INICIAR SESIÓNย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน แก้วตาเสียพ่อกับพี่ชายวัยสิบขวบด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ชีวิตของเธอกับแม่แขวนบนเส้นด้ายมาโดยตลอด
ไม่ว่าญาติทางฝ่ายไหนก็ไม่ยินดีต้อนรับจนได้มาเจอกับป้าน้อยหัวหน้าแม่บ้านตระกูลวิริยะกุล ถึงหล่อนจะเป็นคนดุ แต่ก็นับว่ามีบุญคุณต่อเธอกับแม่มาก ป้าน้อยชักชวนแม่มาทำงานที่บ้านวิริยะกุล เหมือนฟ้าหลังฝนชีวิตเริ่มมองเห็นแสงสว่างหลังจากปกคลุมด้วยเมฆฝนมาอย่างยาวนาน เจ้านายใจดีเอ็นดูเด็กสาวเป็นพิเศษ กระทั่งแม่ล้มป่วย และจากไปด้วยโรคร้าย... แก้วตายังโชคดีที่มีเจ้านายอย่างคิมหันต์ เธอรักและเคารพคิมหันต์ดังญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทว่าสาวน้อยอ่อนต่อโลกเกินไป...ความรู้สึกที่เธอมีให้เขากับความรู้สึกที่เขามีให้เธอมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง คืนนั้นเธอยังจำมันได้ดี ช่วงเวลาตีสองภายในคฤหาสน์วิริยะกุลเงียบสงบ ห้องพักสาวใช้อยู่ถัดจากโถงใหญ่เพียงไม่กี่ก้าว แก้วตาลุกขึ้นมากลางดึกด้วยอาการลำคอแห้งผาก เท้าคู่บางเกือบจะถึงห้องครัวเพียงไม่กี่อึดใจ ฉับพลันเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวขนกายพากันลุกซู่ ไอเย็นปะทะเข้าใบหน้าวูบหนึ่ง...และไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอเดินไปยังต้นตอของเสียงนั้น อะไรที่ไม่ควรเห็น เธอก็ได้เห็น อะไรที่ไม่ควรรู้ เธอก็ได้รู้ คิมหันต์เจ้านายที่แสนอบอุ่น เขาอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน แผงอกแกร่งมีคราบเลือดสาดกระเซ็นเป็นจุด ๆ เป็นภาพที่สยองติดตาไม่เคยลืมแม้แต่วินาทีเดียว บนพื้นห้องมีร่างไร้วิญญาณนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดลำคอมีแผลฉกรรจ์ ในขณะที่แก้วตาแอบมองอยู่หลังกำแพง เธอได้กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลไปทั่วอากาศ มันลอยมาตามลมจนหญิงสาวแทบอยากจะอาเจียน มือบางปิดปากไว้แน่นหนาเพื่อไม่ให้ตนส่งเสียงร้องออกไป ร่างเล็กก้าวถอยหลังอย่างหวาดกลัว วินาทีนั้นแม้แต่น้ำสักอึกก็ไม่คิดกระหาย รู้แค่ว่าต้องออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด เคร้ง! ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ตัวสั่นเกร็ง แก้วตาเดินถอยหลังจนไม่รู้ตัวว่าสะโพกได้ชนกับแจกันดอกไม้ เสียงของมันดังสนั่นชนิดที่ว่านกกลางคืนยังต้องกระพือปีกหนี หรือแม้แต่ใครอีกคนที่อยู่กลางห้องโถงก็ยังเดินตรงมายังเธอ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หญิงสาวฟุบตัวหลบใต้โต๊ะแจกัน เธอค่อนข้างตัวเล็กจึงได้เปรียบในการหลบซ่อน