เข้าสู่ระบบ“แต่ดิสแคร์ไง ดิสไม่อยากให้ใครเอาคนดีไปพูดในทางเสียหาย” ดิสชักสีหน้า มันเหมือนดิสให้ความสนใจฉันมากกว่าเพื่อนใช่มั้ยคะ
แต่ความจริงเราเป็นแค่เพื่อนกันค่ะ แค่เพื่อนกันจริง ๆ ดิสคิดกับฉันแค่เพื่อน
“หงุดหงิดอะไรอีกคะที่รัก” เสียงหวานเอื้อนเอ่ย
เธอคือพี่รหัสของฉัน เธอชื่อ ‘เกี้ยว’ เรียนปี 2 เธอเป็นแฟนของดิส สองคนนี้เป็นแฟนกันได้หลายเดือนแล้ว เขาสองคนรักกันมาก พี่เกี้ยวเป็นพี่รหัสของฉันก็จริง แต่เธอไม่ได้รู้เรื่องของฉันมากนัก ดิสไม่ได้บอกเธอ
“แค่โมโหพี่ดินครับ ชอบมาวุ่นวายกับคนดี ชอบทำให้คนดีเป็นเป้านิ่งของผู้หญิงคนอื่น ๆ” ดิสเล่าให้พี่เกี้ยวฟัง
“ก็พี่ดินเขาเอ็นดูน้องสาวของเขามันผิดตรงไหนที่รัก” พี่เกี้ยวส่งยิ้มมาให้ฉัน
“ผิดตรงที่พี่ดินมันใจดีกับคนดีแค่คนเดียวไงครับ ถ้ามันเป็นแบบนี้กับคนอื่นบ้างก็คงไม่มีปัญหาอะไร” ดิสยังคงพูดต่อ พูดทำนองที่พูดกับฉันก่อนหน้านี้นั่นแหละค่ะ
“ดิสโอเวอร์ค่ะพี่เกี้ยว พี่ดินก็เป็นปกติอยู่แล้ว” ฉันรีบแย้งก่อนที่มันจะวุ่นวายไปมากกว่านี้
“นั่นสิ สงสัยที่รักจะหวงเพื่อนมากเกินไป แต่ก็มีพวกผู้หญิงที่ชอบว่าคนดีเหมือนกันนะ ส่วนมากเป็นพวกขี้อิจฉาที่เป็นแฟนคลับของพี่ดินทั้งนั้น ไม่แปลกที่ดิสจะเป็นห่วงเพื่อน เพราะพี่ก็ได้ยินคนพูดเหมือนกัน คนดีระวังไว้บ้างก็ดีนะ” ดูเหมือนพี่เกี้ยวกับดิสจะเห็นพ้องต้องกันซะแล้ว
“โอเคค่ะ ถ้ามันทำให้พี่รหัสกับเพื่อนรักของคนดีอารมณ์ดีขึ้น คนดีจะพยายามไม่สนใจคำพูดคนนะคะ”
“มันใช่ที่ไหนล่ะคนดี คนดีไม่สนสายตา ไม่สนคำพูดใครอยู่แล้วมั้ย” ดิสทักท้วงฉัน
“ก็เราไม่จำเป็นต้องสนใจคำพูดใครอยู่แล้วไงดิส อย่างน้อยพวกนั้นพูดก็แค่อิจฉาที่พี่ดินพูดดีกับคนดี แต่อย่าลืมสิ เป็นแบบนี้แรงอิจฉาน้อยกว่านะ” ฉันยกมือสองข้างชี้ลงที่รูปร่างของฉัน บางทีก็ไม่อยากจะปิดพี่เกี้ยวเพราะเธอก็เป็นพี่รหัสที่ดีมาก ๆ คอยดูแลฉันดีทุกอย่าง
ไม่เหยียดหน้าตา ผิวพรรณ ความต่าง แต่คนเราใช่ว่าจะรักกันตลอดไป แล้วตราบใดที่ฉันยังอยู่ในสภาพนี้ คนรู้น้อยที่สุดย่อมเป็นเรื่องดี
ไอ้เรื่องคำพูดดูถูกเหยียดหยามบูลลี่ก็ช่างหัวมันเถอะค่ะ
