LOGINตลอดระยะเวลาที่แก้วตารู้จักคิมหันต์ เขาเป็นผู้ชายอบอุ่นคนหนึ่ง เอกลักษณ์ของเขาคือรอยยิ้มอ่อนโยนที่มักแต่งแต้มริมฝีปากเสมอ ทว่ายามนี้เธอไม่อาจมองเขาแบบเดิมได้เลย...
ทันทีที่แก้วตาขึ้นบันไดไปถึงชายหนุ่ม มือเธอสั่นจนยากจะควบคุม ค่อย ๆ ยื่นมือรับพวงกุญแจในมือหนา หญิงสาวเริ่มหายใจคล่องขึ้นเมื่อเขายอมส่งให้กันแต่โดยดี มืออีกข้างที่จับราวบันไดไว้แน่นเริ่มผ่อนคลายลง "ขอบคุณค่ะ" แม้จะแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอไม่มีเวลามาขบคิดให้มากความ แก้วตาเตรียมหมุนปลายเท้าเดินลงบันไดอย่างระมัดระวัง "ฉันไม่ชอบเด็กขี้โกหก รู้หรือเปล่า" ปลายเท้าหยุดชะงักพร้อมกับหัวใจที่หล่นวูบ เธอรู้สึกได้ถึงสายตากดดันของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาจากทางด้านหลัง ตึก ตึก ตึก เสียงก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายกระเด้งกระดอนราวกับจะทะลุออกมา มีสองทางเลือกผุดขึ้นมาในความคิดระหว่างหันกลับไปกับวิ่งหนีสุดชีวิต! และแน่นอนเธอเลือกอย่างหลัง ร่างเล็กก้าวลงบันไดอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงหน้าประตูหญิงสาวรีบนำกุญแจขึ้นมาไขด้วยความร้อนรน ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอคล้ายกับฮัมเพลงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่เธอยังไม่สามารถเปิดประตูได้! "แก้วตา เธอเป็นอะไรไป” เร็วสิ เร็ว! ทำไมถึงไขประตูไม่ได้ เสียงในใจตะโกนก้องอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมาอย่างต่อเนื่อง เธอได้ยินเสียงหัวเราะน่าขยะแขยงห่างเพียงไม่ถึงคืบ แกร๊ก! ท้ายสุดแล้วกุญแจในมือร่วงหล่นบนพื้นขัดเงา เธอกลัวเกินกว่าจะควบคุมร่างกายได้ มือไม้สั่นไปหมดจนในที่สุดก็เลิกพยายาม หญิงสาวหันกลับไปเผชิญหน้ากับคิมหันต์ด้วยแววตาสั่นระริก พร้อมกับตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจนสุดเสียง "ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยแก้วด้วย ฮึก ฮือออ ช่วยแก้วด้วย" ใบหน้าใสเปื้อนหยาดน้ำตา หญิงสาวสะอื้นฮักจนตัวโยน เธอมองคิมหันต์ผ่านม่านน้ำตาที่คลอหน่วย ศีรษะเล็กส่ายไปมาเชิงขอร้องอย่าให้เขาเข้ามาใกล้ แต่มันไม่เป็นผล... “เด็กดี...แบบนี้ฉันอึดอัดแย่" คิมหันต์กระตุกยิ้มมุมปากจ้องเด็กสาวที่เขาเห็นมาตั้งแต่ตัวเล็กจ้อย จนตอนนี้เธอโตเต็มวัยสวยสะพรั่งจนไร้ที่ติ เขากลับปล่อยไปโดยไม่ให้แปดเปื้อนราคี เห็นทีว่าที่ผ่านมาเขาคงใจดีมากเกินไป จากเด็กน้อยที่น่ารักในวันวานถึงกลายเป็นคนช่างสอดรู้สอดเห็น "คุณคิม อึก...อย่าทำอะไรแก้วเลยนะคะ เรื่องเมื่อคืนนี้แก้วไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น" เธออ้อนวอนน่าสงสาร ทว่าคนไร้ความรู้สึกย่อมไม่มีความเมตตา... "รู้ไหมบทลงโทษของคนที่ชอบโกหกคืออะไร" แก้วตาส่ายศีรษะระรัว กัดปากกลั้นเสียงสะอื้น ก้าวถอยจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับบานประตู "อย่าทำแก้วเลยนะคะ แก้วจะไม่ปริปากบอกใคร