คนตัวเล็กร่างสั่นเทิ้มทั้งหวาดกลัวและตกใจกับสิ่งที่ตนได้เห็น เจ้านายที่แสนอบอุ่นเขาไม่ต่างจากอสุรกายหยาบช้า เสียงฝีเท้าหายไปแล้ว เหลือเพียงแต่ความมืดกล้ำกรายอยู่รอบตัว ดวงตาคู่ใสเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาพยายามเพ่งมองไปรอบข้าง ตอนนั้นเธอคิดว่าเขาไปแล้วจึงค่อย ๆ ขยับกายเคลื่อนไหว แต่นั่นกลับเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์! "เด็กน้อยของฉัน ทำไมถึงยังไม่นอน" เสียงของเขาเย็นยะเยือกหนาวจับใจคนฟัง แม้แต่อ้าปากตอบคำถามแก้วตาก็ทำไม่ได้ ขนาดที่ว่าความมืดล้อมรอบกาย แต่เธอสามารถรับรู้ถึงรังสีอำมหิตจากคนตรงหน้า "คือ...แก้ว..." คิมหันต์ยอบตัวลงโน้มใบหน้าเข้าหาเธอในระยะประชิด แก้วตามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ปลายนิ้วเรียวยาวตั้งท่าจะสัมผัสแก้มนุ่ม ทว่าหญิงสาวเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับเอ่ยเสียงสั่น "อย่าทำอะไรแก้วเลยนะคะ" มือใหญ่ชักกลับก่อนยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แก้วตานั่งพับเพียบตัวสั่นราวกับลูกนก ชายหนุ่มกดหน้าลงมองคนตัวเล็กด้วยสายตาเย็นชา "กลับห้องเธอไปซะ" เมื่อได้ยินดังนั้นแก้วตาก็รีบหยัดตัวลุกขึ้นก้าวเร็ว ๆ ออกจากรัศมีของเขาอย่างไม่คิดชีวิต คิมหันต์ยืนนิ่งอยู่กับที่ รอจนกระทั่งแผ่นหลังบางหายไปจากการมองเห็น เขาเดินกลับไปยังกลางห้องโถงอีกครั้ง สายตาคมกริบตวัดมองพื้นด้านล่าง บัดนี้ทุกอย่างว่างเปล่าไม่หลงเหลือการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต หญิงสาวไม่สามารถข่มตาหลับ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าแว่วมาจากด้านนอก ใจดวงน้อยก็เต้นรัวเร็วแทบบ้าคลั่ง อยากจะเก็บเสื้อผ้าแล้วหนีออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากแต่ว่าคฤหาสน์วิริยะกุลคือที่พักพิงของเธอตั้งแต่วัยเยาว์ และหญิงสาวไม่มีญาติคนไหนที่พร้อมจะอ้าแขนต้อนรับ ความคิดที่จะหนีเท่ากับศูนย์ แก้วตาออกจากห้องตั้งแต่รุ่งสาง แต่สิ่งที่ทำให้ต้องแปลกใจก็คือคฤหาสน์ทั้งหลังเงียบเชียบและวังเวงเกินไป ไฟสักดวงก็ยังไม่ถูกเปิด ปกติเวลานี้ป้าน้อยหัวหน้าแม่บ้านน่าจะออกมาสั่งงานสาวรับใช้กันแล้ว เธออยู่ในชุดนักศึกษาเนื่องจากได้รับการส่งเสียจากคิมหันต์ให้เรียนต่อมหาวิทยาลัย จันทร์ถึงศุกร์จึงไม่ต้องทำงาน เป็นโอกาสดีที่เธอจะได้หนีออกมา ทันทีที่เดินมาถึงประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ มือเล็กหมุนลูกบิดด้วยความร้อนใจ แกร๊ก แกร๊ก "ทำไมเปิดไม่ได้" แก้วตาหมุนลูกบิดกลับไปกลับมาอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเปิดได้เหมือนอย่างทุกวัน หญิงสาวเริ่มร้อนรนกระวนกระวาย