INICIAR SESIÓNเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ แก้วตาก็เห็นรถของคิมหันต์จอดอยู่ก่อนหน้าแล้ว หญิงสาวรีบหิ้วข้าวของเดินไปทางครัวทันที โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาดำมืดของใครบางคนจับจ้องอยู่
"อีแก้ว! กว่าจะเสด็จมาได้นะ ให้ไปตลาดแค่นี้หายหัวไปเป็นชั่วโมง!" ทันทีที่ก้าวเข้ามาในครัวก็ได้ยินเสียงของเพื่อนสาวใช้ดังมาแต่ไกล "ขอโทษจ้ะ พอดีลุงเชิดแก..." "พอ! ไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น รีบไปจัดของใส่ตู้เย็น แล้วก็ไปช่วยหั่นผักโน่น" ใบหน้ามันแผล็บสะบัดบ๊อบไปอีกทางหลังจากที่สั่งงานเสร็จ แก้วตาก้มหน้าเหนื่อยใจ ถึงเธอจะมาเร็วกว่านี้ก็ใช่ว่าจะไม่โดนเล่นงาน สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันอยู่ดี อาหารสีสันน่ารับประทานถูกจัดเรียงออกมาตามลำดับ แก้วตารับหน้าที่ตักข้าวให้คุณชายของบ้านและว่าที่คู่หมั้นของเขา บนโต๊ะอาหารจึงมีเพียงแค่สองชีวิตเท่านั้น เท่าที่แก้วตาจำความได้ พ่อแม่ของคิมหันต์ท่านเสียชีวิตไปได้หลายปีแล้ว ก่อนที่เธอกับแม่จะย้ายเข้ามาทำงานกันที่นี่เสียอีก ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่เพียงคนเดียว ไม่เคยมีคนรักจนล่าสุดถึงได้ยินจากป้าน้อยว่าเขามีคู่หมั้น หลังจากที่ทำทุกอย่างเรียบร้อย แก้วตาก็ถอยออกมาเดินกลับเข้าครัว ได้ยินแว่ว ๆ ว่าคุณพลอยจะนอนค้างที่นี่ด้วย ถึงเวลาเก็บโต๊ะอาหาร แก้วตาเดินมาจัดการทุกอย่างเพียงลำพัง เพราะโดนยัดเยียดจากคนอื่น ๆ พลอยลินขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ดังนั้นจึงเหลือเพียงคิมหันต์ที่นั่งอยู่ อยู่ต่อหน้าเขาแก้วตาค่อนข้างประหม่า เดาว่าเขาเองคงมองเธอออกเช่นกัน เพราะได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ถึงคิมหันต์จะไม่ได้พูดอะไร แต่เธอสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่ลดละ แก้วตาแสร้งทำเป็นไม่สนใจแล้วเร่งเก็บจานบนโต๊ะ "ขึ้นไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนบนห้องฉันด้วย" หญิงสาวสะดุดลมหายใจไปวูบหนึ่งกับคำสั่งของเขา มือเรียวเล็กหยิบจานใบสุดท้ายใส่ถาดก่อนจะหันไปทางชายหนุ่ม "เดี๋ยวแก้วจะบอกป้าน้อยให้ค่ะ" เธอเลือกตอบไปแบบนั้น เพราะปกติแล้วบนห้องนอนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของป้าน้อยที่ต้องขึ้นไปดูแล "ไม่ได้ฟังที่ฉันพูด?" คิมหันต์เน้นคำแล้วจ้องใบหน้าพริ้มเพราของสาวใช้ เธอสนทนากับเขา ทว่าสายตากลับเลื่อนลงพื้นเสมอ แก้วตาเงียบกริบ ก้มหน้ากัดริมฝีปากจนเจ็บ "เข้าใจที่พูดใช่ไหมหืม?" คราวนี้แก้วตาตอบรับเสียงแผ่ว เขารู้ว่าเธอไม่เต็มใจ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของเขา มันเป็นปัญหาของเธอที่ต้องจัดการตัวเอง... กว่าจะล้างจานเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบก็กินเวลาไปถึงสองทุ่มกว่า แก้วตาจงใจประวิงเวลา เพราะไม่อยากขึ้นไปข้างบนเอาเสียเลย แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ สุดท้ายก็ต้องเดินไปหยิบผ้าปูที่นอนผืนใหม่ขึ้นไปยันชั้นสองของบ้าน