แก้วสัญญา" "คำสัญญาไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะ" แควก! "กรี๊ดดด!" เสื้อนักศึกษาถูกกระชากอย่างแรงด้วยน้ำมือคนอำมหิต เม็ดกระดุมร่วงหล่นลงพื้นกลิ้งหลุน ๆ ไปอีกทางเผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีขาวตัวบางกลมกลืนกับผิวเนื้อขาวชวนน่าหลงใหล มือใหญ่เอื้อมบีบรอบลำคอระหงส่งผลให้ใบหน้าอ่อนวัยขึ้นสีแดงก่ำ เพราะขาดอากาศหายใจ "คำสัญญามีไว้สำหรับพวกคนไร้ความผิดชอบ" เสียงเย็นยะเยือกกระซิบข้างใบหูเล็ก ฟันขาวเรียงซี่สวยขบกัดเข้าติ่งหูนุ่ม จนร่างเล็กสะดุ้งสุดตัว แก้วตาพยายามดึงมือหนาออกจากลำคอพลางตะเกียกตะกายคล้ายสุนัขจนตรอก "บทสรุปของคนที่สัญญาแล้วทำไม่ได้อย่างปากพูด...เธอจะได้ไปเฝ้ายมทูตโดยไม่ต้องร้องขอความตายเลยสักนิด" ใบหน้าเย็นชาจ้องเด็กสาวในการปกครองโดยไร้ความเมตตา หญิงสาวน้ำตาไหลพราก เธอทำได้เพียงส่ายศีรษะไปมาอย่างยากลำบาก แม้แต่จะส่งเสียงร้องขอชีวิตก็ทำไม่ได้ คิมหันต์ เจ้านายที่เคยแสนดีไม่มีอีกแล้ว เขาคืออสุรกายในร่างมนุษย์ เลือดเย็นและใจร้ายเกินจะเปรียบเทียบ... สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตขณะที่หยาดน้ำตาของเธอหลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย เขาได้ยินเสียงกระท่อนกระแท่นแหบแห้งจากเรียวปากซีดเผือด เธอร้องเรียกหามารดาที่ล่วงลับไปแล้ว 'แม่ช่วยแก้วด้วย แก้วเจ็บ' ภาพซ้อนทับของเด็กผู้หญิงตัวเล็กใบหน้าสดใสทว่ากลับเปื้อนหยาดน้ำตาฉายชัดเข้ามาในความทรงจำอันเลือนราง ส่งผลให้คิมหันต์ผ่อนแรงที่ฝ่ามือ เขาปล่อยเธอในที่สุด ทำให้คนตัวเล็กทรุดลงไปกองกับพื้นเย็นเฉียบ เธอกอบโกยเอาอากาศเข้าปอด ร้องไห้สะอึกสะอื้น คิมหันต์หลับตาลงช้า ๆ กรามใหญ่ถูกขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสัน ครู่ใหญ่กว่าที่เขาจะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ ก่อนจะกดใบหน้าลงต่ำจ้องมองเจ้าของร่างเล็กที่นั่งชันเข่ากระเสือกกระสนกายเข้าหาบานประตูอย่างน่าเวทนา ชายหนุ่มยอบตัวลงเสมอร่างบางที่ขวัญกระเจิงยามเขาเข้าใกล้ ฝ่ามือใหญ่วาดลงบนกลุ่มผมนุ่มลื่น คิมหันต์ลูบเบา ๆ คล้ายปลอบประโลม ผิดกับแก้วตาที่เธอไม่อินกับการกระทำของเขาเอาเสียเลย ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นจมูกเมื่อเห็นท่าทีของเด็กในการปกครอง เธอสะดุ้งทุกครั้งที่เขาลงน้ำหนักมือมากขึ้น "ฉันจะให้โอกาสเธอนะแก้วตา อยู่ที่เธอแล้วว่าจะทำให้ฉันประทับใจแค่ไหน" แก้วตานั่งตัวสั่นเทิ้มราวกับลูกนกไร้รังที่หนาวเหน็บ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคนใจร้าย และไม่รู้ว่าควรจะตอบกลับว่าอย่างไร ระหว่างขอบคุณกับร้องขอให้เขาปล่อยเธอไปจะดีกว่า แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น ทุกคำพูดถูกกลืนกลับเข้าลำคอตามเดิม เมื่อกลุ่มผมที่ท้ายทอยถูกคนตัวใหญ่กระชากอย่างแรง ส่งผลให้ใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอได้กลิ่นโคโลญจน์อ่อน ๆ จากกายใหญ่ กลิ่นหอมเย็นที่เป็นตัวเขา... "ฉันขอไม่ใจดีกับเธอแล้วนะ รู้ไหมว่ามันอึดอัดแค่ไหนที่ต้องแสร้งทำเป็นอ่อนโยนน่ะ" แรงดึงที่เพิ่มมากขึ้นกับคำสารภาพตรง ๆ จากเขา ไม่รู้ว่าอันไหนเจ็บกว่ากัน มือนุ่มยกมือขึ้นกอบกุมฝ่ามือหยาบกระด้างที่ทึ้งผมเธอไว้ "อึก...