มือไม้ชื้นเหงื่อ ฉับพลันเสียงพวงกุญแจก็ดังกระทบกันมาจากทางด้านหลัง เมื่อเอี้ยวตัวหันไปมองร่างเล็กแทบทรุดลงเดี๋ยวนั้น ใบหน้าคมคายเปื้อนรอยยิ้มเป็นรอยยิ้มที่ชวนเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก นัยน์ตาดำสนิทจ้องมองเธอ "ไม่รู้มาก่อนว่าเธอมีเรียนเช้า ให้ฉันไปส่งดีไหม" แก้วตายืนตัวแข็งทื่อชาวาบไปทั้งร่าง ที่สำคัญหญิงสาวไม่คิดว่าเขาจะรู้ตารางเรียนของเธอด้วย จริงอย่างเขาว่า เธอไม่มีเรียนเช้า เพียงแต่ไม่อยากอยู่ที่นี่! "ไม่ลำบากคุณคิมดีกว่าค่ะ" เสียงของเธอเบาหวิว ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาอีกฝ่าย คิมหันต์พยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นพวงกุญแจส่งให้ แต่นั่นหมายความว่าเธอต้องเดินไปเอาที่เขาเอง ริมฝีปากบางแห้งผาก เกิดความลังเลขึ้นมาในจิตใจ ระยะห่างของเธอกับเขาห่างกันราวบันไดหกถึงเจ็ดขั้น หากเขาคิดจะผลักเธอให้ร่วงลงมาเพื่อปิดปากเรื่องเมื่อคืนเธอจะทำอย่างไร "ไม่ไปเรียนแล้ว?" เสียงทุ้มถามย้ำคล้ายเยาะเย้ย แก้วตาไม่มีทางเลือกนอกจากจำใจเดินขึ้นไปเอาพวงกุญแจอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ได้แต่ภาวนาว่าเขาจะมีเมตตาต่อกันบ้างเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ แก้วตาก็เห็นรถของคิมหันต์จอดอยู่ก่อนหน้าแล้ว หญิงสาวรีบหิ้วข้าวของเดินไปทางครัวทันที โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาดำมืดของใครบางคนจับจ้องอยู่"อีแก้ว! กว่าจะเสด็จมาได้นะ ให้ไปตลาดแค่นี้หายหัวไปเป็นชั่วโมง!" ทันทีที่ก้าวเข้ามาในครัวก็ได้ยินเสียงของเพื่อนสาวใช้ดังมาแต่ไกล"ขอโทษจ้ะ พอดีลุงเชิดแก...""พอ! ไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น รีบไปจัดของใส่ตู้เย็น แล้วก็ไปช่วยหั่นผักโน่น" ใบหน้ามันแผล็บสะบัดบ๊อบไปอีกทางหลังจากที่สั่งงานเสร็จ แก้วตาก้มหน้าเหนื่อยใจ ถึงเธอจะมาเร็วกว่านี้ก็ใช่ว่าจะไม่โดนเล่นงาน สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันอยู่ดีอาหารสีสันน่ารับประทานถูกจัดเรียงออกมาตามลำดับ แก้วตารับหน้าที่ตักข้าวให้คุณชายของบ้านและว่าที่คู่หมั้นของเขา บนโต๊ะอาหารจึงมีเพียงแค่สองชีวิตเท่านั้น เท่าที่แก้วตาจำความได้ พ่อแม่ของคิมหันต์ท่านเสียชีวิตไปได้หลายปีแล้ว ก่อนที่เธอกับแม่จะย้ายเข้ามาทำงานกันที่นี่เสียอีก ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่เพียงคนเดียว ไม่เคยมีคนรักจนล่าสุดถึงได้ยินจากป้าน้อยว่าเขามีคู่หมั้นหลังจากที่ทำทุกอย่างเรียบร้อย แก้วตาก็ถอยออกมาเดินกลับเข้า