แก้วตาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ครู่หนึ่ง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ มือเล็กเคาะประตูไปสามครั้ง รอไม่นานก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไป "อุ๊ย" แก้วตาหันขวับเข้ากำแพงทันที เมื่อเห็นว่าคนภายในห้องกำลังนัวเนียกันอย่างเมามัน พลอยลินอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสภาพไม่เรียบร้อยจนเกือบเห็นของลับ ส่วนคิมหันต์เขายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ เพียงแต่เสื้อเชิ้ตสีเข้มค่อนข้างที่จะยับยู่ไปนิดหน่อย พลอยลินดูเหนียมอาย แต่ร่างกายยังคงแนบชิดกับกายใหญ่ คิมหันต์หัวเราะเบา ๆ ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปทางหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนหลับตาปี๋หันหน้าเข้าหากำแพง "คุณไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวผมจะให้เด็กจัดเตียงใหม่" "อย่าลืมตามเข้ามานะคะ" พลอยลินกรีดนิ้วไปตามร่องอกที่ประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อหนั่นแน่น ก่อนจะส่งสายตายั่วยวนทิ้งท้าย เมื่อเห็นว่าพลอยลินปิดประตูห้องน้ำแล้ว คิมหันต์ถึงก้าวเท้าลงจากเตียงไปยังคนตัวเล็กที่ยืนแข็งทื่อตามเดิม เขาซ้อนทับแผ่นหลังบางอย่างแนบชิด แก้วตาสะดุ้งตกใจพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่ถูกเขาจับยึดแขนทั้งสองข้าง "จำที่เธอเคยสัญญากับฉันได้ไหมแก้วตา...ฉันขอสั่งให้เธอทำมันตอนนี้" 'ร่างกายเธอเป็นของฉันแก้วตา เป็นตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอเหยียบเข้ามาในพื้นที่ของฉัน' ในคืนนั้นเธอไม่เข้าใจความหมายที่คนใจร้ายกำลังสื่อ หญิงสาวจึงทำเพียงหุบปากไว้ให้เงียบที่สุด ดวงตาคมดุจ้องลึกเข้ามานัยน์ตาคู่ใสที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา เหมือนเขาต้องการเค้นอะไรบางอย่างจากเธอก่อนที่คิมหันต์จะยกยิ้มขึ้นมา ดวงตาของเขาแพรวพราว ในขณะเดียวกันก็น่ากลัวจับจิต 'บอกหน่อย...ฉันจะได้อะไรตอบแทนหากปล่อยเธอไปในวันนี้' 'กะ...แก้วไม่รู้ แก้วไม่มีอะไรให้คุณ' 'ไม่มี? งั้นก็เปล่าประโยชน์ที่จะปล่อยเธอไป' มือใหญ่หยาบกระด้างทำท่าจะวนกลับมารอบลำคอระหง แก้วตาผวาเฮือกดิ้นถอยหลังทั้งที่ตนจนมุม ส่วนอีกฝ่ายกลับมองแล้วแสยะยิ้มออกมาเหมือนเป็นเรื่องสนุก แก้วตาส่ายศีรษะรัว พนมมือขึ้นแนบหน้าอก ‘อย่าทำแก้วเลยนะคะ แก้วจะลืมเรื่องเมื่อคืน จะไม่พูดถึง จะไม่บอกใคร แก้วสัญญา...หรือคุณคิมจะไล่แก้วออกจากบ้านก็ได้' คิมหันต์หัวเราะร่วนเมื่อฟังจบ ไล่เธอไปก็ไม่ต่างอะไรกับปล่อยลูกกวางออกจากปากเสือ 'ให้ไล่เธอไม่สู้ฆ่าปิดปากไปเลยไม่ดีกว่าหรือ ฉันไม่ใช่เด็กน้อยนะ' 'ฮึก...ไม่ อึก...แก้วไม่อยากตาย แก้วจะทำตามทุกอย่างที่คุณสั่ง แต่ได้โปรดอย่าทำอะไรแก้วเลย' แก้วตาอ้อนวอนทั้งน้ำตา ใบหน้าใสซีดเผือดไร้สีเลือด เธอแทบจะก้มลงกราบแนบเท้าเขาอยู่แล้ว ทว่าอีกฝ่ายกลับจุดยิ้มขึ้นมาเมื่อเธอเสนอทางเลือกที่เขาเตรียมขุดหลุมไว้รอให้เด็กน้อยตกลงไป... 'ทุกอย่างที่ฉันต้องการ เธอแน่ใจนะ' น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นยะเยือกเอ่ยถามย้ำ แก้วตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยการมองเห็นที่เริ่มพร่าเลือน 'ค่ะ...