แก้วเจ็บ ปล่อยก่อนได้ไหม" คิมหันต์ไม่ได้สนใจคำพูดอ้อนวอน กลับเพ่งสายตาไปที่ซอกคอขาวเนียน ก่อนจะอ้าปากกัดเข้าที่ซอกคอสาวอย่างแรง "โอ๊ย!" การขบกัดที่รุนแรงทำให้คนตัวเล็กนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เนื้อนุ่มขึ้นรอยฟันจนเห็นจุดเลือดขึ้นเป็นจ้ำ ๆ อย่างชัดเจน เดาว่าสักพักมันน่าจะขึ้นสีเขียวช้ำอย่างแน่นอน "เธอมันน่ามันเขี้ยว" กัดจนพอใจก็เงยหน้ามาส่งยิ้มให้กัน บอกตามตรงเขาทำเธอแสนจะหวาดกลัว ทว่าก็ไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงได้ แก้วตาไม่อยากเจอเขาในเวอร์ชันก่อนหน้า คิมหันต์ที่เหมือนอสุรกายโหดร้าย เขาน่ากลัวเกินไป...แก้วตาในชุดนอนตัวบาง เดินออกมายังชานระเบียงของเพนต์เฮาส์พาตัวเองมานั่งลงบนเก้าอี้ไม้เนื้อดี ท่ามกลางความเงียบที่ตัดขาดจากความคึกคักภายนอก เธอปล่อยให้ลมเย็นของค่ำคืนโอบกอดผิวกายอย่างแผ่วเบาก่อนจะเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะเต็มไปด้วยประกายของดอกไม้ไฟ...คิมหันต์ไม่ใช่คนโรแมนติกและเขาคงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเทศกาลปีใหม่ ดังนั้นแก้วตาจึงไม่อยากคาดหวังว่าเขาจะกลับมาเพื่อเคาท์ดาวด้วยกันหลายครั้งเธอคิดว่าตัวเองกำลังโลภ ยิ่งเขาให้มากเท่าไร หัวใจก็ยิ่งเผลอเรียกร้องมากขึ้นเท่านั้น มันเลยทำให้เธอกลัวกลัวว่าสักวันหนึ่ง เขาจะมองว่าเธอเรียกร้องไม่รู้จักพอ... แก้วตาจึงกลืนเก็บทุกความรู้สึกเอาไว้ และย้ำกับตัวเองว่า ต่อให้วันนี้เขาไม่ได้กลับมา ก็ไม่เป็นอะไรเลย...เธอเลิกมองท้องฟ้าแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าข้างใน ทว่าทันใดนั้นเองก็ต้องหยุดชะงัก นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนไหววูบ เมื่อหันกลับมาเผชิญหน้ากับเงาสะท้อนบนประตูกระจกบานเลื่อนบรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทเสียจนได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจตัวเองได้อย่างชัดเจน และในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาคู่คมสบกับเธอ แก้วตาก็เหมือนถูกดึงเข้าไปในวังวนอั
สัตว์นักล่าบางชนิด มักเลือกปล่อยให้เหยื่อตัวเล็กหลงเชื่อว่าตัวเองเป็นอิสระทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกย่างก้าวที่เดินไปก็ยังคงวนเวียนอยู่ภายใต้อาณัติของมัน...คิมหันต์เรียกสิ่งนั้นว่า'โคจรของสัตว์ที่ถูกทำให้เชื่อง' เขาทำแบบเดียวกันกับแก้วตาเพื่อพิสูจน์ว่า ต่อให้มีทางเลือกอื่นเธอก็จะวนกลับมาอยู่ในรัศมีของเขาเหมือนเดิมดวงตาคมปราบจ้องมองทุกอิริยาบถของเด็กดีด้วยความนิ่งเฉยอย่างคนที่คาดเดาทุกอย่างไว้หมดแล้วดังนั้น เขาจึงไม่แปลกใจกับคำบอกเล่าของแก้วตา และปล่อยให้หลงเชื่อว่าเธอเป็นคนเลือกเส้นทางเอง แม้ความจริงแล้วทุกการตัดสินใจของเธอ ล้วนมีเขาเป็นคนกำหนดทั้งสิ้นปลายนิ้วแกร่งลูบผ่านสันจมูกของคนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มในอ้อมอกแกร่ง ลากขึ้นไปตามแนวโค้งของขอบคิ้ว ก่อนจะประทับริมฝีปากไปยังเปลือกตาที่ปิดสนิท เพราะสำหรับคิมหันต์น่ะ... ต่อให้ต้องเฉือนเนื้อตัวเองนับพันครั้ง ก็ไม่มีวันปล่อยแก้วตาไปได้จริง ๆ หรอก***หน้าหนาวเวียนกลับมาอีกครั้ง และแก้วตาก็ตระหนักได้ว่า การใช้ชีวิตอยู่กับคิมหันต์นั้นก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเลย...แม้เขายังงานยุ่งเหมือนเดิม กลับดึก และแทบไม่มีเวลา แต่เธอก็เข้าใจว่า สิ่งที่เ
แม้แต่ตอนที่คิมหันต์ยืนแต่งตัวหน้ากระจก แก้วตาก็ยังรู้สึกว่า เขาช่างเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์อันเหลือล้น เส้นไหล่ที่ขยับตามจังหวะมือ ข้อมือแข็งแรงที่ดึงเนคไทให้เข้าที่ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างให้เธอต้องหยุดสายตามองตามทุกอิริยาบถกว่าจะรู้ตัวอีกที เงาสะท้อนในบานกระจกก็สบเข้ากับดวงตาของเธอแล้ว คิมหันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย พลางก้าวเดินมายังปลายเตียงน้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถาม “อยากได้อะไรล่ะ”คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้นสูง เธอไม่ได้อยากได้อะไรสักหน่อย ก็แค่อยากมองเขาเท่านั้นเอง แก้วตาตั้งใจจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่าก็ต้องเก็บกลืนคำพูดนั้นเอาไว้ เมื่อไตร่ตรองดูอีกที เธอเองก็มีสิ่งที่ต้องการเหมือนกันเช่น... หลายวันมานี้ เธอรู้สึกแปลกประหลาดกับพฤติกรรมการกินของตัวเอง ที่ไม่ได้หิวแต่ก็ไม่ใช่ไม่หิวเลย บางมื้อกินไปสองสามคำก็วางช้อน แต่พอตกดึกกลับรู้สึกหวิวในท้องขึ้นมา ทั้งที่พยายามคิดเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าตัวเองอยากกินอะไร“คือ…” ลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “แก้วอยากไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตแถวคอนโดค่ะ จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากกินอะไรบางอย่าง แต่นึกไม่ออกก็เลยอยากลองไปเดินดูด้วยตัวเองน่ะค่ะ”พูดจบก็แอบชำเลือง
แก้วตารู้สึกไม่สบายตัว…อาการของเธอชัดเจนขึ้นหลังพยายามลุกจากเตียง ร่างเล็กยังไม่ทันทรงตัวดี โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนต้องกลับไปตามเดิม เธอสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ พยายามประคองสติเอาไว้ แต่อะไรบางอย่างกลับตีตื้นขึ้นมากลางอก มันพะอืดพะอม ปั่นป่วนลงไปถึงท้องน้อยสุดท้ายก็ทนไม่ไหว แก้วตาปิดปากตัวเองไว้แน่น ตั้งใจจะวิ่งเข้าห้องน้ำ ทว่าก็ช้าไปเมื่อของเหลวอุ่น ๆ เอ่อล้นออกมาจากริมฝีปาก เปรอะเปื้อนทั่วฝ่ามือเล็กกลิ่นเปรี้ยวตีขึ้นจมูก คนตัวเล็กน้ำตาคลอเบ้า ความอับอายแล่นวาบขึ้นมา เมื่อเห็นคราบสกปรกเลอะทั้งพื้นด้านล่างและเสื้อผ้าของตัวเองเธอสูดหายใจเข้าออกลึกยาว ก่อนจะรีบเดินไปหยิบทิชชูเปียกมาเช็ดคราบเหล่านั้นอย่างลุกลี้ลุกลนแต่กลิ่นไม่พึงประสงกลับไม่ได้จางหายไปง่าย ๆ ถ้าอยู่คนเดียวก็คงดีกว่านี้ ทว่าคิมหันต์ก็ยังนอนหลับอยู่บนเตียงเนี่ยสิ เธออายเขาเหลือเกิน แค่คิดน้ำตาก็ไหลอาบแก้มแล้ว“ฮึก...”ไม่อยากให้เขาต้องมาเห็นเธอในสภาพนี้เลย...กระทั่งเสียงยวบยาบดังขึ้นจากเตียงด้านหลัง เงาของเขาก็ทาบทับร่างของเธอทันที แก้วตานั่งอย่างหมดสภาพบนพื้นห้อง มือทั้งสองข้างขยุ้มทิชชูเปียกไว้แน่น