“เฮ้อ คนดีเป็นแบบนี้ไง เราถึงเลือกที่ห้ามพี่ดินแทน แต่พี่ดินมันฟังที่ไหนกัน ฮุ้ย!!!” ดิสก็ยังอารมณ์เสียเหมือนเดิม
“เราไปเรียนก่อนดีกว่า ดิสคุยกับพี่เกี้ยวไปก่อนเลยนะ เหลือเวลาอีก 15 นาที” ฉันเลือกที่จะปลีกตัวออกมา พูดไปดิสกับฉันก็คุยกันไม่ลงตัว เดินหนีดีกว่า ดิสจะได้มีเวลาคุยกับแฟนของเขา เรื่องการมีแฟนของดิส ฉันทำใจแล้วค่ะ อาจจะเจ็บบ้างตามประสาคนแอบรัก แต่อย่างที่บอกค่ะ ฉันอยากให้ดิสมีความสุขที่สุด ถ้าการที่เขามีแฟนคือความสุขของเขา เพื่อนคนนี้ก็พร้อมจะยืนมองเขามีความสุข
คนแอบรักที่ไม่อยากเสียมิตรภาพไปก็ทำได้เท่านี้ค่ะ
แล้วคือเรื่องคำพูดของคนฉันก็พอรู้ เคยได้ยินกับหู แต่ฉันไม่ได้สนใจไงคะ ก็นั่นแหละค่ะ ปลง คนเรามีปากที่ไหน ที่นั่นย่อมมีคำนินทา เราห้ามปากใครไม่ได้ ต่อให้เราดีแค่ไหน แต่เราก็ไม่สามารถดีในสายตาของคนที่ไม่ชอบเรา
ฉันก็แค่เป็นของฉันแบบนี้ ขอแค่อย่ามาทำร้ายฉันเป็นพอ แค่คำพูดของคน ฉันพยายามมองข้ามได้ค่ะ
ถ้าเราแคร์คำพูดของคนทั้งโลก โลกนี้คงไม่ใช่ที่สำหรับเรา เอาง่าย ๆ เราแค่คิดว่าเขาจิตป่วยแค่นั้นก็พอค่ะ ถือว่าเรื่องของเราเป็นยารักษาเขาแล้วกัน
หลายเดือนต่อมา...“มึงคิดยังไงถึงตั้งชื่อลูกแบบนั้นไอ้ยีน” ดราฟต์ถามเพื่อนสนิทด้วยไม่เข้าใจว่ามันเอาอะไรคิด ไม่รู้หรือไงว่าชื่อจะติดตัวลูกไปตลอดชีวิต“กูไม่ได้คิดอะไรเลย”“ยังไงวะ”“ก็เจ้กัสคิดไงเฮียดราฟต์ เฮียยีนบอกไม่เอา เจ้กัสก็ยืนยันจะเอาชื่อนี้ เฮียดราฟต์ก็รู้ว่าหลังจากเกิดเรื่องกับเจ้กัสเฮียยีนก็ยอมทู๊กอย่าง ฉะนั้นชื่อลูกทำไมเฮียยีนจะไม่ยอม” เป็นไอ้เดี้ยงที่เสนอหน้าตอบ และสะใจมาก ๆ เพราะตั้งแต่เจ้กัสท้องกระทั่งคลอดเฮียยีนเปลี่ยนตัวเองไปในทางที่ดีมาก ๆ อะไรที่เมียสั่งจะทำตามทั้งหมด ไม่เคยอิดออดขอแค่เจ้กัสเป็นคนพูด เฮียยีนจัดให้เดี๋ยวนั้นทันที“ฮึ สมน้ำหน้า ตอนนั้นอยากดื้อกับเมียดีนัก ดีนะมึงมีโอกาส มึงได้โอกาส กัสจังน่ารักและไม่งี่เง่า กูนับถือความรักของน้องที่มีให้มึงเลย มึงมันโชคดีโคตร ๆ”“อืม กูรู้กัสรักกูมาก กูถึงได้ใจเคยละเลยความรู้สึกของกัสไง แต่กูสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ละเลยความรู้สึกเมียอีก จะเทิดทูนไว้บนหัวเหมือนที่เคยบอกกัสไว้ จะทำทุกอย่างให้กัสมีความสุข ทำให้กัสไม่เสียใจที่เลือกผู้ชายอย่างกูเป็นคู่ชีวิตที่ต้องใช้ชีวิตคู่ด้วยกันตลอดไป”“อันนี้ยิ่งกว่าบนหัวอีก แทบ