แก้วจะทำ' คำสัญญาที่ไม่คิดว่าคนใจร้ายจะมาทวงเอาตอนนี้ ทำให้แก้วตาถึงกับหน้าถอดสี สัมผัสอุ่นซ่านที่แผ่นหลังเล็กค่อนข้างเป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับหญิงสาว ฝ่ามือขาวจัดจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนจรดต้นแขนล่ำสันกำลังเลื้อยเข้ามาในชายเสื้อยืดตัวบาง แก้วตาเบิกตากว้างคว้าฝ่ามือเย็นเฉียบเอาไว้แน่น "คุณคิม" น้ำเสียงของเธอสั่นจนคนฟังแสยะยิ้มร้ายกาจ "หรือแก้วตาของฉันลืมเรื่องคืนนั้นไปแล้ว อยากให้ทวนไหมคนดี" สัมผัสจากฝ่ามือเย็นเริ่มหนักขึ้น เขาบีบเคล้นเนื้อส่วนเอวคอดจนคนตัวเล็กหน้าเหยเก "ไม่...แก้วไม่ได้ลืม...คุณคิมจะให้แก้วทำอะไรบอกมาได้เลยค่ะ" คิมหันต์พลิกร่างผอมบางให้หันมาประจันหน้า ปลายจมูกโด่งคมสันคลอเคลียแก้มนุ่ม ได้กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นเนื้อแท้ของหญิงสาวจาง ๆ ส่งผลให้ความเป็นชายภายใต้กางเกงชิโนคับตึง ผิดกับอีกคนที่ยืนตัวแข็งทื่อ "ทำให้ฉัน" คิมหันต์ผละใบหน้าออกจากกลิ่นหอมที่เย้ายวน มือใหญ่กดไหล่เล็กลงต่ำ แก้วตาผลักเขาพร้อมถอยหลังออกห่าง "ทะ...ทำอะไรคะ" คิมหันต์เลิกคิ้วมองหญิงสาว เธอใสซื่อ เขาไม่แปลกใจ แต่ทำให้หงุดหงิดเสียมากกว่า หมับ! "ว้าย! อึกก" ร่างเล็กถูกกระชากเข้าหาลำตัวหนาด้วยระดับความแรงที่สร้างความจุกเสียดท้องน้อย เสียงหวีดร้องถูกกลืนกลับเข้าลำคอตามเดิม เพราะถูกบดขยี้ด้วยริมฝีปากของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าผู้มีพระคุณ "อืออ อื้ออ!" หญิงสาวดิ้นสุดฤทธิ์ทุบแผ่นหลังกว้างไปหลายอึก ทำให้คนความอดทนต่ำอย่างคิมหันต์ต้องผละออกจากริมฝีปากบวมเจ่อ เขาผลักร่างเล็กกระแทกผนังห้องอย่างแรง กระชากเส้นผมหนานุ่มให้แหงนเงยขึ้นจนคนที่ถูกโดนกระทำถึงกับน้ำตาซึม เธอทั้งเจ็บทั้งจุก... "อย่าสะดีดสะดิ้งให้มันมากเกินไปนัก เธอเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอว่าจะทำทุกอย่างที่ฉันต้องการ หรือตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ถ้าเธอเปลี่ยนใจฉันจะได้ส่งเธอไปหาแม่ตอนนี้เลยดีไหม" คิมหันต์เค้นเสียงผ่านไรฟัน หลังฝ่ามือใหญ่ขึ้นเส้นเลือดอย่างชัดเจน "แก้วขอโทษ ฮืออ แก้วขอโทษ" "หยุดขอโทษแล้วเก็บเสียงกับน้ำตาของเธอเอาไว้เถอะ" อึก! หญิงสาวถูกกดลงให้นั่งคุกเข่าบนพื้นพรมหนา คิมหันต์ถอดเข็มขัดหนังโยนไปทางเตียงอย่างไม่ไยดี ตามด้วยปลดกระดุมกางเกงก่อนจะหยุดทุกอย่างไว้เพียงแค่นั้น "ที่เหลือเธอทำ"เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ แก้วตาก็เห็นรถของคิมหันต์จอดอยู่ก่อนหน้าแล้ว หญิงสาวรีบหิ้วข้าวของเดินไปทางครัวทันที โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาดำมืดของใครบางคนจับจ้องอยู่"อีแก้ว! กว่าจะเสด็จมาได้นะ ให้ไปตลาดแค่นี้หายหัวไปเป็นชั่วโมง!" ทันทีที่ก้าวเข้ามาในครัวก็ได้ยินเสียงของเพื่อนสาวใช้ดังมาแต่ไกล"ขอโทษจ้ะ พอดีลุงเชิดแก...""