เหตุการณ์ในวันนั้นแก้วตายังจำได้ไม่เคยลืม เธอจะไม่ปริปากพูดหรือแพร่งพรายเรื่องของเขาเด็ดขาดแต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไร้อิสระอยู่ดี...แก้วตายังคงดำเนินชีวิตตามปกติ คิมหันต์ไม่ได้ทำอะไรเธอไปมากกว่าการข่มขู่ ทว่าเรื่องของความรู้สึกที่มีให้เขามันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วเรื่องน่าอึดอัดใจรองลงมาก็คงเป็นสายตาจากบรรดาสาวรับใช้ภายในบ้าน พวกหล่อนมักมองเธออย่างเหยียดหยาม รู้กันดีว่าแก้วตาได้รับความเอ็นดูจากคิมหันต์มากสุด ถึงขั้นเขาส่งเสียเธอให้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเอกชนหนำซ้ำยังได้รับเงินเดือนเท่ากับสาวรับใช้คนอื่นที่ทำงานเต็มเวลา ในขณะที่เธอทำเฉพาะตอนเลิกเรียนกับวันหยุดเท่านั้น เมื่อก่อนก็รู้สึกซึ้งใจในความมีเมตตาของคิมหันต์เอามาก ๆ ทว่ายามนี้ความรู้สึกนั้นมันเจือจางไปหมด ได้แต่ภาวนาให้ตนเรียนจบเร็ว ๆ เพื่อจะได้ไปจากคฤหาสน์หลังนี้เสียทีหญิงสาวยืนคิดอะไรเพลิน ๆ ระหว่างที่ล้างจานไปด้วย ประตูห้องครัวถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างท้วมของป้าน้อย เปรียบเสมือนแม่นมของคิมหันต์"พวกเอ็งมาฟังทางนี้ก่อน" ป้าน้อยกวักมือเรียกทุกชีวิตในห้องครัวให้ไปรวมกันตรงจุดที่แกยืนอยู่ แก้วตาเช็ดมือให้แห้งแล้วตามไปสมทบ"เย็
ตลอดระยะเวลาที่แก้วตารู้จักคิมหันต์ เขาเป็นผู้ชายอบอุ่นคนหนึ่ง เอกลักษณ์ของเขาคือรอยยิ้มอ่อนโยนที่มักแต่งแต้มริมฝีปากเสมอ ทว่ายามนี้เธอไม่อาจมองเขาแบบเดิมได้เลย...ทันทีที่แก้วตาขึ้นบันไดไปถึงชายหนุ่ม มือเธอสั่นจนยากจะควบคุม ค่อย ๆ ยื่นมือรับพวงกุญแจในมือหนา หญิงสาวเริ่มหายใจคล่องขึ้นเมื่อเขายอมส่งให้กันแต่โดยดี มืออีกข้างที่จับราวบันไดไว้แน่นเริ่มผ่อนคลายลง"ขอบคุณค่ะ" แม้จะแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอไม่มีเวลามาขบคิดให้มากความแก้วตาเตรียมหมุนปลายเท้าเดินลงบันไดอย่างระมัดระวัง"ฉันไม่ชอบเด็กขี้โกหก รู้หรือเปล่า"ปลายเท้าหยุดชะงักพร้อมกับหัวใจที่หล่นวูบ เธอรู้สึกได้ถึงสายตากดดันของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาจากทางด้านหลังตึก ตึก ตึกเสียงก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายกระเด้งกระดอนราวกับจะทะลุออกมา มีสองทางเลือกผุดขึ้นมาในความคิดระหว่างหันกลับไปกับวิ่งหนีสุดชีวิต!และแน่นอนเธอเลือกอย่างหลัง ร่างเล็กก้าวลงบันไดอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงหน้าประตูหญิงสาวรีบนำกุญแจขึ้นมาไขด้วยความร้อนรน ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอคล้ายกับฮัมเพลงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่เธอยังไม่สามารถเปิดประตูได้!"แก้วตา เธอเป็นอะไรไป”
ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน แก้วตาเสียพ่อกับพี่ชายวัยสิบขวบด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ชีวิตของเธอกับแม่แขวนบนเส้นด้ายมาโดยตลอด ไม่ว่าญาติทางฝ่ายไหนก็ไม่ยินดีต้อนรับจนได้มาเจอกับป้าน้อยหัวหน้าแม่บ้านตระกูลวิริยะกุล ถึงหล่อนจะเป็นคนดุ แต่ก็นับว่ามีบุญคุณต่อเธอกับแม่มาก ป้าน้อยชักชวนแม่มาทำงานที่บ้านวิริยะกุล เหมือนฟ้าหลังฝนชีวิตเริ่มมองเห็นแสงสว่างหลังจากปกคลุมด้วยเมฆฝนมาอย่างยาวนาน เจ้านายใจดีเอ็นดูเด็กสาวเป็นพิเศษ กระทั่งแม่ล้มป่วย และจากไปด้วยโรคร้าย...แก้วตายังโชคดีที่มีเจ้านายอย่างคิมหันต์ เธอรักและเคารพคิมหันต์ดังญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทว่าสาวน้อยอ่อนต่อโลกเกินไป...ความรู้สึกที่เธอมีให้เขากับความรู้สึกที่เขามีให้เธอมันต่างกันอย่างสิ้นเชิงคืนนั้นเธอยังจำมันได้ดีช่วงเวลาตีสองภายในคฤหาสน์วิริยะกุลเงียบสงบ ห้องพักสาวใช้อยู่ถัดจากโถงใหญ่เพียงไม่กี่ก้าว แก้วตาลุกขึ้นมากลางดึกด้วยอาการลำคอแห้งผาก เท้าคู่บางเกือบจะถึงห้องครัวเพียงไม่กี่อึดใจ ฉับพลันเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวขนกายพากันลุกซู่ ไอเย็นปะทะเข้าใบหน้าวูบหนึ่ง...และไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอ
คิมหันต์ วิริยะกุล ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มประดับริมฝีปากเสมอ เขายิ้มรับกับทุกเหตุการณ์ แม้ยามที่มือต้องเปื้อนเลือด ทุกอย่างหล่อหลอมให้เขาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ นั่นเป็นเพียงผิวนอกที่คนอื่นมองเห็น ความจริงแล้วจิตใจเขานั้นดำมืดเกินกว่าจะหยั่งลึกลงไป สรรพสิ่งรอบข้างผู้ชายคนนี้ล้วนหนาวเหน็บ จับต้องสิ่งใดเป็นอันพินาศ เขาสามารถฆ่าคนได้ราวกับผักปลา…ด้านมืดที่ไม่มีใครรู้แต่เธอรู้..."แก้วตาเอาชาขึ้นไปเสิร์ฟคุณคิมบนห้องด้วย" คำสั่งที่ไม่อยากได้ยิน หญิงสาวเจ้าของชื่อร่างกายแข็งทื่อฉับพลัน เธอเข้าใจว่าเขาไปคุยงานที่ต่างประเทศ ทำไมถึงได้กลับมาเร็วขนาดนี้…มือบางกำไม้ปัดขนไก่แน่น เหงื่อออกตามเรียวนิ้วจนชื้นแฉะ ร่างกายรุ่มร้อนเพียงแค่ได้ยินชื่อ คิมหันต์ ผู้เป็นนาย และเจ้าชีวิตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง"เร็วเข้าสิ มัวแต่ยืดอืดอาดอยู่ได้นังนี่ เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง อย่าให้คุณเขารอนาน!" เมื่อถูกเร่งเข้า ร่างบอบบางก็วางมือจากไม้ปัดขนไก่ ก้าวเดินไปยังซิงก์น้ำในครัวเพื่อชำระคราบเหงื่อตามนิ้วมือ ก่อนจะหยิบอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาจัดเตรียมถาดไม้ใบใหญ่พร้อมเหยือกแก้วกับถ้วยน้ำชาสำหรับเจ้าบ้านทันทีที่ปลายเท้าหยุด