และก็เป็นอย่างคำย่าหล้าพูด สามเดือนกว่ากับอาการแพ้ท้องเหม็นเบื่อผัวของกัส สามเดือนที่ไม่ได้ใกล้เมีย สามเดือนที่เวลาไปร้านต้องต่างคนต่างไป ลูกแฝดในท้องเอาคืนพ่อได้สาสมมาก เล่นพ่อชอกช้ำอกระทมเลยทีเดียวทว่าวันนี้เมียมีอาการแปลก ๆ นั่งจ้องนั่งมองเขาอยู่ได้ทั้งวัน ถ้าเป็นสามเดือนที่ผ่านมาไม่ชายตาแลสักนิด กัสจ้องจนพี่ยีนคิดว่าเขามีความผิดอะไรหรือเปล่า“พี่ยีน”“ขา” เงยหน้ามองคนตัวเล็กท้องกลมนูน กัสท้องลูกแฝดทำให้ท้องโตกว่าคนท้องปกติ“เดินมานี่หน่อย” น้องกัสนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอนั่งทำบัญชีร้าน นั่งเช็กอุปกรณ์พวกอะไหล่ต่าง ๆ โต๊ะทำงานของพี่ยีนที่เคยอยู่ติดกันถูกย้ายไปอีกมุมหนึ่งของห้องทำงาน“เดินไปได้ไงคะ พี่ไม่อยากเห็นหนูอ้วก พี่สงสาร” เขาเคยพยายามเข้าใกล้บ่อย ๆ เมียก็พร้อมโก่งคออาเจียนของที่กินเข้าไปออกมา หน้าก็ขาวซีดจนน่าสงสาร“เดินมาค่ะ ตอนนี้หนูอยากหอมพี่ยีน” คนท้องบอกตามความรู้สึกที่เกิดขึ้น ไม่รู้ทำไมนึกอยากกอดอยากหอมพ่อของลูกเหลือเกิน“น้องกัสคะ” เขายังพะวง ยังเป็นห่วงเพราะแต่ละครั้งที่เกิดอาการ หน้าเมียของเขาจะหน้าซีดขาวขาวจนน่ากลัว เขากลัวกัสจะเป็นอะไรไป“ถ้าไม่เด
“ไม่ต้องไปเอ็ดคนอื่น ย่าสั่งเอง” เมื่อหลานชายเดินเข้ามาใกล้ ย่าหล้าจึงยื่นมือบิดที่หน้าท้องไปหนึ่งทีแรง ๆ “ไปเดี้ยงพาย่าไปพักผ่อนที่บ้านหน่อย เดี๋ยวเย็นย่าจะทำกับข้าวมาให้หนูกัส เอ...หรือยีนจะกลับไปกินเหล้าอยู่ไหม ย่าจะได้ไม่รบกวนเวลาของยีน”“ย่าครับ”“ไม่ต้องมาทำหน้าใส่ย่า ย่าไม่สงสาร”“ยีนอยู่เฝ้ากัสครับ”“ฮึ ไปเดี้ยงกลับ” มองค้อนหลานชายแล้วเดินออกจากห้องพักฟื้น โมโหก็โมโหแต่จะทำอะไรได้ ย่าก็ไม่ได้อยากให้เด็กสองคนเลิกกันเมื่อย่าหล้าออกไปแล้ว ทั่วทั้งห้องตกอยู่บนความเงียบงัน ยลภัทรมองถุงเลือดถุงน้ำเกลือที่ต่อเข้าร่างกายน้องกัสแล้วใจหล่นวาบ ความรู้สึกผิดเกาะกินใจ เขานั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่ย่าหล้าเพิ่งจะลุกออกไป