INICIAR SESIÓN
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ แก้วตาก็เห็นรถของคิมหันต์จอดอยู่ก่อนหน้าแล้ว หญิงสาวรีบหิ้วข้าวของเดินไปทางครัวทันที โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาดำมืดของใครบางคนจับจ้องอยู่"อีแก้ว! กว่าจะเสด็จมาได้นะ ให้ไปตลาดแค่นี้หายหัวไปเป็นชั่วโมง!" ทันทีที่ก้าวเข้ามาในครัวก็ได้ยินเสียงของเพื่อนสาวใช้ดังมาแต่ไกล"ขอโทษจ้ะ พอดีลุงเชิดแก...""พอ! ไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น รีบไปจัดของใส่ตู้เย็น แล้วก็ไปช่วยหั่นผักโน่น" ใบหน้ามันแผล็บสะบัดบ๊อบไปอีกทางหลังจากที่สั่งงานเสร็จ แก้วตาก้มหน้าเหนื่อยใจ ถึงเธอจะมาเร็วกว่านี้ก็ใช่ว่าจะไม่โดนเล่นงาน สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันอยู่ดีอาหารสีสันน่ารับประทานถูกจัดเรียงออกมาตามลำดับ แก้วตารับหน้าที่ตักข้าวให้คุณชายของบ้านและว่าที่คู่หมั้นของเขา บนโต๊ะอาหารจึงมีเพียงแค่สองชีวิตเท่านั้น เท่าที่แก้วตาจำความได้ พ่อแม่ของคิมหันต์ท่านเสียชีวิตไปได้หลายปีแล้ว ก่อนที่เธอกับแม่จะย้ายเข้ามาทำงานกันที่นี่เสียอีก ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่เพียงคนเดียว ไม่เคยมีคนรักจนล่าสุดถึงได้ยินจากป้าน้อยว่าเขามีคู่หมั้นหลังจากที่ทำทุกอย่างเรียบร้อย แก้วตาก็ถอยออกมาเดินกลับเข้า
เหตุการณ์ในวันนั้นแก้วตายังจำได้ไม่เคยลืม เธอจะไม่ปริปากพูดหรือแพร่งพรายเรื่องของเขาเด็ดขาดแต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไร้อิสระอยู่ดี...แก้วตายังคงดำเนินชีวิตตามปกติ คิมหันต์ไม่ได้ทำอะไรเธอไปมากกว่าการข่มขู่ ทว่าเรื่องของความรู้สึกที่มีให้เขามันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วเรื่องน่าอึดอัดใจรองลงมาก็คงเป็นสายตาจากบรรดาสาวรับใช้ภายในบ้าน พวกหล่อนมักมองเธออย่างเหยียดหยาม รู้กันดีว่าแก้วตาได้รับความเอ็นดูจากคิมหันต์มากสุด ถึงขั้นเขาส่งเสียเธอให้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเอกชนหนำซ้ำยังได้รับเงินเดือนเท่ากับสาวรับใช้คนอื่นที่ทำงานเต็มเวลา ในขณะที่เธอทำเฉพาะตอนเลิกเรียนกับวันหยุดเท่านั้น เมื่อก่อนก็รู้สึกซึ้งใจในความมีเมตตาของคิมหันต์เอามาก ๆ ทว่ายามนี้ความรู้สึกนั้นมันเจือจางไปหมด ได้แต่ภาวนาให้ตนเรียนจบเร็ว ๆ เพื่อจะได้ไปจากคฤหาสน์หลังนี้เสียทีหญิงสาวยืนคิดอะไรเพลิน ๆ ระหว่างที่ล้างจานไปด้วย ประตูห้องครัวถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างท้วมของป้าน้อย เปรียบเสมือนแม่นมของคิมหันต์"พวกเอ็งมาฟังทางนี้ก่อน" ป้าน้อยกวักมือเรียกทุกชีวิตในห้องครัวให้ไปรวมกันตรงจุดที่แกยืนอยู่ แก้วตาเช็ดมือให้แห้งแล้วตามไปสมทบ"เย็
ตลอดระยะเวลาที่แก้วตารู้จักคิมหันต์ เขาเป็นผู้ชายอบอุ่นคนหนึ่ง เอกลักษณ์ของเขาคือรอยยิ้มอ่อนโยนที่มักแต่งแต้มริมฝีปากเสมอ ทว่ายามนี้เธอไม่อาจมองเขาแบบเดิมได้เลย...ทันทีที่แก้วตาขึ้นบันไดไปถึงชายหนุ่ม มือเธอสั่นจนยากจะควบคุม ค่อย ๆ ยื่นมือรับพวงกุญแจในมือหนา หญิงสาวเริ่มหายใจคล่องขึ้นเมื่อเขายอมส่งให้กันแต่โดยดี มืออีกข้างที่จับราวบันไดไว้แน่นเริ่มผ่อนคลายลง"ขอบคุณค่ะ" แม้จะแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอไม่มีเวลามาขบคิดให้มากความแก้วตาเตรียมหมุนปลายเท้าเดินลงบันไดอย่างระมัดระวัง"ฉันไม่ชอบเด็กขี้โกหก รู้หรือเปล่า"ปลายเท้าหยุดชะงักพร้อมกับหัวใจที่หล่นวูบ เธอรู้สึกได้ถึงสายตากดดันของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาจากทางด้านหลังตึก ตึก ตึกเสียงก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายกระเด้งกระดอนราวกับจะทะลุออกมา มีสองทางเลือกผุดขึ้นมาในความคิดระหว่างหันกลับไปกับวิ่งหนีสุดชีวิต!และแน่นอนเธอเลือกอย่างหลัง ร่างเล็กก้าวลงบันไดอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงหน้าประตูหญิงสาวรีบนำกุญแจขึ้นมาไขด้วยความร้อนรน ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอคล้ายกับฮัมเพลงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่เธอยังไม่สามารถเปิดประตูได้!"แก้วตา เธอเป็นอะไรไป”
ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน แก้วตาเสียพ่อกับพี่ชายวัยสิบขวบด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ชีวิตของเธอกับแม่แขวนบนเส้นด้ายมาโดยตลอด ไม่ว่าญาติทางฝ่ายไหนก็ไม่ยินดีต้อนรับจนได้มาเจอกับป้าน้อยหัวหน้าแม่บ้านตระกูลวิริยะกุล ถึงหล่อนจะเป็นคนดุ แต่ก็นับว่ามีบุญคุณต่อเธอกับแม่มาก ป้าน้อยชักชวนแม่มาทำงานที่บ้านวิริยะกุล เหมือนฟ้าหลังฝนชีวิตเริ่มมองเห็นแสงสว่างหลังจากปกคลุมด้วยเมฆฝนมาอย่างยาวนาน เจ้านายใจดีเอ็นดูเด็กสาวเป็นพิเศษ กระทั่งแม่ล้มป่วย และจากไปด้วยโรคร้าย...แก้วตายังโชคดีที่มีเจ้านายอย่างคิมหันต์ เธอรักและเคารพคิมหันต์ดังญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทว่าสาวน้อยอ่อนต่อโลกเกินไป...ความรู้สึกที่เธอมีให้เขากับความรู้สึกที่เขามีให้เธอมันต่างกันอย่างสิ้นเชิงคืนนั้นเธอยังจำมันได้ดีช่วงเวลาตีสองภายในคฤหาสน์วิริยะกุลเงียบสงบ ห้องพักสาวใช้อยู่ถัดจากโถงใหญ่เพียงไม่กี่ก้าว แก้วตาลุกขึ้นมากลางดึกด้วยอาการลำคอแห้งผาก เท้าคู่บางเกือบจะถึงห้องครัวเพียงไม่กี่อึดใจ ฉับพลันเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวขนกายพากันลุกซู่ ไอเย็นปะทะเข้าใบหน้าวูบหนึ่ง...และไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอ
คิมหันต์ วิริยะกุล ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มประดับริมฝีปากเสมอ เขายิ้มรับกับทุกเหตุการณ์ แม้ยามที่มือต้องเปื้อนเลือด ทุกอย่างหล่อหลอมให้เขาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ นั่นเป็นเพียงผิวนอกที่คนอื่นมองเห็น ความจริงแล้วจิตใจเขานั้นดำมืดเกินกว่าจะหยั่งลึกลงไป สรรพสิ่งรอบข้างผู้ชายคนนี้ล้วนหนาวเหน็บ จับต้องสิ่งใดเป็นอันพินาศ เขาสามารถฆ่าคนได้ราวกับผักปลา…ด้านมืดที่ไม่มีใครรู้แต่เธอรู้..."แก้วตาเอาชาขึ้นไปเสิร์ฟคุณคิมบนห้องด้วย" คำสั่งที่ไม่อยากได้ยิน หญิงสาวเจ้าของชื่อร่างกายแข็งทื่อฉับพลัน เธอเข้าใจว่าเขาไปคุยงานที่ต่างประเทศ ทำไมถึงได้กลับมาเร็วขนาดนี้…มือบางกำไม้ปัดขนไก่แน่น เหงื่อออกตามเรียวนิ้วจนชื้นแฉะ ร่างกายรุ่มร้อนเพียงแค่ได้ยินชื่อ คิมหันต์ ผู้เป็นนาย และเจ้าชีวิตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง"เร็วเข้าสิ มัวแต่ยืดอืดอาดอยู่ได้นังนี่ เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง อย่าให้คุณเขารอนาน!" เมื่อถูกเร่งเข้า ร่างบอบบางก็วางมือจากไม้ปัดขนไก่ ก้าวเดินไปยังซิงก์น้ำในครัวเพื่อชำระคราบเหงื่อตามนิ้วมือ ก่อนจะหยิบอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาจัดเตรียมถาดไม้ใบใหญ่พร้อมเหยือกแก้วกับถ้วยน้ำชาสำหรับเจ้าบ้านทันทีที่ปลายเท้าหยุด