เมื่อร่างสูงสมส่วนเดินออกมาจากประตูลิฟต์ ร่างกายที่เคยเปื้อนเลือดก็ถูกชำระล้างอย่างหมดจดแล้ว คิมหันต์เดินตรงมายังห้องนั่งเล่น และสิ่งแรกที่ปรากฏก็คือเรือนร่างผอมบางของหญิงสาวที่เขาเอาแต่นึกถึงทั้งวัน คิ้วเข้มขมวดพลางถอนหายใจแผ่วเบา ดูเหมือนว่าต่อให้เขาย้ายโซฟาออกไป เธอก็คงลงไปนอนบนพื้นพรมข้างล่างแทนเพื่อรอเขากลับมาคิมหันต์เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ สายตากดต่ำจ้องริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเผยออกเล็กน้อยยามเจ้าตัวหลับใหล ก่อนจะเลื่อนสายตตามายังซีรีย์โรแมนติกเรื่องหนึ่งที่คนตัวเล็กเปิดค้างไว้บนหน้าจอทีวีในหน้าจอนั้น ตัวละครพระเอกกำลังคุกเข่าขอนางเอกแต่งงาน กระทั่งฝ่ายหญิงพยักหน้าตกลงพร้อมกับหยาดน้ำตาของความยินดีความคิดหนึ่งก็ผุดวาบขึ้นมาในสมอง...เขาที่ดำรงชีวิตอยู่ในฐานะหัวหน้าครอบครัว สามีที่ดี และเป็นพ่อที่ดีช่างเลือนลางเหลือเกิน คิมหันต์นึกภาพตัวเองในอนาคตไม่ออกเลย มองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างด้วยซ้ำช่างน่าขำสิ้นดีที่เผลอไปคิดอะไรงี่เง่า แววตาของเขาหม่นแสง ราวกับยอมรับความจริงที่ฝังลึกใต้จิตสำนึก ชีวิตที่เรียกว่าความสุขแบบนั้น ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเขาหรอก คนอย่างเขาที่ก่อเรื่องสกปรกมานับไม่ถ้ว
คำเตือนเนื้อหา (Content Warning)เนื้อหาต่อไปนี้มีความรุนแรง การทำร้ายร่างกายผู้อื่น อาจกระทบความรู้สึกผู้อ่านบางท่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... คิมหันต์ที่นั่งรออยู่ในรถเงียบ ๆ เลื่อนสายตาไปยังนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ ก่อนจะผลักประตูลงจากรถชายฉกรรจ์ซึ่งลงมาจากรถซีดานอีกคันหนึ่ง ต่างก็ทยอยเดินเข้ามาใกล้เขาอย่างระมัดระวัง“เตรียมพร้อมแล้วครับ”คิมหันต์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แล้วเหลือบตามองสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวที่ทำจากแผ่นโลหะเก่ากับลานโล่งที่ดูเหมือนท่าเรือ ชายที่ยืนรอรับคำสั่งรีบขยับตัววุ่นวาย ไม่นานประตูเหล็กหนาแน่นเบื้องหน้าที่ขึ้นสนิมจนสีลอกเป็นหย่อม ๆ ก็ค่อย ๆ เปิดออกแกร๊ก… เอี๊ยด…เสียงบานพับขึ้นสนิมส่งเสียงโหยหวนชวนหดหู่ ขณะที่เขากำลังสวมถุงมือหนังสีดำอย่างใจเย็น ลูกน้องคนสนิทก็ขยับตัวเข้ามาอย่างรู้หน้าที่ สอดบุหรี่แท่งหนึ่งแตะลงบนริมฝีปากได้รูปของเจ้านาย ก่อนจะยกไฟแช็กขึ้นจุดให้ขณะเดียวกันกระเป๋าโลหะสีดำก็ถูกยกออกมาจากท้ายรถซีดาน คิมหันต์เห็นเช่นนั้นจึงก้าวเข้าไปในโกดัง ช่วงขาของเขาก้าวยาว ๆ อย่างผ่อนคลาย ทว่าแฝงด้วยความน่าเกรงขามไว้เต็มเปี่ยม ชายที่ถือกร







