาดจากความคึกคักภายนอก เธอปล่อยให้ลมเย็นของค่ำคืนโอบกอดผิวกายอย่างแผ่วเบาก่อนจะเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะเต็มไปด้วยประกายของดอกไม้ไฟ...คิมหันต์ไม่ใช่คนโรแมนติกและเขาคงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเทศกาลปีใหม่ ดังนั้นแก้วตาจึงไม่อยากคาดหวังว่าเขาจะกลับมาเพื่อเคาท์ดาวด้วยกันหลายครั้งเธอคิดว่าตัวเองกำลังโลภ ยิ่งเขาให้มากเท่าไร หัวใจก็ยิ่งเผลอเรียกร้องมากขึ้นเท่านั้น มันเลยทำให้เธอกลัวกลัวว่าสักวันหนึ่ง เขาจะมองว่าเธอเรียกร้องไม่รู้จักพอ... แก้วตาจึงกลืนเก็บทุกความรู้สึกเอาไว้ และย้ำกับตัวเองว่า ต่อให้วันนี้เขาไม่ได้กลับมา ก็ไม่เป็นอะไรเลย...เธอเลิกมองท้องฟ้าแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าข้างใน ทว่าทันใดนั้นเองก็ต้องหยุดชะงัก นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนไหววูบ เมื่อหันกลับมาเผชิญหน้ากับเงาสะท้อนบนประตูกระจกบานเลื่อนบรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทเสียจนได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจตัวเองได้อย่างชัดเจน และในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาคู่คมสบกับเธอ แก้วตาก็เหมือนถูกดึงเข้าไปในวังวนอั
สัตว์นักล่าบางชนิด มักเลือกปล่อยให้เหยื่อตัวเล็กหลงเชื่อว่าตัวเองเป็นอิสระทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกย่างก้าวที่เดินไปก็ยังคงวนเวียนอยู่ภายใต้อาณัติของมัน...คิมหันต์เรียกสิ่งนั้นว่า'โคจรของสัตว์ที่ถูกทำให้เชื่อง' เขาทำแบบเดียวกันกับแก้วตาเพื่อพิสูจน์ว่า ต่อให้มีทางเลือกอื่นเธอก็จะวนกลับมาอยู่ในรัศมีของเขาเหมือนเดิมดวงตาคมปราบจ้องมองทุกอิริยาบถของเด็กดีด้วยความนิ่งเฉยอย่างคนที่คาดเดาทุกอย่างไว้หมดแล้วดังนั้น เขาจึงไม่แปลกใจกับคำบอกเล่าของแก้วตา และปล่อยให้หลงเชื่อว่าเธอเป็นคนเลือกเส้นทางเอง แม้ความจริงแล้วทุกการตัดสินใจของเธอ ล้วนมีเขาเป็นคนกำหนดทั้งสิ้นปลายนิ้วแกร่งลูบผ่านสันจมูกของคนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มในอ้อมอกแกร่ง ลากขึ้นไปตามแนวโค้งของขอบคิ้ว ก่อนจะประทับริมฝีปากไปยังเปลือกตาที่ปิดสนิท เพราะสำหรับคิมหันต์น่ะ... ต่อให้ต้องเฉือนเนื้อตัวเองนับพันครั้ง ก็ไม่มีวันปล่อยแก้วตาไปได้จริง ๆ หรอก***หน้าหนาวเวียนกลับมาอีกครั้ง และแก้วตาก็ตระหนักได้ว่า การใช้ชีวิตอยู่กับคิมหันต์นั้นก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเลย...แม้เขายังงานยุ่งเหมือนเดิม กลับดึก และแทบไม่มีเวลา แต่เธอก็เข้าใจว่า สิ่งที่เ