วางมือกุมที่มือเรียวเล็ก เวลาแบบนี้เขาต้องโทษตัวเองเท่านั้นที่ทำให้เมียตกอยู่ในสภาพและสภาวะจิตใจที่ย่ำแย่ขนาดนี้ ถ้าไม่ละเลยความรู้สึกของเมีย ทุกอย่างจะดีกว่านี้มาก“โกรธพี่จนไม่อยากมองหน้าเลยเหรอคะ” รู้ว่าน้องไม่ได้หลับ เพราะก่อนหน้านี้เขายืนทำใจหน้าประตูสักพักใหญ่กว่าจะกล้าเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับความจริง เขาได้ยินเสียงกัสพูด ได้ยินเสียงกัสสะอื้น“...” โกรธเหรอ กัสมีสิทธิ์อะไร
“กัสไม่อะไร มันเป็นสัญญาณอันตรายหรือเปล่าไอ้ยีน กูว่าพวกมึงแต่งกันเร็วไป ไม่ศึกษาดูใจกันก่อน มึงชอบอย่างกัสชอบอย่าง ไม่รู้จักปรับตัวจะอยู่กันได้นานไหมวะ”“...” ก็ใช่ที่แต่งกันเร็วไป แต่กัสอยากได้อะไรเขาก็ให้ทุกอย่าง ไหนจะเชื่อใจให้เก็บบัตรทุกใบ รู้ทุกรหัส แล้วเขาก็ไม่เคยคิดนอกใจนอกกาย ไม่เคยคิดมองใครด้วย แค่นี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ“เฮีย!” ลูกน้องที่ว่าจะไปสืบเรื่องรถพยาบาลเดินกลับมาด้วยใบหน้าแตกตื่น“อะไรมึง มีใครตายหรือไง”“เมียเฮียอะดิ”“ไอ้เหี้ยปากหมา เมียกูจะตายได้ไง” ดีดตัวลุกขึ้นตั้งท่าจะซัดหมัดใส่ลูกน้องในร้าน“เดี๋ยวเฮียฟังก่อน รถพยาบาลที่เข้าซอยบ้านเมื่อคืนอะไปจอดที่บ้านย่าเฮีย คนที่เป็นอะเมียเฮีย”“...” เหมือนพายุลูกใหญ่พัดวูบเข้ามาที่หน้าแรง ๆ จุกในคอพูดไม่ออก หูอื้ออึง ทุกอย่างรอบตัวแทบหยุดเคลื่อนไหวชั่วขณะ“มึงแน่ใจนะสอง ไม่ใช่ฟังผิดอะ”“แน่ใจดิเฮียดราฟต์ แม่สองเพิ่งไปเยี่ยมเจ้กัสมา เจ้กัสท้อง เมื่อคืนตกเลือด หมอบอกอยู่ในภาวะแท้งคุกคาม ดีที่...”“อะ... ไอ้ยีน ไอ้เวร พวกมึงไปหายาดมมาให้มันดมดิ๊” ดราฟต์รีบประคองเพื่อนที่จู่ ๆ ก็ล้มหมดสติไปเป็นยังไงล่ะ เกิดเรื่องจนได้ เป็นผัว
“ญาติไม่มีใครรู้เหรอครับว่าคนไข้ตั้งครรภ์” คุณหมอเดินเข้ามาถาม“ไม่เลยจ้ะ ไม่แสดงอาการอะไรเลย” เอ๊ะ หรือว่าแสดงแต่ย่าไม่ได้สังเกตกันล่ะ ช่วงนี้หนูกัสกินเก่งอะไรก็ดูชอบกินไปหมด“คนไข้ตั้งครรภ์ได้ 10 สัปดาห์นะครับ ดีที่มาโรงพยาบาลทัน ตอนนี้อยู่ในภาวะแท้งคุกคาม อย่าให้มีเรื่องเครียดจะดีที่สุด เคสนี้ถือว่าโชคดีมากนะครับ ปกติเด็กไม่รอดแล้ว”“โอ คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองแล้วลูก ขอบคุณคุณหมอมากนะจ๊ะ ต่อไปย่าจะดูแลหลานอย่างดีเลย” ยังเป็นบุญของย่าหล้าที่เหลนในท้องฮึดสู้ อดทนนะหนูกัสลูก หนูเก่งมากเลย“อย่าเพิ่งเบาใจนะครับ ต้องรอดูอาการก่อนสักสามสี่วัน ห้ามคนไข้ขยับตัวจะดีที่สุด”“จ้ะคุณหมอ ขอบคุณมากนะจ๊ะ”“ครับ”คุณหมอเดินกลับเข้าไปภายในห้องฉุกเฉินอีกครั้ง ย่าหล้านั่งลงที่เก้าอี้ยกมือไหว้ฟ้าดินตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่มีความเชื่อ“จะไม่บอกเฮียจริงเหรอครับย่า” เดี้ยงเบาใจที่เจ้กัสปลอดภัย แต่ถ้าเฮียรู้ทุกอย่างจะดีกว่านี้มาก“ให้มันรู้จักตกใจบ้างก็ดี ดูซิมันจะนึกถึงเมียเมื่อไหร่” ไม่ใช่ว่าจะไม่บอก แต่ย่าหล้าอยากจะรู้ว่าหลานจะสำนึกไหม จะเลิกไหมไอ้เหล้าเบียร์เนี่ย หรือต้องเสียลูกเสียเมียไปจริง ๆ ถึงจะรู้สึ
หลายวันผ่านไปที่อู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ยังคงตั้งวงดื่มกินเช่นเคย อู่ปิดสี่โมงครึ่ง นั่งก๊งแต่เย็นลากยาวถึงสี่ทุ่มแยกย้ายนอนคนละมุม เมื่อก่อนเกรงใจเมียเพื่อน ทว่าเมียเพื่อนมานั่งทำงานตกเย็นก็กลับไปนอนอีกบ้าน หลัง ๆ มาจึงพากันนอนเมาเรี่ยราดไปทุกที่ครืด ครืดครืด ครืดครืด ครืดเสียงสมาร์ตโฟนที่ทั้งสั่นทั้งร้องไม่ได้เข้าหูคนเมาพับหลับกอดขวดเหล้า คนโทรก็โทรไปสิ โทรให้ตายก็ไม่มีใครรับสาย เกือบยี่สิบสายที่โทรเข้าหาสามี ทว่าไม่มีใครกดรับสักคนท้ายที่สุดคนโทรก็ลุกหอบสังขารที่จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่เดินตัวขดตัวงอออกมาจากห้องมาเคาะประตูห้องนอนย่าหล้าเสียงดัง ก๊อก ก๊อก“ย่าคะ ย่า ย่าคะช่วยกัสด้วย” ปลุกคนหลับทั้งที่ปวดท้องเจียนใจจะขาดไม่ใช่เรื่องง่าย เสียงที่ส่งไปว่าดัง ๆ ความจริงแล้วมันเบาหวิว การต์รวียังคงเคาะประตู ร่างกายที่เจ็บปวดทำให้เธอค่อย ๆ นั่งลงกับพื้น มือยังคงเคาะ เสียงยังคงพยายามเปล่งเรียกย่าหล้าให้ตื่นมาช่วยเธอหน่อย จากนั่งเริ่มนอนลงหน้าห้องย่าตัวขดตัวงอเอี๊ยด...“ตายแล้วหนูกัส” ย่าหล้าถูกปลุกจากฝันตื่นตกใจรีบเปิดประตู หลานสะใภ้นอนตัวขดเลือดไหลตามหว่างขาทำเอาคนแก่ใจหายใจคว่ำ“ย่าขา กัสเจ็บท้