พอ! ไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น รีบไปจัดของใส่ตู้เย็น แล้วก็ไปช่วยหั่นผักโน่น" ใบหน้ามันแผล็บสะบัดบ๊อบไปอีกทางหลังจากที่สั่งงานเสร็จ แก้วตาก้มหน้าเหนื่อยใจ ถึงเธอจะมาเร็วกว่านี้ก็ใช่ว่าจะไม่โดนเล่นงาน สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันอยู่ดีอาหารสีสันน่ารับประทานถูกจัดเรียงออกมาตามลำดับ แก้วตารับหน้าที่ตักข้าวให้คุณชายของบ้านและว่าที่คู่หมั้นของเขา บนโต๊ะอาหารจึงมีเพียงแค่สองชีวิตเท่านั้น เท่าที่แก้วตาจำความได้ พ่อแม่ของคิมหันต์ท่านเสียชีวิตไปได้หลายปีแล้ว ก่อนที่เธอกับแม่จะย้ายเข้ามาทำงานกันที่นี่เสียอีก ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่เพียงคนเดียว ไม่เคยมีคนรักจนล่าสุดถึงได้ยินจากป้าน้อยว่าเขามีคู่หมั้นหลังจากที่ทำทุกอย่างเรียบร้อย แก้วตาก็ถอยออกมาเดินกลับเข้า
เหตุการณ์ในวันนั้นแก้วตายังจำได้ไม่เคยลืม เธอจะไม่ปริปากพูดหรือแพร่งพรายเรื่องของเขาเด็ดขาดแต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไร้อิสระอยู่ดี...แก้วตายังคงดำเนินชีวิตตามปกติ คิมหันต์ไม่ได้ทำอะไรเธอไปมากกว่าการข่มขู่ ทว่าเรื่องของความรู้สึกที่มีให้เขามันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วเรื่องน่าอึดอัดใจรองลงมาก็คงเป็นสายตาจากบรรดาสาวรับใช้ภายในบ้าน พวกหล่อนมักมองเธออย่างเหยียดหยาม รู้กันดีว่าแก้วตาได้รับความเอ็นดูจากคิมหันต์มากสุด ถึงขั้นเขาส่งเสียเธอให้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเอกชนหนำซ้ำยังได้รับเงินเดือนเท่ากับสาวรับใช้คนอื่นที่ทำงานเต็มเวลา ในขณะที่เธอทำเฉพาะตอนเลิกเรียนกับวันหยุดเท่านั้น เมื่อก่อนก็รู้สึกซึ้งใจในความมีเมตตาของคิมหันต์เอามาก ๆ ทว่ายามนี้ความรู้สึกนั้นมันเจือจางไปหมด ได้แต่ภาวนาให้ตนเรียนจบเร็ว ๆ เพื่อจะได้ไปจากคฤหาสน์หลังนี้เสียทีหญิงสาวยืนคิดอะไรเพลิน ๆ ระหว่างที่ล้างจานไปด้วย ประตูห้องครัวถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างท้วมของป้าน้อย เปรียบเสมือนแม่นมของคิมหันต์"พวกเอ็งมาฟังทางนี้ก่อน" ป้าน้อยกวักมือเรียกทุกชีวิตในห้องครัวให้ไปรวมกันตรงจุดที่แกยืนอยู่ แก้วตาเช็ดมือให้แห้งแล้วตามไปสมทบ"เย็
ตลอดระยะเวลาที่แก้วตารู้จักคิมหันต์ เขาเป็นผู้ชายอบอุ่นคนหนึ่ง เอกลักษณ์ของเขาคือรอยยิ้มอ่อนโยนที่มักแต่งแต้มริมฝีปากเสมอ ทว่ายามนี้เธอไม่อาจมองเขาแบบเดิมได้เลย...ทันทีที่แก้วตาขึ้นบันไดไปถึงชายหนุ่ม มือเธอสั่นจนยากจะควบคุม ค่อย ๆ ยื่นมือรับพวงกุญแจในมือหนา หญิงสาวเริ่มหายใจคล่องขึ้นเมื่อเขายอมส่งให้กันแต่โดยดี มืออีกข้างที่จับราวบันไดไว้แน่นเริ่มผ่อนคลายลง"ขอบคุณค่ะ" แม้จะแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอไม่มีเวลามาขบคิดให้มากความแก้วตาเตรียมหมุนปลายเท้าเดินลงบันไดอย่างระมัดระวัง"ฉันไม่ชอบเด็กขี้โกหก รู้หรือเปล่า"ปลายเท้าหยุดชะงักพร้อมกับหัวใจที่หล่นวูบ เธอรู้สึกได้ถึงสายตากดดันของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาจากทางด้านหลังตึก ตึก ตึกเสียงก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายกระเด้งกระดอนราวกับจะทะลุออกมา มีสองทางเลือกผุดขึ้นมาในความคิดระหว่างหันกลับไปกับวิ่งหนีสุดชีวิต!และแน่นอนเธอเลือกอย่างหลัง ร่างเล็กก้าวลงบันไดอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงหน้าประตูหญิงสาวรีบนำกุญแจขึ้นมาไขด้วยความร้อนรน ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอคล้ายกับฮัมเพลงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่เธอยังไม่สามารถเปิดประตูได้!"แก้วตา เธอเป็นอะไรไป”
ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน แก้วตาเสียพ่อกับพี่ชายวัยสิบขวบด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ชีวิตของเธอกับแม่แขวนบนเส้นด้ายมาโดยตลอด ไม่ว่าญาติทางฝ่ายไหนก็ไม่ยินดีต้อนรับจนได้มาเจอกับป้าน้อยหัวหน้าแม่บ้านตระกูลวิริยะกุล ถึงหล่อนจะเป็นคนดุ แต่ก็นับว่ามีบุญคุณต่อเธอกับแม่มาก ป้าน้อยชักชวนแม่มาทำงานที่บ้านวิริยะกุล เหมือนฟ้าหลังฝนชีวิตเริ่มมองเห็นแสงสว่างหลังจากปกคลุมด้วยเมฆฝนมาอย่างยาวนาน เจ้านายใจดีเอ็นดูเด็กสาวเป็นพิเศษ กระทั่งแม่ล้มป่วย และจากไปด้วยโรคร้าย...แก้วตายังโชคดีที่มีเจ้านายอย่างคิมหันต์ เธอรักและเคารพคิมหันต์ดังญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทว่าสาวน้อยอ่อนต่อโลกเกินไป...ความรู้สึกที่เธอมีให้เขากับความรู้สึกที่เขามีให้เธอมันต่างกันอย่างสิ้นเชิงคืนนั้นเธอยังจำมันได้ดีช่วงเวลาตีสองภายในคฤหาสน์วิริยะกุลเงียบสงบ ห้องพักสาวใช้อยู่ถัดจากโถงใหญ่เพียงไม่กี่ก้าว แก้วตาลุกขึ้นมากลางดึกด้วยอาการลำคอแห้งผาก เท้าคู่บางเกือบจะถึงห้องครัวเพียงไม่กี่อึดใจ ฉับพลันเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวขนกายพากันลุกซู่ ไอเย็นปะทะเข้าใบหน้าวูบหนึ่ง...และไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอ
คิมหันต์ วิริยะกุล ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มประดับริมฝีปากเสมอ เขายิ้มรับกับทุกเหตุการณ์ แม้ยามที่มือต้องเปื้อนเลือด ทุกอย่างหล่อหลอมให้เขาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ นั่นเป็นเพียงผิวนอกที่คนอื่นมองเห็น ความจริงแล้วจิตใจเขานั้นดำมืดเกินกว่าจะหยั่งลึกลงไป สรรพสิ่งรอบข้างผู้ชายคนนี้ล้วนหนาวเหน็บ จับต้องสิ่งใดเป็นอันพินาศ เขาสามารถฆ่าคนได้ราวกับผักปลา…ด้านมืดที่ไม่มีใครรู้แต่เธอรู้..."แก้วตาเอาชาขึ้นไปเสิร์ฟคุณคิมบนห้องด้วย" คำสั่งที่ไม่อยากได้ยิน หญิงสาวเจ้าของชื่อร่างกายแข็งทื่อฉับพลัน เธอเข้าใจว่าเขาไปคุยงานที่ต่างประเทศ ทำไมถึงได้กลับมาเร็วขนาดนี้…มือบางกำไม้ปัดขนไก่แน่น เหงื่อออกตามเรียวนิ้วจนชื้นแฉะ ร่างกายรุ่มร้อนเพียงแค่ได้ยินชื่อ คิมหันต์ ผู้เป็นนาย และเจ้าชีวิตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง"เร็วเข้าสิ มัวแต่ยืดอืดอาดอยู่ได้นังนี่ เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง อย่าให้คุณเขารอนาน!" เมื่อถูกเร่งเข้า ร่างบอบบางก็วางมือจากไม้ปัดขนไก่ ก้าวเดินไปยังซิงก์น้ำในครัวเพื่อชำระคราบเหงื่อตามนิ้วมือ ก่อนจะหยิบอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาจัดเตรียมถาดไม้ใบใหญ่พร้อมเหยือกแก้วกับถ้วยน้ำชาสำหรับเจ้าบ้านทันทีที่ปลายเท้าหยุด


![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