แม้แต่ตอนที่คิมหันต์ยืนแต่งตัวหน้ากระจก แก้วตาก็ยังรู้สึกว่า เขาช่างเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์อันเหลือล้น เส้นไหล่ที่ขยับตามจังหวะมือ ข้อมือแข็งแรงที่ดึงเนคไทให้เข้าที่ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างให้เธอต้องหยุดสายตามองตามทุกอิริยาบถกว่าจะรู้ตัวอีกที เงาสะท้อนในบานกระจกก็สบเข้ากับดวงตาของเธอแล้ว คิมหันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย พลางก้าวเดินมายังปลายเตียงน้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถาม “อยากได้อะไรล่ะ”คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้นสูง เธอไม่ได้อยากได้อะไรสักหน่อย ก็แค่อยากมองเขาเท่านั้นเอง แก้วตาตั้งใจจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่าก็ต้องเก็บกลืนคำพูดนั้นเอาไว้ เมื่อไตร่ตรองดูอีกที เธอเองก็มีสิ่งที่ต้องการเหมือนกันเช่น... หลายวันมานี้ เธอรู้สึกแปลกประหลาดกับพฤติกรรมการกินของตัวเอง ที่ไม่ได้หิวแต่ก็ไม่ใช่ไม่หิวเลย บางมื้อกินไปสองสามคำก็วางช้อน แต่พอตกดึกกลับรู้สึกหวิวในท้องขึ้นมา ทั้งที่พยายามคิดเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าตัวเองอยากกินอะไร“คือ…” ลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “แก้วอยากไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตแถวคอนโดค่ะ จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากกินอะไรบางอย่าง แต่นึกไม่ออกก็เลยอยากลองไปเดินดูด้วยตัวเองน่ะค่ะ”พูดจบก็แอบชำเลือง
แก้วตารู้สึกไม่สบายตัว…อาการของเธอชัดเจนขึ้นหลังพยายามลุกจากเตียง ร่างเล็กยังไม่ทันทรงตัวดี โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนต้องกลับไปตามเดิม เธอสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ พยายามประคองสติเอาไว้ แต่อะไรบางอย่างกลับตีตื้นขึ้นมากลางอก มันพะอืดพะอม ปั่นป่วนลงไปถึงท้องน้อยสุดท้ายก็ทนไม่ไหว แก้วตาปิดปากตัวเองไว้แน่น ตั้งใจจะวิ่งเข้าห้องน้ำ ทว่าก็ช้าไปเมื่อของเหลวอุ่น ๆ เอ่อล้นออกมาจากริมฝีปาก เปรอะเปื้อนทั่วฝ่ามือเล็กกลิ่นเปรี้ยวตีขึ้นจมูก คนตัวเล็กน้ำตาคลอเบ้า ความอับอายแล่นวาบขึ้นมา เมื่อเห็นคราบสกปรกเลอะทั้งพื้นด้านล่างและเสื้อผ้าของตัวเองเธอสูดหายใจเข้าออกลึกยาว ก่อนจะรีบเดินไปหยิบทิชชูเปียกมาเช็ดคราบเหล่านั้นอย่างลุกลี้ลุกลนแต่กลิ่นไม่พึงประสงกลับไม่ได้จางหายไปง่าย ๆ ถ้าอยู่คนเดียวก็คงดีกว่านี้ ทว่าคิมหันต์ก็ยังนอนหลับอยู่บนเตียงเนี่ยสิ เธออายเขาเหลือเกิน แค่คิดน้ำตาก็ไหลอาบแก้มแล้ว“ฮึก...”ไม่อยากให้เขาต้องมาเห็นเธอในสภาพนี้เลย...กระทั่งเสียงยวบยาบดังขึ้นจากเตียงด้านหลัง เงาของเขาก็ทาบทับร่างของเธอทันที แก้วตานั่งอย่างหมดสภาพบนพื้นห้อง มือทั้งสองข้างขยุ้มทิชชูเปียกไว้แน่น
เมื่อร่างสูงสมส่วนเดินออกมาจากประตูลิฟต์ ร่างกายที่เคยเปื้อนเลือดก็ถูกชำระล้างอย่างหมดจดแล้ว คิมหันต์เดินตรงมายังห้องนั่งเล่น และสิ่งแรกที่ปรากฏก็คือเรือนร่างผอมบางของหญิงสาวที่เขาเอาแต่นึกถึงทั้งวัน คิ้วเข้มขมวดพลางถอนหายใจแผ่วเบา ดูเหมือนว่าต่อให้เขาย้ายโซฟาออกไป เธอก็คงลงไปนอนบนพื้นพรมข้างล่างแทนเพื่อรอเขากลับมาคิมหันต์เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ สายตากดต่ำจ้องริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเผยออกเล็กน้อยยามเจ้าตัวหลับใหล ก่อนจะเลื่อนสายตตามายังซีรีย์โรแมนติกเรื่องหนึ่งที่คนตัวเล็กเปิดค้างไว้บนหน้าจอทีวีในหน้าจอนั้น ตัวละครพระเอกกำลังคุกเข่าขอนางเอกแต่งงาน กระทั่งฝ่ายหญิงพยักหน้าตกลงพร้อมกับหยาดน้ำตาของความยินดีความคิดหนึ่งก็ผุดวาบขึ้นมาในสมอง...เขาที่ดำรงชีวิตอยู่ในฐานะหัวหน้าครอบครัว สามีที่ดี และเป็นพ่อที่ดีช่างเลือนลางเหลือเกิน คิมหันต์นึกภาพตัวเองในอนาคตไม่ออกเลย มองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างด้วยซ้ำช่างน่าขำสิ้นดีที่เผลอไปคิดอะไรงี่เง่า แววตาของเขาหม่นแสง ราวกับยอมรับความจริงที่ฝังลึกใต้จิตสำนึก ชีวิตที่เรียกว่าความสุขแบบนั้น ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเขาหรอก คนอย่างเขาที่ก่อเรื่องสกปรกมานับไม่ถ้ว
คำเตือนเนื้อหา (Content Warning)เนื้อหาต่อไปนี้มีความรุนแรง การทำร้ายร่างกายผู้อื่น อาจกระทบความรู้สึกผู้อ่านบางท่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... คิมหันต์ที่นั่งรออยู่ในรถเงียบ ๆ เลื่อนสายตาไปยังนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ ก่อนจะผลักประตูลงจากรถชายฉกรรจ์ซึ่งลงมาจากรถซีดานอีกคันหนึ่ง ต่างก็ทยอยเดินเข้ามาใกล้เขาอย่างระมัดระวัง“เตรียมพร้อมแล้วครับ”คิมหันต์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แล้วเหลือบตามองสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวที่ทำจากแผ่นโลหะเก่ากับลานโล่งที่ดูเหมือนท่าเรือ ชายที่ยืนรอรับคำสั่งรีบขยับตัววุ่นวาย ไม่นานประตูเหล็กหนาแน่นเบื้องหน้าที่ขึ้นสนิมจนสีลอกเป็นหย่อม ๆ ก็ค่อย ๆ เปิดออกแกร๊ก… เอี๊ยด…เสียงบานพับขึ้นสนิมส่งเสียงโหยหวนชวนหดหู่ ขณะที่เขากำลังสวมถุงมือหนังสีดำอย่างใจเย็น ลูกน้องคนสนิทก็ขยับตัวเข้ามาอย่างรู้หน้าที่ สอดบุหรี่แท่งหนึ่งแตะลงบนริมฝีปากได้รูปของเจ้านาย ก่อนจะยกไฟแช็กขึ้นจุดให้ขณะเดียวกันกระเป๋าโลหะสีดำก็ถูกยกออกมาจากท้ายรถซีดาน คิมหันต์เห็นเช่นนั้นจึงก้าวเข้าไปในโกดัง ช่วงขาของเขาก้าวยาว ๆ อย่างผ่อนคลาย ทว่าแฝงด้วยความน่าเกรงขามไว้เต็มเปี่ยม ชายที่ถือกร







